การพัฒนาศักยภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู โดยใช้วิจัยปฏิบัติการอย่างกัลยาณมิตร: กรณีโรงเรียนสองพิทยาคม อำเภอสอง จังหวัดแพร่

ชื่อเรื่อง                       :  การพัฒนาศักยภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูโดยใช้วิจัยปฏิบัติการอย่างกัลยาณมิตร:
กรณีโรงเรียนสองพิทยาคม  อำเภอสอง  จังหวัดแพร่

ผู้วิจัย                         :  นายเลิศชาย  รัตนะ

ปีที่วิจัย                      :  ปีการศึกษา 2553 - 2554

บทคัดย่อ

              การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้วิจัยปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครู โดยใช้วิจัยปฏิบัติการอย่างกัลยาณมิตร: กรณีโรงเรียนสองพิทยาคม อำเภอสอง  จังหวัดแพร่ และสร้างเครือข่ายการวิจัยในชั้นเรียน ระหว่าง  3  ฝ่าย  คือ  ผู้วิจัย ครูผู้ร่วมวิจัย    และครูเครือข่ายการวิจัย    เพื่อให้ผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ และกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน  สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนและเขียนรายงานการวิจัยได้ ตามกรอบการวิจัยในชั้นเรียน 4 ขั้นตอน คือ  1.  การกำหนดปัญหาและหาสาเหตุของปัญหา  2.  การกำหนดวิธีการแก้ปัญหา 3.การดำเนินการแก้ปัญหา  4.การสรุปผลและการเขียนรายงานการวิจัย   กลยุทธ์ที่ใช้ในการดำเนินการพัฒนา ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์  ได้แก่ กลยุทธ์การประชุมเชิงปฏิบัติการ กลยุทธ์การนิเทศโดยการให้คำปรึกษา และกลยุทธ์การส่งเสริมการศึกษาด้วยตนเอง  ดำเนินการพัฒนา  4 วงรอบ กลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า   ได้แก่   กลุ่มครูผู้ร่วมวิจัย  ที่สมัครใจและยินดีเข้าร่วมเป็นครูผู้ร่วมวิจัยกลุ่มสาระการเรียนรู้ละ 2  คน รวม  8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 16  คน กลุ่มครูเครือข่ายการวิจัยที่สมัครใจและยินดีเข้าร่วมเป็นครูเครือข่ายการวิจัย จำนวน  19  คน และกลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 2  คน  รวมกลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า  จำนวน 37  คน   เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจ ด้านการทำวิจัยในชั้นเรียน จำนวน 1 ฉบับ แบบสัมภาษณ์จำนวน  4 ฉบับ แบบสังเกตจำนวน 3 ฉบับ และแบบประเมินจำนวน 2 ฉบับ การตรวจสอบข้อมูลใช้เทคนิคการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation  Technique) และนำเสนอผลการวิจัยในรูปแบบการพรรณนาเชิงวิเคราะห์(Descriptive Analysis)

                 ผลการวิจัยพบว่า  การดำเนินการพัฒนา  ในวงรอบที่ 1  พบว่ากลุ่มครูผู้ร่วมวิจัย จำนวน 16  คน มีความรู้ความเข้าใจในหลักการและกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน   สามารถเขียนโครงร่างการวิจัยและปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียนได้ถูกต้อง จำนวน 11 คน และมีผลงานที่ต้องปรับปรุงพัฒนา จำนวน 5 คน ผู้วิจัยและกลุ่มครูผู้ร่วมวิจัย จึงดำเนินการพัฒนาต่อในวงรอบที่ 2  ในการดำเนินการพัฒนาวงรอบที่ 2 ใช้กลยุทธ์การนิเทศโดยการให้คำปรึกษาดำเนินการนิเทศ จำนวน 4 ครั้งและการส่งเสริมการศึกษาด้วยตนเอง พบว่า กลุ่มครูผู้ร่วมวิจัย  จำนวน 11 คน  มีความรู้ความเข้าใจหลักการทำวิจัยและสามารถทำวิจัยได้ถูกต้อง  นำกระบวนการวิจัยมาใช้แก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ลงสู่ผู้เรียนและนำความรู้เผยแพร่ สร้างความเข้าใจ และเชิญชวนครูผู้สอนสมัครใจเป็นครูเครือข่ายการวิจัย ได้จำนวน 19  คน และกลุ่มครูผู้ร่วมวิจัยที่มีผลงานต้องปรับปรุงพัฒนาได้รับการพัฒนา  จำนวน 5 คน  สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนและเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนเป็นของตนเองได้คนละ 1 เรื่อง ในการพัฒนาวงรอบ  ที่ 3   ใช้กลยุทธ์การนิเทศโดยการให้คำปรึกษา ดำเนินการนิเทศ  จำนวน 4  ครั้ง  และการส่งเสริมการศึกษาด้วยตนเอง พบว่า กลุ่มครูผู้ร่วมวิจัย  จำนวน 16 คน  สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนได้ถูกต้อง   นำการวิจัยพัฒนากระบวนการเรียนรู้  ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น    มีผลงานวิชาการ   ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษได้  จำนวน 11 คน  และกลุ่มครูเครือข่ายการวิจัย  จำนวน 15  คน มีความรู้ความเข้าใจ สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนได้ถูกต้องตามหลักการวิจัยและนำมาพัฒนากระบวนการเรียนรู้ลงถึงนักเรียน มีผลงานวิชาการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการได้ 1 คน และกลุ่มครูเครือข่ายการวิจัยมีผลงานที่ต้องปรับปรุงพัฒนาจำนวน 4 คน ผู้วิจัยและกลุ่มครูผู้ร่วมวิจัยดำเนินการพัฒนาต่อในวงรอบที่ 4 ในการพัฒนาวงรอบที่ 4 ผู้วิจัยใช้กลยุทธ์การนิเทศโดยการให้คำปรึกษา ดำเนินการนิเทศ จำนวน  4 ครั้ง และให้การส่งเสริมการศึกษาด้วยตนเอง พบว่า กลุ่มครูผู้ร่วมวิจัย  จำนวน  16  คน สามารถดำเนินการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนมาใช้ในการเรียนการสอนมีผลงานวิชาการ ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษได้เพิ่มขึ้น จำนวน  3  คน ครูเครือข่ายการวิจัย จำนวน 15  คน มีความรู้ความเข้าใจ สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนได้ถูกต้องตามหลักการวิจัย นำกระบวนการวิจัยลงสู่กระบวนการจัดการเรียนการสอน มีผลงานทางวิชาการ  ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการได้  จำนวน  4 คน  และกลุ่มครูเครือข่ายการวิจัยที่มีผลงานต้องปรับปรุงพัฒนา  จำนวน 4 คน ได้รับการพัฒนา  มีความรู้ความเข้าใจ  สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนได้ถูกต้องตามหลักการวิจัย และสามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้  พัฒนากระบวนการเรียนรู้ลงสู่ผู้เรียนได้เป็นอย่างดี สรุปผู้ร่วมศึกษาค้นคว้า   นำกระบวนการวิจัยในชั้นเรียนมาใช้แก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน  ส่งผลต่อการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและผู้ร่วมวิจัย     มีผลงานวิชาการ ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษได้ จำนวน  14  คน คิดเป็นร้อยละ 87.50 ของครูผู้ร่วมวิจัย    และ ขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการได้  จำนวน 5 คน  คิดเป็นร้อยละ 26.32 ของครูเครือข่ายการวิจัยและได้รูปแบบการพัฒนาศักยภาพการวิจัยในชั้นเรียนของครูโดยใช้วิจัยปฏิบัติการอย่างกัลยาณมิตร: กรณีโรงเรียนสองพิทยาคม อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นกรอบแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชนได้ศึกษา และนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 12 คน กำลังออนไลน์