โครงการจุฬาฯ วิชาการ’ 55

รูปภาพของ supatkul

 

โครงการจุฬาฯ วิชาการ’ 55
“เสาหลักแห่งปัญญา สืบราชมรรคาพัฒนาแผ่นดิน”
(“Pillar of Wisdom - Developing the Country in the Footsteps of His Majesty the King”)

www.chulavichakarn2555.com , http://www.facebook.com/Chulavichakarn55

ความเป็นมา 

          ในระยะแรกก่อนที่มหาวิทยาลัยจะกำหนดให้มีการจัดงานจุฬาฯ วิชาการ การเผยแพร่ผลงานด้านวิชาการของคณาจารย์และนิสิตดำเนินการโดยแต่ละคณะจัดงานด้านวิชาการของตนเอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 สโมสรนิสิตจุฬาฯ ได้พิจารณาเห็นว่าควรจัดงานร่วมกันให้เป็นงานในระดับมหาวิทยาลัย จึงได้ร่วมมือกับคณะกรรมการนิสิตทุกคณะจัดงานนี้ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 ภายใต้หัวข้อ "การรณรงค์ความเป็นไทย" และกำหนดจัดงานทุกๆ 3 ปี การจัดงานครั้งที่ 1-5 (พ.ศ. 2515, 2518, 2521, 2524 และ 2527) ได้รับงบประมาณจากการจัดหารายได้และงบประมาณของสโมสรนิสิตจุฬาฯ  แต่หลังจากนั้นได้ประสบปัญหาด้านงบประมาณและรูปแบบการจัดงานซึ่งเหมือนการแสดงสินค้ามากเกินไป ยังผลให้งานเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้อยคุณค่าลง  ดังนั้นในการจัดงานครั้งที่ 6 (พ.ศ. 2530) เป็นต้นมาจึงเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย คณะ และสโมสรนิสิต โดยสโมสรนิสิตเป็นฝ่ายรับผิดชอบและเป็นแกนนำในการเสนอโครงการผ่านความเห็นชอบของคณะก่อนที่จะนำเสนอมหาวิทยาลัย มีหลักการในการพิจารณาว่าการจัดงานจุฬาฯ วิชาการจะต้องกำหนดหัวข้อที่ชัดเจน และให้แต่ละคณะจัดคณาจารย์เพื่อให้คำปรึกษาด้านเนื้อหาโครงการที่จะนำเสนอ ส่วนมหาวิทยาลัยและคณะจะพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ ของนิสิต รวมถึงงบประมาณของสโมสรนิสิตด้วย ในการจัดงานจุฬาฯ วิชาการครั้งที่ 6 พ.ศ. 2530 นั้นเป็นวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบ และครบวาระ 70 ปี ในการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจึงได้ให้ความสำคัญกับการจัดงานในครั้งนั้น เพื่อเป็นโอกาสที่จะได้นำความรู้ใหม่ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างความก้าวหน้าหรือแก้ไขปัญหาที่สังคมประสบ โดยกำหนดหัวข้อในการจัดงานว่า "วิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต" ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน การจัดงานดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง และได้บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ

          สำหรับการจัดงานในครั้งที่ 7-13 มหาวิทยาลัยได้กำหนดเนื้อหาที่สอดคล้องกับสภาวะการณ์ในขณะนั้น ได้แก่
                    - ปี 2533 เรื่อง วิทยาการรุดหน้า พัฒนาสิ่งแวดล้อม 
                    - ปี 2536 เรื่อง สิทธิมนุษยชน
                    - ปี 2539 เรื่อง ทบทวนเพื่อสร้างสรรค์
                    - ปี 2542 เรื่อง ปี 2000 มองผ่านกาลเวลา สู่ศตวรรษหน้า พัฒนาสังคม 
                    - ปี 2545 เรื่อง กู้วิกฤต ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
                    - ปี 2548 เรื่อง จุฬาฯ วิชาการ สานความรู้ สู่แผ่นดิน
                    - ปี 2551 เรื่อง พลังแห่งปัญญา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

          ในปี 2554 นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 14 มหาวิทยาลัยกำหนดจัดในเดือนพฤศจิกายน 2554 แต่เนื่องจากได้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ มหาวิทยาลัยจึงได้เลื่อนการจัดงานเป็นปี 2555 ระหว่างวันที่ 14-18 พฤศจิกายน 2555 และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ มหาวิทยาลัยได้กำหนดเนื้อหาการนำเสนอผลงานทางวิชาการของมหาวิทยาลัยที่แสดงถึงความเป็นเสาหลักทางปัญญาของแผ่นดิน  ในด้านต่างๆ ตามพระราชดำรัสและพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้หัวข้อ “เสาหลักแห่งปัญญา สืบราชมรรคาพัฒนาแผ่นดิน” (“Pillar of Wisdom – Developing the Country in the Footsteps of His Majesty the King”)

วัตถุประสงค์ 
           1. เพื่อรวบรวมผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยของคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตเผยแพร่สู่สังคมในฐานะที่มหาวิทยาลัยเป็นแกนนำในการพัฒนาความรู้และวิทยาการขั้นสูง
           2. เพื่อแสดงความเป็นเสาหลักแห่งปัญญาของมหาวิทยาลัยทั้งทางด้านการผลิตบัณฑิตและการสร้างผลงานวิชาการและผลงานวิจัย
           3. เพื่อนำเสนอผลงานของมหาวิทยาลัยในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำรัสหรือพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
           4. เพื่อให้โครงการจุฬาฯ วิชาการเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างความรู้ความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตลอดจนการสร้างประสบการณ์ในการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์กับนิสิต และระหว่างนิสิตกับนิสิตในทุกคณะ อันจะพัฒนาไปสู่บัณฑิตที่มีคุณภาพของสังคมตามคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ของมหาวิทยาลัย

วันที่จัดงาน
          วันที่ 14-18 พฤศจิกายน 2555 ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. 

รูปแบบการจัดงาน
          จัดงานในรูปของเมือง จำนวน 5 เมือง ดังนี้ 
          1. เมืองมนุษยศาสตร์ ประกอบด้วย 4 ส่วนงาน ได้แก่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ และสถาบันภาษา
          2. เมืองสังคมศาสตร์ ประกอบด้วย 8 ส่วนงาน ได้แก่ คณะครุศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  คณะเศรษฐศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ และสถาบันวิจัยสังคม 
          3. เมืองวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประกอบด้วย 11 ส่วนงาน ได้แก่ คณะจิตวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย และวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ 
          4. เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย 11 ส่วนงาน ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์  ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย ศูนย์เครื่องมือวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ-และวิศวกรรมพันธุศาสตร์  สถาบันวิจัยพลังงาน สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม และสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาฯ
          5. เมืองสหสาขาวิชา ประกอบด้วย 2 ส่วนงาน ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังได้กำหนดจัดนิทรรศการใน 2 หัวข้อ คือ 
          1. การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ภายใต้หัวข้อ “เสาหลักแห่งปัญญา สืบราชมรรคาพัฒนาแผ่นดิน : ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง” (Pillar of Wisdom – Developing the Country in the Footsteps of His Majesty the King : Towards a Self – Sufficiency Economy) โดยจัดกลุ่มเนื้อหาในการนำเสนอเป็น 3 กลุ่ม ตามแนวพระราชดำรัสและพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดังนี้
                    - กลุ่มที่ 1 การพัฒนาคน ประกอบด้วยเนื้อหาด้านการศึกษา ศาสนา ดนตรี ศิลปะ กีฬา และสุขภาพ
                    - กลุ่มที่ 2 การพัฒนาสังคม ประกอบด้วยเนื้อหาด้านเศรษฐกิจพอเพียง สังคมน่าอยู่ และการปกครองธรรมรัฐ
                    - กลุ่มที่ 3 การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยเนื้อหาด้านพลังงาน น้ำ ป่าไม้ ดิน และการเกษตร 
          2. การจัดนิทรรศการ Chula Discovery เพื่อนำเสนอผลงานวิจัย การค้นพบหรือการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านต่างๆ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ ด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของอาหารและน้ำ วิกฤติการณ์ด้านพลังงานและพลังงานทางเลือก การใช้พลังงานนิวเคลียร์ ภาวะโลกร้อนกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งภัยธรรมชาติ โครงสร้างประชากรของประเทศในปัจจุบันและในอนาคตและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่เกิดจากสังคมสูงวัย โรคใหม่ๆ ที่พึงระวัง และความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น

สถานที่จัดงาน
          1. เมืองมนุษยศาสตร์ จัดงานภายในพื้นที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ อาคารศิลปวัฒนธรรม ลานศิลปวัฒนธรรม อาคารพิพิธภัณฑ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ อาคารบรมราชกุมารี และอาคารมหาจักรีสิรินธร
          2. เมืองสังคมศาสตร์ จัดงานภายในพื้นที่คณะรัฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นล่างอาคารมหิตลาธิเบศร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  คณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ และคณะครุศาสตร์ (อาคารเฉลิมพระเกียรติพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย)
          3. เมืองวิทยาศาสตร์สุขภาพ จัดงานบริเวณถนนด้านหน้าหอประชุมจุฬาฯ (ตั้งแต่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ไปจนถึงหอนาฬิกา) พื้นที่ลานจอดรถด้านข้างหอประชุมจุฬาฯ ลานรื่นรมย์ และอาคารแพทยพัฒน์ (เฉพาะการจัดงานของคณะแพทยศาสตร์)
          4. เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงานภายในพื้นที่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ อาคารมหามกุฎ และพื้นที่ด้านข้างอาคารจุลจักรพงษ์ (ฝั่งตรงข้ามสระว่ายน้ำ)
          5. เมืองสหสาขาวิชา จัดงานบริเวณลานจอดรถด้านข้างอาคารจุลจักรพงษ์ (พื้นที่ตลาดนัด)
          6. นิทรรศการ “เสาหลักแห่งปัญญา สืบราชมรรคาพัฒนาแผ่นดิน : ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง” จัด ณ ศาลาพระเกี้ยว
          7. นิทรรศการ Chula Discovery จัด ณ บริเวณชั้นล่าง อาคารจัตุรัสจามจุรี

รูปแบบการจัดงาน
          การนำเสนอเนื้อหาประกอบด้วยรูปแบบต่างๆ ดังนี้
          • นิทรรศการ
          • การประชุม สัมมนาทางวิชาการ
          • การสาธิต
          • การแสดง
          • การแข่งขัน การตอบปัญหา 
          • การให้บริการตรวจสุขภาพ การให้บริการคำปรึกษา

ผู้เข้าชมงาน
          นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ประมาณ 25,000 คน/วัน

หน่วยงานรับผิดชอบ
          ฝ่ายพัฒนาวิชาการ  สำนักบริหารงานวิชาการ โทร 02-2180201

ผลที่คาดว่าจะได้รับ 
          1. มหาวิทยาลัยได้นำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมในศาสตร์ต่างๆ สำหรับเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาของสังคม 
          2. ผู้เข้าชมงานได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ 
          3. นิสิตของมหาวิทยาลัยได้รับประสบการณ์ตรงในด้านต่างๆ อาทิ การทำงานเป็นทีม การพัฒนาทักษะในด้านการคิด การวางแผน การติดต่อประสานงาน ภาวะผู้นำ เป็นต้น


Highlight เมืองสังคมศาสตร์
(คณะครุศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์  คณะรัฐศาสตร์ วิทยาลัยประชากรศาสตร์  และสถาบันวิจัยสังคม)
          1. การแสดงหนังสั้นเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของคนในสังคมในช่วงก่อนและหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
          2. นิทรรศการ“พร้อมก้าวย่างอย่างมั่นคง สู่ประชาคมอาเซียน ASEAN Mobility ; Ready to move?”
          3. นิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ -- การเดินแฟชั่นโชว์ชุดประจำชาติ อาเซียน

Highlight เมืองวิทยาศาสตร์สุขภาพ
(คณะจิตวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา วิทยาลัยวิทยาศาสตร์-สาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย และวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ)
          1. สาธิตร่างอาจารย์ใหญ่ (Gross Anatomy)
          2. Open Mouth, Open Mind เอาใจ-ใส่ปาก เห็นภาพภายในปากของตัวเองอย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีกล้องตรวจในช่องปาก
          3. ร้านยาคุณภาพที่จะเกิดในอนาคตภายใน 3-5 ปีข้างหน้าภายใต้แนวความคิดที่เชื่อมโยงกับการเข้าสู่ยุคของการเปิดเสรีอาเซียน (AEC) 
          4. การให้ความรู้สำหรับสัตวเลี้ยงทั่วไป การโชว์ทำอาหารและของว่างสำหรับสุนัข การแข่งขันกีฬาแฮมเตอร์ การโชว์การแสดงจากสุนัขทหาร และบริการรถอาบน้ำในราคาโปรโมชั่นพิเศษตลอดทั้งวัน
          5. สัมผัสศาสตร์แห่งจิตใจในรูปแบบที่จับต้องได้!
          6. ว่าด้วยเรื่องของความรัก การจัดการกับอารมณ์ทางเพศ เทคนิคปฏิเสธ “SWAD” ที่ไม่เสียหน้า ไม่เสียตัว และไม่เสียเพื่อน
          7. นำเสนอภัยภิบัติทางธรรมชาติ ได้แก่ อัคคีภัย(fires) อุทกภัย(floods) สึนามิ(tsunami) และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน
          8. เทคโนโลยีการเรียนการสอนทางไกล (DSL: Distance Learning)

Highlight เมืองมนุษยศาสตร์
(คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ และสถาบันภาษา)
          1. การผลิต "Video Art" แสดงกระบวนการผลิตหนังสั้น
          2. การแสดง "Improvise ท่าเต้นประกอบการอ่านกวีนิพนธ์"
          3. นิทรรศการ "การจำลองอุโบสถตามคติไตรภูมิฯ" เป็นการนำเสนอวิธีการ "สอน" มนุษย์ที่แตกต่างกันตามความกลวิธีเฉพาะของศาสตร์แต่ละด้าน

เมืองสหสาขาวิชา-บัณฑิตวิทยาลัย
(บัณฑิตวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร)
          1. กิจกรรม “KOREAN ON TOUR” การแต่งกายด้วยชุด “ฮันบก” และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับมุมสวยๆ ของประเทศเกาหลี นอกจากนี้ยังมีมุมให้ร่วมเขียนชื่อภาษาเกาหลีด้วยกระดาษเยื่อไผ่ และสาธิตการทำอาหารเกาหลี เช่น ต๊อกบกกี่ คิมบับ ทัลกาบิ และฉับแชอีกด้วย
          2. กิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรม “CUVIP
          3. ชมการแสดงการปลูกผัก Hydroponic ในโครงการ “มือใหม่ ผักไร้ดิน”
          4. ชุด “รำบวงสรวง” โดยนิสิตชาวกัมพูชา และชุด “ฟ้อนดวงจำปา” โดยนิสิตชาวลาว

เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ศูนย์ความเป็นเลิศแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย ศูนย์เครื่องมือวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ-และวิศวกรรมพันธุศาสตร์ สถาบันวิจัยพลังงาน สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม และสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาแห่งจุฬาฯ)
          1. โครงงาน Smart Energy: โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะแห่งโลกอนาคต
          2. โครงงาน Intelligent house ที่นำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต ในแง่มุมของการควบคุมการใช้ระบบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
          3. โครงงานหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะ ที่แสดงถึงการพฒนาเทคโนโลยีและการนำหุ่นยนต์บริการมาใช้ในชีวิตประจำวัน
          4. โครงงานวิทยาเพื่อพื้นถิ่น: จากทรัพยากรลุ่มน้ำน่าน...สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน  การแสดงผลงานจากโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 
          5. โครงงานการนำไคทิน-ไคโทซาน ซึ่งเป็นสารที่สกัดได้จากของเสียในอุตสาหกรรมอาหารทะเล มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางอาหาร การแพทย์ เภสัชกรรม
          6. CERN กลุ่มโครงงานรู้-รับ-สู้ ภัยพิบัติและวิกฤตธรรมชาติ เป็นการนำเสนอเนื้อหาด้านพิบัติภัยทางธรรมชาติขนาดใหญ่
          7. พลังงานทางเลือก-วันนี้และพรุ่งนี้
          8. โครงงานระบบผลิตความเย็นด้วยน้ำร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์และโครงงานพลังงานจากขยะกับอนาคตของประเทศ
          9. โครงงานคายพิษสบู่ดำ
         10. โครงงานการจัดการคาร์บอนและการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่ศึกษาการพัฒนาห้วยทายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำจังหวัดเพชรบุรี
         11. โครงงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีวัสดุเพื่อพัฒนาการเกษตรและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยโครงงานนี้มีจุดเด่นที่เทคโนโลยีการเคลือบผิวโลหะเพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนสำหรับโรงเรือนปศุสัตว์
         12. นวัตกรรมเซรามิกหอม
         13. สบู่ดิน  และ ระบบรับรองมาตรฐาน HAL-Q

ณ ศาลาพระเกี้ยว
          นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ “เสาหลักแห่งปัญญา  สืบราชมรรคาพัฒนาแผ่นดิน : ตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง” 

     การพัฒนาคน 
          1. นิทรรศการ เศรษฐกิจพอเพียงกับบทบาทของมหาวิทยาลัย 
          2. การผลิตหนังสือเสียงรูปแบบเดซีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมมายุ 84 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2554

     การพัฒนาสังคม
          3. สืบราชมรรคาพัฒนาภาษาไทย ทดสอบความสามารถพึ่งตนเองทางภาษาไทย โดยจัดตั้งสถาบันภาษาไทยสิรินธรขึ้นเพื่อดำเนินงานในภารกิจด้านการสร้างความรู้ในการใช้ภาษาไทย
          4. การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบชุดเครื่องแต่งกายยืนเครื่องโขน
          5. กองทุนหมูอินทรีย์ที่เมืองน่าน : จากผลิตลูกหมูสู่การผลิตแม่พันธุ์โดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร จากเสาหลักของแผ่นดินร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินงาน
          6. การวิจัยและถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีทางอาหารเพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในการดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา
                    • ข้าวพื้นเมืองกึ่งสำเร็จรูป และโจ๊กข้าวพื้นเมืองเพื่อสุขภาพกึ่งสำเร็จรูป  
                    • การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากปลากะพง ได้แก่ ปลากะพงรมควันเย็น  ปลากะพงย่างปรุงรส คามาโบโกะจากปลากะพง ซุปปลากะพงผง และ ปลากะพงหวาน  เป็นต้น
                    • การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากปลานิลจิตรลดาและเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการแล่ปลา
          7. เศรษฐกิจพอเพียงกับกิจกรรมเพื่อสังคมในมิติด้านสุขภาพช่องปากและฟัน โดยคณะทันต -แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้น้อมนำพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 4 ธันวาคม 2534 “การขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา.... Our loss is our gain ” คือ ไม่เน้นที่มูลค่ากำไรสูงสุด  ส่วนที่ขาดทุนไปนั้นจะเป็นกำไรของสังคม เป็นการคำนึงถึง “คุณค่า”
                    • โครงการพัฒนาสุขภาพช่องปากแบบยั่งยืนในอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี  ภายใต้โครงการบ้านนี้มีสุขของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
                    • โครงการ Toothfriendly Thailand Network (TTN) เป็นเครือข่ายที่จัดตั้งขึ้นภายใต้การสนับสนุนของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน

การพัฒนาสิ่งแวดล้อม

8. เอทานอล : พลังงานทดแทนในวิถีพอเพียง
9. แผงรับแสงอาทิตย์แบบรางพาราโบลาที่ไม่ใช้ระบบติดตามดวงอาทิตย์ :
10. ไส้เดือนดิน : วิถีพอเพียงกับความหลากหลายทางชีวภาพ
11. ดินเผานาโน   : ดินเผานาโนเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่นำตะกอนดินจากการผลิตน้ำประปา
12. การประยุกต์ใช้ราเอคโตไมคอร์โรซาเพื่อการปลูกป่าไม้ยางนา :
13. “การบำบัดและฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน (Site Remediation)”
โครงการพิเศษ
14. การแสดงแผ่นป้ายลายพระหัตถ์สมเด็จพระเทพฯ “สิรินธร” ที่ทำจากทองคำนาโนและเงินนาโน  และการแสดงภาพวาดโครงการพระราชดำริในพระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยนาโนคริสตัลทองคำแบบแผ่นบนผ้าไหมไทยสีน้ำเงินเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2555
15. ศาลาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาและศาลาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เจริญพระชนมายุ 84 พรรษ
16. ผลงานออกแบบของนิสิต “วัดเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 สี่ภาค”
17. การก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำลาง โรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดน
18. การส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางดาราศาสตร์ด้วยท้องฟ้าจำลองจูเนียร์ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทพ่อหลวงของแผ่นดิน
อาคารจัตุรัสจามจุรี
(บริเวณโถงหน้าลิฟต์แก้ว และโถงทางเข้า Entrance Hall) 
นิทรรศการ Chula Discovery เพื่อนำเสนอผลงานวิจัย การค้นพบหรือการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านต่างๆ ตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้กำหนดบทบาทให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ โดยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันกับมหาวิทยาลัยระดับโลก เน้นการทำวิจัยทั้งเพื่อยกระดับการแข่งขันระดับโลก การทำวิจัยเพื่อแก้ปัญหาของประเทศด้วยมาตรฐานสากลและเพื่อสร้างบุคลากรของประเทศให้สามารถใช้ความรู้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญคือ การกำหนดแผนพัฒนามหาวิทยาลัยในประเด็นและปัญหาที่ประเทศไทยและโลกกำลังจะเผชิญในอนาคต ปี 2020 มีการกำหนดเป็นกลุ่มวิจัยหลัก 7 กลุ่ม คือ 
1. กลุ่มวิจัยด้านสุขภาพ : นำเสนองานวิจัยภายใต้กลุ่มวิจัยด้านสุขภาพแบ่งออกเป็น 
3 กลุ่มวิจัยหลัก ประกอบด้วย 
          • กลุ่มที่ 1 Infectious Disease & Vaccine
กลุ่มที่ 2 Genetics & Cancer
กลุ่มที่ 3 Innovation & Future Medicine
2. กลุ่มวิจัยด้านอาหารและน้ำ : เน้นการนำเสนอผลงานวิจัยเพื่อตอบปัญหาเรื่อง
ของความมั่นคงทางอาหารและน้ำ โดยเฉพาะในเรื่องการจัดการน้ำเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดแคลนโดยเฉพาะในสังคมอนาคต
3. กลุ่มวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : นำเสนอโครงการวิจัยภายใต้กลุ่ม
วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถจัดกลุ่มการทำงานวิจัยตามลักษณะของงานออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 
งานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับพิบัติภัย
งานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับทรัพยากรธรรมชาติ
งานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับภาคประชาสังคมและนโยบาย
4. กลุ่มวิจัยด้านพลังงาน : ผลงานที่กลุ่มวิจัยด้านพลังงานจะนำมาเสนอในงานจุฬาฯ 
วิชาการครั้งนี้เกิดขึ้นจากการวิจัยของกลุ่มวิจัยย่อย 4 กลุ่ม ซึ่งประกอบด้วบ 
กลุ่มวิจัยเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) 
กลุ่มวิจัยพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) 
กลุ่มวิจัยเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) 
การวิจัยด้านนโยบายและแบบจำลองด้านพลังงาน (Energy Policy and Modeling) 
รวมไปถึงการนำเสนอการพัฒนาการประยุกต์นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในการผลิตความเย็นเพื่อนำมาเป็นตัวต้นแบบในไปขยายผลเพื่อนำไปสู่การใช้จริงต่อไป
          5. กลุ่มวิจัยด้านสังคมผู้สูงวัย
                    • ผลการวิจัยผลกระทบหลังวิกฤตเศรษฐกิตต่อชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยฯ 
                    • ผลการวิจัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเพื่อช่วยผู้สูงอายุด้านการเคลื่อนไหว
                    • ผลการวิจัยการเป็นผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จในบริบทไทย: มิติที่เน้นด้านการมีสติการทำหน้าที่ของครอบครัว และการมีส่วนร่วมทางสังคมของผู้สูงอายุในสังคมเมือง
                    • ผลการวิจัยการพัฒนาตัวรับรู้แบบประสมสำหรับการเฝ้าระวังสุขภาพที่บ้าน
          6. กลุ่มวิจัยวัสดุขั้นสูง : กลุ่มวิจัยกำหนดวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านวัสดุขั้นสูงในระดับ นานาชาติ ทั้งในกลุ่มวิจัยวัสดุนาโน การวิจัยวัสดุเร่งปฏิกิริยา กลุ่มวิจัยพลาสติกชีวภาพวัสดุชีวภาพ กลุ่มวิจัยพอลิเมอร์และยาง กลุ่มวิจัยคอมโพสิท กลุ่มวิจัยวัสดุกึ่งตัวนำ กลุ่มวิจัยวัสดุทันตกรรม กลุ่มวิจัยวัสดุเซรามิกและกลุ่มวิจัยก่อสร้าง
          7. กลุ่มวิจัยความมั่นคงมนุษย์ : สำหรับงานจุฬาฯ วิชาการ ’55 ครั้งนี้ กลุ่มวิจัยด้านความมั่นคง ของมนุษย์จึงได้จัดแสดงผลงานทางวิชาการที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาโดยจะเน้นใน 7 สาขาที่น่าสนใจประกอบด้วย
                    • การศึกษาปฏิสัมพันธ์ของพลวัตทางประชากรกับความมั่นคงของมนุษย์ในสังคมไทย
                    • ความร่วมมือนานาชาติกับความมั่นคงของมนุษย์
                    • ความมั่นคงทางวัฒนธรรมในฐานะการสร้างสรรค์ทางปัญญาของมนุษย์
                    • การพัฒนาระบบการเมืองประชาธิปไตยเพื่อความเป็นธรรมและเสมอภาพในกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย
                    • การเรียนการสอนภาษาเพื่อความมั่นคงในสังคมไทย
                    • ความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเงินผ่านตลาดทุน
                    • การสื่อสารในยุคโลกาภิวัตน์กับความมั่นคงทางสังคม
สร้างโดย: 
สุพัฒน์กุล ภัคโชค
แหล่งที่มา: 
โครงการจุฬาฯ วิชาการ’ 55

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 215 คน กำลังออนไลน์