การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องโลกและการเปลี่ยนแปลงโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนด้วยเทคนิคการสอนสืบเสาะหา

ชื่อผลงาน           การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องโลกและการเปลี่ยนแปลงโดยใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนด้วยเทคนิคการสอนสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 5 ขั้น (5E) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้รายงาน              นางนันทนัช  หวังกลุ่มกลาง

หน่วยงาน            โรงเรียนโตนดพิทยาคม  อำเภอโนนสูง 

                                องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา 

ปีการศึกษา           2552

  บทคัดย่อ                    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  4 ประการ คือ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนด้วยเทคนิคการสอนสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Inquiry  Approach)   5 ขั้น(5E) วิชา วิทยาศาสตร์ เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  จำนวน7  ชุด  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/80  2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนฯ  3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน  เมื่อใช้ชุดการสอนฯ   และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้ชุดการสอนฯ  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2/1  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2552  จำนวน  37 คน โรงเรียนโตนดพิทยาคม  ตำบลโตนด   อำเภอโนนสูง  จังหวัดนครราชสีมา  ได้มาโดยวิธีสุ่มแบบเป็นกลุ่ม (Cluster  Random  Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาครั้งนี้ประกอบด้วย  1) ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนด้วยเทคนิคการสอนสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์  5  ขั้น (5E)  จำนวน   7  ชุด  2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการสอนสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์  5  ขั้น  (5E)  จำนวน  7  แผน  ใช้เวลาสอน  15  ชั่วโมง  3)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง  โลกและการเปลี่ยนแปลง  วิชาวิทยาศาสตร์     จำนวน  40  ข้อ  และ  4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนด้วยเทคนิคการสอนสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์  จำนวน  21  ข้อ( 5 ด้าน) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  การทดสอบค่าที (t-test)     

ผลการศึกษาพบว่า

1. ชุดการสอนแบบศูนย์การเรียนด้วยเทคนิคการสอนสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์          5  ขั้น  (5E) วิชาวิทยาศาสตร์  เรื่องโลกและการเปลี่ยนแปลง  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  จำนวน  7  ชุด  มีประสิทธิภาพ  88.07/82.36  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

2.             ดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนฯ  มีค่าเท่ากับ  0.70  คิดเป็นร้อยละ 70

3.             ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ที่ระดับ  .01

4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้ชุดการสอนฯ  โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 32 คน กำลังออนไลน์