การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์

เรื่อง  การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์

ชุดสารที่ใช้ในชีวิตประจำวัน   โดย  นายสุริยัน   อนุวงศ์ 1.  ความเป็นมาและสภาพของปัญหาชีวิตของคนเราในแต่ละวันต้องเวียนว่ายและผูกพันอยู่ในโลกของสารทั้งที่สามารถมองเห็นและสัมผัสได้และสสารที่ไม่สามารถมองเห็นและไม่สามารถสัมผัสได้ จากความเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกนับตั้งแต่มีสิ่งมีชีวิตอุบัติขึ้นมาสิ่งมีชีวิตที่มีมีอิทธิต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกมากที่สุดคือ มนุษย์ มนุษย์คือผู้ที่ทำให้โมเลกุลของสสารเปลี่ยนรูปทั้งไปในทางบวกและลบ ยิ่งนับวันความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเนื่องจาก กระแสความเปลี่ยนแปลงของสังคมในด้านต่างๆที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัฒน์                   การศึกษาจึงเป็นเป็นเครื่องมือเป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถแยกสสาร คุณสมบัติของสสาร และอิทธิพลของสสารที่มีต่อมนุษย์ เลือกบริโภคในสิ่งที่ดีมีคุณค่า   เพราะการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ ดังนั้นการจะพัฒนาประเทศให้เจริญจึงจำเป็นต้องเน้นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนเป็นสำคัญ ด้วยเหตุนี้เองการศึกษาจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และชีวิตก็มีความสัมพันธ์กับสังคมอย่างลึกซึ้งจนยากที่จะแยกออกจากกันได้ การศึกษาจึงเป็นกระบวนการทางสังคมอย่างหนึ่งที่รัฐจัดขึ้นเพื่อเป็นรากฐานในการส่งเสริมความเจริญมั่นคงของบุคคล ชุมชน และประเทศชาติเพื่อการดำรงอยู่ของสังคม การศึกษาจะต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมด้วย แต่การเปลี่ยนแปลงการศึกษาจะต้องมีความเป็นอิสระในตัวเอง ที่มุ่งให้บุคคลรักการแสวงหาความจริงเพื่อเป็นแบบอย่างของการดำรงชีวิตที่ดี และในขณะเดียวกันก็จะต้องตอบสนองต่อความต้องการของประเทศชาติ สังคม ท้องถิ่น และบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เมื่อชีวิตที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป การศึกษาจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย  หลักสูตรก็เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เมื่อการศึกษาต้องเปลี่ยนไป หลักสูตรก็ต้องเปลี่ยนด้วยเช่นกัน                         ในปีการศึกษา  2554  ภาคเรียนที่ 1   จากการทดสอบความรู้พื้นฐานโดยใช้ข้อสอบที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น  ทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1 โรงเรียน             รวมไทยพัฒนา 3  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก  เขต 2  จังหวัด ตาก  มีนักเรียนจำนวน 46 คน  มีนักเรียนที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์คือได้คะแนนเฉลี่ยเพียงร้อยละ  20    ซึ่งเป็นผลที่ไม่น่าพอใจนักเรียนมีปัญหาในด้านการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก ซึ่งผลทีตามมาก็คือนักเรียนที่จบหลักสูตรประถมศึกษามีความรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ไม่เหมาะสมกับระดับชั้น ผู้เรียนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์  ทำให้เกิดปัญหาในการเรียนในระดับที่สูงขึ้นซึ่งเป็นการล้มเหลวในกระบวนการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างมาก  เพราะวิชาวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของคนเรามาก                          ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงมีพยายามมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ด้วยการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะ เพื่อเสริมทักษะการตั้งคำถาม  การค้นหาคำตอบจากการทดลอง   การแก้ปัญหา เพื่อฝึกให้ผู้เรียนเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป  และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาของนักเรียนทั้ง 20 คน  เปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้เรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เน้นให้เห็นความสำคัญของวิชานี้  และเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ให้กับผู้เรียนเพื่อใช้เป็นหนึ่งในยุทศาสตร์การพัฒนาการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 1.1. วัตถุประสงค์ในการศึกษาค้นคว้า 1.             เพื่อสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาการเรียนวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนทั้ง 20  คน  และที่ได้คะแนนจากการทดสอบความรู้พื้นฐานไม่ถึงเกณฑ์ซึ่งได้เพียงร้อยละ 202.             เพื่อพัฒนาความสามารถในการทดลอง  การหาสมมุติฐาน  การแก้ปัญหาของผู้เรียน3.              เพื่อใช้เป็นสื่อเผยแพร่การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1 1.2. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.             นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  สามารถหาตอบจากการทดลอง ตั้งสมมุติฐานและปฏิบัติตนในการแก้ปัญหาได้ถูกต้อง ทำแบบฝึกเสริมทักษะได้ดีขึ้นหลังจากการใช้แบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์2.             ใช้แบบฝึกเสริมพื้นฐานวิทยาศาสตร์ในการจัดกระบวนการเรียนการสอน3.             แบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์ได้เผยแพร่ไปยังครูผู้สอนโรงเรียนอื่น4.             นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  มีระดับความรู้เหมาะสมกับระดับชั้น   2.   หลักการและแนวคิดในการพัฒนา                                 2.1. ศึกษาปัญหา  เนื่องจากผู้วิจัยมีประสบการณ์ในด้านการสอนวิทยาศาสตร์เป็นเวลานาน  ทำให้ทราบปัญหาการเรียนรู้ในวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  ว่านักเรียนจะมีปัญหาเกี่ยวกับการทดลองนักเรียนขาดทักษะในการทดลอง  การแก้ปัญหา    อันเป็นปัญหาในการเรียนรู้ในทักษะอื่นๆและผู้เรียนขาดความมั่นใจในการแก้ปัญหาด้วยตนเอง  อีกทั้งระดับผลการเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ค่อนข้างต่ำ  ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้2.2.   หาวิธีการแก้ปัญหา   ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและตำราต่างๆ  ทั้งเอกสารหลักสูตร เอกสารงานวิจัย  และเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์  เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหา การตั้งสมมุติฐานของนักเรียนชั้น ม.1   ภายใต้กรอบของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551  โดยผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารต่อไปนี้                                 1 )  หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551  ซึ่งทำให้เข้าใจหลักการ  จุดมุ่งหมาย  โครงสร้างอัตราเวลาเรียน  ตลอดจนคำอธิบายรายวิชา                                2 )  คู่มือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช   2551  ทำให้รู้แนวทางการนำหลักสูตรไปใช้เพื่อให้ได้ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง  และเป้าหมายของหลักสูตร                                3 )  คู่มือประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรประถมศึกษาพุทธศักราช  2521( ฉบับปรับปรุง  .. 2533 ) ทำให้เข้าใจแนวทางการวัดผลประเมินผล ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ  ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตร                                4 ) หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551 ทำให้ทราบความสำคัญ   ธรรมชาติ วิสัยทัศน์  มาตรฐานการเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้ในช่วงชั้นต่างๆ                                  5 )  เอกสารอบรมครูผู้สอน  แนวทางการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช  2551   เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  และวิธีดำเนินการตามแผน                                 6 )  เอกสารการสอนชุดวิชา  สถิติ  วิจัย  และการประเมินผลการศึกษาหน่วยที่  9 – 15 ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแบบทดสอบและเก็บค่าสถิติ                                  7 )  คุณลักษณะเฉพาะของข้อสอบ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ของกองแผนงานวิชาการ  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  ( 2538 ) เพื่อเป็นแนวทางจัดทำแบบทดสอบและเก็บค่าสถิติ                                8 ) เอกสารเสริมความรู้พัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์  ของหน่วยศึกษานิเทศก์  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ  ( 2539 )3.   การดำเนินการ 3.1. กลุ่มเป้าหมายได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  โรงเรียน รวมไทยพัฒนา 3  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก   เขต 2  จังหวัด ตาก                3.2.  ตัวแปรที่ศึกษา                                  --  ตัวแปรต้นได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกเสริมทักษะ สื่อประกอบอุปกรณ์ในการทดลองตามกิจกรรมที่ระบุไว้                                --  ตัวแปรตามได้แก่   คามสามารถในการบวกทำแบบทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  โรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3 จำนวน 20  คน                3.3.  เครื่องมือที่ใช้                                  3.3.1  นวัตกรรมที่ใช้ในการฝึก                                 -  แผนการจัดการเรียนรู้                                   -  แบบฝึกเสริมทักษะ  -                   สื่อประกอบการฝึก-                   อุปกรณ์ในการทดลอง                                3.3.2  แบบทดสอบวัดความสามารถในการบอกคุณสมบัติของสสารก่อนและหลังการใช้แบบฝึก                3.4.  วิธีสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ                                3.4.1    สร้างแบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอน  หลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์  ผู้วิจัยได้ดำเนินการดังนี้                                3.4.2   สร้างแบบทดสอบวัดความสามารถในการทำแบบทดสอบพื้นฐาน ใช้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเดียว                3.5  วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล                                  3.5.1   วิเคราะห์คะแนน  ความสามารถในการทำแบบทดสอบพื้นฐาน ได้แก่  ค่าเฉลี่ย  ( X )   ค่าเบี่ยงเบน  (  S.D ) และค่าร้อยละ                                3.5.2   เปรียบเทียบคะแนนความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการฝึก     4   ผลการวิเคราะห์ข้อมูล                                4.1.  คะแนนเฉลี่ยความก้าวหน้าในการเรียนรู้เกี่ยวกับสสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1   โรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3  จำนวน  2  ครั้ง 

ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ N คะแนนเต็ม

åX

X % S.D.
ก่อนเรียน หลังเรียน 20 20 50 50 247 351 12.35 17.55 41.17 58.50 2.30 2.04

                                  จากตาราง   พบว่าคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการทดลอง การหาสมมุติฐานเกี่ยวกับอาหารและสารเสพติด ครั้งที่ 1 เท่ากับ …..  41.17  …..  ทดสอบครั้งที่ 2  เท่ากับ …… 58.50 ……  แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีระดับความรู้เกี่ยวกับสสารสูงขึ้น4.2.   คะแนนความสามารถในการตอบคำถามเกี่ยวกับสสารก่อนและหลังการใช้แบบฝึก                ตารางที่ 2  เปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการเรียนรู้เกี่ยวกับสสารก่อนและหลังการใช้แบบฝึก ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  ของนักเรียน 20 คน 

ที่ ชื่อ - สกุล ก่อนเรียน( 30 ) หลังเรียน(30 ) ผลต่าง( D ) ผลต่าง 2( D ) 2 ความก้าวหน้า
1 เด็กชายทัตพงศ์   แซ่ม้า 12 15 3 9 3
2 เด็กชายอดิศร     แซ่กือ 13 16 3 9 3
3 เด็กชายเกษม     แซ่ม้า 11 16 5 25 5
4 เด็กชายปรีชา    แซ่ว่าง 9 16 7 49 7
5 เด็กชายพิชัย     แซ่ว่าง 16 20 4 16 4
6 เด็กชายวรากร     แซ่ม้า 14 21 7 49 7
7 เด็กชายอดิศักดิ์     แซ่กือ 10 19 9 81 9
8 เด็กชายจิตรภณ    แซ่ว้าง 10 18 8 64 8
ที่ ชื่อ - สกุล ก่อนเรียน( 30 ) หลังเรียน(30 ) ผลต่าง( D ) ผลต่าง 2( D ) 2 ความก้าวหน้า
9 เด็กชายจีรพัฒน์    เล่าแสงสว่าง 14 15 1 1 1
10 เด็กชายวรพงษ์    เหล่าหาญ 17 18 1 1 1
11 เด็กชายชลวัฒน์     แซ่ย่าง 13 17 4 16 4
12 เด็กชายสัภยา     วิญญูสกุล 11 17 6 36 6
13 เด็กชายอุทัย      แซ่กือ 11 18 7 49 7
14 เด็กชายธีรวัฒน์      แซ่ย่าง 14 21 7 49 7
15 เด็กชายสมศักดิ์   แซ่ม้า 13 14 1 1 1
16 เด็กชายเพชร  พยุงวนา 15 19 4 16 4
17 เด็กชายฝง    แซ่ม้า 11 19 8 64 8
18 เด็กชายสุชาติ    แซ่กือ 13 19 6 36 6
19 เด็กชายหยี   แซ่ม้า 8 15 7 49 7
20 เด็กชายอนุกูล   แซ่ม้า 12 18 6 36 6
             
SC 247.00 351.00 104.00 656.00 104.00
X 12.35 17.55 5.20 32.80 5.20
SD 2.30 2.04 2.46 23.72 2.46
% 41.17 58.50 17.33 54.67 17.33

  จากตารางแสดงให้เห็นว่าแบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์ ชุดแบบฝึกเสริมทักษะเกี่ยวกับสสารของนักเรียนมีศักยภาพสูงขึ้น  5. สรุปผล  อภิปราย   และข้อเสนอแนะ                5.1. สรุปผล                    1.  จาการทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์   ที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้นมาใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้น ม.1  กับกลุ่มตัวอย่าง  ผลการวิเคราะห์  แบบฝึกเสริมทักษะวิทยาศาสตร์    มีความเหมาะสมมากที่สุด                     2.  ผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.1 ของกลุ่มตัวอย่างหลังการใช้แบบฝึกสูงกว่าก่อนใช้แบบฝึก  โดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 5.20    พอจะสรุปได้ว่าแบบฝึกเสริมทักษะชุดนี้มีคุณภาพและประสิทธิภาพอยู่ในระดับที่สูงเป็นที่น่าพอใจ                5.2. อภิปรายผล                                   ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้แบบฝึกมีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง  ส่งผลให้มาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีระดับสูงขึ้น เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้  ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้1.  แบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์  ชั้น ม.1  เป็นแบบฝึกที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผลของการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว  2.  แบบฝึกนี้สร้างขึ้นอย่างถูกวิธี  ได้ผ่านขั้นตอนการสร้างแลพัฒนาอย่างเป็นระบบ  เริ่มตั้งแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการใช้หลักสูตร  และยังได้รับการแนะนำ  ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านเนื้อหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ความเหมาะสมของเนื้อหา  และรูปแบบที่นำเสนอในแบบฝึกเสริมทักษะการกระบวนการแก้ปัญหา   รวมทั้งการนำแบบฝึกไปทดลองใช้3.  การสอนโดยใช้แบบฝึก  นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้4.  แบบฝึกเรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้  ให้ผู้เรียนรู้ผลการทำแบบฝึกของตนเองทุกครั้ง  ทำให้เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้  จึงสรุปได้ว่าแบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์    ชั้น ม.1 มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง  สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  และมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นตามเกณฑ์ทางการเรียนรู้ที่โรงเรียนตั้งไว้                5.3.  ข้อเสนอแนะ                      จากผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อประโยชน์ต่อวงการศึกษาดังนี้1.  แบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์    ชั้น ม.1  นำไปใช้ได้กับทุกแบบเรียน  เช่น  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบมุ่งประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์  จะนำไปใช้กับขั้นตอนฝึกทักษะ  ขั้นตอนที่ 5 ก็ได้ เพราะในการจัดทำได้ยึดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นแนวทางในการจัดทำ2.  ก่อนนำแบบฝึกไปใช้ผู้สอนควรศึกษารายละเอียดของทุกกิจกรรมก่อนนำไปใช้  3.   แบบฝึกนี้สามารถใช้ได้กับทุกระดับช่วงชั้น  และทุกบทเรียน4. ในการจัดทำแบบฝึกต้องขอความร่วมมือจากทางโรงเรียนในเรื่องของงบประมาณ  เวลา  และสถานที่ในการทดลองใช้  นอกจากนี้ต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการจัดทำ5.  แบบฝึกจะเกิดความสมบูรณ์ครูผู้สอนต้องใช้ควบคู่ไปกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น  จัดกิจกรรมให้ครบทุกขั้นตอน  ต้องตรวจแบบฝึกอย่างเป็นปัจจุบันให้ผู้เรียนรู้ผลทันที  พร้อมกับเฉลยคำตอบที่ถูกต้องให้ผู้เรียนได้รู้ทุกครั้ง  6.  ปรับและยืดหยุ่นกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสม7.  ทำการเผยแพร่แบบฝึกเสริมทักษะพื้นฐานวิทยาศาสตร์  เพื่อประโยชน์ต่อวงการศึกษาให้กว้างไกลที่สุด

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 430 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss31355