คอมพิวเตอร์

รูปภาพของ นิลระวรรณ ตะไนศรี
ความหมายของระบบปฏิบัติการ
 
     ระบบปฏิบัติการ (Operating Systems) คือ กลุ่มโปรแกรมซึ่งได้รับการจัดระเบียบให้เป็นส่วนเชื่อมโยงระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และ ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะเอื้ออำนวยการพัฒนาและ การใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ รวมถึงการจัดสรรทรัพยากร (Resource) ต่าง ๆ ให้มีประสิทธิผลที่ดีโดย OS เองนั้น อาจเป็นได้ทั้ง Software, Hardware, Firmware
     Software OS - เป็นโปรแกรมควบคุมการทำงานของเครื่อง ปรับปรุงแก้ไขง่าย ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว OS ส่วนใหญ่จะเป็น Software OS
     Hardware OS - ทำหน้าที่เดียวกับ Software OS แต่ทำงานเร็วกว่า เป็น OS ที่สร้างจากอุปกรณ์ electronic เป็นส่วนหนึ่งของ Hardware เครื่อง ปรับปรุงแก้ไขยาก มีราคาแพง
     Firmware OS - หมายถึง โปรแกรมส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์ คือ ไมโครโปรแกรม (Microprogram) ไมโครโปรแกรม เกิดจาก คำสั่งไมโคร (Microinstruction) ซึ่งเป็นชุดคำสั่งต่ำสุดของระบบควบคุมการทำงานของ CPU หลาย ๆ คำสั่งรวมกัน คำสั่งภาษาเครื่อง 1 คำสั่งเกิดจากการทำงานของ Microprogram 1 โปรแกรม (หรือเกิดจากหลาย Microinstruction มารวมกัน) การแก้ไข เปลี่ยนแปลง คำสั่งภาษาเครื่อง ทำโดยสร้าง Microprogram ขึ้นใหม่ ซึ่งทำได้ยากและเสียค่าใช้จ่ายสูง

ระบบปฏิบัติการ Microsoft windows
ระบบปฏิบัติการ Ubuntu
ที่มา : http://nongnanajar.igetweb.com/index.php?mo=3&art=223413
ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=317278
 

 

ไบออสและการบู๊ตเครื่อง
 
ไบออส (BIOS – Basic Input Output System)
     รากฐานรองรับระบบปฏิบัติการเป็นชุดคำสั่งที่บรรจุอยู่ในหน่วยความจำ ROM ซึ่งเก็บข้อมูลอย่างถาวรถึงแม้จะไม่มีไฟฟ้าหล่อเลี้ยงก็ตาม มีหน้าที่หลักคือควบคุมอุปกรณ์มาตรฐานในเครื่อง เช่น ซีพียู หน่วยความจำ ROM และ RAM เมนบอร์ด ฮาร์ดดิสก์ อื่นๆไบออสทำให้โปรแกรมประยุกต์หรือระบบปฏิบัติการเป็นอิสระจากอุปกรณ์ เพียงแต่ติดตั้ง Driver ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ปัจจุบันเก็บไว้ใน Flash ROM โปรแกรมได้แต่ไม่บ่อย เพื่ออัพเดท firmware

ที่มา : http://webboard.crsc.kmitl.ac.th/
simple/index.php?t13819.html
ที่มา : http://www.computerhope.com/
help/phoenixa.htm



การบูทเครื่อง
     การบูทเครื่องคือการเอาระบบปฏิบัติการไปไว้ในหน่วยความจำ ทำงานตั้งแต่เปิดสวิทช์เครื่อง
         ขั้นที่ 1 พาวเวอร์ซัพพลายส่งสัญญาณไปให้ซีพียูเริ่มทำงาน
         ขั้นที่ 2 ซีพียูสั่งให้ไบออสทำงาน 
         ขั้นที่ 3 เริ่มทำงานตามกระบวนการที่เรียกว่า POST เพื่อตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆ จะมีสัญญาณเตือนเมื่อเกิดข้อผิดพลาดเช่น ถ้ามีเสียงยาว 1 ครั้ง สั้น 3 ครั้ง แสดงว่าการ์ดจอมีปัญหา ทั้งนี้ไบออสแต่ละรุ่นก็มีรหัสสัญญาณที่แตกต่างกัน
         ขั้นที่ 4 ผลลัพธ์จากกระบวนการ POST จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลที่อยู่ในซีมอส (CMOS ข้อมูลอุปกรณ์ต่างๆที่ติดตั้งในเครื่องหรือค่า configuration จะเก็บไว้ในหน่วยความจำนี้ ใช้ไฟน้อยใช้แบตบนเมนบอร์ด) ถ้าถูกต้องก็ทำงานต่อ ไม่เช่นนั้นต้องแจ้งผู้ใช้แก้ไขข้อมูลก่อน
         ขั้นที่ 5 ไบออสจะอ่านโปรแกรมสำหรับบูตจากฟลอปปี้ดิสก์หรือฮาร์ดดิสก์ ไบออสรุ่นใหม่จะตั้งได้ว่าจะบูตจากเซกเตอร์แรกของอุปกรณ์ตัวไหนก่อน
         ขั้นที่ 6 โปรแกรมส่วนสำคัญ(Kernel)จะถูกถ่ายค่าลงหน่วยความจำ RAM
         ขั้นที่ 7 ระบบปฏิบัติการในหน่วยความจำเข้าควบคุมเครื่องและแสดงผลลัพธ์ Kernel ถูกถ่ายโอนลงหน่วยความจำ และเข้าไปควบคุมการทำงานคอมพิวเตอร์โดยรวมและโหลดค่า configuration ต่างๆพร้อมทั้งแสดงผลออกมาที่เดสก์ท็อปของผู้ใช้เพื่อรอรับคำสั่งการทำงานต่อไปซึ่งปัจจุบันในระบบปฏิบัติใหม่ๆจะมี GUI ที่เหมาะกับผู้ใช้ทั่วๆไป

ประเภทของการบู๊ตเครื่อง
     - โคลด์บู๊ต (Cold boot) เป็นการบู๊ตเครื่องที่อาศัยการทำงานของฮาร์ดแวร์ โดยการกดปุ่มเปิดเครื่อง (Power On)
     - วอร์มบู๊ต (Warm boot) เป็นการบู๊ตเครื่องโดยทำให้เกิดกระบวนการบู๊ตใหม่หรือที่เรียกว่า การรีสตาร์ทเครื่อง โดยมากจะใช้ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์แฮกค์สามารถทำได้สามวิธี
         - กดปุ่ม Reset บนตัวเครื่อง
         - กดคีย์ Ctrl+Alt+Delete 
         - สั่งรีสตาร์ทเครื่องจากเมนูปฏิบัติการ

 

 

การจัดการกับหน่วยต่างๆ ของคอมพิวเตอร์
 
การจัดการไฟล์ (File Management)
     ความหมายของไฟล์ (Files) เป็นหน่วยเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจจะเก็บอยู่ในสื่อเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น HDD CD-ROM FLOPPYDISK อ้างอิงชื่อ และส่วนขยายตามกติกาต่อไปนี้

         - ชื่อไฟล์ (file name) ตั้งได้มากสุด 256 อักขระ
         - ส่วนขยาย (extensions) เป็นส่วนที่ช่วยให้ระบบปฏิบัติการเข้าใจรูปแบบหรือชนิดของไฟล์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วยอักขระ 3-4 ตัว เขียนต่อจากชื่อไฟล์คั่นด้วยเครื่องหมาย “.” เทียบได้กับนามสกุลของไฟล์ บางระบบซ่อนไว้ ต้องตั้งค่าเพิ่ม
         - ลำดับโครงสร้างไฟล์ (Hierarchical File System) ปกติระบบปฏิบัติการจะจัดเก็บข้อมูลที่มีโครงสร้างแบบลำดับชั้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยคือ Directory เป็นโฟลเดอร์หลักบางครั้งเรียกว่า root directory ส่วน Sub-Directory เป็นโฟลเดอร์ย่อยลงไปอีก


ผังแสดงการเก็บโฟลเดอร์
ที่มา : http://learners.in.th/file/handyman/view/116379



การจัดการหน่วยความจำ (Memory Management)
     ถ้าหน่วยความจำไม่พอ ในกรณีที่มีข้อมูลปริมาณมาก หรือทำงานหลายๆโปรแกรมพร้อมกัน จะแก้ปัญหาโดยวิธีการที่เรียกว่า หน่วยความจำเสมือน (VM-Virtual memory) โดยใช้เนื้อที่ของหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เช่น HDD การเก็บข้อมูลที่ทำงานอยู่ในขณะนั้นเอาไว้เป็นไฟล์ในฮาร์ดดิสก์เรียกกว่า Swap file และแบ่งหน้าเหล่านั้นเป็น page จากนั้น OS จะเลือกเฉพาะข้อมูลในเพจที่กำลังจะใช้นั้นเข้าสู่หน่วยความจำ RAM


ที่มา : http://library.gnome.org/users/user-guide/stable/overview-applications.html.th



การจัดการอุปกรณ์นำเข้าและแสดงผลข้อมูล (I/O Device Management)
     อัตราการส่งข้อมูลของอุปกรณ์ช้ากว่า CPU ดังนั้น OS จึงต้องเตรียมพื้นที่ส่วนหนึ่ง Buffer เพื่อเป็นที่พักรอของข้อมูลที่อ่านเข้ามาหรือเตรียมส่งออกไปยังอุปกรณ์แสดงผลต่างๆ กรณีของเครื่องพิมพ์ ข้อมูลที่ส่งไปพิมพ์มีขนาดใหญ่มาก หรือในกรณีที่สั่งพิมพ์หลายๆงานพร้อมๆกัน ดังนั้นต้องทำตามลำดับงาน จะสลับหรือผสมกันไม่ได้ ดังนั้นต้องเก็บไว้ใน HDD ก่อนเพราะเร็วกว่าการเขียนข้อมูลไปที่เครื่องพิมพ์ เรียกระบบนี้ว่า spooling ทำให้สามารถยกเลิกงานที่ต้องการในคิวได้อีกด้วย OS จะเรียกใช้ดีไวซ์ไดรเวอร์ (device driver) เพื่อควบคุมอุปกรณ์ชนิดนั้นๆและให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อสารรวมถึงสั่งงานบางอย่างได้ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากอุปกรณ์ต่างรูปแบบต่างยี่ห้อก็มีวิธีการสั่งงานต่างกัน เป็นการยากที่จะเก็บวิธีการติดต่ออุปกรณ์เหล่านั้นไว้ทั้งหมดผู้ผลิต OS จึงต้องให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ต้องให้ไดร์เวอร์ด้วย เพื่อให้ผู้ใช้นำมาติดตั้ง OS ใหม่ๆมีระบบ plug & play ทำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์แล้วใช้งานได้เลย โดย OS จะติดตั้งไดร์เวอร์ให้อัตโนมัติ

การจัดการกับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU Management)
     ในระบบที่มี Multi-tasking ตัว OS จะทำการแบ่งเวลาให้กับงานแต่ละงาน เร็วมากจนเหมือนว่าทำได้หลายๆงานพร้อมกัน ในระบบที่มี Multi-user ก็เช่นเดียวกัน OS จะทำการแบ่งเวลาให้แต่ละคน ดูเหมือนว่าทำงานได้หลายๆคนพร้อมกัน Multi-processing ทำงานได้หลายๆคำสั่งในเวลาเดียวกัน ข้อดีคือ ถ้า ซีพียูตัวใดตัวหนึ่งเสียก็สามารถยังทำงานได้อยู่ แต่ต้องก็ยอมรับว่าจะมีเวลาบางส่วนหายไปเพราะต้องใช้ในการประสานงาน และมีงานบางงานที่ไม่สามารถทำพร้อมๆกันได้

 

ฮาร์ดแวร์(hardware)
 
     ฮาร์ดแวร์ (hardware) หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นโครงร่างสามารถมองเห็นด้วยตาและสัมผัสได้ (รูปธรรม) เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด เครื่องพิมพ์ เมาส์ เป็นต้น ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ตามลักษณะการทำงาน ได้ 4 หน่วย คือ หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit : CPU) หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) หน่วยแสดงผล (Output Unit) หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage) โดยอุปกรณ์แต่ละหน่วยมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกัน ดังนี้
     1. หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) 
         หน่วยประมวลผลกลาง ( CPU : Central Processing Unit ) หรือมักจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าไมโครโปรเซสเซอร์ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูล ในลักษณะของการคำนวณและเปรียบเทียบ โดยจะทำงานตามจังหวะเวลาที่แน่นอน เรียกว่าสัญญาณ Clock เมื่อมีการเคาะจังหวะหนึ่งครั้ง ก็จะเกิดกิจกรรม 1 ครั้ง เราเรียกหน่วย ที่ใช้ในการวัดความเร็วของซีพียูว่า “เฮิร์ท”(Herzt) หมายถึงการทำงานได้กี่ครั้งในจำนวน 1 วินาที เช่น ซีพียู Pentium4 มีความเร็ว 2.5 GHz หมายถึงทำงานเร็ว 2,500 ล้านครั้ง ในหนึ่งวินาที กรณีที่สัญญาณ Clock เร็วก็จะทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้น มีความเร็วสูงตามไปด้วย ซีพียูที่ทำงานเร็วมาก ราคาก็จะแพงขึ้นมากตามไปด้วย การเลือกซื้อจะต้องเลือกซื้อให้เหมาะสมกับงานที่ต้องการนำไปใช้ เช่นต้องการนำไปใช้งานกราฟิกส์ ที่มีการประมวลผลมาก จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องที่มีการประมวลผลได้เร็ว ส่วนการพิมพ์รายงานทั่วไปใช้เครื่องที่ความเร็ว 100 MHz ก็เพียงพอแล้ว



2. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) 
         หน่วยป้อนข้อมูล (Input Unit) ทำหน้าที่ในการป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการป้อนข้อมูล เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้แก่ แป้นพิมพ์ สำหรับพิมพ์ตัวอักษรและอักขระต่าง ๆ เมาส์สำหรับคลิกสั่งงานโปรแกรม สแกนเนอร์สำหรับสแกนรูปภาพ จอยสติ๊ก สำหรับเล่นเกมส์ ไมโครโฟนสำหรับพูดอัดเสียง และกล้องดิจิตอลสำหรับถ่ายภาพ และนำเข้าไปเก็บไว้ ในดิสก์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปใช้งานต่อไป

   



     3. หน่วยแสดงผล (Output Unit) 
         หน่วยแสดงผล (Output Unit) มีหน้าที่ในการแสดงผลข้อมูล ที่ผ่านการประมวลผลในรูปของ ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหรือ เสียง เป็นต้น อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการแสดงผลได้แก่ จอภาพ (Monitor) สำหรับแสดงตัวอักษรและรูปภาพ เครื่องพิมพ์ (Printer) สำหรับพิมพ์ข้อมูลที่อยู่ในเครื่อง ออกทางกระดาษพิมพ์ ลำโพง (Speaker) แสดงเสียงเพลงและคำพูด เป็นต้น

 




     4. หน่วยความจำ (Memory Unit) 
         หน่วยความจำ (Memory Unit) มีหน้าที่ในการจำข้อมูล ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ มีอยู่ 2 ชนิดคือ หน่วยความถาวร (ROM : Read Only Memory) เป็นหน่วยความจำที่สามารถจำข้อมูลได้ตลอดเวลา ส่วนหน่วยความจำอีกประเภทหนึ่งคือ หน่วยความจำชั่วคราว (RAM : Random Access Memory) หน่วยความจำประเภทนี้ จะจำข้อมูลได้เฉพาะช่วงที่มี การเปิดไฟเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น หน่วยความจำชั่วคราว ถือว่าเป็นหน่วยความจำหลักภายในเครื่อง สามารถซื้อมาติดตั้งเพิ่มเติมได้ เรียกกันทั่วไปคือหน่วยความจำแรม ที่ใช้ในปัจจุบันคือ แรมแบบ SDRAM , RDRAM เป็นต้น


(RAM : Random Access Memory)

(ROM : Read Only Memory)
ที่มา : http://blogger.sanook.com/mk_melody/2008/12



     5. หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary Storage)
         หน่วยความจำสำรองคืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลไว้ใช้ในโอกาสต่อไป เนื่องจากหน่วยความจำแรม จำข้อมูลได้เฉพาะช่วงที่มีการเปิดไฟ เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น ถ้าต้องการเก็บข้อมูลไว้ใช้ในโอกาสต่อไป จะต้องบันทึกข้อมูลลงในหน่วยความจำสำรอง ซึ่งหน่วยความจำสำรองมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน แต่มีนิยมใช้กันทั่วไปคือ ฮาร์ดดิสก์ ดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม ดีวีดีรอม ทัมท์ไดร์ฟ เป็นต้น

 

ซอฟต์แวร์ (Software)
 
     ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง ส่วนที่มนุษย์สัมผัสไม่ได้โดยตรง (นามธรรม) เป็นโปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงเป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่างผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์เราก็ไม่สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้เลย ซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 
     1. ซอฟต์แวร์สำหรับระบบ (System Software)
         ซอฟต์แวร์สำหรับระบบ (System Software) คือ ชุดของคำสั่งที่เขียนไว้เป็นคำสั่งสำเร็จรูป ซึ่งจะทำงานใกล้ชิดกับคอมพิวเตอร์มากที่สุด เพื่อคอยควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ทุกอย่าง และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ในการใช้งาน ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมระบบที่รู้จักกันดีก็คือ DOS, Windows, Unix, Linux รวมทั้งโปรแกรมแปลคำสั่งที่เขียนในภาษาระดับสูง เช่น ภาษา Basic, Fortran, Pascal, Cobol, C เป็นต้น นอกจากนี้โปรแกรมที่ใช้ในการตรวจสอบระบบเช่น Norton’s Utilities ก็นับเป็นโปรแกรมสำหรับระบบด้วยเช่นกัน

2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)

         ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่มำให้คอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะด้านเอกสาร บัญชี การจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ
          ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน คือ โปรแกรมซึ่งเขียนขึ้นเพื่อการทำงานเฉพาะอย่างที่เราต้องการ บางที่เรียกว่า User’s Program เช่น โปรแกรมการทำบัญชีจ่ายเงินเดือน โปรแกรมระบบเช่าซื้อ โปรแกรมการทำสินค้าคงคลัง เป็นต้น ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็มักจะมีเงื่อนไข หรือแบบฟอร์มแตกต่างกันออกไปตามความต้องการ หรือกฏเกณฑ์ของแต่ละหน่วยงานที่ใช้ ซึ่งสามารถดัดแปลงแก้ไขเพิ่มเติม (Modifications) ในบางส่วนของโปรแกรมได้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่เขียนขึ้นนี้โดยส่วนใหญ่มักใช้ภาษาระดับสูงเป็นตัวพัฒนา

ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่มีผู้จัดทำไว้ เพื่อใช้ในการทำงานประเภทต่างๆ ทั่วไป โดยผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปประยุกต์ใช้กับข้อมูลของตนได้ แต่จะไม่สามารถทำการดัดแปลง หรือแก้ไขโปรแกรมได้ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเอง ซึ่งเป็นการประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการเขียนโปรแกรม นอกจากนี้ ยังไม่ต้องเวลามากในการฝึกและปฏิบัติ ซึ่งโปรแกรมสำเร็จรูปนี้ มักจะมีการใช้งานในหน่วยงานมราขาดบุคลากรที่มีความชำนาญเป็นพิเศษในการเขียนโปรแกรม ดังนั้น การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปจึงเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ตัวอย่างโปรแกรมสำเร็จรูปที่นิยมใช้ได้แก่ MS-Office, Lotus, Adobe Photoshop, SPSS, Internet Explorer และ เกมส์ต่างๆ เป็นต้น 

 

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

การทำงานของคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยหน่วยสำคัญ 5 หน่วย คือ

1.  หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)

เช่น  

แผงแป้นพิมพ์                                                                                                                                                                                                                                                                                         

เมาส์ลูกกลมควบคุม                                                                                                                                                                                                                                                                                         

แท่งชี้ควบคุม                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      

แผ่นรองสัมผัส                                                                                                                                                                                                                                                                                  

ก้านควบคุม                                                                                                                                                                                                                                                                                              

ปากกาแสง                                                                                                                                                                                                                                                                                                  

เครื่องอ่านพิกัด                                                                                                                                                                                                                                                                                            

จอสัมผัส                                                                                                                                                                                                                                                                                              

เครื่องอ่านรหัสแท่ง                                                                                                                                                                                                                                                                                             

เครื่องกราดตรวจ                                                                                                                                                                                                                                                                                      

กล้องถ่ายภาพดิจิตอล                                                                                                                                                                                                                                                                                             

กล้องเว็บแคม                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                           

2.  หน่วยประมวลผลกลาง(Central Processing Unit:CPU)                                                                                                                                                                       

 1. หน่วยควบคุม (CU)                                                                                                                                                                                                                                                                       

2. หน่วยคำนวณและตรรกะ (ALU) 

3.  หน่วยความจำหลัก (Main Memory)   

มี 3 ประเภท คือ

1. หน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียวหรือรอม

2.หน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้หรือแรม

3. หน่วยความจำแคช

4.  หน่วยความจำสำรอง (Secondary Memory)

ฮาร์ดดิสก์                                                                                                                                                                                                                                                                                    

ซีดี ดีวีดี                                                                                                                                                                                                                                                                                        

แผ่นบันทึก                                                                                                                                                                                                                                                                                                      

หน่วยความจำแบบแฟลช

5.  หน่วยแสดงผล (Output Unit)

จอภาพ                                                                                                                                                                                                                                                                                                  

ลำโพง                                                                                                                                                                                                                                                                                            

เครื่องพิมพ์                                                                                                                                                                                                                                                                                      

จอสัมผัส                                                                                                                                                                                                                                                                                              

หูฟัง

แผงวงจรหลักและการรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยต่างๆแผงวงจรหลักหรือเมนบอร์ด

                เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุอยู่ในเคส (Case) เปรียบเสมือนศูนย์กลางของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า หน่วยประมวลผล หน่วยความจำหลัก หน่วยความจำรอง และหน่วยส่งออกต้องถูกนำมาเชื่อมต่อกับแผงวงจรหลักจึงจะทำงานได้

 การรับส่งข้อมูลระหว่างหน่วยต่างๆ

                บัส (bus) หมายถึง ช่องทางการสื่อสารขนถ่ายข้อมูลจากหน่วยประมวลผลกลางไปยังอุปกรณ์อื่นๆ เช่น หน่วยความจำหลัก อุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ บัสเปรียบเสมือนช่องทางจราจร
                1. บัสข้อมูล (data bus) เป็นเส้นทางผ่านและควบคุมการส่งถ่ายข้อมูลจากหน่วยประมวลผลกลาง ไปยังอุปกรณ์ภายนอกหรือรับข้อมูลจากอุปกรณ์ภายนอก  เพื่อทำการประมวลผลที่หน่วยประมวลผลกลาง

                2. บัสรองรับข้อมูล (address bus) เป็นบัสที่หน่วยประมวลผลกลาง เลือกว่าจะส่งข้อมูลหรือรับข้อมูลจากอุปกรณ์ไหนไปที่ใด และต้องส่งสัญญาณเลือกออกมาทางบัสรองรับข้อมูลนี้
                3. บัสควบคุม (control bus) เป็นบัสที่รับสัญญาณการควบคุมการควบคุมจากหน่วยประมวลผลกลาง เพื่อบังคับว่าจะอ่านข้อมูลเข้ามา หรือจะส่งข้อมูลออกไปจากหน่วยประมวลผลกลาง

                ระบบบัส ทางกายภาพ คือ สายทองแดงที่วางตัวอยู่บนแผงวงจรหลักของเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ต่างๆ ความกว้างของบัสจะนับขนาดข้อมูลที่วิ่งอยู่โดยจะมีหน่วยเป็น บิต (bit) เช่น บัสขนาด 8 บิต บัสขนาด 16 บิต บัสขนาด 32 บิตระบบบัสบนแผงวงจรหลักถูกแบ่งเป็นดังนี้

                1. ระบบบัสแบบ พีซีไอ (PCI ) เป็นบัสแบบ 32 บิต มีความเร็วในการติดต่อกับอุปกรณ์ต่างๆที่ความเร็ว 33 MHz ความเร็วในการรับ – ส่งข้อมูล 133 เมกะไบต์ต่อวินาที ใช้กับ การ์ดเสียง โมเด็ม และการ์ดแลน

                2. ระบบบัสแบบ เอจีพี (AGP) เป็นบัสความเร็วสูงใช้กับการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่เพื่อรองรับงานสื่อประสม บัสชนิดนี้จะเชื่อมต่ออยู่กับ สล็อต APGแผงวงจรหลัก 1 แผง จะมีสล็อตแบบ AGP ได้เพียงสล็อตเดียว

                3. ระบบบัสแบบพีซีไอเอกเพรส (PCI Express) เป็นระบบบัสแบบใหม่ที่มีความเร็วสูงและอัตรารับส่งข้อมูลสูง
 

คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง

คอมพิวเตอร์ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

                1. ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ เครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์มีราคาแพงมาก มีขนาดใหญ่ สามารถคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้หลายแสนล้านครั้งต่อวินาทีและได้รับการออกแบบเพื่อให้ใช้แก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์และทางวิศวกรรมศาสตร์ได้อย่างรวดเร็ว เช่นการการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเป็นเวลาหลายวัน

                2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะ การทำงานสูง แต่ไม่เน้นความเร็วในการคำนวณเป็นหลักเหมือนซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ แต่มีความเร็วสูง เมนเฟรมคอมพิวเตอร์สามารถให้บริการ ผู้ใช้จำนวนหลายร้อยคนพร้อมๆกัน จึงนิยมใช้ในองค์กรใหญ่ๆ เช่น ธนาคารธุรกิจสายการบิน เป็นต้น

                3. มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับใช้งานในองค์กรขนาดกลางที่ให้บริการข้อมูลแก่เครื่องลูกข่าย เช่นโรงแรม โรงพยาบาล

                4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่รับความนิยมมากที่สุดเพราะมีประสิทธิภาพสูงและราคาไม่แพง จึงเหมาะสำหรับใช้ส่วนตัวที่บ้าน โรงเรียนและสำนักงาน ไมโครคอมพิวเตอร์ที่รู้จักกันดี ได้แก่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก

                5. คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก (Handheld computer) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถจัดการกับข้อมูลประจำวันได้ สร้างปฏิทิน บันทึกเตือนความจำเล่นเกม ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และรับ – ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เช่น ปาล์มทอป พีดีเอ ไอโฟน เป็นต้น

 อุปกรณ์ต่อพ่วง               

                อุปกรณ์ต่อพ่วง หมายถึง อุปกรณ์ต่างๆที่สามารถต่อเข้ากับอุปกรณ์ของหน่วยประมวลผลกลางและประกอบเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน ซึ่งอุปกรณ์ต่อพ่วงแต่ละชนิดมีคุณลักษณะที่สำคัญ ดังนี้

                 1. แผงแป้นอักขระ (Keyboard)  เป็นอุปกรณ์ที่รับข้อมูลจากการกดแป้นพิมพ์แล้วทำการเปลี่ยนรหัสเพื่อส่งต่อไปให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล

                 2. เมาส์ (Mouse) เป็นอุปกรณ์ประเภทตัวชี้ที่รับข้อมูลจากการกดปุ่มบนตัวเมาส์ทำหน้าที่คลิกปุ่มคำสั่ง และเลือกรายการหรือคำสั่ง ทั้งในรูปแบบคลิก หรือดับเบิ้ลคลิก และแดรกเมาส์ เมาส์แบ่งเป็น 2 ประเภท ใหญ่ๆได้แก่

                 2.1 เมาส์แบบทางกล เป็นเมาส์ซึ่งมีลูกกลิ้ง ทำให้กลไกปรับแกนหมุนในแกน Xและแกน Y แล้วส่งผลไปเลื่อนตำแหน่งตัวชี้
                 2.2 เมาส์แบบใช้แสง เป็นเมาส์ที่อาศัยหลักการส่งแสงจากเมาส์ไปยังแผ่นรองเมาส์ที่มีลักษณะเป็นตารางแนวแกน X และแนวแกน Y เมื่อเลื่อนบนแผ่นรองเมาส์จะมีแสงตัดผ่านตารางสะท้อนขึ้นมาทำให้ทราบตำแหน่งที่ลากไป

               3. อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์สมุดพก เป็นอุปกรณ์รับข้อมูลที่ออกแบบให้สามารถติดอยู่กับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์สมุดพกได้เลย ในปัจจุบันมีอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์สมุดพก 3 ประเภท ดังนี้

                 3.1 ลูกกลมควบคุม (track ball) มีลักษณะเป็นลูกบอลกลมอยู่ในเบ้า ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์นี้ควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวชี้บนจอภาพ โดยการหมุนลูกบอลกลมไปในทิศทางที่ต้องการ

                 3.2 แท่งชี้ควบคุม (track point) มีลักษณะเป็นแท่งพลาสติกหุ้มด้วยยางโผล่ขึ้นมาจากแป้นอักขระของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบสมุดพก ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์นี้ควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวชี้บนจอภาพโดยการโยกแท่งชี้ควบคุมไปใน
ทิศทางที่ต้องการ

                 3.3 แผ่นรองสัมผัส (touch pad) มีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกที่ไวต่อการสัมผัสติดอยู่บนแผงแป้นอักขระของเครื่องคอมพิวเตอร์สมุดพก ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์นี้ควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวชี้บนจอภาพโดยการแตะลงไปบนแผ่นรองสัมผัส

                 4. ก้านควบคุม (joystick) มีลักษณะเป็นก้านที่โผล่ออกมาจากกล่อง ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์นี้ควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวชี้บนจอภาพโดยการบิดขึ้นหรือลง ซ้ายหรือขวา และนิยมใช้ในการเล่นเกม

                 5. จอสัมผัส (touch screenเป็นอุปกรณ์รับเข้าที่รับข้อมูลจากการสัมผัสลงบนจอโดยเมื่อมีการเลือก ตำแหน่งที่ถูกเลือกจะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปยังซอฟต์แวร์ที่แปลคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ปัจจุบันนิยมใช้กับโทรศัพท์มือถือ

                 6. จอภาพ (monitor) เป็นอุปกรณ์ส่งออกที่แสดงผลจากการสร้างจุดจำนวนมากเรียงกันทั้งแนวตั้งและแนวนอน ประกอบกันเป็นรูปภาพและตัวอักษรจำนวนจุดดังกล่าวจะเป็นตัวบอกความชัดของภาพ จอภาพที่ใช้ในปัจจุบันมีดังนี้

                  6.1 จอภาพแบบซีอาร์ที (CRT) มีลักษณะเหมือนจอโทรทัศน์ทำงานโดยใช้เทคโนโลยีหลอดรังสีอิเล็กตรอน โดยการยิงแสงอิเล็กตรอนไปยังผิวด้านในของจอภาพ ผิวของจอภาพที่ฉาบด้วยสารฟอสฟอรัส จะทำให้ตำแหน่งที่ลำแสงอิเล็กตรอนอิเล็กตรอนวิ่งมาชนเกิดแสงสว่างขึ้น

                 6.2 จอภาพแบบแอลซีดี (LCD) ทำงานโดยอาศัยการเบี่ยงเบนของแสงตามการควบคุมทิศทางของโพราไลเซชั่นของวัตถุที่กั้นระหว่างแหล่งกำเนิดแสงและแผ่นเคลือบสารเรื่องแสง

                 7. เครื่องพิมพ์ (Printer) เป็นอุปกรณ์ส่งออกซึ่งแสดงผลงานพิมพ์ลงบนกระดาษเครื่องพิมพ์ที่ใช้ในปัจจุบันมีดังนี้

                 7.1 เครื่องพิมพ์แบบจุด (dot matrix printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่พิมพ์ขาวดำและพิมพ์สี แต่พิมพ์สีจะทำงานช้า เหมาะสำหรับพิมพ์หลายสำเนาในครั้งเดียว

                 7.2 เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (Laser Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ได้รับความนิยมเพราะมีคุณภาพการพิมพ์สูง ทำให้ภาพและตัวอักษรที่ได้คมชัดสวยงามพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ

                 7.3 เครื่องพิมพ์แบบฉีดหมึก (inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีราคาถูก พิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ คุณภาพพิมพ์สีจะอยู่ในเกณฑ์ดี

                 7.4 พล็อตเตอร์ (plotter) เป็นเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ที่ให้ความเที่ยงตรงมีความละเอียดและสัดส่วนที่ถูกต้องสูง เหมาะสมสำหรับพิมพ์ลงกระดาษขนาดใหญ่

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 14 คน กำลังออนไลน์