English Word Endings

รูปภาพของ shwnapaporn

ที่มาของภาพ http://3.bp.blogspot.com/-GMAvZXyEzJY/UD1nWEGOj6I/AAAAAAAAAOk/yKs4wEfJmxE/s320/Slide1.jpg

 

การเติม s es ที่คำกริยา present simple tense

การเติม s es ที่คำกริยา ก็คล้ายกันกับการเติม s es ที่ท้ายคำนาม เพื่อทำคำนามให้เป็นนามพหูพจ์ทุกประการ ยกเว้นท้ายกริยาที่ลงท้ายด้วย o เท่านั้นที่แตกต่างนิดหนึ่ง เพราะกริยาที่ลงท้ายด้วย o ให้เติม es อย่างเดียว ไม่เหมือนคำนามที่เติม s บ้าง es บ้าง

หลักการเติม s es มีดังนี้

หากประธานเป็นเอกพจน์ กริยาเติม s,es ส่วนประธานพหูพจน์ไม่ต้องเติมนะครับ หลักการเติมมีดังนี้

1. เติม s หลังคำกริยาปกติทั่วๆ ไป เช่น

คำเดิม

คำอ่าน

เติม s

คำอ่าน

คำแปล

come

คัม

comes

คัมส

มา

cut

คัท

cuts

คัทส

ตัด

drink

ดริงค

drinks

ดริงคส

ดื่ม

feel

ฟีล

feels

ฟีลส

รู้สึก

eat

อีท

eats

อีทส

กิน

swim

สวิม

swims

สวิมส

ว่ายน้ำ

2. เติม es หลังคำหริยาที่ลงท้ายด้วย s, sh, ch, x, z และ o เช่น

คำเดิม

คำอ่าน

เติม s

คำอ่าน

คำแปล

catch

แค็ทช

catches

แค็ชเช็ส

มา

kiss

คิส

kisses

คิสเส็ส

จูบ

teach

ทีช

teaches

ทีชเช็ส

สอน

wash

วอช

washes

วอชเช็ส

ล้าง

buzz

บัส

buzzes

บัสเส็ส

ส่งเสียงหึ่งๆ

fix

ฟิกส

fixes

ฟิกเซ็ส

ซ่อม

go

โก

goes

โกส

ไป

do

ดู

does

ดัส

ทำ

  •           ถ้าลงท้ายด้วย -shes ให้ออกเสียง เช็ส ต่อท้าย แต่ ช ช้างออกเสียงคล้ายไล่ไก่
  •           ถ้าลงท้ายด้วย -ches ให้ออกเสียง เช็ส ต่อท้าย และช ช้างออกเสียงเหมือน ช ช้างของไทย
  •           ถ้าลงท้ายด้วย -ses ให้ออกเสียง เซ็ส ต่อท้าย
  •           ถ้าลงท้ายด้วย -ses ให้ออกเสียง เซ็ส ต่อท้าย
  •           ถ้าลงท้ายด้วย -zes ให้ออกเสียง เซ็ส ต่อท้าย แต่ต้องทำเสียงสั่น ๆ ในลำคอหน่อย

3. คำกริยาที่ลงท้ายด้วย y มี 2 ประการดังนี้

หน้า y เป็นสระ ( a , e , i , o , u ) ให้เติม s ได้เลย เช่น

คำเดิม

คำอ่าน

เติม s

คำอ่าน

คำแปล

buy

บาย

buys

บายส

ซื้อ

play

พเล

plays

พเลส

เล่น

say

เซ

says

เซส

พูด

pay

เพ

pays

เพส

จ่าย

stay

สเต

stays

สเตส

พัก

แต่หน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es เช่น

 

คำเดิม

คำอ่าน

เติม s

คำอ่าน

คำแปล

fly

ฟลาย

flies

ฟลายส

บิน

cry

คราย

cries

ครายส

ร้องไห้

study

สตัดดิ

studies

สตัดดิส

เรียน

try

ทราย

tries

ทรายส

พยายาม

                                                    WinkLaughingKiss

หลักการเติม ed หลังคำกริยาสำหรับ regular verbs

 1. กริยาที่ลงท้าย ด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม ed ยกตัวอย่างเช่น

cry – cried = ร้องไห้

marry – married = แต่งงาน

try – tried = พยายาม

2 กริยาที่ลงท้าย ด้วย y แต่หน้า y เป็นสระ (a/e/i/o/u) ใหเติม ed ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น

enjoy – enjoyed = สนุก

play – played = เล่น

stay – stayed = พัก , อาศัย

3 กริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้เติม d ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น

hope – hoped = หวัง

love – loved = รัก

move – move = เคลื่อน

4. กริยาที่มีพยางค์เดียว มีสระ(a/e/i/o/u)ตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียวให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed ยกตัวอย่างเช่น

plan – planned = วางแผน

stop – stopped = หยุด

beg – begged = ขอร้อง

5. กริยาที่มี 2 พยางค์ แต่ลงเสียงหนักพยางค์หลัง และพยางค์หลังนั้น มีสระ(a/e/i/o/u)ตัวเดียว และลงท้ายด้วยพยัญชนะที่เป็นตัวสะกดตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะที่ลงท้ายอีก 1 ตัว แล้วเติม ed ยกตัวอย่างเช่น

concur – concurred = ตกลง, เห็นด้วย

occur – occurred = เกิดขึ้น

refer – referred = อ้างถึง

permit – permitted = อนุญาต

ข้อยกเว้น ถ้าออกเสียงหนักที่พยางค์แรก ไม่ต้องเติมพยัญชนะตัวสุดท้ายเข้ามา ยกตัวอย่างเช่น

cover – covered = ปกคลุม

open – opened = เปิด

6. นอกจากกฏที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อต้องการให้เป็นช่อง 2 ให้เติม ed ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น

talk – talked = พูด

start – started = เริ่ม

worked – worked = ทำงาน

คำบางคำสามารถเป็นได้ทั้ง regular verbs และ irregular verbs เช่น

burn -> burned หรือ burnt เผาไหม้

dream -> dreamed หรือ dreamt ฝัน

lean -> leaned หรือ leant พิง

learn -> learned หรือ learnt เรียน

smell-> smelled หรือ smelt ได้กลิ่น

spell -> spelled หรือ spelt สะกด

spill -> spilled หรือ split หก กระฉอก

ขอบคุณที่มาจาก http://www.englishdd.org/

                                                                  WinkLaughingKiss

****เมื่อเติม ed แล้ว ed จะอ่านออกเสียงเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับเสียงพยัญชนะสุดท้ายที่ ed ตามอยู่
มีกฎเกณฑ์ในการจดจำที่ง่าย ๆ 3 ข้อ ดังนี้

1) กริยาที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ /t/ และ /d/ อ่านออกเป็นเสียง /id/ เสียงภาษาไทย จะออกเสียง  อิด อย่างเช่น คำว่า 

- presented (นำเสนอ)  อ่านออกเสียงว่า   พรี เซ้น ทิด

- ended (จบ)   อ่านออกเสียงว่า   เอ็น ดิด

- recorded (บันทึกเสียง)  อ่านออกเสียงว่า   เรค คอร์ด ดิด

2) กริยาที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ /f/,/p/, /k/,/s/, /ss/, /sh/, /ch/, /gh/ หรือ , /x/ จะอ่านออกเป็น
เสียง /t/  เสียง ภาษาไทย จะออกเสียง  ทึ  หรือ  เทอะ เสียงพวกนี้เรียกว่า “เสียงไม่ก้อง” คือเวลาออกเสียงลองจับที่คอดูสายเสียงจะไม่สั่น มาดูตัวอย่างการออกเสียงกัน 

- stopped (หยุด)  อ่านออกเสียงว่า   สะ ต๊อป เทอะ

-laughed (หัวเราะ)   อ่านออกเสียงว่า   แลฟ เทอะ

- asked (ถาม)   อ่านออกเสียงว่า   แอค สะ เทอะ

3.) กริยาที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ ตัวอื่น ๆ ตัวอย่าง เช่น  /b/, /g/,/v/, /m/, /n/, /r/, /l/  ซึ่งเสียง
พวกนี้เรียกว่า  “เสียงก้อง”  เสียงจะสั่น จะอ่านออกเป็น เสียง /d/  เสียง ภาษาไทย จะออกเสียง  ดึ  หรือ เดอะ เช่น  

- called (เรียก โทรศัพท์ )   อ่านออกเสียงว่า   คอล เดอะ

- planned (วางแผน)  อ่านออกเสียงว่า   แพลน เดอะ 

- loved (รัก)  อ่านออกเสียงว่า   เลิฟ เดอะ

สรุป ed อ่านได้สามเสียง
1. ถ้า ed ตามหลังเสียง /t/ กับ /d/ ให้อ่านเสียง อิด

2. เสียง /t/ ถ้าตามหลังเสียงไม่ก้อง เช่น พวก /f/, /p/, /k/, /s/

3. เสียง /d/ ถ้าตามหลังเสียงก้อง เช่น /b/, /g/,/v/, /m/, /n/, /r/, /l/ 

ขอบคุณที่มาจาก http://www.sahavicha.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=2135

 

                                             WinkLaughingKiss

Take a break with the Clips.

 

 WinkLaughingKiss

วิธีเติม ing ท้ายกริยา สำหรับรูป Continuous และ Gerund

1. โดยทั่วไปเติม ing ท้ายกริยาได้เลย เช่น
walk ----walking

play---- playing
 

2. กริยาที่ลงท้ายด้วย e ให้ตัด e ออก แล้วเติม ing เช่น
write ----writing

make---- making

3. กริยาที่เป็นคำพยางค์เดียว ถ้าท้ายกริยามีพยัญชนะสะกดเพียงตัวเดียว และมีสระเพียงตัวเดียว ให้เพิ่มพยัญชนะตัวสุดท้าย 1 ตัว แล้วเติม ing เช่น

run---- running

cut ----cutting

แต่ eat -----eating (มีสระ 2 ตัว)

kick------ kicking (มีตัวสะกด 2 ตัว)

  ตัวอย่าง คำศัพท์ ที่เติม ing

1. work (ทำงาน) ---working

2. play (เล่น)--- playing 

3. write (เขียน) ---writing 

4. run (วิ่ง) ---running 

5. look (มองดู) ---looking 

6. ride (ขี่)--- riding 

7. read (อ่าน) ---reading 

8. put (วาง, ใส่) ---putting 

9. make (ทำ) ---making 

10. wash (ล้าง) ---washing 

11. sleep (นอน) ---sleeping 

12. graze (กินหญ้า) ---grazing 

13. walk (เดิน) ---walking 

14. get (ได้รับ) ---getting 

15. take (เอา, หยิบ)--- taking 

16. eat (กิน) ---eating 

17. cut (ตัด) ---cutting 

18. kick (เตะ) ---kicking 

19. teach (สอน) ---teaching 

20. speak (พูด) ---speaking 

21. sit (นั่ง) ---sitting 

22. kill (ฆ่า) ---killing 

23. cook (ทำกับข้าว) ---cooking 

24. shine (ส่องแสง) ---shining 

25. rain (ฝนตก) ---raining 

26. learn (เรียน)--- learning

ขอบคุณที่มาจาก http://sawangpattaya.org/sawangschool/index.php?topic=472.0

 WinkLaughingKiss

หลักการเติม ly ท้ายคำกริยาวิเศาณ์ (Adverbs)

คำกริยาวิเศษณ์ ส่วนใหญ่มาจากคำคุณศัพท์โดยการเติม ly ท้ายคำโดยมีหลักการทำดังนี้

1. เอาคำคุณศัพท์มาเติม ly ได้เลย เช่น

beautiful

beautifully

อย่างสวยงาม

quiet

quietly

อย่างเงียบๆ

wonderful

wonderfully

อย่างยอดเยี่ยม

2. คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย e ให้ตัด e ออก แล้วเติม ly

true

truly

อย่างแท้จริง

3. คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม ly เช่น

happy

happily

อย่างมีความสุข

angry

angrily

อย่างฉุนเฉียว

4. คำคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย le ให้ตัด e ออก แล้วเติม y

simple

simply

ง่ายๆ ชัดเจน

possible

possibly

เป็นไปได้

Note: คำที่ลงท้ายด้วย lyอยู่แล้วแต่เป็นคำคุณศัพท์ได้แก่คำว่า

 friendly เป็นมิตร                      lovely น่ารัก

lonely โด่ดเดี่ยว                        ugly น่าเกลียด                 silly งี่เง่า

ขอบคุณที่มาจาก http://sukanya242.wordpress.com

 
 
 
 

*การเติม  ful เติมหลังคำนามเพื่อให้เป็น คำคุณศัพท์(adjective) มีความหมายว่า “มีลักษณะเป็น หรือเต็มไปด้วย”

                 noun                                                                      adjective

                 cheer                                                                    cheerful

                 use                                                                        useful

                 care                                                                       careful

                 pain                                                                       painful

                 beauty                                                                  beautiful

                 thought                                                               thoughtful

 การเติม -ful นั้นมาจากคำพูดคุณศัพท์ตัวหนึ่งคือ full (เต็ม,เต็มไปด้วย,เพียบ) ดังนั้นก็จะสามารถเดาความหมายของคำที่ลงท้ายด้วย -ful ได้ง่ายขึ้น เช่นคำว่า beautiful ก็มีความความหมายว่า เต็มไปด้วยความสวย

 

*การเติม  - less เติมหลังคำนามเพื่อให้เป็น คำคุณศัพท์ (adjective)  มีความหมายว่า “ปราศจาก , ไม่” คำคุณศัพท์ส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย -ful  มักมีคำที่มีความหมายตรงข้ามที่ลงท้ายด้วย -less

                noun                                                                                        adjective

                home                                                                                      homeless

                pain                                                                                        painless

                care                                                                                        careless

                use                                                                                          useless

                rest                                                                                         restless
**อย่างไรก็ตามสิ่งที่กล่าวไปแล้วนั้นไม่ได้เป็นกฏที่ถูกต้องเสมอไป เพราะคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย -ful ทุกตัวไม่มีคำตรงข้ามที่มีส่วนเติมท้าย -less เสมอไป เช่น คำตรงข้ามของ beautiful คือ ugly (น่าเกลียด,อัปลักษณ์)


ขอบคุณที่มาจาก http://just2english.blogspot.com/2011/03/blog-post.html  

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 14 คน กำลังออนไลน์