เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย

รูปภาพของ sss28982_1


 


ประวัติศาสตร์ของลังกาวีนั้นมีความผสมผสานกันจนแยกไม่ออกทั้งในส่วนของตำนานที่สร้างจากจินตนาการ ผนวกกับเรื่องราวชีวิตอันน่าทึ่งที่เกิดขึ้นจริงเหนือดินแดนแห่งนี้ นิทานเกี่ยวกับเจ้าหญิงผู้เป็นเชลยศึกและเจ้าชายผู้กล้าหาญ ปีศาจและนกยักษ์ ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นโดยมีภูมิประเทศของเกาะนี้เป็นฉากหลัง ถ้ำอันมืดมิด ภูเขาอันน่าพิศวง และทะเลสาบวิเศษ ล้วนมีตำนานและเรื่องเล่าที่กล่าวขานสืบต่อกันมา ซึ่งเพิ่มมิติหรือเป็นลักษณะเฉพาะของเรื่องราวหมู่เกาะต่างๆ ในดินแดนเอเชียอาร์คเนย์


หลักฐานที่แสดงถึงการผสมผสานระหว่างนิทานปรัมปราและเรื่องจริงที่เกิดขึ้นนั้นเห็นได้ชัดจากตำนานของ ‘มัสสุหรี’ สาวงามที่แต่งงานกับมัทดาริส โอรสของเจ้าผู้ครองเกาะลังกาวีในช่วงปลายคริสตศักราช 1700 เรื่องราวโศกนาฏกรรมที่เกิดจากความเข้าใจผิดของพระสวามีของพระนางเอง อันเป็นต้นเหตุของคำสาปที่พระนางกล่าวก่อนสิ้นใจว่า ‘หากแม้นข้าบริสุทธิ์ โลหิตที่หลั่งรินออกจากตัวข้าขอจงเป็นสีขาว ขอให้แผ่นดินเกาะลังกาวีนี้ไม่มีความเจริญ ไม่ให้พบสันติสุขตราบ 7 ชั่วอายุคน’ สุสานของพระนางยังปรากฎให้เห็นเป็นหลักฐานตราบจนถึงปัจจุบัน


ในปี 1821 เกิดสงครามระหว่างสยามกับลังกาวี เป็นจุดเริ่มต้นของยุคเข็ญต่างๆ นานามาจนถึงปัจจุบัน ในความพยายามที่จะยับยั้งการรุกรานของชาวสยาม ดาโต๊ะ เกอมาร์ ราชา ได้เผายุ้งข้าวหลักของเกาะไปจนกระทั่งข้าวที่อยู่ในนาเพื่อให้ผู้รุกรานต้องอดอาหารและถอยทัพไป แม้ในปัจจุบันส่วนที่หลงเหลือจากการเผายุ้งข้าวครั้งนั้นก็ยังมีให้เห็นอยู่ที่ กัมปง ราชา เมืองหลวงเก่าของลังกาวี


แม้จะเป็นเกาะเขตร้อนที่สวยงาม แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวลังกาวีนั้นมีความล่าช้าด้านการพัฒนา ในช่วงกลางคริสตศักราช 1980 รัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจส่งเสริมหมู่เกาะลังกาวีให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าสิ่งนี้อาจเป็นผลจากการสิ้นสุดคำสาปเจ็ดชั่วอายุคนของมัสสุหรีก็เป็นได้ มีการจัดสร้างสนามบิน และเพิ่มบริการเรือเฟอรี่สำหรับข้ามฟากจากแผ่นดินใหญ่เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวแวะมาเยือนเกาะนี้มากขึ้น ลังกาวีเป็นรัฐอิสระในปี 1987 เมื่อรัฐบาลมาเลเซียประกาศสถานะให้เป็นเกาะปลอดภาษี


ด้วยจุดประสงค์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้นักท่องเที่ยวในภูมิภาคเริ่มทะยอยเดินทางเข้ามาหาประโยชน์จากเขตปลอดภาษีในลังกาวี หลังจากเดินทางมาเที่ยวชมมีการบอกต่อกันไปถึงความสวยงามและผลประโยชน์ทางการค้าบนเกาะแห่งนี้ ในไม่ช้าเกาะลังกาวีได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รองรับนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่มีประชากรเพียง 2,000 คนในปี 1970 ณ ปัจจุบันมีผู้มาอาศัยอยู่บนเกาะนี้ถึง 50,000 คน


ลังกาวีได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งสำหรับการแล่นเรือสำราญในระดับภูมิภาค และยังเป็นเจ้าภาพจัดงานกิจกรรมใหญ่ๆ เช่น การแข่งจักรยานรายการชิงแชมป์ลังกาวี (Tour de Langkawi) งานนิทรรศการการจัดแสดงเรือและอากาศยานที่รู้จักกันในชื่อ LIMA และงานแสดงนวัตกรรมรถยนต์ระดับนานาชาติ (Langkawi International Motor Show) นั่นก็ยิ่งดูเหมือนว่าคำสาปแช่งของ ‘มัสสุหรี’ ได้คลายลงไปแล้ว แต่ตำนานยังคงมีอยู่ทุกหนแห่งที่คุณเหยียบย่างไปในหมู่เกาะมหัศจรรย์ลังกาวี


 


 


 


 

รูปภาพของ ssspoonsak

ตรวจครั้งที่ 2

ให้ตรวจสอบว่ามีครบและถูกต้องหรือยัง

1. มีแบนเนอร์ทุกหน้า

2. หน้าแรกสวยงาม น่าสนใจ

3. เนื้อหา 10 หน้า 

4. ฟอนต์ถูกต้อง จัดสวยงาม

5. รูปภาพ upload ทุกรูป พร้อมอ้างอิงที่มาไว้ใต้รูป

6. QR Code

7. เส้นคั่นแต่ละหน้า

8. คลิปวีดิโอ

9. หน้าอ้างอิงที่มาข้อมูล

10. หน้าผู้จัดทำ 

รูปภาพของ ssspoonsak

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 42 คน กำลังออนไลน์