เสน่ห์แห่งเมืองเว้

รูปภาพของ sss29028

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองเว้

1.นครจักรพรรดิ (Imperial Enclosure)

อ้างอิงรูปภาพ : http://travel.mthai.com/wp-content/uploads/2013/07/Hue-Imperial-City-Pur...

     นครแห่งจักรพรรดิตั้งอยู่ใจกลางเมือง มรดกตกทอดอันยิ่งใหญ่และสวยงามของราชวงศ์เหวียน นครจักรพรรดิหรือพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของจีน ได้รับการออกแบบให้มีกำแพงล้อมรอบถึง 3 ชั้น จุดน่าสนใจของการเที่ยวชม หลังจากที่ข้ามสะพานเดินลองผ่านซุ้มประตูหรือกำแพงชั้นนอกเข้าไปจะได้พบกับ ซุนทานกง หรือ ปืนใหญ่ 9 เทพเจ้า ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ หมายถึงเทพ 5 องค์ ตัวแทนของธาตุทั้ง 5 คือ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ และดิน ส่วนอีก 4 องค์ เป็นตัวแทนของฤดูกาลทั้ง 4 ฤดูใน 1 ปี ถัดมาเป็นกำแพงเหลือง ซึ่งเป็นกำแพงชั้นกลางที่ล้อมรอบนครของจักรพรรดิ พระราชวัง วัด และสวนดอกไม้เอาไว้ ในส่วนนี้มีประตูทางเข้าที่ตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม 4 ประตู ประตูที่สำคัญที่สุด คือ โหงะโมน หรือ ประตูเที่ยงวัน ที่สร้างขึ้นครั้งแรกด้วยหินแกรนิตในสมัยพระเจ้ามิงห์หม่าง เมื่อคุณผ่านลอดประตูชั้นที่สอง โดยข้ามสะพานน้ำทอง ซึ่งเคยถูกสงวนไว้เฉพาะจักรพรรดิเท่านั้น จะพบกับพระราชวังไทเฮา อันเป็นวังที่สำคัญที่สุดในนครจักรพรรดิ ใช้สำหรับต้อนรับเชื้อพระวงศ์ระดับสูง และนักการทูตต่างประเทศ นอกจากนั้นราชสำนักยังใช้เป็นที่จัดงานฉลองสำคัญต่างๆ เช่นกัน ส่วนวัดวาอารามภายในกำแพงแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับขุนนางหลายคน วัดสำคัญคือ วัดเถเหมียว ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับผู้ปกครองในราชวงศ์เหวียน ถัดมาส่วนในสุดของนครจักรพรรดิ คือ ตือกามแทงห์ หรือนครต้องห้ามของจักรพรรดิ ที่ถูกสงวนไว้เฉพาะจักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์นั้น

 

2.สุสานจักรพรรดิตือดึ๊ก (Tomb of Tu Duc)

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.hotsia.com/vietnaminfo/hue/tuduc-tomb/hot/20110122093640.jpg

     สุสานของพระเจ้าตือดึ๊ก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเว้ แม้จะมีตัวอาคารไม่มากนัก แต่ก็มีความสวยงามลงตัวของสถานที่ ซึ่งตามบันทึกกล่าวว่าพระองค์ได้ทรงออกแบบเองเกือบทั้งสิ้น สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2407 ใช้เวลา 3 ปี จึงแล้วเสร็จ โดยใช้แรงงานคนถึง 3,000 คน พระเจ้าตือดึ๊กเป็นโอรสของพระเจ้าเถี่ยวตรีจักรพรรดิองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์เหวียนที่ทรงครองราชย์นานถึง 36 ปี จุดเด่นน่าชมของสุสานแห่งนี้ คือ ตำหนัก 2 แห่งภายใต้อาคารไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเคียม อันรายล้อมด้วยดอกบัวที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่ว พระองค์ทรงใช้เวลาว่างในตำหนักแห่งนี้นิพนธ์บทกวีและพักผ่อนหย่อนใจด้วยการ ตกปลา ถัดมาที่ส่วนกลาวงของสุสานมีศิลาจารึกขนาดใหญ่ที่กล่าวถึงพระเกียรติคุณและ เรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นในรัชสมัย และอาคารทรงโรงขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นโรงละครสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ส่วนตัวสุสานของพระองค์นั้นอยู่ด้านในสุด รายล้อมไปด้วยความร่มรื่นของทิวสน ต้นไม้ที่แสดงถึงความเป็นอมตะ เพราะมีต้นไม้เพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่มีใบเขียวตลอดปี ชาวเวียดนามจึงนำไปเปรียบเทียบกับความเป็นอมตะขององค์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน

 

3.สุสานจักรพรรดิมินห์มาง (Tomb of Minh Mang)  

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.goholidaycenter.com/picture/Picture-go_119.jpg

     สุสานจักรพรรดิมินห์มางตั้งอยู่บริเวณปากน้ำตาตรัคและหูตรัค ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำหอมมาบรรจบกัน บริเวณหมู่บ้านบานเวียด การก่อสร้างสุสานแห่งนี้เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2383 หรือ 1 ปี ก่อนสิ้นพระชนม์ และสำเร็จลงโดยพระเจ้าเถี่ยวตรี รัชทายาทของพระองค์ในปี พ.ศ. 2386 พระเจ้ามิงห์หม่างเป็นพระโอรสองค์ที่ 4 ของพระเจ้ายาลอง และเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 2 ในราชวงศ์เหวียน พระองค์ทรงสร้างนครจักรพรรดิและได้รับการยกย่องอย่างสูงจากการที่ทรงปฏิรูป ขนบธรรมเนียมประเพณีและเกษตรกรรม พระองค์ทรงยึดมั่นในแบบแผนการบริหาร การปกครองตามแบบจีน โดยการให้หัวเมืองต่างๆ มาขึ้นตรงต่อราชสำนัก รวมทั้งนโยบายต่อต้านฝรั่งเศสและปราบปรามพวกนอกศาสนาอย่างรุนแรง ซึ่งนโยบายนี้เองที่ทำให้เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

     จุดแรกของการเยี่ยมชม คือ บริเวณลานกว้างที่มีรูปสลักหินของเหล่าบรรดาช้าง ม้า ทหาร และขุนนาง ที่ตั้งเรียงรายอยู่ สองฟากฝั่งผลงานชิ้นยอดของช่างฝีมือนิรนามหลายคน ถัดเข้ามาเป็นศิลาจารึกที่ตั้งแท่นบูชาดวงพระวิญญาณ และพระตำหนักด้านในที่แวดล้อมไปด้วยบึงน้ำและสวนอันร่มรื่น ซึ่งจากพระตำหนักนี้เอง สามารถมองเห็นหลุมฝังพระศพเป็นเนินดินวงกลมขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยรั้วสูง แต่ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าตำแหน่งของที่ฝังพระศพที่แน่นอนนั้นอยู่ตรงไหน เพราะไม่อนุญาตให้ผู้ใด นอกจากผู้ที่ทำการฝังพระศพเข้าไปและผู้ที่ทำการฝังพระศพนั้นจะต้องฆ่าตัวตาย ตามพระองค์ด้วยเพื่อเป็นข้าราชบริพารรับใช้พระองค์ในภพหน้า

 

4.สุสานของพระเจ้าไคดิงห์ (Tomb of Kinh Dinh)

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.tourtovietnam.net/wp-content/uploads/2013/09/Khai-Dinh-Tomb-H...

     สุสานของพระเจ้าไคดิงห์ เป็นเพียงสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกเข้ากับสถาปัตยกรรมตะวันตก ด้วยทรงเป็นจักรพรรดิในราชวงศ์เหวียนพระองค์เดียวที่ได้เดินทางไปประเทศ ฝรั่งเศส สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเบ๋าได่ ทรงครองราชย์อยู่ 9 ปี ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง ทางเดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่าที่จะพาคุณขึ้นไป สู่ลานชั้นหนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไปยังลานชั้นสองที่เรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือน กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ส่วนด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์ภายใน มีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยการใช้กระเบื้องสีปูพื้นจิตรกรรมฝาผนังภาพมังกร ในม่านเมฆขนาดใหญ่ที่วาดโดยใช้ศิลปินที่เขียนภาพด้วยเท้า ประดับอยู่บนเพดานกลางห้องโถง ส่วนทางซ้ายและขวาเป็นภาพเฟรสโกอันเต็มไปด้วยสีสันที่ตกแต่งด้วยการฝังกระจก สีและกระเบื้องนับพันชิ้น แสดงถึงเรื่องราวมากมายของสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ ตลอดจนรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน

 

5.วัดเทียนมู่ (Thien Mu Pagoda)

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.ilovetogo.com/FileUpload/Editor/ImagesUpload/WebContent/Story...

     วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัดมีรูปปั้น เทพเจ้า6องค์คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้ เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุกเจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคัน เล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวง ของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก รวมทั้งใช้ความรุนแรงขัดขวางการฉลองวันวิสาขบูชาของประชาชนในประเทศ ปัจจุบันรถออสตินสีฟ้าคันนั้นได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ภายในวัดแห่งนี้

 

6.อุโมงค์หวิงห์ม็อก (Vinh Moc Tunnel)

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.bloggang.com/data/travelsomewhere/picture/1210821802.jpg

     อุโมงค์หวิงห์ม็อก ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเว้มาทางทิศเหนือราว 65 กิโลเมตร นับเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่คนทั้งหมู่บ้านอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปีเพื่อหลบภัย จากการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องในสมัยสงครามเวียดนาม แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะพากันอพยพไปอยู่ในส่วนอื่นๆ ของประเทศ แต่ก็มีชาวบ้านจำนวนกว่า 300 คน ที่ยังอาศัยอยู่ภายในอุโมงค์คนรูแห่งนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี นับจากปี พ.ศ. 2509-2514 ภายในเครือข่ายอุโมงค์ที่มีความยาวกว่า 2,000 เมตร นี้ แบ่งออกเป็น 3 ชั้น มีทางเข้าออกทั้งหมด 13 ทาง แต่ละชั้นจะมีการสร้างเป็นห้องต่างๆ ทางซ้ายและขวา โดยชั้นแรกมีจุดเด่นน่าชมอยู่ที่ห้องที่ใช้คลอดเด็กทารกถึง 17 คน และชั้นที่สองเป็นส่วนที่ใช้ในการประชุมในสมัยสงคราม จากนั้นจะมีทางเดินลงสู่ชั้นที่ 3 ของอุโมงค์ ซึ่งค่อนข้างชันควรใช้ความระมัดระวัง อุโมงค์หวิงห์ม็อกสามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี เพียงแต่ในฤดูฝนอาจจะมีความยากลำบากในการเดินทางสักหน่อย และควรนำไฟฉายติดตัวมาด้วยเพราะทางเดินภายในอุโมงค์ค่อนข้างมืด

 

7.แม่น้ำหอม

 

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.atkorat.net/board/index.php?action=dlattach;topic=832.0;attac...

     แม่น้ำหอม หรือภาษาเวียดนามเรียกว่า ซงเฮือง มีต้นกำเนิดของลำน้ำมากจากป่าที่อุดมไปด้วยดอกไม้ป่าที่ส่งกลิ่นหอม เมื่อดอกไม้ใบไม้ได้ร่วงร่วงหล่นลงไปในแม่น้ำและลอยมากับสายน้ำจึงได้รับการขนานนามว่าเป็นแม่น้ำหอม(จากดอกไม้นั่นเอง) แม่น้ำหอมเป็นแม่น้ำสายสั้นๆไหลผ่านกลางเมืองเว้ ในเขตจังหวัดถัวเทียน-เว้ แม่น้ำกว้างแต่ไม่ลึกและใสสะอาด ตลอดลำน้ำสองฟากฝั่ง มีความสวยงามทั้งแมกไม้ วัดวาอาราม รวมถึงสุสานจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.oknation.net/blog/home/album_data/911/27911/album/37368/image...

     ในอดีตยามค่ำคืนในแม่น้ำหอม กษัตริย์จะทรงล่องเรือชมการร่ายรำขับกล่อมดนตรี ซึ่งการแสดงนี้ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น มาจนปัจจุบันให้นักท่องเที่ยวได้รับชมบรรยากาศในอดีต ชมการขับร้องดนตรีพื้นเมือง ตลอดจนชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำหอมอันเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม

 

8.เขตปลอดทหาร DMZ (Demilitarized Zone)

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.goholidaycenter.com/picture/Picture-go_117.jpg

9.พระราชวังซิตาเดล

อ้างอิงรูปภาพ : http://www.sahavicha.com/UserFiles/Image/CIMG3405.JPG

 

เว้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายที่คุณต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองWink

 

 

รูปภาพของ ssspoonsak

ให้ตรวจสอบว่ามีครบและถูกต้องหรือยัง

1. มีแบนเนอร์ทุกหน้า

2. หน้าแรกสวยงาม น่าสนใจ

3. เนื้อหา 10 หน้า 

4. ฟอนต์ถูกต้อง จัดสวยงาม

5. รูปภาพ upload ทุกรูป พร้อมอ้างอิงที่มาไว้ใต้รูป

6. QR Code

7. เส้นคั่นแต่ละหน้า

8. คลิปวีดิโอ

9. หน้าอ้างอิงที่มาข้อมูล

10. หน้าผู้จัดทำ 

รูปภาพของ sss28898_1

 

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 1

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 7 คน กำลังออนไลน์