บทอาขยานสมัยเก่า พ.ศ.2517

รูปภาพของ nbssunisa

๏ ๏ ชั้น ประถมปีที่ ๑ ๏ ๏

๏ ๏ เด็กน้อย ๏ ๏ 
(
ร้องลำฝรั่งรำเท้า)

เด็กเอ๋ย เด็กน้อย 
ความรู้ เรายังด้อย เร่งศึกษา 
เมื่อเติบใหญ่ เราจะได้ มีวิชา 
เป็นเครื่องหา เลี้ยงชีพ สำหรับตน 
ได้ประโยชน์ หลายสถาน เพราะการเรียน 
จงพากเพียร ไปเถิด จะเกิดผล 
ถึงลำบาก ตรากตรำ ก็จำทน 
เกิดเป็นคน ควรหมั่น ขยันเอย......

  

  ๏ ๏ แมวเหมียว แยกเขี้ยวยิงฟัน ๏ ๏ 
(
ร้องลำแขกบรเทศ) 
-
นายทัด เปรียญ - แต่ง

แมวเอ๋ย แมวเหมียว 
รูปร่าง ประเปรียว เป็นหนักหนา 
ร้องเรียก เหมียวเหมียว ประเดี๋ยวก็มา 
เคล้าแข้ง เคล้าขา น่าเอ็นดู 
รู้จัก เอารัก เข้าต่อตั้ง 
ค่ำค่ำ ซ้ำนั่ง ระวังหนู 
ควรนับว่ามัน กตัญญู 
พอดู อย่างไว้ ใส่ใจเอย......

  

 ๏ ๏ ตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน ๏ ๏ 
(
ร้องลำลมพัดชายเขา) 
-
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ- ทรงนิพนธ์

ตั้งเอ๋ยตั้งไข่ 
จะตั้งใย ไข่กลม ก็ล้มสิ้น 
ถึงว่า ไข่ล้ม จะต้มกิน 
ถ้าตกดิน เสียก็อด หมดฝีมือ 
ตั้งใจ เรานี้ จะดีกว่า 
อุตส่าห์ อ่านเขียน เรียนหนังสือ 
ทั้งวิชา สารพัด เพียรหัดปรือ 
อย่าดึงดื้อ ตั้งไข่ ร่ำไรเอย.......

  

๏ ๏ นกขมิ้นเหลืองอ่อน ๏ ๏ 
(
ร้องลำพัดชา) 
-
หลวงพลโยธานุโยค(นก) - แต่ง

ปักเอ๋ย ปักษิน 
นกขมิ้น เรื่อเรือง เหลืองอ่อน 
ถึงเวลา หากิน ก็บินจร 
ครั้นสายัณห์ ผันร่อน มานอนรัง 
ความเคยคุ้น สกุณา อุตสาหะ 
ไม่เลยละ พุ่มไม้ ที่ใจหวัง 
เพราะพากเพียร ชอบที่ มีกำลัง 
เป็นที่ตั้ง ตนรอด ตลอดเอย.......

  

๏ ๏ จิงโจ้โล้สำเภา ๏ ๏ 
(
ร้องลำมอญรำดาบ) 
-
หลวงวิจิตรวาทการ- แต่ง

จิงเอ๋ยจิงโจ้ 
เล่นโล้ ในลำ สำเภาใหญ่ 
เพื่อออกแรง ออกกำลัง โดยตั้งใจ 
ที่จะให้ เข้มแข็ง และอดทน 
เรานักเรียน ต้องไม่คร้าน การกีฬา 
เรื่อง พลศึกษา ต้องฝึกฝน 
ให้แข็งแรง ถ้วนทั่ว ทุกตัวคน 
เพื่อเป็นคุณ แก่ตน และชาติเอย.......

๏ ๏  ชั้น ประถมปีที่ ๒ ๏ ๏

๏ ๏ ชักซ้าวมะนาวโตงเตง ๏ ๏ 
(
ร้องลำสารถีชักรถ)

ซักเอ๋ย ซักซ้าว 
ผลมะนาว ทิ้งทาน ในงานศพ 
เข้าแย่งชิง เหมือนสิ่ง ไม่เคยพบ 
ไม่น่าคบ เลยหนอ พวกขอทาน 
ดูประหนึ่ง ขัดสน จนปัญญา 
มีทางหา กินได้ หลายสถาน 
ประหลาดใจ เหตุไฉน ไม่ทำงาน 
ประกอบการ อาชีพ ที่ดีเอย....

  

๏ ๏ ตุ๊ดตู่ในรูกระบอก ๏ ๏ 
(
ร้องลำวิลันดาโอด) 
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ- ทรงนิพนธ์

ตุ๊ดเอ๋ย ตุ๊ดตู่ 
ในเรี่ยว ในรู ช่างอยู่ได้ 
ขี้เกียจ นักหนา ระอาใจ 
มาเรียกให้ กินหมาก ไม่อยากคบ 
ชาติขี้เกียจ เบียดเบียน แต่เพื่อนบ้าน 
การงาน สักนิด ก็คิดหลบ 
ตื่นเช้า เราจักหมั่น ประชันพลบ 
ไม่ขอพบ ขี้เกียจ เกลียดนักเอย....

  

๏ ๏ นกกิ้งโครงเข้าโพรงนกเอี้ยง ๏ ๏ 
(
ร้องลำนกกระจอกทอง) 
-
พระยาพินิจสารา (ทิม) - แต่ง

นกเอ๋ย นกกิ้งโครง 
หลงเข้าโพรง นกเอี้ยง เถียงเจ้าของ 
อ๋อยอี๋เอียง อ๋อยอี๋เอียง ส่งเสียงร้อง 
เจ้าของ เขาว่า น่าไม่อาย 
แต่นก ยังรู้ ว่าผิดรัง 
นักปราชญ์ รู้พลั้ง ไม่แม่นหมาย 
แต่ผิด รับผิด พอผ่อนร้าย 
ภายหลัง จงระวัง อย่าพลั้งเอย.........

  

๏ ๏ เรือเล่นสามเส้นสิบห้าวา ๏ ๏ 
(
ร้องลำตวงพระธาตุ) 
นายทัด เปรียญ - แต่ง

เรือเอ๋ย เรือเล่น 
สามเส้น เศษวา ไม่น่าล่ม 
ฝีพายลง เต็มลำ จ้ำตะบม 
ไปขวางน้ำ คว่ำจม ลงกลางวน 
ทำขวางขวาง รีรี ไม่ดีหนอ 
เที่ยวขัดคอ ขัดใจ ไม่เป็นผล 
จะก่อเรื่อง เคืองข้อง หมองกมล 
เกิดร้อนรน ร้าวฉาน รำคาญเอย.....

 

๏ ๏ นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า ๏ ๏ 
(
ร้องลำแขกไซ) 
หลวงวิจิตรวาทการ - แต่ง

นกเอ๋ย นกเอี้ยง 
คนเข้าใจ ว่าเจ้าเลี้ยง ซึ่งควายเฒ่า 
แต่นกเอี้ยง นั้นเลี่ยง ทำงานเบา 
แม้อาหาร ก็ไปเอา บนหลังควาย 
เปรียบเหมือนคน ทำตน เป็นกาฝาก 
รู้มาก เอาเปรียบ คนทั้งหลาย 
หนีงานหนัก คอยสมัคร งานสบาย 
จึงน่าอาย เพราะเอาเยี่ยง นกเอี้ยงเอย........

ชั้น ประถมปีที่ ๓

๏ ๏ สัตว์สวยป่างาม ๏ ๏ 
จาก - มูลบทบรรพกิจ - 
ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย)

เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน.......เหมือนอย่างนางเชิญ

พระแสงสำอางข้างเคียง 
เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง...........เริงร้องซ้องเสียง

สำเนียงน่าฟังวังเวง 
กลางไพรไก่ขันบรรเลง............ฟังเสียงเพียงเพลง

ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง 
ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดัง.......เพียงฆ้องกลองระฆัง

แตรสังข์กังสดารขานเสียง 
กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง........พญาลอคลอเคียง

แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง 

ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง...........เพลินฟังวังเวง

อีเก้งเริงร้องลองเชิง 
ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง..........ค่างแข็งแรงเริง

ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง 
ป่าสูงยูงยางช้างโขลง...........อึงคะนึงผึงโผง

โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป

  
๏ ๏ นิติสารสาธก ๏ ๏ 
ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย)

อย่าเกียจคร้านการเรียนเร่งอุตส่าห์... มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน 
จะตกถิ่นฐานใดคงไม่แคลน ... ถึงคับแค้นก็พอยังประทังตน 
อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว ... แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล 
อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์ ... ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี 
เกิดเป็นชายชาวสยามตามวิสัย ... หนังสือก็ไม่รู้ดูบัดสี 
ต้องอับอายขายหน้าทั้งตาปี ... ถึงผู้ดีก็คงด้อยถอยตระกูล 
จะต่ำเตี้ยเสียชื่อว่าโฉดช้า ... จะชักพายศลาภให้สาบสูญ 
ทั้งขายหน้าญาติวงศ์พงศ์ประยูร ... จะเพิ่มพูนติฉินคำนินทา 
หนึ่งหนังสือหรือตำรับฉบับบท ... เป็นของล้วนควรจดจำศึกษา 
บิดาปู่สู้เสาะสะสมมา ... หวังให้บุตรนัดดาได้ร่ำเรียน 
จะได้ทราบบาปบุญทั้งคุณโทษ ... ปะบุตรโฉดต่ำช้าก็พาเหียร 
ไม่สมหวังดังบิดาปู่ตาเพียร ... เป็นจำเนียรแพลงพลัดกระจัดกระจาย

 

 ๏ ๏ จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ๏ ๏

จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าว ขอแกง 
ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า 
ขอช้าง ขอม้า ให้น้องข้าขี่ 
ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง 
ขอเตียงตั้ง ให้น้องข้านอน 
ขอละคร ให้น้องข้าดู 
ขอยายชู เลี้ยงน้องข้าเถิด 
ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง

ชั้น ประถมปีที่ ๔

๏ ๏ สยามานุสติ ๏ ๏ 
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖

๏ ใครรานใครรุกด้าว...............แดนไทย 
ไทยรบจนสุดใจ.......................ขาดดิ้น 
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล................ยอมสละ สิ้นแล 
เสียชีพไป่เสียสิ้น......................ชื่อก้องเกียรติงาม 
๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง.................ยืนยง 
เราก็เหมือนอยู่คง......................ชีพด้วย 
หากสยามพินาศลง....................ไทยอยู่ ได้ฤๅ 
เราก็เหมือนมอดม้วย..................หมดสิ้นสกุลไทย

  

๏ ๏ โมกขศักดิ์ ๏ ๏ 
จากเรื่อง รามเกียรติ์ 
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑

บัดนั้น...................................พระยาพิเภกยักษี 
เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี................อสุรีกราบลงกับบาทา 
ทูลว่าพระลักษณ์สุริยวงศ์.................ยังไม่ปลงชีวังสังขาร์ 
อันโมกขศักดิ์อสุรา....................พรหมาประสิทธิ์ประสาทไว้ 
ทรงอานุภาพฤทธิรุทร....................ต้องใครจะฉุดนั้นไม่ไหว 
แต่มียาคู่หอกชัย............................ให้ไว้สำหรับแก้กัน 
แม้นละไว้จนรุ่งราตรี....................ต้องแสงพระระวีจะอาสัญ 
ขอให้ลูกพระพายเทวัญ.................ไปห้ามพระสุริยันในชั้นฟ้า 
อย่าเพ่อรีบรถบทจร..........................ข้ามยุคนธรภูผา 
แล้วให้ไปเก็บตรีชวา........................ทั้งยาชื่อสังขรณี 
ยังเขาสรรพยาบรรพต.....................ปรากฏอยู่ยอดคีรีศรี 
กับปัญจมหานที.........................สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน 
แม้นว่าได้บดชโลมลง.....................องค์พระอนุชาไม่อาสัญ 
จะดำรงคงชีพชีวัน......................หอกนั้นก็จะหลุดขึ้นมา

ชั้น ประถมปีที่ ๕

สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน 
ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม 
กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพยอม 
อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม 
แม้นล้อลามหยามหยาบไม่ปลาบปลื้ม 
ไม่ดูดดื่มบรเพ็ดต้องเข็ดขม 
ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์ 
ใครฟังลมเมินหน้าระอาเอย...........

   

๏ ๏พวกเราชาวไทย๏ ๏

จากเรื่อง พระร่วง

พวกเราชาวไทยล้วนใจเด็ด 
กล้าเหมือนเพชรไม่ยอมใครง่ายง่าย 
กล้าเหมือนเพชรไม่ยอมใครง่ายง่าย 
ถึงจะมีไพรีมามากมาย 
ก็ต่อสู้จนตายไม่อินัง 
ก็ต่อสู้จนตายไม่อินัง

 ถึงเมียสาวลูกอ่อนนอนผ้าอ้อม 
ชายก็ยอมทิ้งได้ไม่เหลียวหลัง 
ชายก็ยอมทิ้งได้ไม่เหลียวหลัง 
แม้ไม่ทิ้งหญิงคงส่งเสียงดัง 
และดันหลังไล่ออกนอกเรือนชาน 
และดันหลังไล่ออกนอกเรือนชาน

 เพราะทั้งแม่ทั้งเมียล้วนเลิศไซร้ 
ผู้ชายไทยใจจึ่งล้วนกล้าหาญ 
ผู้ชายไทยใจจึ่งล้วนกล้าหาญ 
ไม่ห่วงแม่ห่วงเมียจนเสียการ 
มีแก่ใจไปราญรบไพรี 
มีแก่ใจไปราญรบไพรี

ถึงจะรักลูกและรักผัว 
ไม่ยอมให้ชายมั่วอยู่สูสี 
ไม่ยอมให้ชายมั่วอยู่สูสี 
ยุให้ไปยุทธนารบราวี 
และต่อตีเข้มขันป้องกันเมือง

ชั้น ประถมปีที่ ๖

๏ ๏ วิชาเหมือนสินค้า ๏ ๏

วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล 
ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา 
จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา 
ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ 
นิ้วเป็นสายระยาง สองเท้าต่างสมอใหญ่ 
ปากเป็นนายงานไป อัชฌาศัยเป็นเสบียง 
สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง 
ถือไว้อย่าให้เอียง แล่นเลาะเลี่ยงข้ามคงคา 
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผา 
เจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฟังดูลม 
**
ขี้เกียจคือปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม 
เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไป** 
จึงจะได้สินค้ามา คือวิชาอันพิศมัย 
จงหมั่นมั่นหมายใจ อย่าได้คร้านการวิชา.....

 

๏ ๏ บทไหว้ครู ปฐม ก กา ๏ ๏

นะโมข้าจะไหว้ วระไตรระตะนา ... ใส่ไว้ในเกษา วระบาทะมุนี 
คุณะวระไตร ข้าใส่ไว้ในเกษี ... เดชะพระมุนี ขออย่ามีที่โทษา 
ข้าขอยอชุลี ใส่เกษีไหว้บาทา ... พระเจ้าผู้กรุณา อยู่เกษาอย่ามีไภย 
ข้าไหว้พระสะธรรม ที่ลึกล้ำคำภีร์ใน ... ได้ดูรู้เข้าใจ ขออย่าได้มีโรคา 
ข้าไหว้พระภิกษุ ที่ได้ลุแก่โสดา ... ไหว้พระสกิทาคา อะระหาธิบดี 
ข้าไหว้พระบิดาไหว้บาทาพระชะนะนี ไหว้พระอาจารีย์ ใส่เกษีไหว้บาทา 
ข้าไหว้พระครูเจ้า ครูผู้เฒ่าใส่เกษา ... ให้รู้ที่วิชา ไหว้บาทาที่พระครู 
จะใคร่รู้ที่วิชา ขอเทวามาค้ำชู ... ที่ใดข้าไม่รู้ เล่าว่าดูรู้แลนา

ไชยโยขอเดชะ ชัยชะนะแก่มารา ... ระบือให้ลือชา เดชะสามาไชยโย 
ไชยโยขอเดชะ... ... ... ...  ชัยชนะแก่โลโภ

กุมาระกุมารี ตะรุณีย์ที่เยาว์ไว ... จะฬ่อพอเข้าใจ ให้รู้จำคำวาที 
ว่าไว้ใน ก กา ก ข ขา อา อิ อี ... ว่าไว้ในเท่านี้ ที่พอได้ใน ก กา 
แต่พอให้รู้เล่า ที่ผู้เขลาเยาวะพา ... ได้ดูรู้แลนา กุมาราตะรุณี 
จะใคร่ได้รู้ธำม์ ที่ลึกล้ำจำไว้ดี ... ได้แน่แต่เท่านี้ ดีจำเอาเบาใจครู 
จะว่าแต่ฬ่อๆ ว่าแต่พอฬ่อใจดู ... ว่าไว้ได้พอรู้ ดูว่าเล่าเอาใจใส่

๏ ๏จากหนังสือปถม ก กา หัดอ่าน ๏ ๏

หนังสือเรียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

๏ ๏ พระอภัยมณี ๏ ๏ 
-
สุนทรภู่ -

พระฟังความพราหมณ์น้อยสนองถาม 
จึงเล่าความจะแจ้งแถลงไข 
อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป 
ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์ 
ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช 
จตุบาทกลางป่าพนาสิน 
แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน 
ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา 
ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ 
อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา 
ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญา 
จะนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟังแล้ว

หยิบปี่ที่ท่านอาจารย์ให้ 
เข้าพิงพฤกษาไทรดังใจหวัง 
พระเป่าเปิดนิ้วเอกวิเวกดัง 
สำเนียงวังเวงแว่วแจ้วจับใจ 
ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย 
ยังไม่เคยชมชิดพิสมัย 
ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย 
จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย 
พระจันทรจรสว่างกลางโพยม 
ไม่เทียบโฉมนางงามเจ้าพราหมณ์เอ๋ย 
แม้นได้แก้วแล้วจะค่อยประคองเคย 
ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน 
เจ้าพราหมณ์ฟังวังเวงวะแว่วเสียง 
สำเนียงเพียงการเวกกังวาลหวาน 
หวาดประหวัดสตรีฤดีดาล 
ให้ซาบซ่านเสียวสะดับจนหลับไป 
ศรีสุวรรณนั้นนั่งอยู่ข้างพี่ 
ฟังเสียงปี่วาบวับก็หลับไหล 
พระแกล้งเป่าแปลงเพลงวังเวงใจ 
เป็นความบวงสรวงพระไทรที่เนินทรายฯ

 

๏ ๏ นรางกุโรวาทคำกลอน ๏ ๏ 
(
ตอนปรารถนาดีต่อแดนเกิด)

เราเกิดมา หน้าที่ อารีสมาน 
ใจเพื่อนบ้าน เพื่อนนิคม สนมสนิท 
บ้านแลแขวง ตำแหน่งตน ทุกคนคิด 
ช่วยให้เดิน เจริญผิด กว่าเคยมา 
คอยหวังดี ถ้าแม้นมี โอกาสไฉน 
ควรจะให้ แขวงนั้น สุขหรรษา 
ทำไม่ไหว ให้ถวิล จินตนา 
จะช่วยเหลือ เกื้อกว่า จะหมดแรง

เมืองไทยใหญ่อุดม 
ดินดีสมเป็นนาสวน 
เพื่อนรักเราชักชวน 
ร่วมช่วยกันมุ่งหมั่นทำ 
วิชาต้องหาไว้ 
เป็นหลักได้ใช้ช่วยนำ 

ให้รู้ลู่ทางจำ 
ค้นคว้าไปให้มากมี 
ช่วยกันอย่างขันแข็ง 
ด้วยลำแข้งและแรงกาย 
ทำไปไม่เสียดาย 
แม้อาบเหงื่อเมื่อทำงาน 
ดั่งนี้มั่งมีแท้ 
ร่มเย็นแน่หาไหนปาน 
โลกเขาคงเล่าขาน 
ถิ่นไทยนี้ดีงามเอย

   

สัตวาภิธาน ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) 
"
แม่เกยหมู่ปักษา ข้อนหอยหาปลาในวน 
กระหรอดหัวโขนขน หยองหยอยย่องข้องเกี่ยวหนาม 
แซงแซวจับไซร้ขน ซุ่มซ่อนบนต้นมะขาม
ชูหางกางปีกงาม เมื่อยามบินผินอัมพร
หัวขวานหัวเหมือนขวาน ปากแข็งจ้านแหลมงุ้มงอน
เที่ยวเลาะเจาะกินหนอน ในพฤกษาพนาศรี
เค้าแมวมองเขม้น หน้าตาเห็นเช่นอย่างผี 
มักเที่ยวในราตรี แสวงหาภักษาหาร

สำเนียงเสียงนกแก้ว พลอดแจ้วแจ้วจับใจหวาน 
เพรียกก้องท้องดงดาน  ดูน่าตื่นพื้นสกุณิน 
ดอกบัวมัวหมู่มุง  เที่ยวไซ้กุ้งในวาริน 
เวียนวนชลสินธุ์  เสียงซ่าซ่าปลาตื่นหนี

ไอ้งั่วดูงั่วเง่า จับซบเซาแอบแฝงเฝือ
จับนิ่งกิ่งมะเกลือ แล้วบินกลับลับลิบหาย
เวลาขมุกขมัว ฝูงกระตั้วเต้นกรีดกราย
ขาวล้วนนวลทั้งกาย ไล่กระแตแลสับสน

ฝูงนกต้อยติวิด ร้องวิดวิดแล้วบินวน
เหยี่ยวใหญ่ไล่เวียนวน จวนตัวจนด้นหนามหนี
มุดด้นพ้นเหี่ยวใหญ่ เหยี่ยวตะไกรไล่จิกตี
หนีเสือปะกุมภีร์ แทบชีวีจะวางวาย 
เนินเขาเหยี่ยวนกเขา มาจับเจ่าอยู่เรนียงราย
เห็นนกขมิ้นหมาย ลุมจิกเฉี่ยวเหยียวจัณทาล
หมู่นกนอกกว่านี้ ก็ยังมีมากสาธาร
เลือกคัดพอใช้การ ให้กุมารอ่านเขียนลอง
หวังเป็นที่สนุก โดยทำนุกแลทำนอง
ตามแบบบทละบอง จงตริตรองในวาที  "

 

 

 

ชั้น ประถมปีที่ ๗

๏ ๏ ขุนช้างขุนแผน ๏ ๏ 
ตอน - พลายงามอาสาไปตีเชียงใหม่

๏ ครานั้นแสนตรีเพชรกล้าได้ฟังถาม 
ก็ชื่นชอบตอบความหาช้าไม่ 
ซึ่งถามเราจะเล่าให้เข้าใจ 
เจ้าชาวใต้ไม่รู้จู่ขึ้นมา 
เราเป็นเชื้อเจ้าท้าวคำแมน 
มียศถึงแสนตรีเพชรกล้า 
เป็นเชื้อชาติทหารชาญศักดา 
ในลานนาใครใครไม่ต่อแรง 
พระครูผู้บอกวิทยา 
ชื่อว่าศรีแก้วฟ้ากล้าแข็ง 
สถิตยังเขาคำถ้ำวัวแดง 
ทุกหนแห่งเลื่องลือนับถือจริง 
เจ้าหนุ่มน้อยนี่หรือชื่อพลายงาม 
ช่างสมรูปสมนามดูงามยิ่ง 
ตละแกล้งหล่อเหลาเพราพริ้ง 
รูปร่างอย่างผู้หญิงพริ้งพรายตา 
จะเปรียบลูกก็อ่อนกว่าลูกเล็ก 
จะเปรียบหลานพาลจะเด็กกว่าหลานข้า 
ไม่ควรจะรบสู้กับปู่ตา 
กลับไปบอกบิดามารอนราญ 
จะได้เป็นขวัญตาโยธาทัพ 
เป็นฉบับแบบไว้ในทหาร 
ยังเด็กอยู่คอยดูวิชาการ 
เฮ้ยเจ้าหลานพ่ออยู่ไหนไปบอกมาฯ

๏ ครานั้นพลายงามทรามคะนอง 
ร้องตอบต่อคดีตรีเพชรกล้า 
แน่เธออย่าเพ่ออหังการ์ 
เจรจาหมิ่นประมาทเราชาติเชื้อ 
ตัวท่านแก่กายอย่างควายเฒ่า 
อันตัวเราถึงเด็กเล็กลูกเสือ 
ฝีมือใครไพร่ลาวแหลกเป็นเบือ 
อย่าหลงเชื่อว่าผู้ใหญ่จะไม่แพ้ 
ถ้าไม่ดีที่ไหนใครจะมา 
จะขอลองวิชากับตาแก่ 
ให้ปรากฏฤทธีว่าดีแท้ 
ฤๅเป็นแต่ปากกล้ากว่าฝีมือ 
ขออภัยอย่าให้ถึงบิดา 
แต่ลูกยาท่านจะชนะหรือ 
มาลองดูสักหนให้คนลือ 
จะปลกเปลี้ยเสียชื่อดอกกระมัง

๏ ครานั้นแสนตรีเพชรกล้า 
โกรธาตาแดงดั่งแสงครั่ง 
เหม่อ้ายนี่หนักหนาว่าไม่ฟัง 
มาโอหังอวดรู้สู้สงคราม 
เท้ากระทืบกระทบโกลนโผนผก 
มุ่นหมกขับคว้างมากลางสนาม 
ท่วงทีขี่ม้าสง่างาม 
รำง้าวก้าวตามกระบวนทวน

 

 

 

 

 

 

 

รูปภาพของ ssspoonsak

เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดได้ทำการคัดลอกมาแล้วไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล

กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจนด้วย ดูรูปแบบการทำเอกสารอ้างอิงได้ที่

http://www.thaigoodview.com/node/99177

มิฉะนั้นทางเว็บ thaigoodview.com จำเป็นต้องลบข้อมูลทั้งหมดออก

ขอขอบคุณ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล

ผู้ดูแลเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิว

 


ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่าคัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ ไม่ถูกปิดเสียก่อน
ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 171 คน กำลังออนไลน์