การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองสตูล

ชื่อเรื่อง           การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองสตูล

ผู้ศึกษาค้นคว้า   นางจุรีย์  เรืองยิ่ง

หน่วยงาน        โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองสตูล สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองสตูล

ปี พ.ศ.            2555

 

บทคัดย่อ

          การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1)  เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน
ชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองสตูล โดยการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย  และ
2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลเทศบาล
เมืองสตูล ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย   การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลัง(พวงรัตน์  ทวีรัตน์, 2543:78) โดยทดลองกับกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองสตูล สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองสตูล  ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555  จำนวน 30 คน  เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ 
1)  แผนการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 และ 2) แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์จากการวาดภาพ พัฒนาจากแบบทดสอบ TCT – DP  ของเยลเลน และเออร์บัน (Jellen and Urban, 1986: 138 –155)  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย   ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ  t-test แบบ Dependent Samples

          ผลการศึกษา พบว่า 

          1.   นักเรียนกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 76.92 มีคะแนนจากการทดสอบด้านความคิดสร้างสรรค์ก่อนเรียนต่ำกว่าร้อยละ 70 โดยมีคะแนนเฉลี่ย 42.88 ( =42.88) โดยภายหลังการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบเด็กนักวิจัยกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 96.15 มีคะแนนทดสอบหลังเรียนด้านความคิดสร้างสรรค์สูงกว่าร้อยละ 70 โดยมีคะแนนเฉลี่ย 58.81 ( =58.81) โดยเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความคิดริเริ่ม   ด้านความคิดคล่องแคล่ว  ด้านความคิดยืดหยุ่น และด้านความคิดละเอียดลออ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มีคะแนนจากการทดสอบก่อนเรียน ต่ำกว่าร้อยละ 70 โดยภายหลังการจัดการเรียนรู้โดยรูปแบบเด็กนักวิจัยกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มีคะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าร้อยละ 70 ทุกด้าน

          2.  จากการทดสอบเปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย โดยวิธี  t-test แบบ Dependent Samples  พบว่า ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่เรียนโดยการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยหลังเรียนสูงกว่า
ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  โดยเมื่อพิจารณารายด้าน  พบว่า 1) ด้านความคิดริเริ่ม นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  2)  ด้านความคิดคล่องแคล่ว  นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนความคิดสร้างสรรค์ด้านความคิดคล่องแคล่ว หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  3) ด้านความคิดยืดหยุ่น  นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนความคิดสร้างสรรค์ด้านความคิดยืดหยุ่นหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  และ 4) ด้านความคิดละเอียดลออ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนความคิดสร้างสรรค์ด้านความคิดละเอียดลออหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  

ขอฉบับที่สมบูรณ์ได้เปล่าครับ

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 53 คน กำลังออนไลน์