เเหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์

 

 

 หมู่บ้านช้างจังหวัดสุรินทร์  

 

 

         หมู่บ้านช้างตั้งอยู่หมู่ที่ 9 และ 13 บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม พื้นที่หมู่บ้านเป็นที่นาและป่าละเมาะสลับ กับป่าโปร่งเหมาะกับการเลี้ยงช้างชาวบ้านตากลางดั้งเดิมเป็นชาวส่วย หรือ กูย หรือ กวย มีความชำนาญในการคล้องช้างป่า ฝึกหัด ช้างและเลี้ยงช้าง ส่วนมาต้องเดินทางไปคล้องช้างบริเวณชายแดนต่อเขตประเทศกัมพูชา ปัจจุบันสภาวะการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้ชาวบ้านไม่สามรถไปคล้องช้างเช่นแต่ก่อนได้ แต่ชาวบ้านตากลางยังคงเลี้ยงช้างและฝึกช้างเพื่อไปร่วมแสดงในงานช้างของ จังหวัดทุกปีการเลี้ยงช้างของชาวบ้านตากลาง ไม่เหมือนการเลี้ยงช้างของ ชาวภาคเหนือที่เลี้ยงไว้ใช้งาน แต่ชาวบ้านตากลางเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน นอนร่วมชายคาเดียวกับตน ดังนั้นถ้าท่านได้ไปที่บ้านตากลาง นอกจากจะได้เห็นสภาพโรง ช้างดังกล่าวแล้ว ยังได้สัมผัสการดำรงชีวิตของชาวส่วย พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยกับหมอช้างที่มีประสบการณ์ในการคล้องช้างมาแล้ว และยังสามารถเดินทางไปชมบริเวณที่แม่น้ำชีและแม่น้ำมูลไหลมาบรรจบกัน ซึ่งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร มีทัศนียภาพที่งดงาม น่าพักผ่อนและชวนให้ศึกษาในเชิงธรรมชาติด้วย นอกจากนี้ทางจังหวัดยังได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ช้างขึ้นภายในหมู่บ้านด้วย เพื่อรวบ รวมประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับช้าง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการคล้องช้าง และให้ความรู้ในเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับช้าง ชาวบ้านตากลาง ได้จัด ให้มีการแสดงช้างสำหรับนักท่องเที่ยว มีบริการนั่งหลังช้างชมหมู่บ้าน และโฮมสเตย์สำหรับผู้ต้องการพักค้างแรมและเรียนรู้ วิถีชีวิตคนกับช้าง ติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์คชศึกษาบ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม 

     นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีความเป็นอยู่ ความผูกพันของคน ชุมชนและช้าง รวมทั้งประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าชื่นชมอย่างเต็มอิ่ม ชาวกวยแต่ละครัวเรือนจะมีช้างที่เลี้ยงไว้อาศัยอยู่รวมกัน จนช้างที่พวกตนเลี้ยงไว้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของตน ก่อให้เกิดสายใยความผูกพันที่แน่นเฟ้นขึ้นระหว่างคนกับช้าง ณ บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ (หมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก) โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจดังต่อไปนี้



       สนามแสดงช้างแสนรู้ จะมีการแสดงความสามารถอันเฉลียวฉลาดและน่ารักของช้างในศูนย์ฯ อาทิ ช้างเต้นรำ ช้างวาดรูป ช้างปาลูกโป่ง ช้างเตะฟุตบอล ฯลฯ โดยจะเปิดการแสดงทุกวัน วันละ ๒ รอบ คือ ๑๐.๓๐ น. และ ๑๔.๓๐ น. ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์



       อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่แสดงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง อาทิ วิวัฒนาการของช้าง ช้างในยุคต่างๆ โครงกระดูกช้าง โรคที่เกี่ยวข้องกับช้าง เครื่องมือในการคล้องช้าง ภาพวิธีการจับช้างในรูปแบบต่างๆ ลักษณะสำคัญของช้าง อาหารและยาสมุนไพรช้าง วิถีความผูกพันระหว่างคนกับช้าง พิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้าง ขั้นตอนวิธีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับช้างที่เสียชีวิต วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวกวยหรือกูย เป็นต้น



       ศาลปะกำ ที่เป็นเสมือนเทวาลัยสิงสถิตของวิญญาณบรรพบุรุษและผีปะกำ ตามความเชื่อของชาวกวยหรือกูย นิยมปลูกสร้างไว้ในชุมชนคุ้มบ้าน


     

       วังทะลุ ห่างจากหมู่บ้านช้างเพียง ๓ กิโลเมตร ที่นี่เป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลและลำน้ำชีมาบรรจบกัน ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่จังหวัดอุบลราชธานี "วังทะลุ" เป็นสายน้ำที่แวดล้อมไปด้วยป่าที่กว้างใหญ่ไพศาล ก่อให้เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามซึ่งหาชมได้ยาก ยังมีความอุดมบูรณ์ทางธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งยังเป็นที่อาบน้ำของช้างในหมู่บ้านยามเย็น

 ผมจะพาไปชมการแสดงช้างแสนรู้คับ น่ารักมากๆเลย การเดินทางก็สะดวกสบายมากค่ะ ไปแล้วเพลิดเพลินเจริญใจแล้วยังช่วยให้ช้างได้อยู่บ้านด้วยนะคะ ดีกว่าปล่อยให้ไปเร่ร่อนอยู่ที่อื่นเห็นแล้วสงสาร หมู่บ้านช้าง  จ.สุรินทร์  ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 และ 13 บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม อยู่ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ไปทางเหนือตามทางหลวงหมายเลข 214 (สุรินทร์-ร้อยเอ็ด) ก่อนถึงอำเภอท่าตูม มีทางแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 36 ไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 22 กิโลเมตร พื้นที่หมู่บ้านเป็นที่นาและป่าละเมาะสลับกับป่าโปร่งเหมาะกับการเลี้ยงช้าง

ชาวบ้านตากลางดั้งเดิมเป็นชาวส่วย หรือ กูย หรือ กวย มีความชำนาญในการคล้องช้างป่า ฝึกหัดช้างและเลี้ยงช้าง ส่วนมากต้องเดินทางไปคล้องช้างบริเวณชายแดนต่อเขตประเทศกัมพูชา ปัจจุบันสภาวะการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้ชาวบ้านไม่สามรถไปคล้องช้างเช่นแต่ก่อนได้ แต่ชาวบ้านตากลางยังคงเลี้ยงช้างและฝึกช้างเพื่อไปร่วมแสดงในงานช้างของจังหวัดทุกปี

การเลี้ยงช้างของชาวบ้านตากลางไม่เหมือนการเลี้ยงช้างของชาวภาคเหนือที่เลี้ยงไว้ใช้งาน แต่ชาวบ้านตากลางเลี้ยงช้างไว้เป็นเพื่อน นอนร่วมชายคาเดียวกับตน ดังนั้นถ้าท่านได้ไปที่บ้านตากลาง นอกจากจะได้เห็นสภาพโรงช้างดังกล่าวแล้ว ยังได้สัมผัสการดำรงชีวิตของชาวส่วย พร้อมทั้งได้พบปะพูดคุยกับหมอช้างที่มีประสบการณ์ในการคล้องช้างมาแล้ว และยังสามารถเดินทางไปชมบริเวณที่แม่น้ำชีและแม่น้ำมูลไหลมาบรรจบกัน ซึ่งห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตร มีทัศนียภาพที่งดงามน่าพักผ่อนและชวนให้ศึกษาในเชิงธรรมชาติด้วย 

ปัจจุบันบ้านตากลางเป็นที่ตั้งของศูนย์คชศึกษา  ซึ่งจะมีพิพิธภัณฑ์ช้าง  ศาลปะกำ  การแสดงความสามารถของช้าง  จะได้เห็นวิถีความเป็นอยู่ของคนกับช้าง  และจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้าโอท็อป  ในปี 2549 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้จัดทำโครงการ "นำช้างคืนถิ่น เพื่อพัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด"

 

โดยมีเป้าหมายหลักในการนำช้างและคนเลี้ยงช้างที่ออกเร่ร่อน นอกพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ให้กลับมาอยู่ในถิ่นฐานบ้านเกิดอย่างมีความสุข  โดยใช้ศูนย์คชศึกษาเป็นสถานที่ดำเนินงาน  และได้กำหนดทิศทางการพัฒนาไปสู่ความเป็น "หมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก"  ที่อยู่ภายในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีพของคนและช้างอย่างยั่งยืน

กิจกรรมภายในศูนย์  มีการแสดงความสามารถของช้างแสนรู้ทุกวันๆ ละ 2 รอบ รอบแรกเวลา 10.00 น. รอบสองเวลา 14.00 น.  สามารถนั่งช้างชมทัศนียภาพภายในบริเวณศูนย์หรือในหมู่บ้าน  ชมช้างเล่นน้ำตามธรรมชาติที่วังทะลุ  ซึ่งเป็นที่ๆ แม่น้ำมูลและชีไหลมาบรรจบกัน

ในส่วนของพิพิธภัณฑ์จะแสดงเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับช้าง เช่น โครงกระดูกช้าง เครื่องมือในการคล้องช้าง ภาพวิธีการจับช้างในรูปแบบต่างๆ  ลักษณะของช้างที่สำคัญ  พิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง   วิวัฒนาการของช้าง โรคของช้าง  อาหารและยาสมุนไพรช้าง  ภาพช้างในยุคต่างๆ วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวกูย

 

 “ช้าง” สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทย ในขณะเดียวกันก็เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์ เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในปัจจุบันว่า “สุรินทร์เมืองช้าง” ชาวสุรินทร์มีความผูกพันกับช้างมาเป็นเวลานาน ทั้งนี้เพราะจังหวัดสุรินทร์มีกลุ่มผู้เลี้ยงช้างที่เรียกตัวเองว่า กวย หรือ กูย ซึ่งมีความชำนาญในการจับช้าง ฝึกหัดช้าง และเลี้ยงช้างไว้ใช้งานและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

แต่เนื่องจากปัจจุบันสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติได้เปลี่ยนไป พื้นที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ พืชพรรณธัญญาหารลดน้อยลง ช้างจำนวนหนึ่งจึงถูกเจ้าของนำไปเดิน ที่กรุงเทพฯและตามเมืองใหญ่ๆ เพื่อขายอาหารช้าง และมีรายได้เหลือส่วนหนึ่งเพื่อใช้ ในครอบครัว จนถูกตำหนิว่าเป็นช้างเร่ร่อน

ที่ผ่านมาส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนได้พยายามให้ความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จังหวัดสุรินทร์โดยส่วนราชการและภาคเอกชนได้เล็งเห็นความสำคัญ และความจำเป็นที่จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนที่จะต้องทำให้ช้างและชาวช้างสามารถที่จะดำรงชีพอยู่ในท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเองได้

รักษาวัฒนธรรมคนกับช้าง ให้ยั่งยืน ให้ช้างได้รับการดูแลเอาใจใส่ เป็นทรัพยากรสำคัญด้านการท่องเที่ยว เป็นแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้านช้างที่สมบูรณ์และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสุรินทร์และประเทศไทยตลอดไป โดยขณะนี้ทุกส่วนราชการจะได้เข้าไปส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้านช้าง โดยใช้ชื่อโครงการ “โลกใหม่ของช้าง”

น่าแปลกใจมากที่ช้างไทยมีความสามารถขนาดนี้ ไม่รู้ขึ้นไปยืนได้อย่างไรตัวเบ้อเร่อบนเก้าอี้ตัวเดีย

         

อันนี้คือท่านั่งดีใจ และขอบผู้ที่มาชมการแสดงของช้าง

ใครปวดเมื่อยก็มาให้คุรหมอช้างนวดคลายความปวดเมื่อยได้นะคับ อิอิ

 

กีฬาช้าง เล่นเก็บของแข่งกัน

เตะฟุตบอล ลูกบอลที่เห็นเป็นลูกบอลขนาดใหญ่ เป็นลูกบอลเฉพาะช้างครับ

เปลี่ยนผู้รักษาประตูเป็นคนบ้าง ต้องใช้สองคนเลยคับ ระวังจะกระเดนไปกับบอลนะคับ อิอิอิ

แล้วก็มาช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากงาช้างค่ะ

          

สวยๆทั้งนั้น อย่าลืมหาเวลาไปเที่ยวจังหวัดสุรินทร์กันคับ

ติดต่อ : ศูนย์คชศึกษาบ้านตากลาง ต.กระโพ อ. ท่าตูม จ. สุรินทร์ 
สอบถามรายละเอียด โทร. +66 (0) 4414 5050 ,0 4451 1975 

 การเดินทาง อยู่ ห่างจากจังหวัดสุรินทร์ไปทางเหนือตามทางหลวงหมายเลข 214 (สุรินทร์-ร้อยเอ็ด) ก่อนถึงอำเภอท่าตูม มีทาง แยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 36 ไปตามทางราดยางอีกประมาณ 22 กิโลเมตร


แผนที่แสดงการเดินทาง 

 

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 13 คน กำลังออนไลน์