ลักษณะ ลำต้น ใบ ดอก ผล และวิธีการขยายพันธุ์ ของ "ชงโค เสน่ห์พันธุ์ไม้สีชมพู"

รูปภาพของ rnb32490

 

ต้นชงโค

ที่มา: http://www.bloggang.com/data/t/travelaround/picture/1246725789.jpg

 

ชงโคเป็นไม้ยืนต้น ขนาดย่อมสูงประมาณ ๕-๑o เมตร กิ่งอ่อนมีขนปกคลุม

 

 

ใบชงโค

ภาพโดย... นางสาวรมิดา กุลธนเดชาโชติ และ เด็กหญิงกุลจิรพัส ธราณิชอภิวิชญ์ 

 

ใบ ชงโคเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ปลายใบเว้าลึกมาก ปลายใบทั้งสองด้านกลมมน มองดูคล้ายใบแฝดติดกัน ใบทั้งสองด้านมักพันเข้าหากันเหมือนปีกผีเสื้อ ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นใบแฝด เพราะปกติใบไม้ทั่วไปจะมีปลายใบแหลม หรือกลมมน แต่ลักษณะของ “ชงโค” เป็นพุ่มค่อนข้างกว้างและใบดกทึบ กว้าง ๘ - ๑๐ ซม. ยาว ๑๐ – ๑๔ ซม. เป็นต้นไม้ผลัดใบในฤดูหนาว (พฤศจิกายน-ธันวาคม) แล้วผลิใบใหม่ราวเดือนเมษายน – พฤษภาคม

 

 

ใบชงโครูปนี้ เหมือนผีเสื้อ

ภาพโดย... นางสาวรมิดา กุลธนเดชาโชติ และ เด็กหญิงกุลจิรพัส ธราณิชอภิวิชญ์ 

 

 

ดอกชงโค

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/sites/default/files/imagecache/620x245/photos/174436/0.jpg

 

ดอก ชงโคจะเริ่มออกดอกหลังจากผลิใบชุดใหม่ออกมาแล้ว คือ หลังเดือนเมษายนเป็นต้นไป ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ช่อยาวกว่าดอกกาหลง แต่ละช่อมีดอกย่อยราว ๖-๑o ดอก แต่ละดอกมีกลีบย่อย ๕ กลีบ รูปทรงคล้ายดอกกล้วยไม้ ตรงกลางดอกมีเกสรตัวผู้เป็นเส้นยาว ๕ เส้น ยื่นไปด้านหน้าและปลายโค้งขึ้นด้านบน มีเกสรตัวเมียอยู่ตรงกลาง ๑ เส้น มีความยาวและโค้งขึ้นสูงกว่าเกสรตัวผู้ ดอกบานเต็มที่กว้างราว ๗-๙ เซนติเมตร ดอกเป็นช่อสีชมพูเรื่อๆ และมีขีดประด้วยสีชมพูแดงแก่ กลีบบนเหลืองมีขีดแดงๆ เมื่อดอกแก่เปลี่ยนเป็นสีกุหลาบอ่อน ดอกดกดูสวยงามมาก และยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆอีกด้วย ผันแปรไปตามสายพันธุ์ของแต่ละต้นที่เกิดจากการเพาะเมล็ด หากต้องการให้มีสีเดียวกัน ต้องใช้วิธีขยายพันธุ์ด้วยกิ่ง เช่น ติดตาหรือทาบกิ่ง ดอกชงโคติดต้นอยู่ได้นานนับเดือน

 

 

 ผลชงโค

ภาพโดย... นางสาวรมิดา กุลธนเดชาโชติ และ เด็กหญิงกุลจิรพัส ธราณิชอภิวิชญ์ 

 

ผล ลักษณะเป็นฝักแบนคล้ายฝักถั่ว แก่ประมาณเดือนกันยายน-ธันวาคม ขนาดกว้างราว ๑.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๕-๒o เซนติเมตร เมล็ดค่อนข้างแบน ฝักแก่จะแตกออกเป็นสองซีกตามความยาวของฝัก

 

 

การตอนกิ่ง                                                         การปักชำ

ที่มา: http://www.doae.go.th/library/html/detail/imf/k2.gif

ที่มา: http://2.bp.blogspot.com/_BwK7IvZDha0/TDWszzxfORI/AAAAAAAAAW0/4aJ-47lz-a8/s1600/doogarden45.blogspot.jpg

 

 

การเพาะเมล็ด

ที่มา: http://61.19.202.164/works/smtpweb52/A03/P81F1.gif

 

การขยายพันธุ์ : ใช้วิธีการตอนกิ่ง ปักชำ และเพาะเมล็ด

 

 

จัดทำโดย: 1. นางสาวรมิดา กุลธนเดชาโชติ

2. เด็กหญิงกุลจิรพัส ธราณิชอภิวิชญ์

รูปภาพของ ssspoonsak

เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดได้ทำการคัดลอกมาแล้วไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล

กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจนด้วย ดูรูปแบบการทำเอกสารอ้างอิงได้ที่

http://www.thaigoodview.com/node/99177 

มิฉะนั้นทางเว็บ thaigoodview.com จำเป็นต้องลบข้อมูลทั้งหมดออก

อ่านรายละเอียด http://www.thaigoodview.com/node/159116

ขอขอบคุณ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล

ผู้ดูแลเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิว

 


ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่าคัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ ไม่ถูกปิดเสียก่อน
ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 21 คน กำลังออนไลน์