วัดชเวนันดอ ที่เที่ยวถิ่น............พม่า

รูปภาพของ sss29029

วัดชเวนันดอ (Shwenandaw) 

 

 

 

      พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (SHWEDAGON PAGODA) หรือ เจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือ ตะเกิง (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) ไม่เคยเลือนหายจากจิตใจชาวมอญ และพม่าแห่งลุ่มน้ำอิระวดี เป็นเวลานับพันปีมาแล้ว แต่โบราณนานมา ชาวมอญเรียกมหาเจีย์แห่งนี้ว่า "ธาตุศก" คนไทยเรียกว่า "พระเกศธาตุ" เนื่องจากภายในพระมหาเจดีย์บรรจุพระเกศาแห่งองค์พระศาสดามหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของพม่า ซึ่งมีความสูงถึง 326 ฟุตแห่งนี้ เมือแรกสร้างนั้นมีความสูงเพียง 27 ฟุตเท่านั้น ขนาดและความสูงขององค์เจดีย์ที่เพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่า จึงสะท้อนแรงสณัทธา อันสืบเนื่องยาว นานของกษัตริย์และประชาชนชาวมอญและพม่าได้เป็นอย่างดี

 

ตามประวัตินั้น ไม่มีหลักฐานระบุว่ารูปร่างของเจดีย์ชเวดากองเมื่อแรกสร้างเป็นอย่างไร แต่เมื่อมีการ บูรณะและก่อเสริมในระยะหลัง มีหลักฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากมหาเจดีย์ชเวสิกอง เมืองพุกาม ซึ่งนับเป็นพุทธ ศึิลป์สุกลช่างพุกามยุคต้นชเวดากองจึงมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังกลม มียอดฉัตรเป็นกลีบบัวถลาก่อเป็นรูปกรวย แหลมกลมสูงไปจนถึงยอด ซึ่งเมื่อสืบค้นลึกลงไปก็พบว่าศิลปะการก่อสร้างเจดีย์เช่นนี้พุกามก็รับเอามา จากมอญอีกทอดหนึ่งนั่นเอง

        สำหรับคนไทย แสงสีทองที่ส่องสะท้อนจากองค์พระมหาเจดีย์ชเวดากอง คือความขัดข้องใจอันเนื่องมาจากเรื่องเล่าที่ฝังใจมานานว่า พม่าลอกทองจากวัดวาอารามในกรุงเสรีอยุธยา เมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 2 ในปี 2310 มาประดับองค์เจดีย์ชเวดากอง ทว่าก็ยังไม่มีใครสามารถค้นหาหลักฐานมายืนยันได้อย่างแน่ชัด ด้วยกาลเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 200 ปี มหาเจดีย์ก็ผ่าน การบูรณะ ปฎิสังขรณ์มานับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งที่ปรากฎในหลักฐานเอกสารคือ นับตั้งแต่เจดีย์ชเวดากอง หรือพระเกศธาตุ เริ่มสร้างขึ้นเมื่อกว่า 1,200 ปีก่อนนั้น พระมหากษัตริย์มอญและพม่าในสมัยต่อๆ มาแทบทุกพระองค์ได้ถือเป็นพระราชภารกิจ ในการก่อเสริมองค์พระเจดีย์ให้สูงใหญ่ ขึ้นเรื่อยๆดัง ที่สมเด็จกรม พระยาดำรง ราชานุภาพเล่าไว้ว่า จากแรกเริ่มที่สูงเพียง 27 ฟุต จนสูงถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุตในปัจจุบัน และยังมีตำนานเล่ากันว่าในสมัยพระนางชิน สอว์บู หรือ นางพระยาตะละแม่ท้าวเจ้ากษัตร์ชาวมอญ ผู้ครอบครองเมืองหงสาวดี ได้ทรงบริจาคทองคำเท่าน้ำหนัก พระองค์เองในการบูรณะพระมหาเจดีย์ จนกลายเป็นราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงต้องปฎิบัติสืบ ต่อกันมา นอกจากนั้น ยังมีหลับฐานการบูรณะชเวดากองครั้งใหญ่อีกครั้ง ในสมัยพระเจ้ามังระ หรือ อลองพญามหาราช ผู้กรีฑาทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่สองเมื่อปี 2310 อันอาจเป็นเหตุ ให้เกิดข้อสันนิษฐานที่ยากจะพิศูจน์ได้แน่ชัดว่า พม่าลอกทองจากรุงศรีอยุธยา มาบูรณะชเวดากอง อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันมหาเจดีย์ ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้ม อยู่เป็นน้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่าจะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่น เรียงปิดองค์เจดีย์ไว้ รอบองค์ (สังเกตจาก รอยต่อของแผ่นทองคำ ซึ่งมิได้ผสานเป็นเนื้อเดียว แต่จะเป็นแผ่นๆ มาเรียงต่อกัน)    ครั้งเมื่อแผ่นทองหมองคล้ำก็จะแกะถอดออกออกมาขัดล้างปีละครั้ง เป็นประเพณีสืบเนื่องกันตลอด จนทำให้ชเวดากองเป็นมหาเจดีย์ ทองคำที่สุกปลั่งวาวงามอยู่เป็นนิรันดร์ 

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 2

ให้ตรวจสอบว่ามีครบและถูกต้องหรือยัง

ส่งภายใน 31 ธันวาคม 2556

1. มีแบนเนอร์ทุกหน้า

2. หน้าแรกสวยงาม น่าสนใจ

3. เนื้อหา 10 หน้า 

4. ฟอนต์ถูกต้อง จัดสวยงาม

5. รูปภาพ upload ทุกรูป พร้อมอ้างอิงที่มาไว้ใต้รูป

6. QR Code

7. เส้นคั่นแต่ละหน้า

8. คลิปวีดิโอ

9. หน้าอ้างอิงที่มาข้อมูล

10. หน้าผู้จัดทำ 

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 1

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 15 คน กำลังออนไลน์