สารคลอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอลสูง

คอเลสเตอรอลคืออะไร

ไขมัน ไม่ว่าอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว จัดเรียงสายโมเลกุลได้เป็นแบบไขมันเส้น หรือโมเลกุลต่อกันเป็นสาย (chain) ซึ่งร่างกายมักนำไปใช้สร้างพลังงาน กับแบบไขมันวง (ring) ซึ่งถูกนำไปใช้ประโยชน์อื่นที่มิใช่พลังงาน

คอเลสเตอรอลจัดเป็นไขมันประเภทหนึ่ง ที่มีโครงสร้างโมเลกุลแบบเป็นวง อยู่ในกลุ่มสเตียรอยด์

สเตียรอยด์ (Steroid) หมายถึงอนุพันธ์ของวงแหวน (C6H5 ring) มีการพบ Steroid ครั้งแรกในน้ำดี (Chole) จึงตั้งชื่อว่า Cholesterol โดย Cholesterol เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กรดน้ำดี (Bile salt) และฮอร์โมนเพศทั้งหลาย

คอเลสเตอรอลเป็นสเตียรอยด์ที่พบในสัตว์เท่านั้น ส่วนพืชไม่มีคอเลสเตอรอล แต่ไขมันพืชทั้งหลายก็ถูกนำไปสร้างเป็นคอเลสเตอรอลได้ โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวที่มากเกิน  ก็ทำให้ตับผลิตคอเลสเตอรอล (LDL) เพิ่ม และลดการสร้าง HDLได้ คอเลสเตอรอลสามารถรวมกับกรดไขมัน เกิดเป็นคอเลสเตอรอลเอสเทอร์ (Cholesterol ester)

สารตั้งต้นของการสร้างคอเลสเตอรอล คือ acetyl coenzyme A ซึ่งเป็นตัวกลางที่เกิดระหว่างการเผาผลาญแป้งกับกรดไขมัน ดังนั้นเมื่อกินแป้งมากหรือไขมันมากไป ® acetyl Co A มาก หาก acetyl Co A ใช้ไม่หมดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการสร้างคอเลสเตอรอล

ที่กล่าวว่า กรดไขมันในน้ำมันมะพร้าวถูกใช้ง่ายจริง แต่หากได้พลังงานพอแล้ว  acetyl Co A ที่เหลือจะถูกนำไปสร้างคอเลสเตอรอลได้

เพราะฉะนั้นอันตรายย่อมไม่เกิด หากกินน้ำมันอะไรก็ตาม ไม่เกินความต้องการของร่างกาย

คอเลสเตอรอลที่พบในระบบไหลเวียนโลหิต จะอยู่ในรูปเอสเทอร์กับกรดไขมัน (Linoleic acid มากที่สุด) ประมาณ 70%  และอีก  30% จะรวมกับโปรตีนในรูปของไลโพโปรตีน (Lipoproteins เป็น LDL มากที่สุด) ส่วนคอเลสเตอรอลอิสระพบมากที่เยื่อหุ้มเซลล์ทั่วไป รวมทั้งในเยื่อหุ้มเซลล์สมอง และที่เนื้อเยื่อไมอิลิน

พบคอเลสเตอรอลในน้ำดีประมาณ 390 mg/dl ส่วนในอาหารจะพบมากในไข่แดง เนย ครีม ตับ กุ้ง ปลาหมึก และหอย ในพืชจะพบในรูปของ ergosterol ซึ่งพบสะสมที่ใต้ผิวหนังของคน โดยเซลล์จะใช้เป็นสารตั้งต้นของวิตามินดี เมื่อถูกแสงแดดจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินD2 (plant form)

 

เซลล์มนุษย์สามารถสังเคราะห์คอเลสเตอรอลได้จาก acetyl CoA ที่ตับ โดย 70% ของคอเลสเตอรอลทั้งร่างกายเป็นส่วนที่ตับสร้างขึ้นมาจากแป้ง น้ำตาล และไขมัน และสังเคราะห์วิตามินD3 จาก 7–dehydrocholesterol ทั้งวิตามินDและD3 มีประสิทธิภาพการทำงานเทียบเท่ากัน

มีประโยชน์อะไร

คอเลสเตอรอลเป็นสารตั้งต้นของ steroid Hormones ต่างๆ เช่น เอสโตรเจน,  เทสโทสเตอโรน และสเตียรอยด์ฮอร์โมนของต่อมหมวกไต เช่น คอร์ติซอล แคลซิทริออล เป็นสารตั้งต้นของสารสำคัญในน้ำดี  เกลือน้ำดี (bile salt) ซึ่งช่วยในการย่อยไขมันให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ลำไส้ดูดซึมไขมันได้ดีขึ้น สมองจะใส พลังเพศจะดีก็ต้องมีคอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบในไลโพโปรตีน (Lipoprotein) ทำหน้าที่ในการขนส่งไขมัน

เป็นสารตั้งต้นของวิตามินดี เมื่อถูกรังสียูวี

คอเลสเตอรอล ยังเป็นพาหะช่วยในการดูดซึมของไขมัน พบกระจายทั่วทุกเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะที่สมองและเส้นประสาทจะพบมาก เช่น เยื่อหุ้มไมอิลิน แม้แต่เยื่อหุ้มเซลล์ ก็มีคอเลสเตอรอลอิสระ เป็นส่วนประกอบ เป็นตัวช่วยควบคุมของเหลวในเซลล์

หากขาดคอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอลเป็นสารจำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท เป็นอาหารสมอง ขาดไปไม่ดี

 

พบว่าคนที่มีระดับคอเลสเตอรอล 200 – 225 มีอายุยืนกว่า ผู้ที่มีระดับ 150 – 200

คอเลสเตอรอลต่ำ มักสัมพันธ์กับการเป็นมะเร็ง และโรคต่างๆ

ระดับคอเลสเตอรอลที่ลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้คนนั้นคิดฆ่าตัวตายได้

โดยปกติร่างกายสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้จาก Acetyl–CoA ที่ตับ จึงไม่จำเป็นต้องรับเพิ่มจากอาหาร …ดูเหมือนคำตอบคือ อย่าไปกดการสร้างของมันจนทำให้ขาดแคลน

โทษของคอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอลถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเกิดคราบไขมันพอกหลอดเลือดแดง จนทำให้ตีบ (Atherosclerosis) โดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ มีงานวิจัยยืนยันภาวะดังกล่าวออกมามาก แต่ก็มีผู้คัดค้าน จนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสรุปฟันธงได้ 100%

– กรดไขมันไม่ว่าอิ่มตัว หรือไม่อิ่มตัว นำไปใช้สร้างผนังเซลล์ได้ทั้งนั้น ซึ่งหากเป็นไม่อิ่มตัวก็เสี่ยงต่อการเกิด oxidation®อนุมูลอิสระ

– ไขมันต้องกินพอดีๆ มากไปไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี

การคั่งของไขมัน ® ตับทำงานต่ำลง ® มันจุกตับ (fatty liver) เห็นเป็นไขสีเหลืองที่ตับ

การควบคุมคอเลสเตอรอลด้วยอาหารจึงควรเน้นการลดไขมันอิ่มตัวเป็นอันดับแรก อันดับต่อไปคือลดคอเลสเตอรอลจากสัตว์ เช่น อาหารทะเล (ยกเว้น ปลาทะเล ปลิงทะเล) เครื่องใน เนื้อสัตว์มากเกิน

ทำไมกลัวคอเลสเตอรอลสูง ?

เราถูกปลูกฝังมายาวนานให้รับรู้ว่า คอเลสเตอรอลเป็นไขมันอันตราย สูงแล้วหลอดเลือดแข็งอุดตัน หัวใจวายตามมา


 ต่อมาผลงานวิจัยพบว่า ค่าที่มีนัยยะยิ่งกว่าคือ อัตราส่วนของคอเลสเตอรอลรวมต่อคอเลสเตอรอลดี HDL โดยพบว่าอัตราส่วนปกติ  คอเลสเตอรอล ควรเท่ากับ 5 มากไปเสี่ยง ต่ำลงดีกว่า


เราจึงน่าจะบริหาร HDL ให้สูงเข้าไว้…แต่ก็มีรายงานว่า การลด LDL มีนัยยะลดโรคหัวใจหลอดเลือด ยิ่งกว่าหรืออีกนัยหนึ่งของดุลยภาพ 1:4 คือให้มีไขมันดี (HDL) ต่อไขมันเลว (LDL) ไม่น้อยกว่า 1:4 (เมื่อรวมสัดส่วนของ HDL เข้าเป็นคอเลสเตอรอลรวม จึงเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยกว่า 1:5 นั่นเอง

ดังนั้นหนทางที่ถูกทุกข้อก็คือ บริหารให้ HDL สูง LDL ต่ำเข้าไว้

อันดับแรก HDL นั้นแปรผกผันกับ LDL ซึ่งจัดเป็นไขมันเลว เพราะหาก LDL ถูกมลพิษอนุมูลอิสระจะกลายเป็น LDL พิษ หากอยู่ในผนังหลอดเลือดก็ต้องมีเม็ดเลือดขาว แมคโครเฟ็จมากำจัดด้วยการกลืนกิน กลืนเข้าไปมากๆ แมคโครเฟ็จก็มันจุกอก วิ่งไม่ออก คือพาไปทำลายต่อไม่ไหว สะดุดหยุดอยู่ที่ผนังหลอดเลือด กลายเป็นพลัก (plaque) อุดตันฝังตัว ทำให้สภาพผนังหลอดเลือดแข็ง ตีบ หากพลักแตกก็เพิ่มการอุดตัน เป็นอันตรายใหญ่หลวงหากเกิดกับหลอดเลือดหัวใจหรือสมอง …งั้นเบต้ากลูแคนช่วยลดพิษคอเลสเตอรอล ละลายพลักอุดตัน ก็ด้วยการเป็นยาบำรุงแมคโครเฟ็จให้แข็งแรงแข็งขัน ทำลาย LDL พิษได้มากๆ นั่นเอง !

ส่วนการจะลดพิษของ  LDL  ก็คือ  เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ

เอ…แล้วสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปริมาณ LDL ได้อย่างไร…น่าจะเป็นว่าหาก LDL ไม่กลายเป็นพิษ ก็ถูกนำไปใช้ประโยชน์ เช่น สร้างผนังหลอดเลือด หากพาไปสู่ตับ ก็ลดลงไปส่วนหนึ่ง

ส่วนการเพิ่ม HDL โดยตรง ก็คือ เลือกอาหารที่มี HDL สูง หรือไปเพิ่ม HDL ได้แก่กลุ่มโอเมก้า3 ผักผลไม้ และการออกกำลังกาย การเพิ่มพลังสมาธิ โดยเฉพาะน้ำมันปลา เป็นสิ่งที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าเป็นทางเลือกในการลดไตรกลีเซอไรด์ได้ดีกว่ายาลดไขมันและควรใช้แทนยา

เมื่อไตรกลีเซอไรด์ลด ไขมันรวมถึงคอเลสเตอรอลก็ลดตาม

อีกมาตรการลดคอเลสเตอรอล LDL (อย่าลืมว่าเมื่อ LDL ลด คอเลสเตอรอลรวม ก็ลด ส่วน HDL อยู่เฉยๆ ก็เลยได้สัดส่วนสูงไปในตัว) คือ ลดอาหารที่มี LDL สูงได้แก่ เนื้อ นม ไข่ ของอบทอด โรคอ้วน

สิ่งที่น่ากลัวกว่าคอเลสเตอรอลมีอะไรบ้าง ?

หนึ่งคือ พิษของโฮโมซีสเทอีน  โฮโมซีสเทอีนเกิดจากการย่อยสลายโปรตีน เมธิโอนีน ดังนั้นกล่าวโดยสรุปคือ อย่าทานอาหารโปรตีน  เนื้อ นม  มากเกินความจำเป็น  และป้องกันการเกิดพิษของโฮโมซีสเทอีน ด้วยการเพิ่มสารอาหารโคลีน โฟลิก และวิตามินบีรวม เพราะโคลีนสลายตัวให้ TMG (ไตรเมทิลกลัยซีน) ไปใช้ในกระบวนการเมทิลเลชั่น (เติมเมทิลกรุ๊ป) เพื่อแปลงโฮโมซีสเทอีนให้กลับมาเป็น อณูของโปรตีนที่มีประโยชน์ คือ ซีสเทอีนกับ เมธิโอนีน

สอง…ยาลดไขมันคอเลสเตอรอล (statin) ล้วนมีพิษเนื่องจากออกฤทธิ์โดยกดการสร้างคอเลสเตอรอล แต่ในขณะเดียวกันก็กดการสร้างโคคิวเทนไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ร่างกายเกิดการขาดโคคิวเทน ขาดสารสุข ซีโรโทนิน และเมลาโทนิน เกิดอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ซึมเศร้า นอนหลับยาก

จึงต้องเพิ่มโคคิวเทนในผู้ป่วยที่ได้รับยาลดไขมัน (statin) ทุกราย

สาม…Hydrogenation คือกระบวนการเติมไฮโดรเจน (H) เข้าไปในสายโมเลกุลของไขมันไม่อิ่มตัวให้เกิดการอิ่มตัว เช่น เนยเทียม, เนยที่ทำให้ขนมกรอบ น้ำสลัด, เบคอนและครีม ได้ไขมันที่ไม่หืน แต่ร่างกายนำไปใช้งานไม่ได้

สี่…Trans Fatty Acid ไขมันทรานส์ เกิดจากไขมันผ่านความร้อน แปลงสภาพจาก Unsat .FA ®Trans FA หรือจากการเติม H เป็น sat .FA พร้อมกับสภาพ Trans

สภาพ Trans คือ ลักษณะโครงสร้างโมเลกุลที่กลับด้านกับสารธรรมชาติทั้งที่จำนวนอะตอม น้ำหนักโมเลกุลเท่าเดิม เปรียบเสมือนคนที่มีแขนขาบิดกลับข้างซ้ายไปขวา แม้จะดูเหมือนคนเดิม แต่ก็ไม่เป็นคน หรือแขนขา เหยียดตรงข้ามกัน ผลักกันจนตัว (สายโมเลกุล) งอมิได้ ร่างกายแข็งเกร็ง ทำงานไม่ได้นั่นเอง

ไขมันทรานส์ยังเกิดได้จากแบคทีเรียในกระเพาะวัว ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ช่วยย่อยหญ้า + พืชผัก จึงสันนิษฐานว่าเนื้อและนม ก็น่าจะมี Trans Fatty Acid อยู่ด้วย


กระเทียม
 สามารถปกป้องระบบหลอดเลือดหัวใจได้ โดยไปลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ อีกทั้งมีการศึกษาพบว่ากระเทียมช่วยลดระดับโฮโมซิสเทอีน !ไขมันทรานส์ เป็นตัวเพิ่ม LDL ลด HDL

น้ำมันมะพร้าวกับคอเลสเตอรอลและโรคหัวใจ (อ่านเรื่องน้ำมันมะพร้าว)

การแพทย์ชีวโมเลกุล อาจมีส่วนช่วยในกรณีไขมันสูง ซึ่งผลจากการคั่งของไขมัน ทำให้ตับทำงานต่ำลง เกิดไขมันสะสมที่ตับ (fatty liver) ซึ่งจะพบเห็นเป็นไขสีเหลืองทั่วตับ จึงใช้เซลล์ตับ, ม้ามและอวัยวะรวมไปซ่อมแซมเซลล์ตับ และอวัยวะเกี่ยวกับการขจัดสารพิษ เสริมสร้างหลอดเลือด ฯลฯ

* สรุปวิธีช่วยตนเองเมื่อคอเลสเตอรอลสูง

1. หากใช้สแตติน (ยาลดไขมัน) อยู่ ก็เพิ่มโคคิวเทน เช่น 1x3 เป็นต้น และค่อยๆ เลิกยาลดไขมันไป

2. น้ำมันปลา 1x3

3. โอพีซี 1x3 (โอพีซี กับโคคิวเทน อาจใช้แบบรวมในเม็ดเดียวกัน โดยได้สารต้านอนุมูลอิสระอื่นเป็นทีมร่วมด้วย)

 

4.  เซลล์ตับ 1x3 + ม้าม 1x3 + องค์รวม 1x1

5. พยายามทานผัก (ปลอดสารพิษ) ผลไม้ที่หวานน้อย และออกกำลังกายสม่ำเสมอ + ฝึกสมาธิ หลับได้คลายเครียด หากทำได้ไม่สม่ำเสมอ การจิบดื่มน้ำแมกนีเซียม ก็เป็นอีกหนทางเลือกที่ดี

6. ใช้น้ำมันมะพร้าวในการทอด ผัด (ปรุงร้อน) ใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันมะกอก ปรุงเย็น เช่น ราดสลัดผัก

 

รูปภาพของ ssspoonsak

เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดได้ทำการคัดลอกมาแล้วไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล

กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจนด้วย ดูรูปแบบการทำเอกสารอ้างอิงได้ที่

http://www.thaigoodview.com/node/99177

มิฉะนั้นทางเว็บ thaigoodview.com จำเป็นต้องลบข้อมูลทั้งหมดออก

ขอขอบคุณ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล

ผู้ดูแลเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิว

 


ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่าคัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ ไม่ถูกปิดเสียก่อน
ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 149 คน กำลังออนไลน์