ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studios Singapore)

รูปภาพของ sss28408

 

 

 

บทบาทของสิงคโปร์ในอาเซียน

 

               ในระยะ 20 ปีแรกของการเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน เมื่อพิจารณาประเด็นความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ สิงคโปร์เป็นประเทศสมาชิกในอาเซียนที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมทันสมัยล่ำหน้า ประเทศสมาชิกอื่นๆ โดยมีโรงกลั่นน้ำมันและมีเทคโนโลยีก้าวหน้า ระบบเศรษฐกิจของสิงคโปร์ที่เจริญกว่าประเทศอื่น สะท้อนได้จากในขณะที่เพื่อนสมาชิกอาเซียนพยายามพัฒนาเพื่อเป็นประเทศ อุตสาหกรรม แต่สิงคโปร์ได้ก้าวไปในระยะการพัฒนาหลังการเป็นประเทศอุตสาหกรรม และกำลังก้าวสู่ขั้นเทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งทางอุตสาหกรรมและด้านบริการ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ พยายามดูแลแรงงานไม่ให้ว่างงาน แต่สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวในขณะนั้นที่จ้างคนงานต่างประเทศที่มีทักษะต่ำ เข้ามาทำงานในประเทศ เนื่องจากสิงคโปร์มีโครงสร้างทางการขนส่งคมนาคม และมีรากฐานทางการศึกษาที่อังกฤษปูทางไว้ค่อนข้างดี สิ่งเหล่านี้ช่วยให้สิงคโปร์เน้นการอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล และไม่ต้องพึ่งพาแรงงานคนมากนัก ประกอบกับการเป็นเมืองท่าที่สำคัญของโลก ทำให้สิงคโปร์สามารถรับวัตถุดิบมาผลิตและส่งออกได้อย่างรวดเร็ว และมีรายได้หลักจากการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของ สิงคโปร์ ดังจะสังเกตได้ว่าการปรับนโยบายต่างประเทศของสิงคโปร์แต่ละครั้งล้วนมีเหตุ มาจากภาวะกดดันทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เช่น ในปี พ.ศ.2514 สิงคโปร์ถูกนานาชาติโจมตีว่าเอารัดเอาเปรียบทางการค้าและถูกต่อต้านจากรอบ ด้าน ทำให้สิงคโปร์หันมากระชับความร่วมมือกับอาเซียน หรือเมื่อครั้งเกิดวิกฤตการณ์น้ำมันในเดือนตุลาคม 2516 สิงคโปร์ได้หันไปกระชับสัมพันธไมตรีกับโลกอาหรับอย่างเร่งด่วนเพื่อความอยู่ รอดของตนเอง
 
ด้านความสัมพันธ์กับอาเซียนในระยะแรกเริ่ม สิงคโปร์ได้ละเลยและไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเพื่อนบ้านในอา เซียน ที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าและยังติดอยู่กับมหาอำนาจโดยเฉพาะ เมืองแม่สมัยอาณานิคม ซึ่งยังไม่พร้อมกับการพัฒนาในหลายๆ ด้าน ส่งผลให้สิงคโปร์ถูกตอบโต้จากบรรดาประเทศสมาชิก เช่น อินโดนีเซียเร่งสร้างโรงกลั่นน้ำมั่นเพื่อไม่ต้องส่งน้ำมันไปกลั่นที่ สิงคโปร์ รวมถึงไทยและมาเลเซียต่างเร่งขยายโรงกลั่นภายในประเทศ ส่งผลให้รายได้ของโรงกลั่นในสิงคโปร์ลดลง ในทางกลับกัน ในมุมมองของบทบาทของสิงคโปร์ในด้านความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคงใน อดีตที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้ให้ความร่วมมือกับอาเซียนอย่างเข้มแข็ง โดยตระหนักถึงความอยู่รอดของประเทศที่ขึ้นอยู่กับความอยู่รอดของประเทศ สมาชิกอื่นๆ ดังจะเห็นได้จากเมื่อครั้งที่เวียดนามรุกรานกัมพูชา สิงคโปร์ได้ให้ความร่วมมือกับอาเซียนอย่างเต็มที่ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของ ประเทศเล็กจากการแทรกแซงของมหาอำนาจหลักการของสหประชาชาติและตามกฎหมาย ระหว่างประเทศ
ในระยะต่อมา สิงคโปร์ได้แสดงบทบาทในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนถึง 2 สมัย โดยทำหน้าที่ในการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 4 วันที่ 27-29 มกราคม 2535 และครั้งที่ 13 วันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2550 ทั้งยังมีท่าทีและนโยบายของรัฐบาลที่เริ่มหันสู่ความต้องการที่จะเติบโตไป พร้อมกับอาเซียน สะท้อนได้จากคำสัมภาษณ์ ของนายออง เค็ง ยอง (Ong Keng Youn) อดีตเลขาธิการอาเซียนในปี 2551 ได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาประเทศให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกและอาเซียน และความต้องการเห็นอาเซียนมีความเจริญทั้งทางการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมตามกฎบัตรอาเซียน สิงคโปร์จะอยู่แบบเก่งคนเดียวเด่นคนเดียวก็ไม่ได้ หากประเทศหนึ่งประเทศใดในอาเซียนมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านใดด้านหนึ่ง สิงคโปร์ก็จะมีปัญหาตามไปด้วย เพราะสิงคโปร์ต้องพึ่งพาอาเซียนเป็นประชาคมร่วมอุดมการณ์เดียวกัน สิงคโปร์จึงจริงจังมุ่งมั่นกับการเป็นสมาชิกอาเซียนมาก  โดยในฐานะประธานอาเซียนในปี 2550 ได้ผลักดันให้พม่าเปิดประตูเพื่อรับความช่วยเหลือและข้อเสนอใหม่จากประเทศ สมาชิกอาเซียนและสหประชาชาติมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเหลือพม่าที่ประสพภัยจากพายุไซโคลนนากิส และประสานงานกับพม่าได้ดีในฐานะประธานอาเซียน[8] ยิ่งกว่านั้น สิงคโปร์ยังแสดงความต้องการที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับพม่ายิ่งขึ้นหลังจาก เศรษฐกิจและการเมืองของพม่าได้รับการปฏิรูปมากขึ้น โดยสิงคโปร์ไม่ได้มีการกำหนดเส้นทางและตั้งข้อแม้กับพม่าเพื่อผลักดันให้ พม่าปฏิรูปก่อนการเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานอาเซียนของพม่าในปี 2557 เนื่องจากต้องคงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในฐานะประธานอาเซียน สะท้อนได้ถึงบทบาทของสิงคโปร์ในเวทีอาเซียนที่ยังคงไม่แทรกแซงเรื่องภายใน ตามแนวทางอาเซียน ขณะเดียวกันสิงคโปร์ก็ได้แสดงจุดยืนต่อการปฏิรูปในพม่าที่เป็นไปตาม ดุลยพินิจของพม่าเอง นอกจากนี้ ในปลายเดือนพฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมาผู้นำสิงคโปร์ นายลี เซียน ลุง ยังได้ร่วมหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนในประเด็นการร่วม กันแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้ที่จีนถือเป็นคู่พิพาทใน 2 หมู่เกาะสำคัญในทะเลจีนใต้ ได้แก่ หมู่เกาะ Spratlys ที่เป็นความจัดแย้งระหว่างจีนกับอาเซียนทั้ง 4 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม และหมู่เกาะ Paracel ที่เป็นความขัดแย้งกับเวียดนาม โดยเห็นว่าควรยึดถือตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและคำประกาศขององค์การสห ประชาชาติในปี 1982

 

 

 

http://www.orangesmile.com/common/img_city_maps/singapore-map-1.jpg

 

 

 

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 2

ให้ตรวจสอบว่ามีครบและถูกต้องหรือยัง

1. มีแบนเนอร์ทุกหน้า

2. หน้าแรกสวยงาม น่าสนใจ

3. เนื้อหา 10 หน้า 

4. ฟอนต์ถูกต้อง จัดสวยงาม

5. รูปภาพ upload ทุกรูป พร้อมอ้างอิงที่มาไว้ใต้รูป

6. QR Code

7. เส้นคั่นแต่ละหน้า

8. คลิปวีดิโอ

9. หน้าอ้างอิงที่มาข้อมูล

10. หน้าผู้จัดทำ 

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 1

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 29 คน กำลังออนไลน์