หลักฐานที่ขุดค้นพบในทวารวดี ดช.ธนวณิชย์ อภิกุลประภา ม.2/1 เลขที่ 29

รูปภาพของ snk02972

                  จากหลักฐานด้านโบราณวัตถุที่หลงเหลืออยู่ รวมทั้งหลักฐานด้านโบราณคดีที่ได้จากการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีและเมืองโบราณสมัยทวารวดีในบริเวณภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย นำไปสู่ข้อสรุปได้ว่าชาวทวารวดีได้นำแนวคิดเกี่ยวกับระบบกษัตริย์และรัฐของชาวอินเดียมาเป็นแบบอย่างในการจัดตั้งรัฐทวารวดี

           หลักฐานที่แสดงว่ามีกษัตริย์ปกครองรัฐทวารวดี คือการค้นพบเหรียญเงินที่มีจารึกว่า "ศรีทวารวติศวรปุณยะ" ซึ่งแปลว่า "การบุณย์ของพระเจ้าศรีทวารวดี" กระจายอยู่ตามเมืองโบราณสมัยทวารวดีในบริเวณภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้พบว่ามีการนำระบบเหรียญกษาปณ์มาใช้เป็นสื่อกลางการค้าขาย ดังได้พบเหรียญเงินไม่มีจารึก (เป็นเหรียญเงินที่ทำด้วยเงินไม่บริสุทธิ์มีทองแดงผสม) ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปพระอาทิตย์/ศรีวัตสะและรูปสังข์/ศรีวัตสะ แพร่กระจายอยู่ในเมืองโบราณในรัฐทวารวดี และในเมืองโบราณร่วมสมัยในรัฐอื่น ๆ ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น รัฐปยู รัฐมอญ รัฐฟูนัน เหรียญดังกล่าวเป็นเหรียญที่ผลิตขึ้นโดยกษัตริย์แห่งรัฐทวารวดี โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะควบคุมค่าเงินในการค้าขายกับชุมชนภายนอก โดยได้ขอยืมสัญลักษณ์ของระบบกษัตริย์ของอินเดียมาใช้ เนื่องจากสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่บนเหรียญดังกล่าวนั้น เป็นสัญลักษณ์อันเป็นมงคลที่สื่อความหมายถึงพระราชอำนาจของกษัตริย์ ความอุดมสมบูรณ์และความรุ่งเรืองของรัฐ หรืออาณาจักรที่ปกครองโดยพระมหากษัตริย์ผู้สั่งให้ผลิตเหรียญดังกล่าว




เหรียญเงินมีจารึก รูปแม่และลูกโค 

 
เหรียญเงินไม่มีจารึกรูปพระอาทิตย์และศรีวัตสะ            

นอกจากการควบคุมรายได้ที่มาจากการค้าแล้ว หน้าที่ของกษัตริย์ตามคติของชาวอินเดีย คือ มีหน้าที่ควบคุมระบบชลประทาน ผลผลิตที่ได้จากการเพาะปลูก งานด้านสาธารณสุข งานด้านการทหาร และด้านตุลาการ หลักฐานสำคัญที่แสดงว่ากษัตริย์ได้ทำหน้าที่ควบคุมระบบชลประทานและผลผลิตที่ได้จากการเพาะปลูกคือการจัดระบบชลประทานให้สอดคล้องกับรูปแบบการตั้งถิ่นฐานโบราณที่ต้องอยู่ริมน้ำ เนื่องจากน้ำเป็นปัจจัยสำคัญทั้งทางด้านเกษตรกรรมและการคมนาคม แต่เนื่องจากต้องประสบปัญหาน้ำท่วมในหน้าน้ำหลาก ดังนั้นในการวงผังเมืองจึงต้องสร้างคันดินและคูน้ำล้อมรอบเมือง เพื่อป้องกันน้ำท่วมในหน้าน้ำและเพื่อความสะดวกในการใช้น้ำจากคูเมืองเพื่อการเกษตร ในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมและเป็นการป้องกันข้าศึกไปในตัวด้วย จึงได้พบว่าเมืองใหญ่ ๆ ที่อยู่ตามลุ่มแม่น้ำแม่กลอง-ท่าจีน และแม่น้ำบางปะกงนั้นต้องมีการสร้างคูน้ำคันดินล้อมรอบเมืองกันทุกเมือง และต้องมีการขุดคลองเชื่อมต่อคูเมืองต่าง ๆ กับแม่น้ำสายรองที่ไปบรรจบแม่น้ำสายใหญ่และไปออกทะเลได้ทุกเมือง 

คลิกเพื่อชมภาพใหญ่
ผังเมืองนครปฐมโบราณ อ.เมือง จ.นครปฐม 


           ส่วนปรัชญาการจัดตั้งรัฐของกษัตริย์ทวารวดีนั้น ได้วางอยู่บนรากฐานของปรัชญาการจัดตั้งรัฐของชาวอินเดียในระบบจักรวรรดิ คือ การขยายอำนาจไปครอบครองรัฐอื่น ๆ มาไว้ในราชอาณาจักรหรือจักรวรรดิ ซึ่งกษัตริย์จะได้รับยกย่องเป็นจักรพรรดิแต่เป็นจักรพรรดิตามคติพุทธศาสนา คือ พระพุทธเจ้าจะปรากฎพระองค์ในกัลป์ต่าง ๆ ในจักรวาล เพื่อช่วยนำสัตว์โลกสู่นิพพานเช่นเดียวกับจักรพรรดิผู้ปกครองจักรวาลก็สามารถปราบปรามและมีชัยต่อรัฐทั้งปวง และปกครองอย่างยุติธรรม หากแต่การขยายอำนาจการปกครองตามคติจักรพรรดิในพุทธศาสนานั้นไม่ใช่การปราบปรามด้วยกำลังทหาร ไม่ใช่ชัยชนะจากสงคราม แต่เป็น "ธรรมวิชัย" คือ ชัยชนะด้วยธรรม (อันเป็นนโยบายของพระเจ้าอโศกในการขยายอำนาจการปกครอง) และขยายอาณาเขตของอาณาจักรออกไปอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางตอนล่างตั้งแต่ด้านตะวันตกถึงด้านตะวันออก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง-ท่าจีน แม่น้ำลพบุรี-ป่าสัก และลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยการนำหลักธรรมคำสั่งสอนในพุทธศาสนาไปปลูกฝังให้ชาวเมืองดังกล่าวเหล่านั้นเกิดความเลื่อมในศรัทธา ดังปรากฎหลักฐานด้านศิลปกรรมเนื่องในพุทธศาสนาที่แพร่กระจายอยู่ตามเมืองโบราณดังกล่าวเหล่านั้น เป็นต้นว่าธรรมจักรและกวางหมอบ พระพุทธรูปทั้งที่สลักจากหินและหล่อจากสำริด สถูป วิหารต่าง ๆ ตลอดจนหลักธรรมคำสั่งสอนในพุทธศาสนา ซึ่งปรากฏเป็นจารึกอยู่บนเสาหรือวงล้อพระธรรมจักร นับว่ากษัตริย์ทวารวดีประสบความสำเร็จในการใช้นโยบาย "ธรรมวิชัย" ในการขยายอำนาจการปกครองและขยายอาณาจักรของพระองคืออกไปได้อย่างกว้างขวาง และนอกจากจะปลูกฝังคติความเชื่อในพุทธศาสนาให้ประชาชนในรัฐของพระองค์แล้ว ยังประสบความสำเร็จในการเผยแพร่พุทธศาสนาไปยังชุมชนใกล้เคียงทั้งสี่ทิศ คือ จากศูนย์กลางซึ่งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา (ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง-ท่าจีน) ได้ขยายออกไปทางด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา (ลุ่มแม่น้ำลพบุรี-ป่าสัก) จนถึงลุ่มแม่น้ำบางปะกงและไปทางตะวันออกเฉียงเหนือถึงลุ่มแม่น้ำมูล-ชี ส่วนทางตอนเหนือขึ้นไปถึงบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง (รัฐหริภุญไชย) และทางใต้ลงไปถึงเมืองยะรัง จังหวัดปัตตานี นับว่ากษัตริย์ทวารวดีได้ปฏิบัติตามคติจักรพรรดิในพุทธศาสนาผสมผสานกับคติจักรพรรดิในศาสนาพราหมณ์ที่ต้องมีชัยชนะทั้ง ๔ ทิศ (ทิศวิชยิน)




สถูประฆังมีจารึกอยู่ที่คอระฆัง สูง 390 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 130 ซม. อายุราวพุทธศัตวรรษที่ 12 อยู่ที่พิพิธพัณฑสถานแห่งชาติพระนคร



รูปท้าวกุเวรและคชลักษณมี(ดินเผา)พบในเมืองโบราณจันเสน จ.นครสวรรค์


           

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 116 คน กำลังออนไลน์