หลักฐานที่ขุดค้นพบในอาณาจักรทวารวดี

รูปภาพของ snk03014

 

การรับอิทธิพลจากอินเดีย ทางความเชื่อและศาสนาที่เข้ามาในไทยมีทั้งศาสนาฮินดู ศาสนาพุทธ

ทั้งแบบหินยานและมหายาน ภาพด้านบนเป็นภาพที่เขียนโดยชาวเดินเรือสมัยโบราณ “สุวรรณภูมิ” เป็นเส้นทาง

การค้าระหว่างจีนและอินเดียที่ผ่านทางช่องแคบมะละกา หลักฐานที่เก่าสุดในเอกสารของจีน ในช่วงพุทธ-

ศตวรรษที่ 4 มีการบันทึกว่าเมื่อมาหาของป่าก็มีการแวะพักที่สุวรรณภูมิ ซึ่งอาจเป็นบริเวณอ่าวไทยหรือพม่า

ช่วงนี้ไม่พบงานศิลปกรรม มาพบศิลปกรรมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 9 - 10 เป็นงานศิลปกรรมในด้านศาสนา มี

การบันทึกว่าในช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 ชาวจีนต้องการรับศาสนาพุทธโดยการส่งพระภิกษุไปอินเดีย และรับ

พระภิกษุมาจากอินเดียมาจีน ดังนั้นเราจึงเริ่มพบศิลปกรรมที่เข้ามาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทวารวดีอาจเกิดขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 9- 10 หลักฐานที่สามารถยืนยันได้นั้นพบในช่วง

พุทธศตวรรษที่ 12 เป็นหลักฐานทางศิลปกรรมและจารึก ซึ่งช่วงนี้ศิลปกรรมส่วนใหญ่เป็นของที่นำเข้ามาจากผู้

เผยแพร่ศาสนาหรือการค้า โดยพบพระพุทธรูปกลุ่มหนึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์เล็กๆ เราเรียกว่า พระพุทธรูปรุ่นเก่า

ต่อมามีการเผยแพร่พุทธศาสนาเราจึงเริ่มมีรูปแบบงานศิลปกรรมของเราเองคือ ทวารวดี ซึ่งตรงกับราชวงศ์คุปตะ

ของอินเดีย และตะวันออกของอินเดียทางอมราวดี ทางตอนใต้ของอินเดียสู่ลังกา บางทีผ่านกวางตุ้งเป็นเอกสารที่

กล่าวในเอกสารของพระภิกษุอี้จิง หรืออี้ชิง ที่เดินทางไปจาริกศาสนาในอินเดียและเดินทางกลับทางสุมาตรา

กล่าวว่าศาสนาพุทธมหายายในสุมาตรารุ่งเรืองมากและมีการติดต่อ

ค้าขายและรับอิทธิพลอินเดียเป็นระยะๆ

ก่อนพุทธศาสนาเข้ามาสังคมของไทยเป็นช่วงก่อนประวัติศาสตร์ อยู่แบบดั่งเดิมหาของป่า

ตัวที่กำหนดการรับอิทธิพลภายนอกสิ่งหนึ่ง คือ วัฒนธรรมการ

ฝังศพ แต่พอรับอิทธิพลจากอินเดียจึง

เริ่มมีการเผาศพ ตัวอย่างชิ้นแรก

ภาพเขียนสีที่ผ่าแต้มเป็นศิลปกรรมในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ ในการศึกษาทางด้าน

ประวัติศาสตร์เดิมจะเริ่มเมื่อมีการจารึก แล้วอ่านออกเราถือเป็นช่วงประวัติศาสตร์ อักษร

ที่เก่าแก่ที่สุดพบทางภาค ใต้คือ “อักษรปาลวะ” ภายหลังชาวพื้นเมืองรู้จักเขียนตัวอักษร

ใช้เองแต่ไม่ใช่อักษรปาลาวะ เราจึงเรียก “อ .ก .ร .ล .ง .า .า .ะ” พบในช่วงพุทธศตวรรษที่12 – 14

และเปลี่ยนไปเป็นอักษรมอญ เป็นอักษรขอมและในสมัยพ่อขุนรามคำแหงก็นำอักษรมอญและขอมมาผสม

กันเป็นอักษรไทย จารึกด้านขวามือเป็นจารึกที่เก่าอีกชิ้นที่พบทางตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นจารึกของพระเจ้า

จิตเสน อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 – 12

* ภาพเขียนสีที่สีคิ้ว เป็นภาพเกี่ยวกับพิธีการ

ต่างๆ ของคนก่อนประวัติศาสตร 

* ภาพเขียนสีที่กาญจนบุรี เป็นภาพพิธีกรรม

มีการตีฆ้องขอฝน

* หลักฐานก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายที่เราพบบริเวณริมทะเล ส่วนใหญ่

พบลูกปัดร่วมกับโครงกระดูก เริ่มมีรูปเคารพทางศาสนาเข้ามาแล้วลูกปัดและต่าง

หูทำจากหินคาเนเรียล สีส้ม เป็นหินที่พบในอินเดีย

* พบตะเกียงโรมันที่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นตะเกียงที่มีมาก

ในอเล็กซานเดีย ปัจจุบันคือประเทศอียิปต์ น่าจะมากับพวกพ่อค้าที่มาค้าขาย

* พบรูปเคารพในศาสนา กลุ่มแรกเป็นพระพุทธรูปเนื่อง

ในพระพุทธศาสนาเป็นศิลปะอมราวดีของอินเดีย พระพักตร์

กลม จีวรห่มเฉียงเป็นริ้ว แสดงปางด้วยพระหัตถ์ ชายผ้าข้างหนึ่งมาพันที่มือซ้าย

* พระพุทธรูปแบบคุปตะเป็นงานศิลปะที่สวยที่สุดใน

อินเดีย เป็นสกุลช่างสารนาถ ไม่ทำเป็นริ้วผ้า ห่มเรียบ แกะสลัก

จากหินสีชมพู ยืนในท่าติภังค์ คือยืนเอียงตัว พบทอี่ ำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อยู่ใน ช่วงพุทธศตวรรษที่ 9 - 11

ชื่อทวารวดีมาจากคำว่า “ทวารวติ” ในเอกสารจีนเรียก “โถโลโปตี” บันทึก

ไว้ตั้งแต่รุ่นพระถังซำจั๋ง อาณาจักรโถโลโปตี อยู่ระหว่าอาณาจักรศรีเกษตร (พม่า)

และอิสานปุระ (เขมร) ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดย์ พบเหรียญเงินที่มีจารึก ว่า

“ศรีทวารวติ ศวรปุณยะ” แปลว่าบุญกุศลของพระราชาแห่งทวารวดี น่าจะมีอาณาจักร

และมีกษัตริย์ปกครอง ศูนย์กลางอยู่ ทาง

ภาคกลางของประเทศไทย นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เลื่อยไป

จนถึงลำพูน ส่วนสายตะวันออกชลบุรี บุรีรัมย์จนถึงอีสานเหนือเป็น

ดินแดนที่แพร่หลายใหญ่ที่สุด

* ข้อสันนิฐานเกี่ยวกับศูนย์กลางของทวารวดีมี 3 แห่ง คือ

อู่ทอง นครปฐมและลพบุรี

- ที่อู่ทองพบหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด คือ ประติมากรรมดินเผาพระสงฆ์อุ้มบาตร 3 องค์ มีจารึกบนแผ่น

ทองแดงกล่าวถึงพระนามของกษัตริย์ที่อู่ทอง

- ที่นครปฐมเป็นศูนย์กลางที่ใหญ่ที่สุด เมื่อดูจากแผนที่ทางอากาศที่เป็น

เมืองนครชัยศรีหรือนครปฐมโบราณเป็นเมืองทวารวดีที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศ

ไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุด คือ พระปฐมเจดีย์

และพบศิลปกรรมที่มากที่สุด

- ที่ลพบุรีพบศาสนสถานมาก แต่ปัจจุบันแยกลพบุรีออกจากทวารวดี เพราะ

ได้พบหลักฐานเหรียญเงินที่จารึกเกี่ยวกับละโว้หรือละวะปุระ แสดงว่าลพบุรี

เป็นศูนย์กลางของอีกอาณาจักรหนึ่ง อาณาเขตของทวารวดีเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมแต่จะโค้งเว้าตามภูมิประเทศ มี

การพบเหรียญเงินที่จารึก ที่อู่ทองพบเหรียญที่มีการจารึกนามกษัตริย์ทำให้ทราบว่าน่าจะมีการปกครองระบบ

กษัตริย์แล้ว

ประติมากรรมพระพุทธรูปทางพุทธสาสนาเป็นพุทธศาสนา

แบบมหายาน มีมหายานและฮินดูอยู่บ้างแต่น้อย พระพุทธรูปทวารวดี

แบ่งออกเป็น 3 รุ่น

1. รับอิทธิพลโดยตรงมาจากอินเดีย มีอิทธิพลอมราวดีและคุปตะ

พุทธศตวรรษที่ 12 – 13

2. เป็นแบบพื้นเมือง แต่มีการแต่งกายเหมือนอินเดีย เรียกว่า อิทธิพลแบบท้องถิ่นซึ่งพบมาก

พุทธศตวรรษที่ 13-15 ลักษณะคิ้วต่อ หน้ากลม ครอง

จีวรห่มคลุม จีวรเรียบไม่มีริ้ว การทำวิตรรกะยกพระหัตถ์ 2 ข้าง

3. ทวารวดีที่มีศิลปะเขมรเข้ามาปะปน พุทธศตวรรษที่ 16

เรื่องประติมานวิทยาการตีความภาพเล่าเรื่อง

* ภาพสลักที่ผนังถ้ำ ที่ถ้ำพระโพธิสัตว์ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

เป็นภาพเล่าเรื่องขนาดใหญ่ ซ้ายสุดเป็นภาพพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี

ประทับนั่งห้อยพระบาทแบบยุโรป แสดงวิตรกะ 2 พระหัตถ  พนักนั่ง

เป็นสิงห์ คนที่ยืน คือ พระนารายณ์ มี 4 กร มือขวาบนถือจักร มือ

ซ้ายบนถือสังข์ 2 มือล่างกอดอก บุคลที่ด้านบนศีรษะมีพระจันทร์เสี้ยว

คือพระอิศวร ถักเส้นผมเป็นรอนๆ มีเทวดาเหาะลงมาและมีคนก้มหน้า

การที่พระนารายณ์กอดอกเรียกว่า “สวัสดิกะมุธา” คือ การแสดงความเคารพอย่างสูงสุด เทพจะไม่ไหว้กัน เป็น

ภาพเล่าเรื่องที่ต้องการแสดงว่าศาสนาพุทธอยู่เหนือศาสนาพราหมณ์ ผู้ที่สร้างภาพนี้คือผู้ที่นับถือพุทธมหายาน ทำ

ให้ทราบว่ามีพุทธศาสนาแบบมหายานแทรกอยู่ในพุทธศาสนาแบบหินยาน

 

* เป็นฐานสี่เหลี่ยมซึ่งสันนิฐานว่า น่าจะเป็นฐานธรรมจักร พบที่นครปฐม

มีพระพุทธเจ้าอยู่ตรงกลาง นั่งแบบยุโรป มีพระอินทร์และพระพรหมขนาบ

ข้าง ด้านข้างขวามือถักผมคล้ายเป็นนักบวช ซา้ ยเป็นกลุ่มบุคคลที่โกน

ศีรษะ ซึ่งเป็นตอนที่พระพุทธเจ้าทรงปฐมเทศนาที่ป่าอิสิมฤคทายวัน โดย

เทศนาโปรดปัญจวคีทั้งห้าภาพทางขวา เมื่อฟังคำสั่งสอนแล้วจึงโกนศีรษะ

เป็นภาพกลุ่มบุคคลทางซ้าย

* เป็นประติมากรรมที่สมบูรณ์ที่สุด ตั้งแต่รัชกาลที่ 2 สร้างพระศรีศากยมุณี

ที่วัดสุทัศน์และย้ายมาอยู่บริเวณฐานด้านหลัง สันนิษฐานว่าน่าจะย้ายมาจาก

นครปฐมเป็นภาพพุทธประวัติ 2 ตอนต่อกัน ตอนล่างเป็นตอนยมกปฏิหาริย์

ส่วนตอนบนเป็นตอนโปรดพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ทั้ง 2 ตอนเป็น

พุทธประวัติที่ต่อกัน

* ได้จากวัดจีน (วัดรัตนชัย) เป็นพุทธประวัติตอนยมกปฏิหาริย์ มีต้นมะม่วง

* ใบเสมาสมัยทวารวดีในวัฒนธรรมอีสานพบในแถบอีสานเหนือ ใช้ปักแสดง

ขอบเขต ในภาคกลางจะปักรอบโบสถ์ แต่ภาคอีสานอาจปักบอกทิศทั้งสี่ สำหรับ

ให้คนมาวนรอบ จึงมีการสลักพุทธประวัติหรือชาดก ภาพนี้พบที่เมืองฟ้าแดดสงยาง

ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น เป็นพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้า

โปรดพุทธมารดาและนางพิมพา (ชื่อเต็มของนางพิมพา คือ พิมพาพิราบ) นาง

พิมพารับแสดงโดยการสยายผมเพื่อรองรับพระบาทของพระพุทธเจ้า เป็นวิธีการ

เคารพแบบสูงสุดของอินเดียโบราณ

* ในสมัยทวารวดีนิยมทำธรรมจักรและกวางหมอบ เป็นลักษณะเฉพาะของทวาร

วดี เพราะไม่พบในรูปแบบ ของศิลปกรรมที่อื่น

เป็นสัญลักษณ์ในพุทธ ประวัติตอนปฐมเทศนา

พบมากที่สุดในเขต นครปฐม วัฒนธรรม

ทวารวดีเผยแพร่ไปทาง ไหนก็จะพบธรรมจักรที่

นั้น ซึ่งธรรมจักรกับกวาง หมอบทำมาก ในสมัย

พระเจ้าอโศก ในช่วงพุทธ ศตวรรษที่ 3 – 6 จึง

ผูกพันกับตำนานเรื่องสุวรรณภูมิ พระเจ้าอโศกส่งสมรทูตไปเผยแพร่พุทธศาสนา

และจุดที่ 9 ส่งพระโสณะเถระและพระอุตรเถระมายังสุวรรณภูมิ แต่

ประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดของไทยที่ศึกษา อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 9 – 10 เก่าแก่กว่าทวารวดี ธรรมจักรบางชิ้น

มาจารึกที่กรงเป็นอักษรปาลาวะและหลังปาลวะ เป็นอักษรในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 , 13 ,14 ซึ่งคนละช่วงกับ

พระเจ้าอโศกซึ่งเป็นอักษรคนละแบบ ลวดลายของธรรมจักร เป็นลายดอกกลมผสมสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนเรา

พบในศิลปะอินเดียสมัยคุป ตะ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ลายนี้จึงไม่น่าจะใช่สมัยพระเจ้าอโศก

มีจารึกภาษาบาลีซึ่งเป็น ศาสนาพุทธแบบเถรวาทถ้าพุทธมหายานจะใช้ภาษาสันสกฤต

ตัวธรรมจักรต้องตั้งอยู่บน เสาตั้งสูง คล้ายรูปเคารพชิ้นหนึ่ง ช่องด้านล่างเป็นที่เสียบ

พนัสบดีหรือพระอาทิตย์ หมายถึงแสงสว่าง ถ้าตรงฐานมีพระนางรัศมีและช้าง

หมายถึง ความอุดม สมบูรณ์เป็นศิริมงคล

* พระพิมพ์ทวารวดีรุ่งหลัง เป็นศิลปะแบบปาละ พระพักตร์กลม ขัดสมาธิเพชร นิยม

ทำพิมพ์พุทธคยา สัญลักษณ์ต้องมีวิหารพุทธคยาอยู่ข้างบน

* นอกจากภาพพุทธประวัติแล้วยังนิยมทำภาพเล่าเรื่อง เช่น ชาดก ในชุดทศชาติชาดก ชาดกห้าร้อยห้าสิบพระ

ชาติ หรือนิทานท้องถิ่น เช่น สังข์ทอง ชาดกห้าร้อยห้าสิบพระชาติ พบที่นครปฐม พบบริเวณฐานเจดีย์

ที่เจดีย์จุลประโทนมีชาดก

* ภาพบุคคลเป็นภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ทำให้ทราบว่าน่าตาคนทวารวดีมีหน้าตาอย่างไร เช่น พวกสนม

นางในมีลักษณะอย่างไร มีการมวยผม มีพวกอุบะการสวมต่างหู วัฒนธรรมของทวารวดีมีการใส่ต่างหู โดยเมื่อ

เริ่มสาวจะเจาะหูและค่อยๆ ใช้ต่างหูถ่างหูเมื่อหูกว้างออกก็จะนำตะกั่วหรือหินสีต่างๆใส่เข้าไป หูจะยานถึงไห

ปลาร้าซึ่งพบเฉพาะคนชั้นสูงเท่านั้น การนุ่งผ้าปกปิดจะไม่ใส่เสื้อ เครื่องดนตรีมีหลายประเภท เช่น ฉิง กระจับปี่

พิณน้ำเต้า กรับ

สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมของทวารวดีมีอยู่น้อยส่วยใหญ่เหลือเพียงฐานเจดีย์ ซึ่ง

วัฒนธรรมของชาวพื้นที่ลุ่ม ไม่มีหินขนาดใหญ่แบบเขมร เราใช้อิฐ ซึ่งเป็นพุทธศาสนา

แบบเถรวาทซึ่งยึดถึงหลักธรรม สถาปัตยกรรมส่วนฐานมีการเรียกต่างกัน เช่น ยกเกร็ด

* ฐานเจดีย์มีถือว่าใหญ่ที่สุด รองจากพระปฐมเจดีย์ คือ วัดพระเมรุ มีฐานบัว พบ

พระพุทธรูปทวารวดีสี่ทิศ องค์ที่เป็นศิลาเขียวน่าจะคงประดิษฐานในวิหารซึ่งใกล้เคียงกับพุกามและ แคว้นเบงกลอ

* เจดีย์สมัยทวารวดี มีฐาน ฉัตรทำเป็นชั้นๆ เป็นเจดีย์ทรงปราสาท ที่ฐานมีจารึกที่คอ

ระฆัง การพบชิ้นส่วนแบบนี้ทำให้ทราบว่าในสมัยทวารวดีนิยมทำเจดีย์ทรงปราสาท

* เจดีย์หริภุญชัย เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ฐานแปดเหลี่ยมรูปแบบเจดีย์ของทวารวดี

อาจเป็นเช่นนี้ก็ได้

* เจดีย์กู่กุดเป็นสี่เหลี่ยมเป็นชั้นๆ และประดิษฐานพระพุทธรูปเป็นชั้น

เจดีย์ที่มีฐานบัวไม่ใช่รูปแบบของทวารวดีเพราะนิยมในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19

เป็นต้นมา สุโขทัย ล้านนา อยุธยา__

รูปภาพของ snk03014

 

 

31รูปครับ

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 155 คน กำลังออนไลน์