หลักฐานที่ค้นพบในสมัยทวารวดี

รูปภาพของ snk02986

ศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ (พ.ศ. 2468) และสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (พ.ศ. 2469) เป็นกลุ่มบุคคลแรกที่กำหนดเรียกชื่อดินแดนที่เมืองโบราณเหล่านี้ตั้งอยู่ รวมทั้งงานศิลปกรรมที่พบนั้นว่าคือดินแดนแห่งอาณาจักรทวารวดี และศิลปะแบบทวารวดี โดยใช้เหตุผลของตำแหน่งที่ตั้งอาณาจักรตามบันทึกจีนกับอายุของบันทึก และอายุของงานศิลปกรรมที่ตรงกัน อาณาจักรทวารวดีจึงกลายเป็นอาณาจักรแรกในดินแดนไทย กำหนดอายุตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ลงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 16อาณาจักรทวารวดี เป็นที่น่าเชื่อถือขึ้นอีกเมื่อพบเหรียญเงิน 2 เหรียญ มีจารึกภาษาสันสกฤตอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 จากเมืองนครปฐมโบราณ มีข้อความว่า ศรีทวารวดีศวรปุณยะ ซึ่งแปลได้ว่า บุญกุศลของพระราชาแห่งศรีทวารวดี หรือ บุญของผู้เป็นเจ้าแห่งศรีทวารวดี หรือ พระเจ้าศรีทวารวดีผู้มีบุญอันประเสริฐ อาณาจักรทวารวดีจึงเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่ามีอยู่จริง และยังเชื่อกันอีกด้วยว่าเมืองนครปฐมโบราณน่าจะเป็นศูนย์กลางหรือเมืองหลวงของอาณาจักร (แต่ปัจจุบันพบเหรียญลักษณะคล้ายกันอีก 2 เหรียญ ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ความสำคัญของเมืองนครปฐมจึงเปลี่ยนไป) แต่ขณะเดียวกันนักวิชาการบางท่านก็เชื่อว่าอำเภออู่ทอง หรืออาจเป็นจังหวัดลพบุรี ที่น่าจะเป็นเมืองหลวงมากกว่ากันปัจจุบันร่องรอยเมืองโบราณ รวมทั้งศิลปโบราณ[1]วัตถุสถานและจารึกต่างๆในสมัยทวารวดีนี้ พบเพิ่มขึ้นอีกมากมาย และที่สำคัญได้พบกระจายอยู่ในทุกภาคของประเทศไทยโดยไม่มีหลักฐานของการแผ่อำนาจทางการเมืองจากจุดศูนย์กลางเฉกเช่นรูปแบบการปกครองแบบอาณาจักรทั่วไป

·        

ภาคเหนือ : ที่จังหวัดลำพูน อำเภอสวรรคโลก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย จังหวัดเชียงใหม่

·        

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : พบเกือบทุกจังหวัด

·        

ภาคตะวันออก : ที่จังหวัดปราจีนบุรี และ จังหวัดสระแก้ว

·        

ภาคใต้ : ที่จังหวัดปัตตานี

·         ภาคกลาง : กระจายอยู่ตามลุ่มแม่น้ำสำคัญต่างๆ เช่น แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำ       ลพบุรี แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา 

พบหลักฐาน คือ

เครื่องมือเครื่องใช้ 

 

เครื่องมือเครื่องใช้ที่พบในแหล่งทวารวดีทั่วไปมักจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เศษภาชนะดินเผา เนื้อดินมักทำเป็นภาชนะปากบาน ภาชนะทรงหม้อตาล เศษภาชนะเคลือบ มีทั้งที่เป็นเครื่องเคลือบจีนในสมัยราชวงศ์ถังถึงสมัยราชวงศ์หยวน เครื่องเคลือบจากเตาในเขตจังหวัดบุรีรัมย์เครื่องเคลือบเปอร์เซีย เครื่องใช้อื่น ๆ ก็มีพบ เช่น กุณฑีดินเผา กาดินเผา ตะคันดินเผา กระสุนดินเผา ที่ประทับตราดินเผา ตุ๊กตาดินเผา ฯลฯ นอกจากเครื่องปั้นดินเผาแล้ว ยังพบเครื่องใช้สำริด ทั้งเป็นเครื่องใช้ทั่วไปกับที่เป็นของของสูง หรือของที่ใช้ในพีธีกรรม เช่นคันฉ่อง เครื่องประกอบราชยานคานหาม และเครื่องใช้ทำจากเหล็ก นอกจากเครื่องใช้แล้วยังพบเครื่องประดับทำจากหิน แก้ว ดินเผา สำริด ทองคำ ได้แก่ ลูกปัด แหวนตุ้มหู กำไล 

          ๑. หม้อ  มีทั้งเนื้อแกร่งแบบสโตนแวร์และดินเผาแบบเอิร์ทเทนแวร์  ล้วนขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน มีทั้งหม้อก้นกลมขอบปากม้วน หม้อก้นกลมคอสูง หม้อมีสัน มีการตกแต่งผิวด้วยการขัดมันบ้าง หรือตกแต่งด้วยเส้นนูน หรือทำเป็นร่องตื้นๆ บางทีมีรอยกดด้วยนิ้วมือ รอยขูดขีดเป็นลายคลื่นคดโค้งหรือเป็นแนวจุดประ  เป็นลายกากบาท ลายเชือกทาบ ลายประทับเป็นรูปช้างรูปม้า และลายพันธุ์พฤกษา มีแตกต่างกันดังนี้
                     ๑.๑ หม้อดินเผา เนื้อบาง ก้นกลม ตกแต่งด้วยลายเชือกทาบตลอดใบตั้งแต่คอถึงก้นหม้อแบบนี้มีใช้มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ผลิตขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม หม้อแบบนี้พบที่จันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และที่บ้านคูเมือง อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
                     ๑.๒ หม้อมีสัน เนื้อดินบาง ปากกว้างคอสั้น ก้นหม้อค่อนข้างกลม  มีทั้งก้นตื้นและลึกผิวมีทั้งขัดมันและไม่ขัดมัน มีสีดำ แดง และน้ำตาล เหนือสันหม้อตกแต่งด้วยลายเส้นนูนหรือขุดเป็นร่องลึก ๑-๓ เส้น หรือเป็นรอยกดเป็นระยะๆ ที่ตัวหม้อใต้แนวสันลงไปถึงก้น ตกแต่งด้วยลายขูดขีดและลายเชือกทาบ
                     ๑.๓ หม้อก้นกลม เนื้อแกร่งกึ่งสโตนแวร์ คอคอดสูง ผลิตด้วยฝีมือประณีต  มีผิวเรียบตกแต่งด้วยเทคนิคต่างๆ และเขียนสี โดยตกแต่งที่ส่วนบ่าและลำตัว คือ บริเวณส่วนบ่านิยมตกแต่งด้วยลายกด เป็นแนวคล้ายลายคลื่นขนานกัน ๓-๔ เส้น เรียกว่า ลายหวี นอกจากนี้มีลายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ลายจุดประ ลายสามเหลี่ยมรูปฟันปลาหรือรูปตัววี ลายกากบาท ลายเส้นโค้งซ้อนกันภายในกรอบสี่เหลี่ยม บริเวณส่วนลำตัวภาชนะนิยมตกแต่งด้วยลายประทับเป็นรูปสัตว์ เช่น สิงโต หรือลายดอกไม้ ลายคนขี่ม้า ลายคน ขี่ช้าง หรือสัญลักษณ์อื่นๆ ลายเหล่านี้จะอยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมที่มีแนวคั่นต่อกัน และตกแต่งเพิ่มเติมด้วยการเขียนสีแดงและสีดำสลับกัน นอกจากนี้มีบางกลุ่มจะตกแต่งด้วยการเขียนบนผิวเรียบขัดมันหรือเขียนตามแนวเส้นที่ขูดเป็นร่องตื้นๆ บางทีเป็นเส้นคู่ขนาน บางทีเป็นลายฟันปลามีแนวจุดประเป็นเส้นคั่น
          ๒. พาน  เป็นภาชนะที่มีเชิงสูง เนื้อดินปั้นแกร่ง ส่วนตัวพานมีทั้งทรงแบบชามก้นกลมลึกกับชามก้นตัดทรงตื้น ตัวเชิงเป็นทรงกรวยสูง มีทั้งแบบเรียบและประดิษฐ์เป็นปล้องต่อกัน
          ๓. ตะเกียง  เป็นตะเกียงใส่น้ำมันรูปร่างยาวแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ ส่วนตัวตะเกียง เป็นรูปกลมแบนสำหรับใส่น้ำมัน และส่วนพวยที่ยื่นต่อออกมาสำหรับสอดไส้ตะเกียง รูปร่างคล้ายกับตะเกียงของอินเดียแบบอานธระหรือแบบโรมัน ตัวตะเกียงมีเนื้อดินปั้นหยาบหนา มีทั้งสีเทาและสีน้ำตาล แสดงถึงการขึ้นรูปด้วยมือ
          ๔. ตะคัน  เป็นตะเกียงขนาดเล็ก มีทั้งรูปร่างคล้ายจานเล็กที่ใส่น้ำจิ้ม และคล้ายถ้วยตะไลแต่จะมีลักษณะเตี้ย กลม ปากบานเรียบ บางทีจับเป็นจีบเล็กๆ จีบเดียว หรือเป็นปากหยักโดยรอบสำหรับพาดไส้ตะเกียง มีทั้งเนื้อหยาบและละเอียดบางทีมีเชิงสูง
          ๕. คนที หรือกุณฑี  เป็นหม้อน้ำมีพวย มีทั้งพวยเรียบๆ และที่มีการตกแต่งที่ปลายพวย ตัวหม้อน้ำจะมีขนาดใหญ่คล้ายหม้อก้นกลม แต่คอคอดเล็กและสูง ที่ก้นมีขอบเชิงเตี้ยๆ คนทีจะมีทั้งเนื้อดินปั้นหยาบและละเอียด มีทั้งแบบเรียบและตกแต่งด้วยการเขียนสีแดงบนตัวภาชนะที่ทาน้ำดินสีนวลไว้เป็นแนวรอบไหล่เหนือพวยกา ๕-๖ เส้น
          ๖. ชาม  เป็นภาชนะรูปกลม ปากกว้างม้วนขอบ ส่วนก้นลึกสอบ มีทั้งก้นกลม และตัดปาดเพื่อสะดวกในการตั้งวาง มีเนื้อดินแกร่งละเอียด          
          ๗. ส่วนของภาชนะอื่นๆ
  ได้มีการพบส่วนของภาชนะที่น่าสนใจ แต่ไม่สามารถจัดได้ว่ารูปทรงที่จะประกอบส่วนภาชนะเหล่านี้จะมีรูปร่างแบบใด นั่นคือ การพบขาตั้งภาชนะ คล้ายกับขาที่สำหรับรองกระถางต้นไม้จีน ที่จันเสน และที่อินทร์บุรีก็พบขาภาชนะดังกล่าว ฝาภาชนะมีจุกที่มีทั้งทรงยอดกลม และยอดคล้ายดอกบัวตูมคล้ายจุกฝาหม้อสมัยอยุธยา ซึ่งแสดงว่าลักษณะของจุกฝาภาชนะได้พัฒนาไปช้ามาก จึงยังคงเห็นการสืบทอดต่อมา 


มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 38 คน กำลังออนไลน์