รายงานผลการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนท่าตูม(สนิทราษฎร์วิทยาคม)

ชื่อเรื่อง                  รายงานผลการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3โรงเรียนท่าตูม(สนิทราษฎร์วิทยาคม)

ชื่อผู้วิจัย                นางนวมน  มีโชค  ตำแหน่งครูวิทยฐานะชำนาญการ

โรงเรียนท่าตูม(สนิทราษฎร์วิทยาคม)

ปีที่ทำการวิจัย      2555

บทคัดย่อ

การอ่านเป็นทักษะที่มีความสำคัญและจำเป็นยิ่งต่อการเรียนรู้และการพัฒนาชีวิตโดยเฉพาะการอ่านจับใจความ  ซึ่งเป็นการอ่านที่สามารถฝึกทักษะให้แก่นักเรียนได้  นักเรียนสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหา  การประเมินและการตัดสินเรื่องราวต่าง ๆ   ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์(1)  เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80(2)  เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3(3)  เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านจับใจความ  ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความก่อนเรียนและหลังเรียน

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย  คือ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3/1  ที่กำลังเรียนอยู่ในภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2555  โรงเรียนท่าตูม(สนิทราษฎร์วิทยาคม)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์  เขต  2  จำนวน  25  คน  ซึ่งได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง  (Purposive  Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  คือ  (1)  แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านจับใจความ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3  มีจำนวน  10  เล่ม  คือ  เล่มที่  1  อ่านจับใจความจากบทความเล่มที่  2  อ่านจับใจความจากนิทาน  เล่มที่  3  อ่านจับใจความจากร้อยกรองเล่มที่  4  อ่านจับใจความจากคำขวัญ  เล่มที่  5  อ่านจับใจความจากข่าว  เล่มที่  6  อ่านจับใจความจากสารคดี  เล่มที่  7  อ่านจับใจความจากบทสนทนา

เล่มที่  8  อ่านจับใจความจากตำรา  เล่มที่  9  อ่านจับใจความจากเพลง  เล่มที่  10  อ่านจับใจความจากโฆษณา(2)  แผนการจัดการเรียนรู้  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  3จำนวน

30  แผน  และ  (3)  แบบทดสอบวัดความสามารถการอ่านจับใจความ  ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ  จำนวน  30  ข้อ  เป็นแบบปรนัยเลือกตอบ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่  ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ   การทดสอบค่าที (t-test)

ผลการวิจัยพบว่า  (1)  แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความชั้นประถมศึกษาปีที่ 3มีประสิทธิภาพ  85.68/88.67  สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด  80/80  ( 2)  ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ด้านการอ่านจับใจความโดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  มีค่าเท่ากับ  0.7138  (3)  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  ที่เรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้การอ่านจับใจความ  โดยใช้แบบฝึกทักษะ

การอ่านจับใจความ  มีความสามารถในการอ่านจับใจความหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ  .05

ผลการจัดกิจกรรมการพัฒนาความสามารถด้านการอ่านจับใจความ  ของนักเรียนชั้นระถมศึกษาปีที่  3  โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง  30  แผน  ผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจ  นักเรียนมีพฤติกรรมกล้าคิดและกล้าแสดงออกมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนดีมากยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 5 คน กำลังออนไลน์