"การอ่าน"

สภากาแฟ ต้นแบบการจัดการแบบ KM           ใคร ! จะไปคิดว่าสภากาแฟในอดีต จะกลายมาเป็นการจัดการความรู้ (KM) มาจากคำว่า   Knowledge Management คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่กระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ

1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์ สัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม

2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม

ลองหันกลับไปมองภาพในอดีตกันอีกสักครั้ง ทุกๆ เช้าตามร้านกาแฟ อาแป๊ะๆๆ กาแฟ ๑ แก้ว ร่ายๆๆๆ อาแป๊ะๆๆ เอ็มร้อย ๑ ขวด ร่ายๆๆ

อาแป๊ะ : ครู คุณครูภา เมื่อวานดูโทรทัศน์แล้วเขาพูดถึงสภาพปัญหาการอ่านของเด็ก มันเกิดปัญหาหรือเป็นยังไงล่ะครู

ครูภา   : ก็เดี๋ยวนี้เด็กมันอ่านหนังสือไม่ค่อยแข็งแรง อ่านไม่ชัดเจน

พี่แย้ม : เอ้า! แล้วแบบนี้ครูจะแก้กันยังไง

ครูภา   : ทุกๆ โรงเรียนก็กำลังดำเนินแก้ไขปัญหากันอยู่

ครูใหญ่บำนาญ : เอ้าแบบนี้เดี๋ยวเรามาเสนอความคิดพร้อมๆ กัน ส่วนผมมีแบบเรียนเก่าๆ ที่ใช้สอนตั้งแต่คนสมัยเก่าให้อ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดี ผมยังใช้ฝึกหลานอยู่ทุกวันนี้ ลองเอาไปใช้ดู

ผู้ใหญ่ลี : ผมก็มีหนังสือวารสารเก่าๆ ที่ยังมีสภาพดีไปให้เด็กอ่านเล่นดูซิ

ลุงเชิด : มาเอาหนังสือพิมพ์ของผมที่อ่านไปแล้วให้เด็กๆ อ่านเล่นกัน

ป้าแช่ม : ฉันมีแผ่นเพลงคาราโอเกะ ที่มีตัวหนังสือขึ้นบนหน้าจอภาพ เอาไปฝึกเด็กๆ อ่านตามได้

พี่แย้ม : เอ้อ...เหมือนลูกสาวพี่ก็มีแบบฝึกคัดไทย อ่านไทย ลองเอาไปถ่ายเอกสารแจกเด็กๆ ดู

อาแป๊ะ : ฮ่าๆๆๆ ของอั๊วก็มี ป้ายโฆษณาที่ปิดตามข้างร้าน ครูมาแกะเอาไปเลย ให้เด็กๆ อ่าน

ครูภา   : ขอสรุปแบบนี้ก็แล้วกันนะว่า ขอหมดเลยที่เสนอมาก็แล้วกัน เพื่อให้เด็กได้ฝึกอ่านคำแบบคนสมัยเก่า ฝึกคัดไทย อ่านไทย รู้จักการอ่านหนังสือพิมพ์ วารสาร อ่านป้ายโฆษณาตามสถานที่ต่างๆ มีการพักผ่อนด้วยการฝึกร้องเพลงจากคาราโอเกะ ครบตามที่เสนอมาหรือเปล่า ต้องขอบอกนะว่าวันนี้สภากาแฟมีประโยชน์มากหลาย

          นี่คือการเสนอแนวคิดจากสภากาแฟเพียงเรื่องเดียว เราลองมองดูว่าทุกๆวัน จะมีการเสนอสักกี่เรื่องและมีความหลากหลายเพียงใด และเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองได้เป็นอย่างดีจริงๆ ลองมาทำกลุ่มตามแนวทางสภากาแฟ ร่วมเสนอแนวความคิดกัน แล้วนำข้อเสนอของทุกๆ คนมาหลอมรวมกัน สร้างเป็นแนวทางการจัดการเชิงบูรณาการ...และจะเกิดความสมานฉันท์ในหมู่คณะ เพราะเป็นการยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และได้นำความคิดของแต่ละคนไปใช้ประโยชน์ได้...

 

 

************************

กรณีศึกษา "การอ่าน"
แหล่งเรียนรู้มีชีวิต...ห้างสรรพสินค้า

              ห้างสรรพสินค้าที่มุ่งสร้างเน้นจุดขายที่สามารถดึงดูดคนทุกคนให้เกิดความสนใจ และอยากให้คนที่พบเห็นได้เกิดความอยากลองเข้าไปเยี่ยมชม ทุกท่านลองนึกมโนภาพดูรอบๆ ห้างสรรพสินค้าที่ท่านเคยไปสัมผัสมาแล้ว  สำหรับเรื่องที่จะมาเล่าแลกเปลี่ยนกันนี้เป็นกรณีศึกษาต้นแบบแหล่งเรียนรู้จากห้างสรรพสินค้าของคุณครูพรพรรณ วันหนึ่งคุณครูพรพรรณ ได้พานักเรียนในชั้นเรียนทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และได้   แวะเวียนพานักเรียนเที่ยวในห้างสรรพสินค้า เพื่อทดสอบการเรียนรู้ของนักเรียนว่าการที่ได้ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ที่แตกต่างกัน จะมีปฏิกริยาการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างไร แต่สิ่งที่คุณครูพรพรรณอยากทดสอบก็คือ เมื่อนักเรียนเข้าห้างสรรพสินค้าแล้ว จะทำอะไรกันบ้าง หลังจากกลับมาได้คิดคำถามไว้ว่า หลังจากที่ได้ไปเที่ยวในห้างสรรพสินค้าแล้วได้รับประโยชน์อะไรกลับมากันบ้าง ?”

เด็กหญิงณัชญา                  

คุณครูคะหนูได้ไปดูตรงมุมขนม พอหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่าข้างถุงขนมบอกส่วนผสม มี ตรา อย. วันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ แสดงว่าปลอดภัยใช่ไหมคะ เหมือนที่เราได้เรียนไปเลยค่ะ

เด็กชายบัณฑิต                   

คุณครูครับ ผมเห็นคนเขาเข้าแถวที่ตู้พร้อมถือบัตรการ์ดสี่เหลี่ยมเล็ก และได้เสียบ บัตรการ์ดเข้าตู้ สักครู่ก็มีเงินสดออกมา อย่างนี้เรียกว่า ตู้และบัตร ATM  ที่ฝากเงิน ไว้กับธนาคารที่สามารถเบิกเงินในเวลาฉุกเฉินผ่านบัตร ATM ได้ ใช่ไหมครับ

เด็กชายสมชาย                   

คุณครูครับ ผมได้เห็นจอคอมพิวเตอร์ รุ่นใหม่ที่แบนเรียบแบบพลาสม่า เล็กกะทัดรัด แต่เสียดายที่โรงเรียนของเรามีงบประมาณไม่พอ มิฉะนั้นนะ จะให้คุณครูซื้อมาให้รุ่นน้องๆได้ดูซะหน่อย เอาไว้รอผมเป็นดอกเตอร์ก่อนแล้วจะเอผ้าป่ามาฝากโรงเรียน

เด็กหญิงวิลาวรรณ            

คุณครูคะ หนูพบกับอาของบัณฑิตด้วยค่ะ คุณอาก็คือน้องของพ่อบัณฑิตใช่ไหมคะ

เด็กหญิงนลินี                      

คุณครูคะ หนูเดินไปทางแผนกอาหารสด พบว่าทุกจุดมีการปิดถุงคุมป้องกันแมลง อย่างมิดชิดไม่มีแมลงสักตัว

เด็กชายวสันต์                     

คุณครูครับ ผมเดินไปทางห้องน้ำมีป้ายวงกลมเขียนว่า NO SMOKE ขีดเส้นสีแดงทับ ข้อความแสดงว่า ห้ามสูบบุหรี่ บริเวณนี้ใช่ไหมครับ

เด็กหญิงณัฐพร                  

คุณครูคะ หนูเดินไปที่ร้านหนังสือ พบหนังสือวารสารฉบับหนึ่งพิมพ์คำว่า ประจำวันที่ ๑๒ -๑๘ ต.ค. ๕๑  แสดงว่าเป็นหนังสือวารสารประเภทรายปักษ์ใช่ไหมคะ

 คุณครูพรพรรณ

        เก่งมาก พอก่อนที่ทุกคนตอบมาถูกทั้งหมด เวลาที่ทุกคนไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ไปซื้อของตลาดเช้ากับคุณพ่อคุณแม่ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ควรได้เรียนรู้การใช้ชีวิต นำหลักการที่ได้จากการเรียนไปใช้ศึกษาไปพร้อมๆ กัน       ลองมาดูการใช้ชีวิตของคนในตลาดตอนเช้าว่าเรื่องเหล่านี้สมควรเป็นสิ่งที่ควรศึกษาได้อย่างไร -ทำไม! ร้านกาแฟถึงมีคนเยอะ ก็เพราะเขาได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน จนเกิดเป็นสภากาแฟ -ทำไม! คุณพ่อคุณแม่ถึงต้องซื้อหนังพิมพ์มาอ่านทุกๆ เช้า ก็เพราะจะได้รับรู้ข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ทุกๆวัน (สารสนเทศ) -ทำไม! พระสงฆ์ถึงต้องบิณฑบาตในตอนเช้า แต่ในเรื่องอิกคิวซังบางวันถึงบิณฑบาตตอนเย็น ก็เพราะเป็นเวลาที่เหมาะสม และเป็นช่วงที่ทุกคนได้อยู่บ้านยังไม่ได้ออกไปทำงาน สำหรับข้อนี้น่าลองนำไปหาคำตอบว่า พระสงฆ์ถึงต้องบิณฑบาต คิดนะจ๊ะ  (พระพุทธศาสนา) -ทำไม! คนถึงจ่ายตลาดตอนเช้า และทำไมถึงไม่จ่ายตลาดตอนเย็น ก็เพราะจะได้อาหารที่มีสภาพที่สด ใหม่ มีความสะอาด(การงานอาชีพ) -ทำไม! คนถึงต้องมีการออกกำลังกายในยามเช้า และมีน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ถือกันด้วย ในยามเช้าเป็นช่วงบรรยากาศที่ดี สดชื่น การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรง (สุขศึกษาพลศึกษา) -“ขนมหวาน ที่วางขายน่าจะทำมาจากอะไรบ้าง (การงาน , วิทยาศาสตร์) -ขนมซองขนมกล่องที่หนูชอบ ลองมาเทียบกับขนมไทยที่พบสมควรเลือกรับประทานอะไรดี (วิทยาศาสตร์,สุขศึกษาพลศึกษา) วันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนนะนักเรียน ครับสิ่งที่กล่าวมานี้คือ บทเรียนสำคัญของการศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต ที่ทุกคนจะต้องประสบพบเห็นกันอยู่ทุกๆวัน แต่ถ้าคนไทยยังคิดว่าภารกิจอันหนักแน่นของการสอนการเรียนรู้จะต้องเป็นภารกิจของคุณครูเพียงคนเดียวเท่านั้น ก็คงจะไม่ใช่ ผู้ปกครองในฐานะพ่อครูแม่ครูคนแรกของลูกจะต้องช่วยกันเอาใจใส่ใจให้ความรู้กับการเรียนการสอนจากแหล่งเรียนที่มีชีวิต ที่เกิดจากประสบการณ์จริงที่ต้องนำไปใช้ในชีวิตจริงๆ ทำให้เด็กได้เกิดความเชื่อมโยงของการเรียนรู้จากการเรียนในห้องเรียนที่โรงเรียนได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพ และสิ่งที่สำคัญขอฝากผู้ปกครองไว้ว่าจะต้องช่วยกันนำเด็กในความปกครองได้ออกเปิดหูเปิดตาเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคมภายนอก ไม่ควรปิดกั้นโดยการให้เด็กได้ศึกษาเรียนรู้อยู่เฉพาะห้องเรียน หรือที่บ้านเท่านั้น วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว ร่วมมือร่วมใจคนในครอบครัวใช้วันหยุดนี้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

สร้างโดย: 
นางสาวโสภา กาฬภักดี

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 56 คน กำลังออนไลน์