อาชีพตำรวจหญิง

 

                             นายร้อยตำรวจหญิง

ตั้งแต่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน ได้เปิดหลักสูตร “นายร้อยตำรวจหญิง” เป็นรุ่นแรกเมื่อ ปี ๒๕๕๒  มีผู้สนใจเข้าสอบถามผมเป็นจำนวนมาก  ข้อเขียนฉบับนี้จะเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่จะช่วยในการตัดสินใจสำหรับเยาวชนทั้ง ชาย และ หญิงที่กำลังจะจบการศึกษาระดับมัธยมว่าจะศึกษาต่อในทางใด  การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต  หมายถึงอนาคตของคุณที่คุณต้องเลือกเอง

โรงเรียนนายร้อยตำรวจผลิตแต่นายร้อยผู้ชายมาเป็นเวลา ๑๐๗ ปี  ปัจจุบันมีความจำเป็นต้องใช้พนักงานสอบสวนที่เป็นผู้หญิงเพื่อความเหมาะสมในการสอบสวนและปฏิบัติงานในคดีบางประเภท  สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้วิธีเปิดรับสมัครสุภาพสตรีที่จบการศึกษาปริญญากฎหมาย นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ เข้ารับการอบรมเป็นเวลา ๖ เดือนแล้วบรรจุเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร ยศร้อยตำรวจตรีหญิง  การใช้เวลาอบรมด้านวิชาการตำรวจ  การสืบสวน สอบสวน  รวมทั้งเทคนิค ความรู้ ทักษะเฉพาะด้านที่จะต้องใช้ในหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เช่น การต่อสู้ป้องกันตัว  การใช้อาวุธปืน  การตรวจค้น จับกุม  การตรวจสถานที่เกิดเหตุ  การตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  บุคลิกภาพ  ความอดทน  วิชาทหาร  จริยธรรม  ฯลฯ  การใช้เวลาเพียงแค่ ๖ เดือนไม่เพียงพอ  สภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ( ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นนายกสภาฯ  พล.ต.ท.อมรินทร์ อัครวงษ์ เป็นผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ )  จึงขออนุมัติเปิดหลักสูตร “นายร้อยตำรวจหญิง” เป็นครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา ๒๕๕๒ จำนวน ๗๐ คน (จากบุคคลทั่วไป ๖๐ จากตำรวจหญิง ๑๐)

๑ ปีผ่านไป  ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี  โรงเรียนนายร้อยตำรวจโดยความเห็นชอบของสภาการศึกษา ฯได้เสนอขออนุมัติผลิต “นายร้อยตำรวจหญิง” อีกเป็นโครงการต่อเนื่อง ๒๐ ปี ๆละ ๗๐ คน (๖๐+๑๐) ต่อ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ทั้งนี้เพื่อให้มีนายตำรวจหญิงที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจไปประจำอยู่ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ถ้าหากโครงการนี้ได้รับความเห็นชอบ ในเดือนมกราคม ๒๕๕๓ ก็คงจะมีข่าวการเปิดรับสมัคร

การเข้าเรียนในโรงเรียนเครื่องแบบไม่ใช่ของง่าย ๆ หรือของหมูๆ  ใช่ว่าเมื่อสอบเข้าไปได้แล้วก็จะเรียนจบ  มีคนที่ต้องลาออก,  ถูกให้ออกกลางคันก็มี  อย่างนายร้อยตำรวจหญิงรุ่นแรกนี่ก็ลาออกไป ๒ คน แต่เป็นการออกในช่วงที่สมารถเรียกผู้ที่มีชื่อสำรองเข้าเรียนแทนได้ทัน  อะไรคือเหตุผลที่ต้องลาออก  ทำไมต้องออกเพราะการเข้าก็แสนจะยาก  อาจเป็นเพราะ  ๑.  หนทางที่จะไปสู่ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ๆเหมือนอย่างที่คิดไว้  ๒. มีทางเลือกอื่นที่น่าจะดีกว่า  ทั้งหมดนี้ก็คือ การขาดข้อมูล  ไม่รู้ตัวเอง  ไม่รู้สิ่งที่จะต้องไปเจอข้างหน้า และในอนาคต  ข้อมูลต่อไปนี้จะเป็นประโยชน์ครับ

ข้อมูลที่ควรทราบเกี่ยวกับการสมัครเรียนนายร้อยตำรวจหญิง (ส่วนนายร้อยตำรวจชายเปิดรับสมัครทุกปีอยู่แล้ว  ข้อมูลหาได้ง่าย)

-          การเปิดรับสมัคร (ถ้ามี) จะอยู่ประมาณช่วงต้นเดือนมกราคมของแต่ละปี ( ติดตามข่าว หรือค้นหาจากWebsiteของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ)  ทั้งนี้จะต้องให้ได้รับอนุมัติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน (ถ้าไม่อนุมัติก็ไม่เปิด)

-          รับสมัครปีละ ๗๐ คน  จากบุคคลทั่วไป ๖๐ คน จากผู้ที่เป็นข้าราชการตำรวจอยู่แล้ว ๑๐ คน

-          วุฒิ (บุคคลทั่วไป) มัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือเทียบเท่า  (ข้าราชการตำรวจหญิง) ต้องรับราชการตำรวจมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี

-          อายุ (บุคคลทั่วไป) อายุไม่เกิน ๒๑ ปี (ข้าราชการตำรวจหญิง) อายุไม่เกิน ๒๕ ปี

-          ส่วนสูง จะต้องไม่ต่ำกว่า ๑๖๐ เซนติเมตร

-          การสอบแบ่งเป็น ๒ รอบ  รอบแรก เป็นการสอบข้อเขียน  วิชาภาษาไทย  วิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ  วิชาละ ๒๐๐ คะแนน  รอบที่สอง เป็นการสอบพลศึกษา  วิ่ง ๑,๐๐๐ เมตรใช้เวลาไม่เกิน ๗ นาที  ว่ายน้ำระยะทาง ๕๐ เมตรใช้เวลาไม่เกิน ๓ นาที  เมื่อผ่านทั้งสองรอบแล้วจะมีการสอบสัมภาษณ์เพื่อดูบุคลิกภาพ ทักษะ และตรวจโรค

-          ข้อควรทราบเกี่ยวกับการสอบ  คะแนนที่จะเป็นตัววัด หรือเรียงอันดับใครจะดีกว่าใคร อยู่ที่คะแนนการสอบข้อเขียน  คือต้องสอบข้อเขียนให้ได้คะแนนมากที่สุด  ส่วนพลศึกษาไม่มีคะแนนบวกให้  ถ้าสามารถทำได้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็ผ่านไปได้เลย  ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ถึงจะสอบข้อเขียนได้ดีเลิศอย่างไรก็ตกทันที  การสัมภาษณ์ (ดูบุคลิกลักษณะ) และการตรวจโรค ก็ไม่มีคะแนนให้  ไม่ผ่านเป็นตก  ถ้าผ่านก็ไปวัดกันที่คะแนนข้อเขียน  ฉะนั้นสำรวจตัวเองเสียก่อน  บางอย่างเป็นข้อสอบที่รู้กันอยู่แล้ว เช่น ส่วนสูงไม่ถึง  อายุเกิน  ตาเข ตาเหล่  มีลักษณะพิกลพิการจนสามารถมองเห็นได้ชัด  ตาบอดสี  มีอาการของโรคหัวใจ (ออกกำลังกายหนักๆไม่ได้)  บางอย่างตรวจดูด้วยตนเองไม่ได้ก็ไปให้แพทย์ตรวจ  ถ้าพบข้อบกพร่องและไม่สามารถแก้ไขได้ก็อย่าไปสมัครสอบให้เสียเวลา  เส้นดียังไงก็ไม่ผ่าน

-          ข้อแนะนำเกี่ยวกับพละศึกษา  สำคัญมากนะครับ  ต้องเตรียมการ หรือฝึกซ้อมไว้ก่อน  ไม่งั้นคุณลำบากแน่ๆ  ผมสงสาร  ชีวิตนักเรียนเครื่องแบบต้องใช้พละกำลังพอๆกับการใช้สมอง  นักเรียนส่วนใหญ่จะมุ่งแต่การเรียนไม่ค่อยได้เล่นกีฬา  ถ้าเป็นนักกีฬาอยู่แล้วก็คงจะสบายไประดับหนึ่ง  ถ้าคุณรักเรียนทางนี้ต้องสนใจเรื่องการออกกำลังกาย  เล่นกีฬาให้มากๆๆๆๆ  ลองวิ่งแล้วจับเวลาดู  ถ้าเวลาที่กำหนดยังวิ่งไม่ผ่านก็หนักใจ  ต้องวิ่งให้ผ่าน  วิ่งทุกวันจนเคยชิน  เพราะการใช้ชีวิตในโรงเรียนนายร้อยตำรวจทั้ง ๔ ปี จะมีการวิ่งทุกวัน  โดยเฉพาะปี ๑ การเคลื่อนที่คือการวิ่ง  ถ้าจะเดินต้องเดินเตะฉาก  รับรองเข้าไปแล้วไม่มีไขมันหน้าท้อง  เรื่องผัดหน้าทาแป้ง ทาปาก คงจะไม่มี  รองเท้าที่ใช้สำคัญมากนะครับ  ต้องให้ขนาดพอดีกับเท้าและใช้ถุงเท้าที่หนาพอสมควร  อยู่ในโรงเรียนนายร้อยใช้รองเท้าบู๊ต (บางคนเรียกไอ้โอ๊บ)  พื้นมันแข็ง หนังก็แข็ง  ถ้ารองเท้าไม่พอดี ถุงไม่พอดี วิ่งแล้วมันกัดเท้า  ผมเคยเห็นเพื่อนผมทนวิ่งทั้งๆที่รองเท้ากัด  พอหยุดวิ่งถอดรองเท้าออกมา  ผิวหนังกำพร้าไม่เหลือเลยเห็นแต่เนื้อแดงๆ  เขาทนได้ไง  ข้อแนะนำในส่วนนี้คือ ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ และให้ถึงขั้น  มิฉะนั้นคุณลำบาก  ส่วนเรื่องว่ายน้ำ เป็นเรื่องพื้นฐานที่คุณต้องว่ายน้ำเป็น  ถ้าว่ายไม่เป็นก็จงไปหัดเสีย  มีสถานที่สอนเยอะแยะไป

-          หลักสูตรการเรียนใช้เวลา ๔ ปี เช่นเดียวกันกับนายร้อยตำรวจชาย  สถานที่รับสมัครสอบ, สถานที่ศึกษา ณ ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน จังหวัดนครปฐม  สถานที่สอบแล้วแต่จะประกาศ (เมื่อปี ๒๕๕๒ สอบที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง)

-          เมื่อจบการศึกษาได้รับพระราชทานปริญญาบัตร รป.บ.(ตร.)  (มีโครงการที่จะเข้ารับพระราชทานกระบี่เช่นเดียวกับนายร้อยตำรวจชาย) ประดับยศร้อยตำรวจตรี  ส่วนจะไปประจำที่สถานีตำรวจใดนั้นเป็นเรื่องคาดเดายาก  ตามโครงการต้องการให้ไปอยู่ทุกสถานีตำรวจในประเทศไทย  เอาเป็นว่าขอให้สอบเข้าให้ได้ และเรียนให้จบเสียก่อนดีกว่า  จะไปอยู่ที่ไหนว่ากันทีหลัง

-          วิชาข้อเขียนจะเห็นว่ามีภาษาไทย  อันนี้ก็สำคัญ  การเป็นนายตำรวจงานหลักก็คือการสอบสวน  การสอบสวนต้องใช้ภาษาไทย  ฉะนั้นภาษาไทยคุณต้องดีถูกหลักภาษา  ถูกไวยากรณ์  อย่าเพี้ยน  อย่าวิบัติ  สมัยผมสอบมีการเรียงความ ย่อความภาษาไทย  ตอนแรกผมงงว่าทำไมการศึกษาระดับนี้ยังมีเรื่องเหล่านี้อยู่  พอออกมาทำงานแล้วจึงรู้  การสอบสวนก็คือการเรียงความ  การสรุปสำนวนการสอบสวนก็คือการย่อความ  สำคัญนะครับ

เมื่อเข้าไปเรียนได้แล้วจะมีเรื่องที่น่าสนใจ ตื่นเต้นตลอด  โรงเรียนนายร้อยตำรวจหลักสูตรการศึกษาทันสมัย  สภามหาวิทยาลัยให้การรับรอง  ที่นี่คุณจะพบหลายสิ่งหลายอย่างที่ในมหาวิทยาลัยทั่วๆไปไม่มี เช่น

-          เป็นการเรียนประจำที่มีการฝึกระเบียบวินัยแบบทหาร  รวมทั้งการเข้าสังคม  มารยาทต่าง ๆ เช่นการรับประทานอาหาร การดื่ม  การเดินทาง  การแต่งกาย  การพูดในโอกาสต่างๆ  การพูดต่อหน้าสาธารณะ  หลักสูตรการเป็นผู้นำ

-          วิชากฎหมายต่างๆ  วิชาการตำรวจ (ระเบียบการต่างๆ ทั้งเกี่ยวกับคดี ไม่เกี่ยวกับคดี) การชันสูตศพ  นิติเวชวิทยา (ดูการผ่าศพพิสูจน์)  วิชาการสืบสวน  สอบสวน  การทำสำนวน  ฯลฯ 

-          มีการเรียนวิชาการในห้องเรียน  ห้องLabภาษาอังกฤษ  การออกฝึกปฏิบัติในพื้นที่จริง  การจู่โจม  การจับกุม  การปิดล้อม ตรวจค้น  การฝึกวิชาทหาร  การเล่นกีฬา ฯลฯ

-          สมัยก่อนกลัวกันมากเรื่องการ “รับน้องใหม่”  เดี๋ยวนี้มีการพัฒนาปรับปรุงแล้ว  ถ้าจะมีการออกกำลังกันบ้างก็เป็นไปในลักษณะ “วิทยาศาสตร์การกีฬา”  การกลิ้งไปกับพื้นถนน  หรือคลานคืบหน้าอกไถพื้นจนหนังกำพร้าถลอกไม่มีแล้ว (การฝึกกำลังใจอย่างรุ่นผม  พาไปตอนกลางคืนดึกๆ  ปล่อยทีละคนให้เดินฝ่าความมืดเข้าไปในโกดังเก็บศพ  แล้วให้เซ็นชื่อบนกระดาษวางบนฝาโลงท่ามกลางกลิ่นเหม็นเน่า  มีตะเกียงรั้วแสงริบหรี่วางบนโลงศพ ๑ ดวง  ไม่ทราบว่ายังมีอยู่หรือเปล่า)

-          หลักสูตรการต่อสู้ป้องกันตัวเข้มข้น  มือเปล่าสู้กับมือเปล่า  มือเปล่าสู้กับอาวุธ  ทุกคนต้องผ่าน  ต้องสอบ  ยูโด  เทกวนโด้  มวยไทย

-          การใช้อาวุธปืนในลักษณะต่างๆ  ทั้งปืนสั้น  ปืนยาว

-          การขับรถ และความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์

-          โดดร่ม (ตามความสมัครใจ  คือจะไม่โดดก็ได้)

-          การไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในชนบทเพื่อสัมผัสปัญหา

-          การฝึกงานตามสถานีตำรวจ

-          ฯลฯ

อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องฝากไว้ด้วยก็คือ “อุดมการณ์” ตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมาย  เป็นผู้จัดระเบียบของสังคม  ประชาชนจะอยู่ได้อย่างสงบสุขตำรวจต้องคุ้มครองและให้ความเป็นธรรม  ดังนั้นผู้ที่จะมาเป็นตำรวจจะต้องเป็นบุคคลที่มีจิตใจเป็นธรรม  รักความยุติธรรม  รับฟังเหตุผล  ไม่หูเบาหรือเชื่อข้อมูลเพียงด้านเดียว  ทุกอย่างมีความเป็นไปได้เสมอ  มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง  มีความอ่อนโยน สุภาพ  ไม่เลือกปฏิบัติ  ไม่เห็นแก่อามิจสินจ้าง  เป็นที่พึ่งได้ของประชาชน  ถ้าผิดไปจากนี้ก็อย่าไปเป็นเลยครับ. 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 83 คน กำลังออนไลน์