ผีเสื้อในประเทศไทย


      ผีเสื้อเป็นกลุ่มของแมลงที่นักสัตววิทยาจัดไว้ในอันดับเลพิดอปเทอรา (Order  Lepidoptera)  มาจากคำว่า   lepis แปลว่าเกล็ด   และ pteron   แปลว่าปีก 


แมลงในอันดับนี้จึงมีแผ่นปีกปกคลุมด้วยเกล็ดสีเล็กๆ เรียงซ้อนกันแบบกระเบื้องมุมหลังคาเกล็ดสีเล็กๆเหล่านี้  เมื่อดูด้วยตาเปล่า จะเห็นเป็นผงสีต่างๆ ซึ่งจะหลุดติดมือออกมาเมื่อเราจับปีกของผีเสื้อ   ผีเสื้อในอันดับนี้ยังแยกออกเป็น ๒ พวก คือ อันดับย่อยผีเสื้อกลางวัน  (Butterflier) พวกนี้มีหนวดตอนปลายพองออกเป็นรูปกระบอง   และอันดับย่อยผีเสื้อกลางคืน (Moths) ซึ่งมีหนวดรูปร่างต่างๆ กันหลายแบบ


 ชื่อผีเสื้อนั้น  ตามความคิดของผู้เขียน  อาจมาจากการที่ผีเสื้อต่างๆ มีสีสันและลวดลายสวยงามเหมือนกับสีเสื้อผ้าที่เราสวมใส่กัน   แต่ผีเสื้อบินร่อนไปมาได้เอง   คนโบราณจึงคิดกันว่ามีผีเข้าไปสิงอยู่ในตัว แม้แต่ในปัจจุบันนี้  ในชนบทบางแห่งยังเรียกผีเสื้อว่า   "แมลงผี"   ส่วนชื่อภาษาอังกฤษว่า "butterfly" นั้น  มีผู้สันนิษฐานไปได้ ๒ ทางคือ  ทางหนึ่งแปลว่า   เนยบิน เพราะผีเสื้อที่พบชุกชุมในแถบอบอุ่นปีกมีสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้มคล้ายสีของเนย (butter) เมื่อบินไปมาจึงดูเหมือนเศษเนยลอยร่อนอยู่   ส่วนอีกทางหนึ่งเชื่อว่า เพี้ยนมาจากคำว่า beauty  fliesซึ่งหมายถึง ความสวยงามที่บินไปมาได้
          ผีเสื้อ ๒ พวกดังกล่าวมีความแตกต่างกันหลายประการพอที่คนทั่วไปจะสังเกตได้ คือ
          ๑.  ผีเสื้อกลางวันมีปลายหนวดพองโตออกหนาคล้ายรูปกระบอง    บางพวกมีหนวดตอนปลายโค้งงอเป็นรูปขอ  ส่วนผีเสื้อกลางคืนมีหนวดรูปร่างต่างๆ กันหลายแบบ  เช่น  รูปเรียวคล้ายเส้นด้าย  รูปฟันหวี    มีบางพวกที่มีหนวดพองออกคล้ายผีเสื้อกลางวัน
          ๒.  ลำตัวของผีเสื้อกลางวันค่อนข้างยาวเรียว เมื่อเปรียบเทียบกับความกว้างของปีก  และไม่ค่อยมีขนปกคลุมเหมือนกับผีเสื้อกลางคืนที่มีลำตัวอ้วนสั้น
          ๓.  ผีเสื้อกลางวันส่วนใหญ่จะออกบินเวลากลางวัน  มีเพียงบางพวกที่ออกหากินในตอนเช้ามืด  และตอนใกล้ค่ำ  ผีเสื้อกลางคืนออกบินในตอนค่ำ  ดังที่เรามักพบบินมาตอมแสงไฟตามบ้านเรือน  ผีเสื้อกลางคืนที่ออกหากินกลางวันมักมีสีฉูดฉาดคล้ายผีเสื้อกลางวัน
          ๔.  การเชื่อมยึดปีกทั้งสองให้โบกไปพร้อมกันของผีเสื้อกลางวันต่างจากผีเสื้อกลางคืน   โดยจะมีแผ่นปีกขยายกว้างออกซ้อนทาบกัน    แต่ในผีเสื้อกลางคืนมีขนแข็งจากโคนปีกคู่หลังสอดเข้าไปเกี่ยวกับขอเล็กๆ  ตอนโคนปีกด้านใต้ของปีกคู่หน้า(ยกเว้นผีเสื้อกลางวันชนิดหนึ่งในทวีปออสเตรเลีย)
           ๕.   การเกาะพักของผีเสื้อกลางวัน  มักจะยกปีกตั้งตรงขึ้นบนลำตัว เห็นด้านใต้ของปีก  ส่วนผีเสื้อกลางคืนจะวางปีกราบลงกับพื้นที่เกาะ  โดยขอบปีกด้านหน้าตกลงข้างตัวต่ำกว่าระดับของหลั   ดูคล้ายรูปหน้าจั่วหลังคา  และคลุมปีกคู่หลังจนมิดหมด
          ลักษณะแตกต่างดังกล่าวมานี้  ไม่อาจใช้จำแนกผีเสื้อทุกชนิดได้โดยเด็ดขาด   เนื่องจากลักษณะและนิสัยต่างๆ มักปะปนกัน ทำให้มีข้อยกเว้นต่างๆมาก แต่ก็เป็นข้อแตกต่างอย่างกว้างๆ ที่จะช่วยให้คนทั่วไปแยกแมลง ๒ กลุ่มนี้ออกจากกันได้พอสมควร  ชื่อผีเสื้อนั้น  ตามความคิดของผู้เขียน  อาจมาจากการที่ผีเสื้อต่างๆ มีสีสันและลวดลายสวยงามเหมือนกับสีเสื้อผ้าที่เราสวมใส่กัน   แต่ผีเสื้อบินร่อนไปมาได้เอง   คนโบราณจึงคิดกันว่ามีผีเข้าไปสิงอยู่ในตัว แม้แต่ในปัจจุบันนี้  ในชนบทบางแห่งยังเรียกผีเสื้อว่า   "แมลงผี"   ส่วนชื่อภาษาอังกฤษว่า "butterfly" นั้น  มีผู้สันนิษฐานไปได้ ๒ ทางคือ  ทางหนึ่งแปลว่า   เนยบิน เพราะผีเสื้อที่พบชุกชุมในแถบอบอุ่นปีกมีสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้มคล้ายสีของเนย (butter) เมื่อบินไปมาจึงดูเหมือนเศษเนยลอยร่อนอยู่   ส่วนอีกทางหนึ่งเชื่อว่า เพี้ยนมาจากคำว่า beauty  fliesซึ่งหมายถึง ความสวยงามที่บินไปมาได้
          ผีเสื้อ ๒ พวกดังกล่าวมีความแตกต่างกันหลายประการพอที่คนทั่วไปจะสังเกตได้ คือ
          ๑.  ผีเสื้อกลางวันมีปลายหนวดพองโตออกหนาคล้ายรูปกระบอง    บางพวกมีหนวดตอนปลายโค้งงอเป็นรูปขอ  ส่วนผีเสื้อกลางคืนมีหนวดรูปร่างต่างๆ กันหลายแบบ  เช่น  รูปเรียวคล้ายเส้นด้าย  รูปฟันหวี    มีบางพวกที่มีหนวดพองออกคล้ายผีเสื้อกลางวัน
          ๒.  ลำตัวของผีเสื้อกลางวันค่อนข้างยาวเรียว เมื่อเปรียบเทียบกับความกว้างของปีก  และไม่ค่อยมีขนปกคลุมเหมือนกับผีเสื้อกลางคืนที่มีลำตัวอ้วนสั้น
          ๓.  ผีเสื้อกลางวันส่วนใหญ่จะออกบินเวลากลางวัน  มีเพียงบางพวกที่ออกหากินในตอนเช้ามืด  และตอนใกล้ค่ำ  ผีเสื้อกลางคืนออกบินในตอนค่ำ  ดังที่เรามักพบบินมาตอมแสงไฟตามบ้านเรือน  ผีเสื้อกลางคืนที่ออกหากินกลางวันมักมีสีฉูดฉาดคล้ายผีเสื้อกลางวัน
          ๔.  การเชื่อมยึดปีกทั้งสองให้โบกไปพร้อมกันของผีเสื้อกลางวันต่างจากผีเสื้อกลางคืน   โดยจะมีแผ่นปีกขยายกว้างออกซ้อนทาบกัน    แต่ในผีเสื้อกลางคืนมีขนแข็งจากโคนปีกคู่หลังสอดเข้าไปเกี่ยวกับขอเล็กๆ  ตอนโคนปีกด้านใต้ของปีกคู่หน้า(ยกเว้นผีเสื้อกลางวันชนิดหนึ่งในทวีปออสเตรเลีย)
           ๕.   การเกาะพักของผีเสื้อกลางวัน  มักจะยกปีกตั้งตรงขึ้นบนลำตัว เห็นด้านใต้ของปีก  ส่วนผีเสื้อกลางคืนจะวางปีกราบลงกับพื้นที่เกาะ  โดยขอบปีกด้านหน้าตกลงข้างตัวต่ำกว่าระดับของหลั   ดูคล้ายรูปหน้าจั่วหลังคา  และคลุมปีกคู่หลังจนมิดหมด
          ลักษณะแตกต่างดังกล่าวมานี้  ไม่อาจใช้จำแนกผีเสื้อทุกชนิดได้โดยเด็ดขาด   เนื่องจากลักษณะและนิสัยต่างๆ มักปะปนกัน ทำให้มีข้อยกเว้นต่างๆมาก แต่ก็เป็นข้อแตกต่างอย่างกว้างๆ ที่จะช่วยให้คนทั่วไปแยกแมลง ๒ กลุ่มนี้ออกจากกันได้พอสมควร

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 273 คน กำลังออนไลน์