0303 โครงสร้างทางการเมือง

รูปภาพของ sss516409

โครงสร้างทางการเมือง

โครงสร้างทางการเมือง  อินเดียได้นำเอาวิธีการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ทางการเมือง และการปกครองของสถาบันต่าง ๆ มาจากระบบของอังกฤษคือ
                ประธานาธิบดี  มีฐานะเป็นประมุขของประเทศที่ปกครองในระบบรัฐสภาคือ มีฐานะอยู่เหนือการเมือง และใช้อำนาจหน้าที่ตามพิธีการเท่านั้น ตามปกติประธานาธิบดีจะใช้อำนาจของตนผ่านคณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีจะทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำให้ประธานาธิบดี ใชัอำนาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
                ประธานาธิบดีอินเดียได้รับเลือกตั้งโดยทางอ้อมจากประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดีคือ สมาชิกสภาทั้งสองสภาของรัฐบาลกลาง และสมาชิกสภานิติบัญญัติของรัฐต่าง ๆ ๒๑ มลรัฐ
                อำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดีอินเดีย แบ่งออกเป็นสามประเภทคือ
                    อำนาจบริหาร  มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ในฐานะประมุขของชาติ และเป็นตัวแทนของประชาชนอินเดียทั้งมวล ซึ่งรวมถึงด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
                    อำนาจนิติบัญญัติ  มีอำนาจในการลงนามประกาศใช้ หรือยับยั้งกฎหมายต่าง ๆ  ออกกฤษฎีกาต่าง ๆ นอกสมัยประชุมรัฐสภา เป็นต้น
                    อำนาจฉุกเฉิน  มีอำนาจประกาศภาวะฉุกเฉิน ในกรณีที่ความมั่นคงของชาติถูกคุกคาม กลไกการปกครองตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนมลรัฐถูกทำลาย และเมื่อเกิดวิกฤตทางการคลังในประเทศ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของประเทศ
                คณะรัฐมนตรี  เป็นเพียงที่ปรึกษาแนะนำ และช่วยเหลือประธานาธิบดีในการปฎิบัติหน้าที่ โดยประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ตามคำเสนอของนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีจะต้องแต่งตั้งหน้าที่พรรคที่มีเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นนายก ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี อาจไม่ได้เป็นสมาชิกรัฐสภาก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ถ้าผู้ใดจะเป็นรัฐมนตรีเกินกว่า ๖ เดือนได้ จะต้องจัดการให้ผู้นั้น เป็นสมาชิกสภาใดสภาหนึ่ง ภายใน ๖ เดือน
                คณะรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากตำแหน่ง เมื่อไม่ได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทน  แต่คณะรัฐมนตรีอาจขอให้ประมุขยุบสภาได้ ซึ่งจะมีผลให้มีการเลือกตั้งใหม่
                    สภารัฐมนตรี  (Council of Ministers)  มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า รับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีเป็นสื่อติดต่อระหว่างประธานาธิบดี และสภารัฐมนตรีในกิจการทุกอย่าง สภารัฐมนตรีประกอบด้วยรัฐมนตรีสามประเภทคือ ประเภทที่ ๑ รัฐมนตรีที่เป็นสมาชิกในคณะรัฐมนตรี มีสิทธิเข้าร่วมประชุมในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เป็นผู้กำหนดและวางนโยบายของรัฐบาล  ประเภทที่ ๒ รัฐมนตรีที่มิได้เป็นสมาชิกในคณะรัฐมนตรี ประเภทที่ ๓ รองนายกรัฐมนตรี
                รัฐสภา  ประกอบด้วยสภาสองสภาคือ
                    สภาแห่งรัฐหรือวุฒิสภา (Council of State)  อินเดียเรียก ราชยสภา (Rajaya Sabha)  ประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งมาจากสภาต่าง ๆ ของรัฐ ๒๒ รัฐ มีสมาชิกไม่มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร และต้องไม่มากกว่า ๒๕๐ คน ซึ่งในจำนวนนี้มี ๑๒ คนได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดี
                    สภาสูงจะถูกยุบไม่ได้ สมาชิกอยู่ในตำแหน่ง ๖ ปี แต่ทุก ๆ ๒ ปีจะต้องออกไป ๑ ใน ๓ สภานี้มีรองประธานาธิบดี เป็นประธานสภาโดยตำแหน่ง
                    สภาแห่งรัฐมีอำนาจหน้าที่ในการออกกฎหมายเหมือนกับสภาผู้แทนราษฎรทุกอย่าง กฎหมายใดที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่สภาแห่งรัฐไม่อนุมัติ กฎหมายนั้นออกบังคับไม่ได้ มีอำนาจควบคุมการบริหารรัฐการแผ่นดินโดยการตั้งกระทู้ถาม ไม่ผ่านกฎหมายงบประมาณของรัฐบาล และมีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ
                    สภาผู้แทนราษฎร (House of People)  อินเดียเรียกว่า โลกสภา (Lok Sabha) ประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชน มีจำนวนไม่เกิน ๕๐๐ คน จากมลรัฐทั้งหมด และไม่เกิน ๒๕ คน จากดินแดนที่อยู่ในปกครองของรัฐบาลกลางที่ไม่มีฐานะเป็นรัฐ  นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังมีสิทธิแต่งตั้งผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นตัวแทนของชนกลุ่มน้อยไม่เกิน ๒ คน
                    การเลือกตั้งเป็นแบบแบ่งเขต แต่ละเขตจะเลือกผู้แทนได้คนเดียว สภามีอายุ ๕ ปี ประชาชนอินเดียที่มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า ๒๑ ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง ให้มีคณะกรรมการเลือกตั้งเป็นสถาบันอิสระ มีหน้าที่จัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และควบคุมการเลือกตั้งระดับชาติและระดับรัฐ
                    รัฐสภามีหน้าที่สำคัญสองประการเหมือนกับรัฐสภาอังกฤษ คือการออกกฎหมายและการควบคุมการบริหารรัฐการของคณะรัฐมนตรี
                ศาล  รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีศาลสูงสุด (Supreme Court) หนึ่งศาล ประกอบด้วยประธานศาลสูงสุดและผู้พิพากษาอื่นอีกไม่เกิน ๑๓ คน ศาลสูง (High Court) มีประจำรัฐต่าง ๆ รัฐละ ๑ แห่ง และศาลชั้นต้น (Primar Court) มีประจำในแต่ละเขต ภายในรัฐต่าง ๆ  แบ่งเป็นเขตละ ๑ ศาล   ผู้พิพากษาศาลสูงสุดได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี ซึ่งประธานาธิบดี จะปรึกษากับผู้พิพากษาทั้งหลายของศาลสูงสุด และศาลของรัฐต่าง ๆ ตามที่เห็นว่าจำเป็น
                ศาลสูงสุด นอกจากจะรับการอุทธรณ์มาจากศาลล่างแล้ว ยังเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาที่มีลักษณะเป็นการเมืองได้โดยไม่ต้องมีใครอุทธรณ์มา  และมีอำนาจพิจารณาว่ากฎหมายของรัฐสภา หรือคำสั่งของประธานาธิบดีขัดกับรัฐธรรมนูญ ใช้บังคับมิได้
                มลรัฐ  มีสภานิติบัญญัติของตนเอง บางมลรัฐมีสองสภา ประมุขมลรัฐเรียกว่าผู้สำเร็จราชการ ซึ่งประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้ง  มีอำนาจต่าง ๆ ภายในมลรัฐ  มีรัฐบาลของตนเอง และมีผู้นำรัฐบาลเรียกว่า มุขมนตรี ซึ่งรับผิดชอบต่อสภานิติบัญญัติของมลรัฐนั้น ๆ  มลรัฐต่าง ๆ มี ๒๕ มลรัฐ และมีดินแดนสหภาพ (Union Territory) ๗ แห่ง
                พรรคการเมือง  มีอยู่หลายพรรคด้วยกัน มีนโยบายแตกต่างกันตั้งแต่ขวาสุดถึงซ้ายสุด พรรคการเมืองที่สำคัญ ๆ ได้แก่ พรรคคองเกรส พรรคชนตะ พรรคโลกดาล พรรคคอมมิวนิสต์ ฯลฯ
                การปกครองท้องถิ่น  แบ่งออกเป็น ๔ ระดับคือ
                    หมู่บ้าน  มีสภาปัญจาญาต (Village Panjayat) เป็นสภาของหมู่บ้าน มีหน้าที่บางประการเกี่ยวกับการสาธารณสุข และการศึกษาของหมู่บ้าน
                    เขตพัฒนา  ตั้งขึ้นมาเพื่อการพัฒนา มีสภาปัญจาญาตสามิติ (Panjayat Samiti) พิจารณาแต่เรื่องการพัฒนาเก็บเงินเพื่อการเกษตร เป็นต้น
                    อำเภอ  มีสภาซีลาปาริชาด (Zila Parishad) เป็นผู้ดูแลการบริหารกิจการในท้องถิ่น
                    แขวง  เป็นเขตบริหารของรัฐบาลของรัฐ ไม่มีสภาของประชาชน

ที่มา : http://www.tv5.co.th/service/mod/heritage/nation/neighbour/india3.htm

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 51 คน กำลังออนไลน์