การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์

เรื่อง  การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์

ชุดสารที่ใช้ในชีวิตประจำวัน   โดย  นายสุริยัน   อนุวงศ์ 1.  ความเป็นมาและสภาพของปัญหาชีวิตของคนเราในแต่ละวันต้องเวียนว่ายและผูกพันอยู่ในโลกของสารทั้งที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้และสสารที่ไม่สามารถมองเห็นและไม่สามารถสัมผัสได้ จากความเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกนับตั้งแต่มีสิ่งมีชีวิตอุบัติขึ้นมาสิ่งมีชีวิตที่มีมีอิทธิต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกมากที่สุดคือ มนุษย์ มนุษย์คือผู้ที่ทำให้โมเลกุลของสสารเปลี่ยนรูปทั้งไปในทางบวกและลบ ยิ่งนับวันความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเนื่องจาก กระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมในด้านต่างๆที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัฒน์                   การศึกษาจึงเป็นเป็นเครื่องมือเป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถแยกสสาร คุณสมบัติของสสาร และอิทธิพลของสสารที่มีต่อมนุษย์ เลือกบริโภคในสิ่งที่ดีมีคุณค่า   เพราะการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ ดังนั้นการจะพัฒนาประเทศให้เจริญจึงจำเป็นต้องเน้นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนเป็นสำคัญ ด้วยเหตุนี้เองการศึกษาจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และชีวิตก็มีความสัมพันธ์กับสังคมอย่างลึกซึ้งจนยากที่จะแยกออกจากกันได้ การศึกษาจึงเป็นกระบวนการทางสังคมอย่างหนึ่งที่รัฐจัดขึ้นเพื่อเป็นรากฐานในการส่งเสริมความเจริญมั่นคงของบุคคล ชุมชน และประเทศชาติเพื่อการดำรงอยู่ของสังคม การศึกษาจะต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วย แต่การเปลี่ยนแปลงการศึกษาจะต้องมีความเป็นอิสระในตัวเอง ที่มุ่งให้บุคคลรักการแสวงหาความจริงเพื่อเป็นแบบอย่างของการดำรงชีวิตที่ดี และในขณะเดียวกันก็จะต้องตอบสนองต่อความต้องการของประเทศชาติ สังคม ท้องถิ่น และบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เมื่อชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป การศึกษาจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย  หลักสูตรก็เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เมื่อการศึกษาต้องเปลี่ยนไป หลักสูตรก็ต้องเปลี่ยนด้วยเช่นกัน                         ในปีการศึกษา  2554  ภาคเรียนที่ 1   จากการทดสอบความรู้พื้นฐานโดยใช้ข้อสอบที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น  ทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1 โรงเรียน             รวมไทยพัฒนา 3  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก  เขต 2  จังหวัด ตาก  มีนักเรียนจำนวน 46 คน  มีนักเรียนที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์คือได้คะแนนเฉลี่ยเพียงร้อยละ  20    ซึ่งเป็นผลที่ไม่น่าพอใจนักเรียนมีปัญหาในด้านการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก ซึ่งผลทีตามมาก็คือนักเรียนที่จบหลักสูตรประถมศึกษามีความรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ไม่เหมาะสมกับระดับชั้น ผู้เรียนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์  ทำให้เกิดปัญหาในการเรียนในระดับที่สูงขึ้นซึ่งเป็นการล้มเหลวในกระบวนการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างมาก  เพราะวิชาวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของคนเรามาก                          ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงมีพยายามมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ด้วยการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ เพื่อเสริมทักษะการตั้งคำถาม  การค้นหาคำตอบจากการทดลอง   การแก้ปัญหา เพื่อฝึกให้ผู้เรียนเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป  และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาของนักเรียนทั้ง 20 คน  เปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้เรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เน้นให้เห็นความสำคัญของวิชานี้  และเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ให้กับผู้เรียนเพื่อใช้เป็นหนึ่งในยุทศาสตร์การพัฒนาการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 1.1. วัตถุประสงค์ในการศึกษาค้นคว้า 1.             เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาการเรียนวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนทั้ง 20  คน  และที่ได้คะแนนจากการทดสอบความรู้พื้นฐานไม่ถึงเกณฑ์ซึ่งได้เพียงร้อยละ 202.             เพื่อพัฒนาความสามารถในการทดลอง  การหาสมมุติฐาน  การแก้ปัญหาของผู้เรียน3.              เพื่อใช้เป็นสื่อเผยแพร่การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1 1.2. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.             นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  สามารถหาตอบจากการทดลอง ตั้งสมมุติฐานและปฏิบัติตนในการแก้ปัญหาได้ถูกต้อง ทำแบบฝึกเสริมทักษะได้ดีขึ้นหลังจากการใช้แบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์2.             ใช้แบบฝึกเสริมพื้นฐานวิทยาศาสตร์ในการจัดกระบวนการเรียนการสอน3.             แบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์ได้เผยแพร่ไปยังครูผู้สอนโรงเรียนอื่น4.             นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  มีระดับความรู้เหมาะสมกับระดับชั้น   2.   หลักการและแนวคิดในการพัฒนา                                 2.1. ศึกษาปัญหา  เนื่องจากผู้วิจัยมีประสบการณ์ในด้านการสอนวิทยาศาสตร์เป็นเวลานาน  ทำให้ทราบปัญหาการเรียนรู้ในวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  ว่านักเรียนจะมีปัญหาเกี่ยวกับการทดลองนักเรียนขาดทักษะในการทดลอง  การแก้ปัญหา    อันเป็นปัญหาในการเรียนรู้ในทักษะอื่นๆและผู้เรียนขาดความมั่นใจในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง  อีกทั้งระดับผลการเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ค่อนข้างต่ำ  ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้2.2.   หาวิธีการแก้ปัญหา   ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและตำราต่างๆ  ทั้งเอกสารหลักสูตร เอกสารงานวิจัย  และเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์  เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหา การตั้งสมมุติฐานของนักเรียนชั้น ม.1   ภายใต้กรอบของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551  โดยผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารต่อไปนี้                                 1 )  หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551  ซึ่งทำให้เข้าใจหลักการ  จุดมุ่งหมาย  โครงสร้างอัตราเวลาเรียน  ตลอดจนคำอธิบายรายวิชา                                2 )  คู่มือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช   2551  ทำให้รู้แนวทางการนำหลักสูตรไปใช้เพื่อให้ได้ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  และเป้าหมายของหลักสูตร                                3 )  คู่มือประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรประถมศึกษาพุทธศักราช  2521( ฉบับปรับปรุง  .. 2533 ) ทำให้เข้าใจแนวทางการวัดผลประเมินผล ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ  ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร                                4 ) หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551 ทำให้ทราบความสำคัญ   ธรรมชาติ วิสัยทัศน์  มาตรฐานการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ในช่วงชั้นต่างๆ                                  5 )  เอกสารอบรมครูผู้สอน  แนวทางการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช  2551   เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  และวิธีดำเนินการตามแผน                                 6 )  เอกสารการสอนชุดวิชา  สถิติ  วิจัย  และการประเมินผลการศึกษาหน่วยที่  9 – 15 ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแบบทดสอบและเก็บค่าสถิติ                                  7 )  คุณลักษณะเฉพาะของข้อสอบ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของกองแผนงานวิชาการ  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  ( 2538 ) เพื่อเป็นแนวทางจัดทำแบบทดสอบและเก็บค่าสถิติ                                8 ) เอกสารเสริมความรู้พัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์  ของหน่วยศึกษานิเทศก์  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  ( 2539 )3.   การดำเนินการ 3.1. กลุ่มเป้าหมายได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  โรงเรียน รวมไทยพัฒนา 3  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก   เขต 2  จังหวัด ตาก                3.2.  ตัวแปรที่ศึกษา                                  --  ตัวแปรต้นได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกเสริมทักษะ สื่อประกอบอุปกรณ์ในการทดลองตามกิจกรรมที่ระบุไว้                                --  ตัวแปรตามได้แก่   คามสามารถในการบวกทำแบบทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  โรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3 จำนวน 20  คน                3.3.  เครื่องมือที่ใช้                                  3.3.1  นวัตกรรมที่ใช้ในการฝึก                                 -  แผนการจัดการเรียนรู้                                   -  แบบฝึกเสริมทักษะ  -                   สื่อประกอบการฝึก-                   อุปกรณ์ในการทดลอง                                3.3.2  แบบทดสอบวัดความสามารถในการบอกคุณสมบัติของสสารก่อนและหลังการใช้แบบฝึก                3.4.  วิธีสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ                                3.4.1    สร้างแบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอน  หลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์  ผู้วิจัยได้ดำเนินการดังนี้                                3.4.2   สร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการทำแบบทดสอบพื้นฐาน ใช้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเดียว                3.5  วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล                                  3.5.1   วิเคราะห์คะแนน  ความสามารถในการทำแบบทดสอบพื้นฐาน ได้แก่  ค่าเฉลี่ย  ( X )   ค่าเบี่ยงเบน  (  S.D ) และค่าร้อยละ                                3.5.2   เปรียบเทียบคะแนนความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการฝึก     4   ผลการวิเคราะห์ข้อมูล                                4.1.  คะแนนเฉลี่ยความก้าวหน้าในการเรียนรู้เกี่ยวกับสสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1   โรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3  จำนวน  2  ครั้ง 

ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ N คะแนนเต็ม

åX

X % S.D.
ก่อนเรียน หลังเรียน 20 20 50 50 247 351 12.35 17.55 41.17 58.50 2.30 2.04

                                  จากตาราง   พบว่าคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการทดลอง การหาสมมุติฐานเกี่ยวกับอาหารและสารเสพติด ครั้งที่ 1 เท่ากับ …..  41.17  …..  ทดสอบครั้งที่ 2  เท่ากับ …… 58.50 ……  แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีระดับความรู้เกี่ยวกับสสารสูงขึ้น4.2.   คะแนนความสามารถในการตอบคำถามเกี่ยวกับสสารก่อนและหลังการใช้แบบฝึก                ตารางที่ 2  เปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการเรียนรู้เกี่ยวกับสสารก่อนและหลังการใช้แบบฝึก ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  ของนักเรียน 20 คน 

ที่ ชื่อ - สกุล ก่อนเรียน( 30 ) หลังเรียน(30 ) ผลต่าง( D ) ผลต่าง 2( D ) 2 ความก้าวหน้า
1 เด็กชายทัตพงศ์   แซ่ม้า 12 15 3 9 3
2 เด็กชายอดิศร     แซ่กือ 13 16 3 9 3
3 เด็กชายเกษม     แซ่ม้า 11 16 5 25 5
4 เด็กชายปรีชา    แซ่ว่าง 9 16 7 49 7
5 เด็กชายพิชัย     แซ่ว่าง 16 20 4 16 4
6 เด็กชายวรากร     แซ่ม้า 14 21 7 49 7
7 เด็กชายอดิศักดิ์     แซ่กือ 10 19 9 81 9
8 เด็กชายจิตรภณ    แซ่ว้าง 10 18 8 64 8
ที่ ชื่อ - สกุล ก่อนเรียน( 30 ) หลังเรียน(30 ) ผลต่าง( D ) ผลต่าง 2( D ) 2 ความก้าวหน้า
9 เด็กชายจีรพัฒน์    เล่าแสงสว่าง 14 15 1 1 1
10 เด็กชายวรพงษ์    เหล่าหาญ 17 18 1 1 1
11 เด็กชายชลวัฒน์     แซ่ย่าง 13 17 4 16 4
12 เด็กชายสัภยา     วิญญูสกุล 11 17 6 36 6
13 เด็กชายอุทัย      แซ่กือ 11 18 7 49 7
14 เด็กชายธีรวัฒน์      แซ่ย่าง 14 21 7 49 7
15 เด็กชายสมศักดิ์   แซ่ม้า 13 14 1 1 1
16 เด็กชายเพชร  พยุงวนา 15 19 4 16 4
17 เด็กชายฝง    แซ่ม้า 11 19 8 64 8
18 เด็กชายสุชาติ    แซ่กือ 13 19 6 36 6
19 เด็กชายหยี   แซ่ม้า 8 15 7 49 7
20 เด็กชายอนุกูล   แซ่ม้า 12 18 6 36 6
             
SC 247.00 351.00 104.00 656.00 104.00
X 12.35 17.55 5.20 32.80 5.20
SD 2.30 2.04 2.46 23.72 2.46
% 41.17 58.50 17.33 54.67 17.33

  จากตารางแสดงให้เห็นว่าแบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะเกี่ยวกับสสารของนักเรียนมีศักยภาพสูงขึ้น  5. สรุปผล  อภิปราย   และข้อเสนอแนะ                5.1. สรุปผล                    1.  จาการทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์   ที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้นมาใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้น ม.1  กับกลุ่มตัวอย่าง  ผลการวิเคราะห์  แบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์    มีความเหมาะสมมากที่สุด                     2.  ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.1 ของกลุ่มตัวอย่างหลังการใช้แบบฝึกสูงกว่าก่อนใช้แบบฝึก  โดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 5.20    พอจะสรุปได้ว่าแบบฝึกเสริมทักษะชุดนี้มีคุณภาพและประสิทธิภาพอยู่ในระดับที่สูงเป็นที่น่าพอใจ                5.2. อภิปรายผล                                   ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้แบบฝึกมีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง  ส่งผลให้มาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีระดับสูงขึ้น เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้  ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้1.  แบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์  ชั้น ม.1  เป็นแบบฝึกที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผลของการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว  2.  แบบฝึกนี้สร้างขึ้นอย่างถูกวิธี  ได้ผ่านขั้นตอนการสร้างแลพัฒนาอย่างเป็นระบบ  เริ่มตั้งแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการใช้หลักสูตร  และยังได้รับการแนะนำ  ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านเนื้อหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ความเหมาะสมของเนื้อหา  และรูปแบบที่นำเสนอในแบบฝึกเสริมทักษะการกระบวนการแก้ปัญหา   รวมทั้งการนำแบบฝึกไปทดลองใช้3.  การสอนโดยใช้แบบฝึก  นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้4.  แบบฝึกเรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้  ให้ผู้เรียนรู้ผลการทำแบบฝึกของตนเองทุกครั้ง  ทำให้เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้  จึงสรุปได้ว่าแบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์    ชั้น ม.1 มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง  สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  และมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นตามเกณฑ์ทางการเรียนรู้ที่โรงเรียนตั้งไว้                5.3.  ข้อเสนอแนะ                      จากผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ต่อวงการศึกษาดังนี้1.  แบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์    ชั้น ม.1  นำไปใช้ได้กับทุกแบบเรียน  เช่น  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมุ่งประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์  จะนำไปใช้กับขั้นตอนฝึกทักษะ  ขั้นตอนที่ 5 ก็ได้ เพราะในการจัดทำได้ยึดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นแนวทางในการจัดทำ2.  ก่อนนำแบบฝึกไปใช้ผู้สอนควรศึกษารายละเอียดของทุกกิจกรรมก่อนนำไปใช้  3.   แบบฝึกนี้สามารถใช้ได้กับทุกระดับช่วงชั้น  และทุกบทเรียน4. ในการจัดทำแบบฝึกต้องขอความร่วมมือจากทางโรงเรียนในเรื่องของงบประมาณ  เวลา  และสถานที่ในการทดลองใช้  นอกจากนี้ต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการจัดทำ5.  แบบฝึกจะเกิดความสมบูรณ์ครูผู้สอนต้องใช้ควบคู่ไปกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น  จัดกิจกรรมให้ครบทุกขั้นตอน  ต้องตรวจแบบฝึกอย่างเป็นปัจจุบันให้ผู้เรียนรู้ผลทันที  พร้อมกับเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้ผู้เรียนได้รู้ทุกครั้ง  6.  ปรับและยืดหยุ่นกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสม7.  ทำการเผยแพร่แบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์  เพื่อประโยชน์ต่อวงการศึกษาให้กว้างไกลที่สุด

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 2 คน กำลังออนไลน์