เทคนิคการสืบค้นข้อมูลและหลักการเขียนบรรณานุกรม การอ้างอิงจากอินเตอร์เน็ต

รูปภาพของ swk35701
การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
          1.  เว็บไซต์ (Website)  :  ที่ตั้งเครือข่ายข้อมูลที่เชื่อมโยงติดต่อกันได้ทั่วทุกมุมโลกโดยการค้นหาข้อมูลในแต่ละเว็บไซต์จะต้องทราบชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการหาข้อมูลนั้น ๆ หรือสามารถค้นหา
                    1.1  การค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ตามคำหลัก  จะต้องอาศัยการประมวลข้อมูลที่ต้องการค้นหาออกมาเป็นคำหลัก  (keyword)  ให้ได้ก่อน
                    1.2  การสืบค้นข้อมูลในเว็บไซต์ตามหมวดหมู่ที่ทางเว็บไซต์ได้แบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจนทำให้สะดวกมากขึ้น  โดยการจัดหมวดหมู่ของแต่ละเว็บไซต์จะแตกต่างกัน
          2.  ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์  :  ห้องสมุดประเภทนี้จะแตกต่างจากห้องสมุดทั่วไปเพราะสามารถใช้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต  การค้นหาข้อมูลสะดวก  รวดเร็ว  โดยสามารถค้นคว้าได้จากชื่อเรื่อง  หัวเรื่อง ชื่อหนังสือ  ชื่อผู้แต่ง  เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN)  เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร (ISSN)  สำนักพิมพ์  ปีที่พิมพ์  เป็นต้น  ซึ่งการค้นคว้าในห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์สามารถระบุข้อมูลหรือเงื่อนไขเฉพาะได้ชัดเจน  เช่น  ต้องการทราบผลงานของสุนทรภู่  เฉพาะเกี่ยวกับนิราศก็สามารถระบุเงื่อนไขที่เกี่ยวกับชื่อผู้แต่ง  คือ  สุนทรภู่  และระบุหัวข้อเรื่อง  คือ  นิราศ  ระบบสามารถประมวลผลงานของสุนทรภู่เฉพาะเรื่องที่เป็นนิราศเท่านั้น
          3.  ฐานข้อมูลออนไลน์  ฐานข้อมูล  :  แหล่งจัดเก็บข้อมูลหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง  หรือหมายหัวข้อที่รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่ง  จำนวนข้อมูลในฐานข้อมูลมักมีมากมายนับหมื่น แสน หรือล้านรายการ
          ออนไลน์ (online)  เป็นคำทับศัพท์  :  การเชื่อมโยงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
          การสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ให้ได้ตรงตามความต้องการ  อาจใช้เทคนิคง่าย ๆ ดังนี้
                    1.  ทำความเข้าใจความหมายของคำเชื่อมที่สำคัญ 3 คำ  คือ  “ และ    หรือ    ไม่ ”
                    2.  ใช้สัญลักษณ์  หากไม่ทราบวิธีสะกดคำที่ถูกต้อง
                              เครื่องหมายคำถาม  “?”                    
                              เครื่องหมายดอกจัน  “*”                    
                    3.  ฐานข้อมูลอีริก (ERIC database)  ซึ่งเป็นฐานข้อมูลด้านการศึกษาให้ใช้คำว่า  NEAR  สำหรับการค้นที่รวมคำที่ใกล้เคียงกับคำที่ต้องการด้วย
การสืบค้นข็อมูลทางอินเตอร์เน็ต มี 5 วิธี                 
1. การสืบค้นข้อมูล โดยใช้ www.google.com
2. การสืบค้นรูปภาพ โดยใช้ www.google.com
3. การสืบค้นข้อมูล ในรูปแบบ Index Directory
4. การสืบค้นข้อมูล ในรูปแบบ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
5. การสืบค้นข้อมูลแผนที่ออนไลน์ ในรูปแบบ Google Maps
การค้นหาบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อการค้นหาข้อมูล
1. การค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์เป้าหมาย
วิธีค้นหาเฉพาะเจาะจงเว็บไซต์เป้าหมายโดยกำหนด site: ชื่อ URL เช่น ถ้าผู้ใช้ต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการสอบ admission ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้พิมพ์ admission site:www.tu.ac.th
2. การค้นหา Link ต่างๆ ในเว็บไซต์เป้าหมาย
เมื่อเราต้องการค้นหาว่าในเว็บไซต์ที่เราสนใจนั้นมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเว็บอื่นๆ หรือไม่ ก็สามารถทำได้โดยการค้นหาดังนี้ ให้พิมพ์ link: ชื่อ URL เช่นlink:www.tu.ac.th
3. การค้นหาชนิดของนามสกุลของไฟล์
เราใช้คำค้นหาได้ดังนี้ filetype:ชื่อ นามสกุลไฟล์ เช่น หากต้องการค้นหา filetype ชนิดของ Microsoft Powerpoint 2007 ให้พิมพ์ filetype:pptx
4. การค้นหาอดีตที่เคยปรากฏของเว็บไซต์หรือข้อมูลบนเว็บไซต์เป้าหมาย ใน Google สามารเก็บ Cached ของเว็บที่จะเข้าชมไว้ได้ ประโยชน์ของ google cache คือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บไซต์ที่อาจโดนลบไปแล้ว โดยข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลก่อนถูกลบ
5. การค้นหา E-mail ของหน่วยงานหรือเว็บไซต์เป้าหมาย การค้นหาประเภทนี้จะทำให้เราได้รายชื่อของ E-mail หน่วยงานนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นชื่อพนักงานคนหนึ่ง หรือชื่อกลุ่ม E-mail ของหน่วยงานหรือชื่อผู้ติดต่อเว็บไซต์นั้นๆ โดยใช้การค้นหาว่า @ ตามด้วยชื่อเว็บไซต์หน่วยงาน ยกตัวอย่างเช่น @mict.go.th
6. การค้นหาอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ การใช้เครื่องมือคำพูดได้ระหว่างคำที่เราต้องการค้นหาเฉพาะก็จะทำให้การค้นหานั้นเจาะจงมากขึ้น เช่น ค้นหาคำว่า “Social Media” ก็จะค้นหาเฉพาะคำที่เขียนแบบนี้โดยเฉพาะ
เทคนิคการค้นหาข้อมูลจาก Google ในเชิงลึก
1. ค้นหาดูเฉพาะ Title ของเว็บไซต์
เทคนิคการค้นหาดูเฉพาะ Title จะใช้คำว่า intitle: ตามด้วยชื่อข้อความที่ต้องการดู title วิธีนี้จะนิยมใช้กับการค้นหาข้อมูลเชิงลึกโดยเรียกว่า google hack
2. การค้นหา Password โดยใช้ google
เทคนิคการค้นหา Password นั้นจะใช้คำว่า filetype:lop inurl:”password.log” จะพบ password.log ที่เกิดขึ้นใน web server 
การเขียนบรรณานุกรม                                                                                                          
        หมายถึง อ้างอิงแหล่งสารนิเทศซึ่งเป็นทฤษฎี ข้อมูล ความรู้ มาประกอบในผลงานทางวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ เพื่อบอกแหล่งที่มาของสารนิเทศอันเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของผลงานเหล่านั้น การอ้างอิงที่ผู้จัดทำนำเสนอนี้เป็นระบบ APA (American Psychological Association) เพื่อเป็นแนวทางในการเขียนอ้างอิงบรรณานุกรมในผลงานทางวิชาการของบุคลากรคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิธีการเขียนอ้างอิงบรรณานุกรมจากสารนิเทศประเภทต่าง ๆ มีดังนี้
        รูปแบบเอพีเอ ถือว่าจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเอกสารส่วนตัว ผู้อื่นไม่สามารถสืบค้นได้ฉะนั้นจึงไม่แนะนำให้รวมรายการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในบรรณานุกรม แต่ให้อ้างถึงไว้ในเนื้อความ สำหรับแบบเอ็มแอลเอ และแบบชิคาโก มีรายละเอียดทางบรรณานุกรมของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดไว้เหมือนกัน ได้แก่ ชื่อผู้เขียน หัวข้อเรื่อง และวันที่ส่ง โดยแบบเอ็มแอลเอกำหนดให้มีชื่อผู้รับ ส่วนแบบชิคาโก ให้ระบุชื่อชนิดที่ของการติดต่อ (เช่น เป็นจดหมายส่วนตัว หรือจดหมายทางราชการ) และวันที่เข้าไปสืบค้น
การเขียนบรรณานุกรม หนังสือ เอกสาร และบทความที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต
        การเขียนรายละเอียดทางบรรณานุกรมสำหรับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต มีหลักการเช่นเดียวกับการเขียน รายละเอียดทางบรรณานุกรมของแหล่งข้อมูลประเภทอื่น ๆ คือ ต้องให้รายละเอียดที่ทำให้ผู้สนใจสามารถเข้าถึงแหล่ง ข้อมูลนั้น ๆ ได้ ในที่นี้จะขอกล่าวถึง การเขียนรายละเอียดทางบรรณานุกรมสำหรับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต สามประเภทใหญ่ ได้แก่
1. หนังสือ
2. เอกสาร และบทความ
3. ข้อความที่ประกาศ (post) และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
การเขียนบรรณานุกรมข้อความที่ประกาศบนอินเทอร์เน็ต
        หมายถึง ข้อความที่นำเสนอเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเว็บฟอรัม (web forum) ข้อความที่นำเสนอในลิสต์เซิร์ฟ (Listserv) และกลุ่มข่าว (Newsgroup) ต่าง ๆ รายละเอียดที่ควรระบุ ได้แก่ ชื่อผู้ประกาศ วันเดือนปีที่ประกาศ หัวเรื่อง (ดูตามที่ปรากฏในบรรทัดหัวข้อ subject) และยูอาร์แอล (ยกเว้นสำหรับ ข้อความในกลุ่มข่าว ให้ระบุชื่อกลุ่มข่าวแทน) โดยในแบบเอพีเอ และ แบบเอ็มแอลเอ กำหนดให้มีข้อความที่บ่งว่าเป็นข้อความ ที่ประกาศ และในแบบเอ็มแอลเอ และ แบบชิคาโก กำหนดให้ระบุวันที่ที่สืบค้น
        รูปแบบการเขียนบรรณานุกรม
        ข้อความ  : การจัดเรียงบรรณานุกรม
        หนังสือ
        ชื่อ/ชื่อสกุล.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อเรื่องหนา.//ครั้งที่พิมพ์.//เมืองที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์หรือผู้จัดพิมพ์.
         วารสาร
        ชื่อ/ชื่อสกุลผู้เขียนบทความ.//(ปี,/วัน/เดือน).//ชื่อบทความ.//ชื่อวารสารหนา.//ปีที่(ฉบับที่)/:/หน้าที่อ้าง.
        ชื่อบทความ.//(ปี,/วัน/เดือน).//ชื่อวารสารหนา.//ปีที่(ฉบับที่)/:/หน้าที่อ้าง.
        หนังสือพิมพ์
        ชื่อผู้เขียน.//(ปี,/วัน/เดือน).//ชื่อบทความหรือชื่อคอลัมน์.//ชื่อนสพหนา.//หน้าที่ตีพิมพ์.
        เว็บไซต์
        ผู้แต่ง.//(ปีที่พิมพ์,/วันเดือนของวารสารหรือปีที่สืบค้น).//ชื่อบทความ.//ชื่อวารสารหนา.//(คำบอกแหล่งข้อมูลอิเลกทรอนิกส์). //ปีที่(ฉบับที่)/:/หน้า.//แหล่งที่มา:/ชื่อของแหล่งที่มา;/ชื่อแหล่งย่อย.//วันที่สืบค้น. หัวข้อย่อยในเว็บไซต์หนา. (ปีที่สืบค้น).//แหล่งที่มา:/ชื่อของแหล่งที่มา;/ชื่อแหล่งย่อย.//วันที่สืบค้น.
        เช่น
        ราชบัณฑิตยสถาน. (2543). รายงานผลการวิจัยเรื่องการออกเสียงคำไทย(หนา). (ออนไลน์). แหล่งที่มา:http:.......html. วันที่สืบค้น 25 กรกฎาคม 2547.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 44 คน กำลังออนไลน์