การพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน

การพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ดThe Development of Academic Management Model of Project-Based Learning Activities Arrangement for Developing inTeacher Model to Pupil Learners, Watboorapa Municipal School,Roi-Et Provinceนางจารุณี  เพียรคำ*บทคัดย่อ                    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน  โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด  2) ออกแบบและพัฒนารูปแบบการบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน  3) การทดลองใช้รูปแบบการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน  และ 4) ประเมินความพึงพอใจของครูและนักเรียนที่มีต่อรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ครูจำนวน  16  คน และนักเรียน จำนวน 304  คน  สุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ แบบประเมินทักษะ  แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของครู และการสนทนากลุ่ม  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ทดสอบที  แบบไม่อิสระ และการวิเคราะห์เนื้อหา                    ผลการวิจัย พบว่า                    1. การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน  โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด ปรากฏว่า ครูมีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของตนเองให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น                    2.  การออกแบบและพัฒนารูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน  โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม จังหวัดร้อยเอ็ด รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า BOORAPA Model นำไปดำเนินการพัฒนาครูโดยการจัดประชุม     เชิงปฏิบัติการและการนิเทศภายใน ปรากฏว่า มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ ครูมีความรู้ ความเข้าใจ   ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53, S.D. = 0.61)                    3.  การทดลองใช้รูปแบบรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียนได้มีการนำรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ และการนิเทศภายในไปใช้ในการดำเนินงานให้แก่ครูและนักเรียน ผลการทดลองใช้อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.56, S.D. = 0.64) และผลการเปรียบเทียบการทดลองก่อน-หลังการประชุมเชิงปฏิบัติการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01                    4.  การประเมินความพึงพอใจและปรับปรุงแก้ไขรูปแบบรูปแบบบริหารวิชาการด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานเพื่อพัฒนาครูต้นแบบสู่ผู้เรียน ปรากฏว่าครูและนักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 4.10, S.D. = 0.29) Abstract                  This research was aimed to 1) study the basic data necessary for using in the development of academic management model 2) design and develop the model 3) try out the model in the target group  4) evaluate the satisfaction of users toward the model and improve it to use in real practices. The studied groups were fourteen teachers and one hundred sixty five pupils and all of them were simply random sampled into this study. The research instruments employed here were interviewing questionnaire,from test skill test and test of satisfaction users toward the model in additional to focus group discussion. The collected data was analyzed and presented in percentage, mean, standard deviation, statistical outcomes of dependent-t-test and its content analysis. It was demonstrated as follow: -From the basic data gathered here it was found that the teachers wanted to develop themselves with the project-based learning activities arrangement and this was expected to improve and develop their own academic management better. -In the development of academic management model, BOORAPA Model was constructed and test of its primary feasibility in the academic conference and the internal seminar among teachers it was revealed that the model had its probability and appropriateness of usage. The teachers knew and understood in the learning activities arrangement at the highest level ( = 4.53, S.D. = 0.61).   -To try out the model with the targeted groups, the results of experiments were shown at the highest level ( = 4.56, S.D. = 0.64) and the pre-post test results yielded its significant different outcomes at P ≤ 0.01.  -The targeted groups also had their satisfaction toward the model at high level ( = 4.10, S.D. = 0.29).

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์