น้ำหมักชีวภาพ และ คุณประโยชน์

น้ำหมักชีวภาพ และ คุณประโยชน์

จุลินทรียเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมาก อาจพบเกือบทุกหนทุกแห่งในธรรมชาติในอากาศที่ หายใจเข้าไป
ในอาหารที่เรากิน ที่ผิวหนังของรางกาย ในทางเดินอาหาร ในปากจมูกหรือชองเปดต่างๆ 
ของรางกาย
แตยังเป็นความโชคดีของเราเพราะจุลินทรียสวนใหญมีคุณประโยชนตอสรรพสิ่งมีชีวิตทั้ง
มวลในโลก
ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม จุลินทรียเป็นตัวการทำให้ เกิดกระบวนการหมัก
ผล ผลิตที่ได้

จากการหมักนั้น
ในที่นี้ เรียกว่า "น้ำหมักชีวภาพ"

น้ำหมักชีวภาพ
คือ การนำเอาพืช ผักผลไม สัตว์ชนิด ต่างๆ มาหมักกับน้ำตาลทำให้เกิดจุลินทรีย 
ทั้งที่เป็น
ประโยชน์ จํานวนมากซึ่งจุลินทรียเหล่านี้ จะไปช่วยสลาย ธาตุอาหารต่างๆ
ที่อยู่ในพืช มีคุณค่า 
ในแง่ธาตุอาหารพืช
เมื่อถูกย่อยสลายโดยกระบวนการ ย่อยสลาย ของแบคทีเรีย หรือ จุลินทรียสารต่างๆ 
จะถูกปลดปล่อยออกมา
เช่นโปรตีน กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ ธุาตอาหารหลัก ธุาตอาหารรอง จุลธาตุ

ฮอรโมนเร่งการเจริญเติบโต
เอนไซมวิตามิน ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

น้ำหมัก
มี
3 ประเภท คือ

1. น้ำหมักชีวภาพ จากพืชสด สีเขียว (น้ำแม่)

2. น้ำหมัก จาก ผลไม้สุก (น้ำพ่อ)

3. สารขับไล่แมลง (ทำจากสมุนไพร)

น้ำหมักชีวภาพ
มี  
2 ประเภท คือ

1. น้ำหมัก ชีวภาพจากพืช ทำโดยการนำเศษพืชสดมาผสมกับน้ำตาลทรายแดง
หรือกากน้ำตาล
 

อัตราส่วน
กากน้ำตาล
1 ส่วน พืชผัก 3 ส่วน หมักรวมกันในถังปิดฝา
หมักทิ้งไว้ประมาณ
3-7 วัน เราจะ

ได้ของเหลวข้น
ๆ สีน้ำตาล ซึ่งเราเรียกว่า น้ำหมัก ชีวภาพ

2. น้ำหมักชีวภาพจากสัตว์ มีขั้นตอนทำคล้ายกับน้ำหมักจากพืช
แตกต่างกันตรงวัตถุดิบจากสัตว์ เช่น
 

หัวปลา
ก้างปลา หอยเชอรี่
 เป็นต้น

 วิธีทำน้ำหมักเอนไซม์จากผลไม้

น้ำหมักมะเฟือง
ขั้นแรกเตรียมผลมะเฟืองแก่จนถึงสุก
3 กิโลกรัม
หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ รูปดาวห้าแฉก


ใส่ลงในถังหมัก (ควรใช้ถังสีขาวขุ่นต้องมีฝาที่ปิดได้สนิทอากาศสามารถลอดเข้าออกได้) 
แล้วเติมน้ำตาลอ้อยป่นสีแดง  1  กก.
ลงไปผสมคลุกเคล้ากันพร้อมกับปิดฝาหมักไว้
  15  วัน 
ในระหว่าง  1  -  15  วันนี้พยายามเขย่าถังให้มะเฟืองได้พลิกไปมาสัก 
2  -  3  ครั้งโดยไม่ต้องเปิดฝา  หลังจากครบ  15  วันให้เติมน้ำบริสุทธิ์(น้ำดื่มห้ามใช้น้ำประปา)จำนวน    8  ลิตร ทิ้งไว้  2  เดือนครึ่ง ถึง 
สามเดือน จนกว่าผลมะเฟืองจมลงก้นถังก็จะได้น้ำหัวเชื้อเอนไซม์มาใช้


ห้วง  
1 -  1.5 เดือน

ถ้าใช้น้ำตาลทรายขาวหรือน้ำตาลทรายแดงอาจเกิดเชื้อจุลินทรีย์สีขาวก็ยังใช้ได้ยกเว้นสีดำและเกิดเมทิลแอลกอฮอลล์จะใช้ไม่ได้ ใช้น้ำตาลอ้อยป่นสีแดงดีที่สุดเพราะจะได้กลิ่นหอมและไม่เกิดเมทิลแอลกอฮอลล์


น้ำหมักเอนไซม์มะเฟืองอายุ  1.5  เดือน ใช้น้ำตาลอ้อยป่นผงสีแดงจะสังเกตว่ามะเฟืองจะมีสีน้ำตาลลอยขึ้นมาให้ใช้ขันน้ำพลาสติกคนไปมาแล้วปิดฝาไว้ดังเดิม


น้ำหมักเอนไซม์มะเฟืองอายุ  2  เดือน  จะสังเกตได้ว่าผลมะเฟืองเริ่มจมลง


น้ำหมักเอนไซม์อายุ  3  เดือนกรองเอาน้ำใส ๆ
ที่ลอยอยู่ข้างบนด้วยผ้าขาวบางใสขวดพลาสติกเรียกว่าหัวเชื้อ
  สำหรับเนื้อมะเฟืองที่อยู่ก้นถังกับน้ำขุ่น ๆ  ให้เติมน้ำตาลอ้อยป่นไปอีก 
กก.  หมักไว้ 
เดือนก็จะได้หัวเชื้อเพิ่มขึ้นอีก
ทำอย่างนี้ไปเรื่อยจนกว่ามะเฟืองจะถูกย่อยสลายหมด

วิธีใช้น้ำหมักเอนไซม์สำหรับอาบน้ำมี  2  แบบ
1.  ใช้หัวเชื้อมะเฟืองอายุ  3  เดือน  -  1  ปี     
ส่วน  ผสมกับน้ำดื่ม 
20  -  30  ส่วนเพื่อให้เจือจาง(ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละบุคคล)  ข้อดีแบบนี้คือจะมีกลิ่นหอมมะเฟืองค้างอยู่
2.  ใช้หัวเชื้อมะเฟืองอายุ  3  เดือน  -  1  ปี  นำไปขยายเพื่อให้เจือจางเหมาะกับการใช้พอดีอัตราส่วน   หัวเชื้อ  1.5  ลิตร  + 
น้ำตาลอ้อยป่นสีแดง  1.5  กก. 
น้ำดื่ม  15  ลิตร 
หมักในถังปากแคบ เช่นถังน้ำดื่มทั่วไปสีขาวขุ่นจะคิดเป็นปริมาตร
18 ลิตร ก็จะใช้หัวเชื้อ 1.5 ลิตร
น้ำตาลอ้อยป่น
1.5 กก. เติมน้ำให้ได้ 15 ลิตร ปิดฝาถังหลวม ๆ  เพื่อให้ฟองอากาศได้ระบายออกไป เป็นระยะเวลา  3  เดือน  กรองด้วยผ้าขาวบางก็จะได้น้ำเอนไซม์สำหรับอาบแบบสมบูรณ์
อย่าลืมทำให้เจือจางโดยผสมน้ำอีก
20 - 30 ส่วนเหมือนข้อ 1
ก่อนนำไปใช้อาบน้ำนะครับ

หมายเหตุ
ในทำน้ำหมักบางครั้งความเข้มข้นของกรดอ่อนที่ได้นั้นไม่เท่ากันทุกครั้ง
อาจเนื่องจากการใส่น้ำตาล และน้ำไม่เป็นไปตามสูตร
ทำให้เมื่อนำมาใช้อาจเกิดอาการแพ้อันเนื่องจากความเข้มข้นมากไป
ในน้ำหมักมะเฟืองสูตรอาบนี้บางคนเขาใช้แค่
2 - 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ขันใหญ่ ๆ
แล้วนำมาถูตัวก็ใช้ได้แล้ว บางคนชอบเข้มข้นเพราะว่าผิวจะเนียนได้เร็ว
 ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนต้องหาจุดความเข้มข้นที่เหมาะสำหรับตัวเองด้วยการลองนำน้ำหมักที่ผสมแล้วมาลูบที่ใบหน้าถูไปมาแล้วลองลืมตาดูหากรู้สึกแสบ
ๆ ก็แสดงว่าความเข้มข้นยังมากไป
ให้เติมน้ำดื่มผสมลงไปอีกจนสามารถลืมตาได้ในตอนอาบน้ำ
 แล้วจดจำสูตรไว้ให้ดีในการผสมใช้ในครั้งต่อ
ๆ ไป
หรือมีอีกวิธีหนึ่งคือไปซื้อแผ่นวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างมาวัดแล้วจดค่าไว้ก็อาจทำได้ดีกว่า


ในห้วง 
3  -  20  วันของการขยายจะเห็นฟองอากาศลอยขึ้นมามากมาย ในรูปนี้ใช้ถังพลาสติกใสผลการหมักจะได้เมทิลแอลกอฮอลล์แถมมาด้วยก็ไม่สามารถนำไปดื่มกินใช้ได้เพียงการอาบน้ำถูพื้นล้างจานเท่านั้น
3.  ใช้น้ำเอนไซม์ที่ทำไว้ในข้อ  1.  และ  2.  ชโลมตัวก่อนอาบน้ำให้ทั่วตัว
พร้อม ๆ กับการขัดขี้ไคลที่ติดอยู่ทุกซอกทุกมุมของร่างกายประมาณ
 
3  -  5  นาที  หลังจากนั้นอาบน้ำล้างตัวด้วยสบู่ตามปกติ
หรือไม่ใช้สบู่ก็ได้
   
4.  ผลของการใช้น้ำหมักเอนไซม์มะเฟืองอาบน้ำล้างหน้า 
จะทำให้โอกาสที่จะเป็นโรคตาแดง   โรคหวัดน้อยลงเพราะว่าเชื้อโรคต่าง
ๆ ถูกล้างออกไป
  และผิวหนังทั่วร่างกายจะคืนสภาพความเป็นหนุ่มสาวให้ยาวนาน 
อีกทั้งยังขจัดโรคมะเร็งผิวหนัง การตกกระ กลากเกลื้อนให้หมดไป 
นอกจากนั้นน้ำหมักมะเฟืองยังสามารถขัดถูกระจก
กระเบื้องโมเสทให้มันวาวได้ด้วย


น้ำหมักเอนไซม์ลูกยอสำหรับดื่มกิน   วิธีทำเช่นเดียวกับมะเฟือง หากดื่มปริมาณมากไปก็จะมีผลเสียต่อไต
และกลับทำให้การถ่ายลำบากขึ้นควรระวัง
 วิธีกินที่ถูกต้องควรใช้แบบขยายเท่านั้นเพราะว่าจะทำให้เจือจางลงไป


น้ำหมักเอนไซม์ลูกหว้าสำหรับดื่มกิน   วิธีทำเช่นเดียวกับมะเฟือง
เพียงแต่การหมักลูกหว้านั้นจะมีปัญหานิดหน่อยในช่วงต้น ๆ
  1 
-  2  เดือน ลองชิมดูหากเกิด 
แอลกอฮอลไม่มีรสเปรี้ยวรสชาดคล้าย ๆ ไวน์ ให้เติมน้ำตาลไปอีก 
กก.  แล้วทำการหมักต่ออีก 
เดือนก็จะได้หัวเชื้อมาไว้ใช้ แล้วทำการขยายไปอีก 3 เดือนก็จะได้น้ำหมักลูกหว้าหัวเชื้อมาใช้


การทำน้ำหมักเอนไซม์มะกรูด  ใช้สูตรเดียวกันกับมะเฟืองเพียงแต่ไม่ต้องผ่าผลมะกรูดใส่ลงไปทั้งลูกได้เลย  
พอครบ  15  วันให้แบ่งบางส่วนมาทำยาแก้ไอสูตรเข้มข้น(ไม่ต้องเติมน้ำ)  ที่เหลือให้เติมน้ำไปตามอัตราส่วน 
ครบ  3  เดือนก็จะได้หัวเชื้อน้ำเอนไซม์สูตรมะกรูดมาใช้สำหรับล้างถ้วยชาม


น้ำหมักเอนไซม์มะกรูดสูตรเข้มข้น  ใช้จิบเป็นยาแก้ไอแก้ไข้


น้ำหมักเอนไซม์สับปะรด  ใช้ขัดห้องน้ำถูพื้นล้างจาน


น้ำหมักเอนไซม์กระชาย  ใช้ผสมกับน้ำเอนไซม์อื่น ๆ เพื่อปรุงรสดื่มกิน


น้ำหมักเอนไซม์มังคุด  ใช้ขัดถู รอยกระด่างดำ มะเร็งผิวหนัง


น้ำหมักเอนไซม์ข้าวกล้อง  ผสมกับน้ำเอนไซม์มะกรูดเอาไว้สระผม


น้ำหมักเอนไซม์ดอกอัญชัน  ผสมกับน้ำเอนไซม์มะกรูดเอาไว้สระผม


น้ำหมักเอนไซม์ว่านหางจระเข้  ผสมกับน้ำเอนไซม์มะเฟืองเอาไว้ล้างหน้า
และผสมกับน้ำเอนไซม์อื่นสำหรับดื่มกินได้ด้วย


น้ำหมักเอนไซม์มะขามป้อม
ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน


น้ำหมักเอนไซม์สมอ
ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน


น้ำหมักเอนไซม์มะเดื่อ
ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน


น้ำหมักเอนไซม์ลูกหม่อน
ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน


น้ำหมักเอนไซม์กระชายดำ
ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน


น้ำหมักเอนไซม์กระเจี๊ยบแดง
ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน


น้ำหมักเอนไซม์มะขาม ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น
ๆ สำหรับดื่มกิน และ ผสมกับน้ำหมักมะเฟืองเอาไว้อาบ


การผลิตวุ้นน้ำหมักมะเฟือง ใช้สำเป็นเป็นเครื่องสำอางทาบริเวณใบหน้าจะรักษาสิวได้ดีทำให้หน้านุ่มเนียน
เริ่มจากนำน้ำหมักมะเฟืองหัวเชื้อมาใส่ลงในภาชนะพลาสติกใสแล้วเก็บไว้ในที่ร่มไม่ให้ถูกแดด
ในระยะแรกจะเกิดเชื้อจุลินทรีย์ที่มีสีขาวบริเวณผิวบนของน้ำหมักมะเฟือง


ต่อมาประมาณ 2 เดือนก็จะเกิดเป็นวุ้นลอยขึ้นมา


วุ้นน้ำหมักมะเฟือง


พอได้วุ้นน้ำหมักมะเฟืองประมาณครึ่งแก้วหลังจากนั้นให้เติมน้ำมะเฟืองหัวเชื้อลงไปให้เต็มแก้ว
แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำสะอาดอีก
15 ส่วนใช้ทาบริเวณใบหน้าก่อนอาบน้ำประมาณ 3 - 5 นาที
หลังจากนั้นก็อาบน้ำตามปกติ จะทำให้ใบหน้านุ่มเนียนขึ้นสิวฝ้าหมดไป
ท่านก็จะได้คอลลาเจนจากผลไม้ไปใช้แบบธรรมชาติไม่ต้องจ้องพึ่งสารเคมีอย่างเดียว

ประโยชนของน้ำหมักชีวภาพ 

ดานการเกษตร 

1. ชวยปรับสภาพความเปนกรด - ดางในดินและน้ำ 

2. ชวยปรับสภาพโครงสรางของดินใหรวนซุยอุมน้ำและอากาศไดดียิ่งขึ้น 

3. ชวยยอยสลายอินทรียวัตถุในดินใหเปนธาตุอาหารแกพืชพืชสามารถดูดซึมไปใชไดเลยโดยไม่ต้อง 

ใชพลังงานมากเหมือนการใชปุยวิทยาศาสตร 

4. ชวยเรงการเจริญเติบโตของพืชใหสมบูรณแข็งแรงตามธรรมชาติ
ตานทานโรคและแมลง
 

5. ชวยสรางฮอรโมนพืช ทําใหผลผลิตสูงและคุณภาพของผลผลิตดีขึ้น 

6. ชวยใหผลผลิตคงทนเก็บรักษาไวไดนาน  

 

ดานปศุสัตว 

1. ชวยกําจัดกลิ่นเหม็นจากฟารมสัตวไกสุกรไดภายใน 24 ชม. 

2. ชวยกําจัดน้ำเสียจากฟารมไดภายใน 1 - 2 สัปดาห 

3. ชวยปองกันโรคอหิวาหและโรคระบาดตางๆในสัตวแทนยาปฏิชีวนะและอื่นๆได้

4. ชวยกําจัดแมลงวันดวยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวันไมใหเขาดักแดเกิดเปนตัวแมลงวัน 

5. ชวยเสริมสุขภาพสัตวเลี้ยงใหแข็งแรงมีความตานทานโรคใหผลผลิตสูงและอัตราการรอดสูง 

 

ดานการประมง 

1. ชวยควบคุมคุณภาพน้ำในบอเลี้ยงสัตวน้ำได 

2. ชวยแกปญหาโรคพยาธิในน้ำซึ่งเปนอันตรายตอสัตว์น้ำ 

3. ชวยรักษาโรคแผลตางๆในปลากบจระเข ฯลฯได 

4. ชวยลดปริมาณขี้เลนในบ่อและไมเนาเหม็น สามารถนําไปผสมเปนปุยหมักกับพืชต่างๆได้ดี

 

ดานสิ่งแวดลอม 

1. ชวยบําบัดน้ำเสียจากการเกษตรปศุสัตวการประมงโรงงานอุตสาหกรรมชุมชนและสถาน ประกอบการทั่วไป 

2. ชวยกําจัดกลิ่นเหม็นจากกองขยะการเลี้ยงสัตวโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนตางๆ 

3. ปรับสภาพของเสีย เชนเศษอาหารจากครัวเรือนใหเปนประโยชนตอการเลี้ยงสัตวและการเพาะปลูกพืช 

4. กําจัดขยะดวยการยอยสลายใหมีจํานวนลดนอยลงสามารถนําไปใชประโยชน์ได 

5. ชวยปรับสภาพอากาศที่เสียใหสดชื่น และมีสภาพดีขึ้น 

 

 

ได้ความรู้เยอะเลย

ได้ประโยชน์มากเลย

ได้รู้ถึงวิธีทำน้ำหมักจากผลไม้

งานเจ๋งอ่ะ

น้ำหมักชีวภาพ และ คุณประโยชน์

น้ำหมักชีวภาพ
มี  
ประเภท คือ

1. น้ำหมัก ชีวภาพจากพืช ทำโดยการนำเศษพืชสดมาผสมกับน้ำตาลทรายแดง
หรือกากน้ำตาล
 

อัตราส่วน
กากน้ำตาล 
ส่วน พืชผัก ส่วน หมักรวมกันในถังปิดฝา
หมักทิ้งไว้ประมาณ 
3-7 วัน เราจะ

ได้ของเหลวข้น
ๆ สีน้ำตาล ซึ่งเราเรียกว่า น้ำหมัก ชีวภาพ

2. น้ำหมักชีวภาพจากสัตว์ มีขั้นตอนทำคล้ายกับน้ำหมักจากพืช

แตกต่างกันตรงวัตถุดิบจากสัตว์ เช่น หัวปลา

ก้างปลา หอยเชอรี่ เป็นต้น 

น้ำหมักมีประโยชน์เยอะมาก

วิธีใช้น้ำหมักเอนไซม์สำหรับอาบน้ำมี 2 แบบ
1. ใช้หัวเชื้อมะเฟืองอายุ 3 เดือน - 1 ปี
1 ส่วน ผสมกับน้ำดื่ม
20 - 30 ส่วนเพื่อให้เจือจาง(ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละบุคคล) ข้อดีแบบนี้คือจะมีกลิ่นหอมมะเฟืองค้างอยู่
2. ใช้หัวเชื้อมะเฟืองอายุ 3 เดือน - 1 ปี นำไปขยายเพื่อให้เจือจางเหมาะกับการใช้พอดีอัตราส่วน หัวเชื้อ 1.5 ลิตร +
น้ำตาลอ้อยป่นสีแดง 1.5 กก.
+ น้ำดื่ม 15 ลิตร
หมักในถังปากแคบ
เช่นถังน้ำดื่มทั่วไปสีขาวขุ่นจะคิดเป็นปริมาตร
18 ลิตร ก็จะใช้หัวเชื้อ 1.5
ลิตร
น้ำตาลอ้อยป่น
1.5 กก. เติมน้ำให้ได้ 15 ลิตร ปิดฝาถังหลวม ๆ เพื่อให้ฟองอากาศได้ระบายออกไป เป็นระยะเวลา 3 เดือน
กรองด้วยผ้าขาวบางก็จะได้น้ำเอนไซม์สำหรับอาบแบบสมบูรณ์
อย่าลืมทำให้เจือจางโดยผสมน้ำอีก
20 - 30 ส่วนเหมือนข้อ 1
ก่อนนำไปใช้อาบน้ำ

น้ำหมักมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด

น้ำหมักมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด

เนื้อหาเยอะดีได้ใจความ

ผลประโยชน์โดยตรงของน้ำหมักคืออะไรครับ?

ได้รู้เรื่องมากมาย น่าทดลองทำ

Kiss

ทำให้ รู้น้ำหมักมะกรูดนำไปสระผมได้

ได้นู้เกี่ยวกับการทำน้ำหมักคุณประโยชน์วิธีการทำสามารถใช้อะไรทำได้บ้างและแต่ละอย่างมีประโยชน์อย่างไร 

ทำให้รู้ว่าน้ำหมักช่วยได้หลายอย่าง และมีประโยชน์มาก เช่น ด้านการเกษตร ด้านประมง เป็นต้น

น้ำหมักชีวภาพ

ทำจากซากพืช ซากสัตว์ ที่ไม่ใช่แล้วนำมาหมักประสมกับน้ำตาล

สามารถนำน้ำหมักไปใช่ประโยชน์ได้มากมาย

ทั้งนำมาเป็นปุ๋ยได้และนำมาบำบัดน้ำได้ด้วย 

ทำให้รู้ว่าน้ำหมักชีวภาพมีกี่ประเภท เช่น

  น้ำหมัก

มี ประเภท คือ

1. น้ำหมักชีวภาพ จากพืชสด สีเขียว (น้ำแม่)

2. น้ำหมัก จาก ผลไม้สุก (น้ำพ่อ)

3. สารขับไล่แมลง (ทำจากสมุนไพร)

  เป็นต้น
 

ทำให้รู้ว่าน้ำหมักชีวภาพมีกี่ประเภท เช่น

  น้ำหมัก

มี ประเภท คือ

1. น้ำหมักชีวภาพ จากพืชสด สีเขียว (น้ำแม่)

2. น้ำหมัก จาก ผลไม้สุก (น้ำพ่อ)

3. สารขับไล่แมลง (ทำจากสมุนไพร)

  เป็นต้น
 

ทำให้รู้จักวิธีการทำ น้ำหมัก

ทำให้รู้จักวิธีการทำ น้ำหมัก

เมื่ออ่านแล้ว ทำให้ทราบว่าน้ำหมักชีวภาพนั้นมีคุณประโยชน์ในด้านใดบ้าง

และมีขั้นตอนและวิธีการทำอย่างไรบ้าง

ทำให้รู้ว่า สามารถ นำน้ำหมักเอนไซม์ดอกอัญชัน  ผสมกับน้ำเอนไซม์มะกรูดเอาไว้สระผมได้

ทำให้ ได้รู้ประโยชน์ ของน้ำหมักชีวภาพ 

ทำให้รู้ ส่วนผสม ของ น้ำหมัก
มี 
ประเภท คือ

1. น้ำหมักชีวภาพ จากพืชสด สีเขียว (น้ำแม่)

2. น้ำหมัก จาก ผลไม้สุก (น้ำพ่อ)

3. สารขับไล่แมลง (ทำจากสมุนไพร)

ได้รู้ว่า น้ำหมักเอนไซม์มะขามป้อม
ใช้ผสมกับน้ำหมักเอนไซม์อื่น ๆ สำหรับดื่มกิน มี สรรพคุณ ช่วยให้ ชุ่มคอ 

ทำให้ทราบว่า น้ำหมักเอนไซม์ว่านหางจระเข้  สามารถนำมาผสมกับน้ำเอนไซม์มะเฟืองเอาไว้ล้างหน้า
และผสมกับน้ำเอนไซม์อื่นสำหรับดื่มกินได้ด้วย 
Laughing

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 2 คน และ ผู้เยี่ยมชม 56 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • delorisjunkinsmxilfm
  • simacollingspitqcn