หิน

หิน

นับตั้งแต่โลกเย็นตัวลงหินและแร่ก็ได้เริ่มก่อตัวและเกิดขึ้นมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันหินและแร่ที่เกิดขึ้นบ่งบอกถึงวิวัฒนาการอันยาวนานของโลกเมื่อประมาณ 4,500 ล้านปี นักวิทยาศาสตร์สามารถหาอายุโลกและค้นพบอุบัติการณ์ครั้งสำคัญ ๆที่เกิดขึ้น โดยการศึกษาวิจัยหินและแร่ ซึ่งหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเป็นหินจากห้วงอวกาศที่มีอายุเก่าแก่กว่า 4,600 ล้านปีมีชื่อว่า "หินคอนไดรต์" 

วัฏจักรของหิน  

วัฏจักรของหิน หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงและกระบวนการหมุนเวียนของหินอัคนี หินตะกอนและหินแปร   สามารถเปลี่ยนจากหินชนิดหนึ่งไปเป็นหินอีกชนิดหนึ่งได้โดยความร้อนแรงกดดัน การพุพุ่ง  การพัดพา  และการทับถม การเกิดหินในปัจจุบัน มีหินใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลาทั้งบริเวณผิวโลกหรือลึกลงไปใต้เปลือกโลก เช่น บริเวณปากแม่น้ำไนล์ในอียิปต์ที่ไหลไปบรรจบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตะกอนทีพับมาทับถมเมื่อเวลาผ่านไปชั้นตะกอนเหล่านี้กลายเป็นชั้นหิน ทีเหลือร่องรอยบอกถึงสภาวะ   แวดล้อมในช่วงศตวรรษที่20 หรือซากฟอสซิลปะการังที่พบแถบจังหวัดสระบุรี มีองค์ประกอบของหินปูนมีสิ่งมีชีวิต ซึ่งในอดีตอาศัยอยู่ในทะเลมาก่อน 

ประเภทของหิน  

หิน แบ่งออกเป็น   3  ประเภท  ได้แก่ 

1.หินอัคนี เกิดจากการแข็งตัวของหินหนืดที่หลอมละลายอยู่ใต้เปลือกโลกและลาวาแบ่งออกเป็น2พวก คือ

-เกิดจากการที่หินหนืด (ลาวา) เย็นตัวและตกผลึกอย่างรวดเร็ว กลายเป็นหินที่มีผลึกแร่ขนาดเล็กละเอียดเรียกว่า
หินอัคนีพุหรือหินอัคนีภูเขาไฟ (
Vocalnic or Extrusive Rocks) เย็นตัวบนเปลือกโลกหรือผิวโลก เช่นหินไรโอไลต์ (Rhyolite) หินบะซอลต์ (Basalt) เป็นต้น

-เกิดจากการที่หินหนืด (Magma) เย็นตัวและตกผลึกอย่างช้าๆกลายเป็นหินอัคนีที่มีผลึกแร่ขนาดใหญ่เย็นตัวภายในเปลือกโลก เรียกว่าหินอัคนีแทรกซอนหรือหินอัคนีบาดาล ( Plutonicor Intrusive Rocks) เช่น หินแกบโบ (Gabbro) หินแกรนิต (Granite) เป็นต้น 

2.หินชั้น หรือ หินตะกอน (Sedimentary Rock) เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนที่ถูกพัดพามาด้วย น้ำ และลมและเกิดการแข็งตัว หินตะกอนมีอยู่ปริมาณ 5% ของเปลือกโลกคิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 10 กิโลเมตรดังนั้นหินตะกอนจึงมีสภาพเป็นส่วนที่ปกคลุมอยู่บนผิวโลกในลักษณะชั้นบางๆ เท่านั้นและจับตัวแข็งกลายเป็นหินตะกอน ได้แก่ หินปูน และหินดินดานแบ่งกลุ่มของหินตะกอนได้ 3 ชนิดใหญ่ๆได้ คือ

-หินตะกอนชนิดแตกหลุด หรือ Clastic(sedimentary ) Rocks หมายถึงหินตะกอนที่ประกอบด้วยมวลอนุภาคที่แตกหลุดและพัดพามาจากที่อื่นบางที่เรียกว่า Terrigenous(sedimentary) Rocks หรือ Detrital rocks เช่นหินทราย

                -หินตะกอนชนิดตกผลึก หรือ Chemical (sedimentary) Rocks หมายถึง หินตะกอนที่เกิดจากกรตกผลึกจากสารละลายทางเคมี ณ อุณหภูมิต่ำบางทีเรียกว่า Precitated(sedimentary) Rocks หรือ Nonclastic rocks เช่นหินปูน 
-หินตะกอนอินทรีย์ หรือ Biological(sedimentary) rocks หมายถึงหินตะกอนที่เกิดจากการสะสมสารอินทรีย์วัตถุโดยส่วนใหญ่หรือ Organic(sedimentary) Rocks เช่นถ่านหิน

นักธรณีวิทยาให้ความสำคัญกับหินชั้นหรือหินตะกอนอย่างยิ่งเพราะเป็นหินที่บ่งบอกถึงประวัติความเป็นมาของโลกในอดีตได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามลักษณะในการเกิดหินตะกอนนั้นอาจแบ่งได้เป็น
4 ขบวนการย่อย คือ
1. 
ขบวนการผุพังสลายตัว (Weathering Processes) ทำให้หินดั้งเดิมเกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
เช่น การแตก หัก ยุ่ย สลาย ผุพัง
 
2. 
ขบวนการกัดกร่อนและพัดพา (Erosional & Transportational Processes) เป็นการเคลื่อนย้ายอนุภาคที่ได้จากขบวนการผุพัง โดยมีตัวการ เช่น ลม น้ำธารน้ำแข็ง แรงโน้มถ่วง หรือจากสิ่งมีชีวิต การเคลื่อนย้ายมี 3 รูปแบบ คือ แบบสารละลาย แบบแขวนลอย และแบบของแข็ง 
3. 
ขบวนการสะสมตัว (Depositional Processes ) ขบวนการนี้มวลอนุภาคทั้งที่เป็นของแข็งและสารละลายที่ถูกพัดพามาจะถูนำมาสะสมตัวหรือตกตะกอนทับถมกันเรื่อยๆ 
4. 
ขบวนการอัดเกาะแน่น( Diagenesis ) หลังจากที่เกิดการตกตะกอนไม่ว่าจะโดยทางเคมีหรือทางกายภาพแต่ตะกอนเหล่านี้ก็อัดตัวกันแน่นหรือเชื่อมประสานตัวกันกลายเป็นมวลสารที่เกาะตัวแน่นจนกลายเป็นหินตะกอน

                   วัตถุประสานในหินตะกอนได้แก่ ซิลิกา เหล็กออกไซด์อะลูมิเนียมออกไซด์และแคลเซียมคาร์บอเนต 

3.หินแปร  (Metamorphic Rocks)เป็นหินที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพ ( อุณหภูมิความดัน) และทางเคมี กล่าวคือเมื่อหินดั้งเดิมถูกแปรสภาพโดยอิทธิพลความร้อนและความดันหรืออย่างใดอย่างหนึ่งทั้งสองอย่างขบวนดารแปรสภาพนี้จะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ  การแปรสภาพสัมผัสคือหินที่เปลี่ยนสภาพโดยความร้อน เช่นหินอัคนีแทรกซอนในเปลือกโลก หรือโดยสัมผัสกับลาวา 

การแปรสภาพบริเวณไพศาล คือหินที่เปลี่ยนสภาพโดยความดันหรือแรงดันสูง
มักเกิดบริเวณส่วนกลางของเทือกเขาที่เกิดโดยการโค้งงอซึ่งถูกแรงอัด สูง 
หินแปรอาจเกิดจากหินอัคนี ฃหินตะกอน หรือแม้แต่หินแปรเอง  ขบวนการแปรสภาพหินแบบนี้ด้วยกัน 3 แบบคือ 
1. การตกผลึกใหม่ (Recrystallization)หมายถึงขบวนการซึ่งแร่ในหินเดิมเปลี่ยนแปลงเป็นผลึกแร่เดิมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย ขบวนการนี้ทำให้หินปูนชนิดเนื้อเนียนผลึกเล็กมากเกิดจาการตกผลึกใหม่เป็นผลึก Calcite ที่สานเกี่ยวกันเห็นชัดขึ้นแปรเป็นหินอ่อน (Marble) 
2. การรวมตัวทางเคมี (ChemicalRecombination ) หมายถึงขบวนการที่ส่วนประกอบทางเคมีของแร่ตั้งแต่สองชนิดในหินข้างเคียงเกิดการ รวมตัวจนเกิดเป็นแร่ใหม่โดยไม่มีสารใหม่จากที่อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นแร่ Quartz  และ Calciteในหินข้างเคียงนั้นณ ที่อุณหภูมิและความดันที่สูง ๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นแร่ Wollastonite 

3. การเข้าแทนที่ทางเคมี (ChemicalReplacement) หมายถึงขบวนการที่สารใหม่จากหินหนืดหลอมละลายเข้าไปแทนที่รวมกับแร่เดิมในหินข้างเคียงทำให้เกิดเป็นแร่ใหม่ขึ้นในกรณีเช่นนี้สารหใม่โดยเฉพาะไอสาร ซึ่งอาจเป็นสารจำพวกโลหะจากหินหนืดเข้าทำปฏิกริยากับหินข้างเคียงหรือเข้าแทนที่สารในหินข้างเคียง ทำให้เกิดเป็นแร่ที่มีคุณค่าทาง  เศรษฐกิจได้ เช่นแร่เหล็กแร่ฟลูออไรด์ 

 

ภาพตัวอย่างหิน

หินอัคนี

 

 

หินแอนดีไซต์ (Andesite) เป็นหินอัคนีพุหรือหินภูเขาไฟ เนื้อละเอียด แน่นทึบ มีผลึกละเอียดกระจัดกระจายอยู่ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ดู ใช้ทำถนน ทางรถไฟ ทำหินเกล็ด

 

 

 

หินบะซอลต์ (Basalt) แร่ประกอบหินบะซอลต์ ได้แก่ แร่เฟลด์สปาร์แร่ไพรอกซิน และแร่โอลีวีน ทำให้หินบะซอลต์มีสีดำเข้มถึงสีดำผลึกแร่ประเภทนี้จะมีขนาดเล็กมาก บางครั้งผลึกแร่ขนาดเล็กจะห่อหุ้มผลึกแร่ขนาดใหญ่ไว้กลายเป็นเนื้อดอก

 

 

หินพัมมิช (Pumice) มีลักษณะเหมือนหินสคอเรีย แต่รูพรุน มีขนาดเล็กมีน้ำหนักเบาลอยน้ำได้ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า"หินลอยน้ำ" หรือ"หินส้ม" ใช้ทำวัสดุขัดถู มักพบตามชายฝั่งทะเล

 

 

หินแกบโบ (Gabbo ) หินแกบโบเป็นหินเนื้อหยาบเกิดจากหินหนืดที่ขึ้นมาจากชั้นแมนเทิลเย็นตัวลงกลายเป็นหิน เป็นหินที่หายากบนผิวโลกแร่ประกอบหิน มีปริมาณซิลิกาน้อย แต่พบางครั้งพบแร่กลุ่ม เฟลด์สปาร์โอลีวีนและแร่ไพรอกซีน 

 

หินกรวดมน (Conglomerate) เกิดได้ทั้งในทะเล น้ำจืด และบนพื้นทวีปก้อนกรวดขนาดเล็กและใหญ่เมื่อถูกเชื่อมเข้าด้วยกันจะกลายเป็น  หินกรวดมน

หินปูน (Limestone) หินปูนหลายชนิดเกิดจากซากของสิ่งมีชีวิตบางชนิดเกิดจากการตกตะกอนของสารละลายที่เจือปนในน้ำเช่นสารแคลเซียมคาร์บอเนตเข้มข้นเกิดได้ทั้งน้ำทะเลและน้ำจืดโดยทั่วไปสามารถพบซากดึกดำบรรพ์ หินปูนที่เกิดในน้ำจืดมักมีซากของหอยแกสโตรพอตส์

หินทราย (Sandstone) ประกอบด้วยเม็ดทรายขนาดแตกต่างกัน (0.02-2 มม.)เม็ดแร่ส่วนใหญ่เป็นแร่ควอตซ์แต่อาจมีแร่อื่นและเศษหิน ดินปะปนอยู่ด้วยเพราะมีวัตถุประสานมีความแข็งมากสามารถขูดเหล็กเป็นรอยได้ ใช้ทำหินลับมีด

 

 

ถ่านหิน (Coal) พรรณไม้ต่าง ๆ เป็นวัตถุดิบในการเกิดถ่านหินโดยการทับถมอัดตัวกันแน่นถ่านหินมีหลายชนิดเช่น ถ่านพีต ถ่านหินลิกไนต์ ถ่านหินบิทูมินัส ถ่านแอนทราไซต์ เมื่อเผาไหม้จะให้พลังงานความร้อนออกมา

 

สรุปเนื้อหาเรื่องหิน

                หินแบ่งออกเป็น3ประเภท ได้แก่หินอัคนี หินชั้นหรือหินตะกอน และหินแปรซึ่งหินอัคนีแบ่งเป็นอัคนีพุและอัคนีแทรกซอน หินชั้นหรือหินตะกอนแบ่งออกเป็นหินตะกอนชนิดแตกหลุด หินตะกอนชนิดตกตะกอน และหินตะกอนอินทรีย์ส่วนหินแปรนั้นจะแปรสภาพมาจากหินแปร ไม่ก็หินชั้นหรือหินตะกอนโดยรวมแล้วการเกิดของหินชนิดต่างๆสามารถเขียนเป็นแผนภาพได้เรียกว่า วัฏจักรของหิน” 

แนวข้อสอบเรื่องหิน

1.ข้อใดต่อไปนี้อธิบายการเกิดของหินอัคนีได้ถูกต้องที่สุด

 

 

ก.เกิดจากการทับถมของเปลือกหอยในทะเล 

ข.เกิดจากการแข็งตัวของแมกมาที่อยู่ภายใต้เปลือกโลก 

ค.เกิดจากการแข็งตัวของลาวาที่ไหลออกมาจากปล่องภูเขาไฟ  

ง.เกิดจากการแข็งตัวของหินหลอมเหลวที่อยู่ใต้เปลือกโลกและที่พุ่งขึ้นสู่ผิวโลก 

2.ข้อต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

ก.หินตะกอนเกิดจากการแข็งตัวของหินหนืด 

ข.การเกิดหินตะกอนจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว 

ค.หินตะกอนเกิดจากการทับถมของตะกอนเพียงอย่างเดียว 

ง.หินตะกอนเกิดจากการทับถมกันของซากพืชซากสัตว์และตะกอนขนาดต่างๆ 

3.หินแปรเกิดขึ้นได้อย่างไร

ก.การทับถมของซากพืชซากสัตว์ 

ข.การเย็นตัวและแข็งตัวของหินหนืด 

ค.หินอัคนีและหินตะกอนที่ได้รับความร้อนและแรงกดดันสูงมากๆ 

ง.ถูกทั้งหมด 

คำตอบ/คำเฉลย

                ข้อ1ตอบ ง.

ข้อ2ตอบ ง.

             ข้อ3ตอบ ค. 

 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 491 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • supatkul