รูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น

ผู้วิจัย :   นางสุภัทรา  อักกะมานัง*

บทคัดย่อ

 

                   การวิจัยครั้งนี้  มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น    และการดำเนิน

การวิจัย    มี  4  ขั้นตอน  ดังนี้    1)
การศึกษาสภาพความต้องการจำเป็นในการ
จัดการเรียนรู้

ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น

โดยศึกษาปัจจัยที่ส่งเสริมและเป็นอุปสรรคต่อการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์     โดยการมี

ส่วนร่วมของชุมชน ชุมชน   เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น   โรงเรียนเทศบาล

วัดราษฎรอุทิศ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด   จังหวัดร้อยเอ็ด   โดยใช้แบบสอบถาม

ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถาม จำนวน  128  คน    ได้แก่  
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน   จำนวน 
คน   ผู้ปกครองนักเรียน
จำนวน 
60  คน   และนักเรียน

จำนวน   60  คน   2)  พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  โดยการมี

ส่วนร่วมของชุมชน    เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น โดยนำข้อมูลจากการศึกษา

ในขั้นตอนที่ 1 และศึกษาเอกสารแนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง   สังเคราะห์เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน  เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกใน

การอนุรักษ์ท้องถิ่น จากนั้นตรวจสอบรูปแบบการจัดการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์

ท้องถิ่น  โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น  ที่สร้างขึ้น

โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ  จำนวน  5  คน      พิจารณาตรวจสอบความเหมาะสม  และความเป็นไปได้

3)  การทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น
กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 
โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ  สังกัดกองการศึกษา  เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด   จังหวัดร้อยเอ็ด  จำนวน 20  คน  และ

 


*ครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ สังกัดกองการศึกษา
เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

 

4)  ประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน  เพื่อ

 

 

ส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่นโดยพิจารณาจากความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา

และครูผู้สอนจำนวน 13 คน  พิจารณาด้านความเหมาะสม   ความเป็นไปได้
ความเป็นประโยชน์

และด้านความครอบคลุม ปัญหา  และข้อเสนอแนะ ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการอนุรักษ์ท้องถิ่น   
โรงเรียนเทศบาล

วัดราษฎรอุทิศ  สังกัดกองการศึกษา   เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด  จังหวัดร้อยเอ็ด

1.1  การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งเสริมต่อการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยการ

มีส่วนร่วมของชุมชน  โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ  สังกัดกองการศึกษา  เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด  จังหวัดร้อยเอ็ด  ปีการศึกษา
2553  โดยภาพรวมอยู่ในระดับ  มากที่สุด  (

 = 4.86)

1.2 การวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน  โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ  สังกัดกองการศึกษา  เทศบาลเมือง

ร้อยเอ็ด  จังหวัดร้อยเอ็ด  ปีการศึกษา 2553  โดยภาพรวมอยู่ในระดับ  น้อยที่สุด  (

 = 1.21)

ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

                   2.  ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  โดยการมีส่วนร่วม

ของชุมชน โดยใช้ องค์ประกอบ 8 ประการ คือ หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการดำเนินการ
 
การประเมินผล   การประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน    ประโยชน์ที่ได้รับจากการให้

ผู้เรียนเป็นผู้แสวงหา และค้นพบความรู้ด้วยตนเอง   คุณค่าและประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียนและผู้สอน

จากนั้นตรวจสอบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

ที่สร้างขึ้น คือ   โดยใช้ ผู้เชี่ยวชาญ   จำนวน  5  คน  พบว่า  ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่ารูปแบบการจัด

การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น     โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน   ที่สร้างขึ้นมีความเหมาะสม

ทุกด้านในระดับ  มากที่สุด

                    3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน  กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ   สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด  จังหวัดร้อยเอ็ด  พบว่า  นักเรียนมีความพึงพอใจโดยภาพรวม  อยู่ในระดับ มากที่สุด

                   4.
ผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน  พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน
มีความเห็นสอดคล้องกันว่า 
รูปแบบการจัด
การเรียนรู้
ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนที่สร้างขึ้น
พบว่า
มีความเหมาะสม

ความเป็นไปได้  ความถูกต้องครอบคลุม  และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 133 คน กำลังออนไลน์