เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาตร์ "พระมหากษัตริย์ไทย"

เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาตร์
"พระมหากษัตริย์ไทย"
 

พระมหากษัตริย์ไทย คือ
ประมุขของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันตามระบอบ
ราชาธิปไตยและราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์จะลดลงหลังจากการปฏิวัติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน2475 และถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่สถาบันพระมหากษัตริย์ก็ยังคงได้รับความเคารพนับถือจากประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช
 2475 กับทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับว่าพระมหากษัตริย์

ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ 

 รัชกาลที่1

 

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1
(พ.ศ. 2327 - 2352)

พระนามเดิมทองด้วง เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก
(พระอักษรสุนทรทองดี)ทรงพระราชสมภพเมื่อพ.ศ.
 2378ในรัชกาลสมเด็จพระบรมโกศได้สมรสกับธิดาคหบดีบ้านอัมพวา
ตำบลบางช้าง จังหวัดสมุทรสงครามหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าในพ.ศ.
 2310 แล้วสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี
ได้กู้อิสรภาพและสร้างกรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ
ได้เข้ารับราชการกับ สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงพระปรีชาสามารถในการรบจนเป็นที่โปรดปราน
นับเป็นขุนพลคู่พระทัยฝ่ายขวาได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพในสงครามครั้งสำคัญหลายครั้ง
ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ใน พ.ศ.
 2319 ปัจจุบันมีวันที่ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกคือ
วันที่ระลึกมหาจักรี ได้แก่วันที่
 6 เมษายนของทุกปี

จะมีพิธีถวายบังคมพระบรมรูป ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า 

รัชกาลที่2

 

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 (พ.ศ. 2310
- 2367) 

มีพระนามเดิมว่าฉิม เป็นพระโอรสพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ประสูติแต่สมเด็จพระอม
รินทราบรมราชินี ณ บ้านอัมพวา แขวงเมืองสมุทรสงคราม เมื่อวันที่
 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310 เมื่อยังทรง พระเยาว์พระองค์ได้ทรงศึกษาจากประสบการณ์ที่เป็นจริง
กล่าวคือได้ทรงตามเสด็จพระบรมชนกนาถไปในราชการสงครามทุกครั้งซึ่งพระปรีชาสามารถและความจัดเจนนี้ย่อมเป็นที่
ประจักษ์ จนได้รับโปรดเกล้าฯ
ให้สถาปนาพระองค์ท่านขึ้นเป็นกรมพรราชวังบวรสถานมงคล ที่พระมหาอุปราชแทน
 ให้นำสัญญลักษณ์ช้างเผือกสำคัที่ได้มาสู่พระบารมีเชือก ประทับลงบนธงสีแดงธงประจำชาติไทยจึงมีขึ้นเป็นครั้งแรก ด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทำนุบำรุงตลอดจนทรงเป็นกษัตริย์ศิลปินโดยแท้จริง
 
 

รัชกาลที่3

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2367
- 2394)

มีพระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าทับ เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
และกรมสมเด็จพระศรีสุลาลัย ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันที่
 22 มีนาคม พ.ศ. 2330 ต่อมาได้รับสถาปนาพระอิสริยยศ
เป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์พระองค์ทรงเริ่มปฏิบัติราชการมาตั้งแต่ ่สมเด็จพระบรมชนกนาถยังดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลจึงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยให้ปฏิบัตพระราชกรณียกิจ
ต่างพระเนตรพระกรรณหลายประการ
พระราชกรณียกิจสำคัญที่ทรงบำเพ็ญในรัชกาลที่
 2  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงดำรงสิริราชสมบัติได้

 26 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 พระชนมายุ 63 พรรษา  

รัชกาลที่4 

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (พ.ศ. 2394
- 2411) 

ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่สองในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ประสูติแต่

สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 

เมื่อพระชน มายุ 13 พรรษา ประกอบพระราชพิธีโสกันต์อย่างใหญ่ หลังจากนั้นทรงผนวชเป็นสามเณร
เดือน  พระปรีชาสามารถส่วนพระ
องค์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือวิชาการด้านโหราศาสตร์ และดาราศาสตร์
ทรงสามารถคำนวณระยะเวลาการเกิดสุริยุปราคาได้อย่างแม่นยำดังได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมพระราชอาคันตุกะทั้งปวง
ไปชม สุริยุปราคาที่หว้ากอประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ พ.ศ.
 2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเสวยสวรรยราชสมบัติอยู่ 18 ปีก็เสด็จสวรรคตเมื่อ วันพฤหัสบดี เดือนสิบเอ็ด ขึ้น 15 ค่ำ จ.ศ. 1230

(พ.ศ. 2411) สิริพระชนมายุได้ 64 พรรษา  

รัชกาลที่5

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411
- 2453)

ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี
พระราชสมภพเมื่อวันที่
 20 กันยายน พ.ศ. 2396 ทรงได้รับการศึกษาเป็นอย่างดีทั้งด้านอักษรศาสตร์
โบราณราชประเพณี
วิชาการสงคราม และการปกครอง ทั้งยังทรงใฝ่พระทัยศึกษาพระธรรมวินัย
ทรงผนวชเป็นสามเณรเมื่อ พ.ศ.
 2409 และเป็นพระภิกษุเมื่อ
พ.ศ.
 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงรับบรมราชาภิเษก
 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 ขณะทรงมี
พระชนมพรรษาเพียง
 16 ปี
โดยมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง
บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราช การแทนพระองค์ จนทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว
จึงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติอีกครั้งเมื่อ พ.ศ.
 2416 เสด็จ ครองราชย์นานถึง 42 ปี
สวรรคตเมื่อวันที่
 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ทรงดำเนินวิเทโศบายอย่างสุขุม คัมภีรภาพ ทรงผ่อนปรน
ยอมสูญเสียดินแดนบางส่วนให้แก่ประเทศมหาอำนาจที่แสวงหาอาณานิคมอยู่ในขณะนั้น
เพื่อรักษาเอกราชของประเทศไว้ ทรงเป็นที่รักของประชาชนทุกชั้น
จนทรงได้รับพระสมัญญานามว่า สมเด็จพระปิย มหาราชทรงเลิกทาส
 
 

รัชกาลที่6

http://www.tlcthai.com/backoffice/upload_images/chakri/king06.jpg

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453
- 2468) 

ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
พระราชสมภพเมื่อวันที่
 1 มกราคม พ.ศ. 2423 ทรงศึกษาภาษาไทยอย่างแตกฉาน
แล้วจึงเสด็จไปศึกษาวิชาทหาร ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ.
 2436 ขณะทรงมีพระชนม์พรรษาเพียง 14 ปี ต่อมาทรงเข้าศึกษาวิชาประวัติศาสตร์
รัฐศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ และภูมิศาสตร์ ์ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (
Oxford) เสด็จนิวัติคืนสู่ประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2445 รวมเวลาประทับ ณ ประเทศอังกฤษถึง 9 ปี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จครองราชย์เมื่อวันที่
 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 สวรรคต เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 รวมสิริราชสมบัติ 16ปี ในฐานะประเทศชนะสงคราม พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งก็คือ
ทรงบำรุงกำลังรบและปลุกใจ พลเมืองให้รักชาติ ทรงวางระเบียบแบบแผนการทหารแบบยุโรป
ทรงจัดตั้งกองทัพอากาศเพิ่มขึ้นอีก กองทัพหนึ่ง
ทรงจัดตั้งกองเสือป่าและกองลูกเสือเพื่อปลุกใจพลเมืองให้รักชาติ
นอกจากจะทรงเป็นนักการปกครองที่เล็งเห็นการณ์ไกลแล้ว
ยังทรงพระปรีชาสามารถอย่างยิ่งในเชิงอักษรศาสตร์
ดังจะเห็นได้ จากพระราชนิพนธ์คำประพันธ์ทุกชนิดในทุกด้าน เช่น ปลุกใจเสือป่า
พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร โคลงสยามานุสติ เป็นต้น รวมเป็นพระราชนิพนธ์เกินกว่า
 200 เรื่อง

รัชกาลที่7

 

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2468
- 2477)

ทรงเป็นพระราชโอรสองค์สุดท้าย
ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
ทรงพระราชสมภพเมื่อวันพุธ แรม
 14 ค่ำ เดือน 11 ปีมะเส็ง
ตรงกับวันที่
 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 พระนามเดิม สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ พระนามทั่วไปเรียกว่า
ทูล กระหม่อมเอียดน้อย
 ในปี พ.ศ. 2475 เป็นระยะเวลาที่กรุงเทพฯ
มีอายุครบ
 150 ปี ทรงจัดงานเฉลิมฉลองโดยทำนุบำรุง
บูรณปฏิสังขรณ์สิ่งสำคัญอันเป็นหลักของกรุงเทพฯ หลายประการ คือ
บูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง สร้างสะพานปฐม

บรมราชานุสรณ์
เพื่อเชื่อมกรุงเทพฯและธนบุรี เป็นการขยายเขต เมืองให้กว้างขวาง
และสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ด้านการปกครอง ทรงมีพระราชปรารภจะพระราชทานรัฐธรรมนูญในโอกาสกรุงเทพฯ มีอายุครบ
 150 ปี ในปี พ.ศ. 2475 แต่ก็มีเหตุที่ยังไม่อาจทำได้ในระยะนั้น
ซึ่งเป็นช่วงที่มีคณะบุคคลคณะหนึ่งถือ โอกาสยึดอำนาจการปกครอง
ขอเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่
24 มิถุนายน การกระทำดังกล่าวเป็น
พระราชประสงค์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งพระราชหฤทัยไว้แต่แรกแล้ว
จึงทรงพระราช ทานอำนาจและยินยอมให้ปกครองแบบประชาธิไตย
นับเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองชาติเดียวใน โลกที่เลือดไม่นองแผ่นดิน
ทรงยินยอมสละพระราชอำนาจ

  รัชกาลที่8

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 (พ.ศ. 2477
- 2489) 

ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์
อดุลยเดชวิกรมบรมราชชนก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่
 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมืองไฮเดลเบอร์ก
ประเทศเยอรมนี
 พระองค์ไม่เพียงแต่ทรงพระราชสมภพในต่างประเทศ
เท่านั้น
หากยังทรงต้องประทับอยู่ต่อมา พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนก และพระราชชนนี
เนื่องจากสมเด็จพระบรมราชชนก
ประทับทรงศึกษาวิชาแพทย์อยู่ในขณะนั้น ทรงศึกษาวิชาเบื้องต้นในประเทศไทย
แล้วเสด็จไปทรงศึกษา ต่อ ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
  ทรงขึ้นครองราชยสมบัติ
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ ในวันที่
 2มีนาคม พ.ศ. 2477 นั้น คณะรัฐบาลด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร
จึงอัญเชิญพระองค์ขึ้นครองราชสมบัติ
เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่
 8 แห่งราชจักรีวงศ์ ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมลรามาธิบดี
จักรีนฤบดินทร์สยามินทราธิราช ขณะทรงมีพระชนมายุ
 9 พรรษา โดยมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ
กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และ
เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
เป็นคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
 พระราชกรณียกิจสวรรคโดยมิได้คาดฝันพระองค์เสด็จสวรรคต

เพราะถูกพระแสงปืน ณ พระแท่นบรรทมในพระที่นั่งบรมพิมาน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 หลังจากเสวยราชสมบัติอยู่เป็น เวลา 12 ปีเท่านั้น  

รัชกาลที่9

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
รัชกาลที่
9

ทรงพระราชสมภพที่โรงพยาบาลเมานท์ออเบิร์น เมืองบอสตัน
รัฐแมสซาชูเสทท์ ประเทศสหรัฐ อเมริกา เมื่อวันที่
 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่ 3ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์อดุลยเดชวิกรมบรมราชชนก
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นพระอนุชาของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา
และ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลพระองค์ทรงศึกษาวิชาสามัญชั้นต้นที่โรงเรียนมาแตร์เดอี
แล้วเสด็จไปประทับและศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์ แลนด์ ในปี พ.ศ.
 2481 พระองค์ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลนิวัติประเทศไทย
ประมาณ
 2 เดือน
ก็เสด็จกลับสวิสเซอร์แลนด์ จนภายหลังสงครามโลกครั้งที่
 2 ใน พ.ศ. 2488 จึง
ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล กลับประเทศไทย
 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล

เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อ จากนั้นทรงเสด็จกลับไปสวิสเซอร์แลนด์
เพื่อทรงศึกษาต่อ และเสด็จกลับประเทศไทย พ.ศ.
 2493 ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์
พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่
 28 เมษายน พ.ศ. 2493 และทรง ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่
พฤษภาคม พ.ศ. 2493 จากนั้นทรงเสด็จไปสวิสเซอร์แลนด์
เพื่อทรงศึกษาต่อ และเสด็จกลับ พ.ศ.
 2494 ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยาม
มกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี
  ทรงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของประชาชน
เวลาที่เกิดวิกฤตการณ์หรือ ความไม่มั่นใจในชาติ ดังเมื่อเกิดเหตุการณ์
 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ยามที่เดือดร้อนที่สุด
ประชาชนก็ไปขอ รับพระราชทานความร่มเย็นจากพระองค์
พระองค์ยังทรงเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชนชาวไทยเสมอมา
 

 

เด็กชายศิริวุทธิ์  เเสงจันทร์  เลขที่34  ชั้น ม.2/3  

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์