เผยแพร่ผลงานวิชาการ (เปรียบเทียบวิธีสอน Constructivist กับ Polya) โดย อ.จรัลรัตน์ ใจขาน

ชื่อเรื่อง:   การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ วิธีสอนที่เน้นทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และวิธีการสอนปกติ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลสามเหลี่ยม



ผู้วิจัย:      นางจรัลรัตน์   ใจขาน      (โรงเรียน   โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม เทศบาลนครขอนแก่น)



ปีที่วิจัย:      2554



บทคัดย่อ



การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ วิธีสอนที่เน้นทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และวิธีการสอนปกติ และ (2) เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้วิธีสอนตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ และวิธีสอนที่เน้นทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยกำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ E1/E2 ที่ 80/80 กลุ่มเป้าหมายของการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 77 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใช้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน 27 คน เป็นกลุ่มทดลองที่เรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้วิธีสอนตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 จำนวน 25 คน เป็นกลุ่มทดลองที่เรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้วิธีสอนที่เน้นทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/3 จำนวน 25 คน เป็นกลุ่มควบคุมที่เรียนตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โดยใช้วิธีสอนตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (2) แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้วิธีสอนที่เน้นทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และ (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมุติฐานใช้ One-Way ANOVA  



ผลการวิจัยพบว่า 

นักเรียนที่เรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ และวิธีสอนที่เน้นทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ สูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่เรียนด้วยการสอนตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับ .001 โดยแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้วิธีสอนตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ และวิธีสอนที่เน้นทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ดังกล่าวมีค่าประสิทธิภาพ 82.41/82.47 และ 83.01/81.33 ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และมีดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.73 และ 0.71 ตามลำดับ



กล่าวโดยสรุป แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สาระที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ และวิธีสอนที่เน้นทักษะกระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ที่พัฒนาขึ้นนี้ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 142 คน กำลังออนไลน์