ต้นสนทะเล

รูปภาพของ pdn32343

 

                 

http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSefMOMJ_R2hNccptwdsNaGIQALk_440iReT7KjInZ64PqcBR7L

9. การขยายพันธุ์
         โดยทั่วไปการขยายพันธุ์สนทะเลจะใช้วิธีการขยายพันธุ์จากเมล็ด เนื่องจากเป็นวิธีการที่สะดวกและสามารถขยายพันธุ์ได้จำนวนมาก ๆ แต่อย่างไรก็ตาม สนทะเลสามารถขยายพันธุ์โดยการปักชำหรือตอนกิ่งได้แต่ไม่เป็นที่นิยมกัน
การเก็บผลของสนทะเลที่เหมาะสมควรจะเก็บในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม และเดือนธันวาคม-มกราคม ซึ่งการออกผลแต่ละครั้งจะให้ผลดกมาก การเก็บผลควรเลือกเก็บผลที่แก่ โดยผลจะมีสีน้ำตาลเรื่อ ๆ ตรงส่วนปลายของผล และเมล็ดจะมีสีน้ำตาลแกมเหลือง ถ้าเป็นผลอ่อนสีผิวจะเป็นสีเขียว เมล็ดจะมีสีขาว ผลแก่จะให้เปอร์เซ็นต์การงอกดีกว่าผลอ่อน นำผลที่เก็บได้มาผึ่งในที่ร่มประมาณ3-5 วัน ผลจะแตกออก เมล็ดจะร่วงออกมา ผลของต้นสนทะเลจะผลิตเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา โดยปกติเมล็ด 1 กิโลกรัมจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 700,000 เมล็ด
 
 
 
data:image/jpeg;base64,/9j/4AAQSkZJRgABAQAAAQABAAD
 
10. การปลูก การเจริญเติบโต และการปรับปรุงพันธุ์
          การเตรียมกล้า  การปลูกไม้สนทะเลส่วนใหญ่ใช้วิธีการเตรียมเมล็ดในแปลงเพาะโดยการเลือกพื้นที่วางแปลงเพาะบริเวณกลางแจ้งที่มีลักษณะเป็นดินทรายหรือดินร่วน มีการระบายน้ำดี ควรยกร่องทำเป็นแปลงเพาะ ความสูงประมาณ 10-20 ซม. กว้างประมาณ 1 เมตร สำหรับความยาวของแปลงขึ้นอยู่กับปริมาณกล้าที่ต้องการเพาะ โดยปกติเมล็ดสนทะเล 1 ลิตร สามารถเพาะกล้าได้ประมาณ30,000 กล้า หลังจากหว่านเมล็ดแล้วให้ใช้ดินหรือขี้เถ้า แกลบโรยทับบาง ๆ แล้วใช้ฟางแห้งหรือหญ้าคาคลุมบาง ๆ เพื่อป้องกันเมล็ดสนกระเด็นเวลารดน้ำและช่วยรักษาความชื้นในดิน ควรทำการฉีดยาฆ่าแมลงป้องกันมดและแมลงกินเมล็ด การรดน้ำควรรดวันละ 2 ครั้ง ตอนเข้าและตอนเย็น หลังจากเพาะประมาณ 3 วัน กล้าก็จะเริ่มงอกและงอกหมดภายใน 7 วัน เมื่อเมล็ดงอกควรระมัดระวังในเรื่องการให้น้ำ อย่ารดน้ำมากเกินไปจนมีน้ำขัง เพาะจะทำให้กล้าเกิดโรคเน่าคอดิน (damping off) เมื่อกล้าไม้มีขนาดความสูงประมาณ 30 ซม. ก็ย้ายกล้าไปปลูกเนื่องจากสนทะเลเป็นไม้ที่มีเมล็ดมาก ฉะนั้นจึงไม่สู้จะยุ่งยากในการเก็บหาเมล็ดและการเตรียมกล้าไม้
          การย้ายกล้าไปปลูกควรทำตอนต้นฤดูฝน ซึ่งเป็นระยะเวลาประมาณ 5-8 เดือน หลังจากการหว่านเมล็ดลงในแปลงเพาะเพื่อเตรียมกล้า สำหรับการปลูกในพื้นที่ที่แห้งแล้งควรจะมีการให้น้ำทันทีหลังจากการย้ายปลูก และจะต้องทำติดต่อกันไปในระยะ 3 ปีแรกของการปลูก
          การปลูก  ไม้สนทะเลเป็นต้นไม้ที่โตเร็ว สามารถขึ้นได้ดีในสภาพพื้นที่ทั่ว ๆ ไป แม้จะเป็นดินที่เสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ หรือเป็นดินเปรี้ยว ดินเค็มหรือดินเป็นกรด แต่อย่างไรก็ตามดินที่เหมาะสมต่อการปลูกสนทะเล โดยปกติเป็นดินทรายบริเวณชายทะเล เนื่องจากมีความชื้นในดินสูง การระบายน้ำและอากาศดี
          การปลูกไม้สนทะเล ช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการปลูก คือ การปลูกในช่วงฤดูฝน และมีการเตรียมหลุมก่อนปลูก โดยการขุดหลุมให้มีขนาดโตกว่าถุงบรรจุกล้าไม้หรือใหญ่กว่ากล้าไม้มากก็ได้ พร้อมทั้งควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยวิทยาศาสตร์รองก้นหลุมก่อนปลูก เมื่อนำกล้าไม้ไปปลูกต้องฉีกถุงที่บรรจุกล้าไม้เสียก่อน แล้ววางกล้าไม้ลงในหลุม และกลบดินให้เต็มหลุมและเหยียบดินให้แน่นพอประมาณ
          การกำหนดระยะปลูก (spacing) ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้ประโยชน์จากไม้และมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการวางแผนการลงทุนและบำรุงรักษา เช่น การปลูกเพื่อทำไม้ฟืน หรือเสาเข็มขนาดเล็กก็ควรปลูกในระยะถี่ คือ 2x2 เมตร (400 ต้น/ไร่) ซึ่งจะทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตทางความสูงเร็วขึ้น และมีรูปทรงตรงเปลา หากต้องการปลุกพืชเกษตรควบหรือต้องการใช้เครื่องทุ่นแรงช่วยในการปลูกและการบำรุงรักษา ควรปลูกระยะ 2x4 หรือ 2x8 หรือ 4x4 เมตร
          การเจริญเติบโต  สนทะเลจัดว่าเป็นไม้โตเร็วชนิดหนึ่ง สามารถขึ้นได้ดีในสภาพพื้นดินทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะดินทรายบริเวณชายทะเลซึ่งมีความชื้นสูง และการระบายน้ำดี ระบายอากาศดี ในดินบริเวณที่สนทะเลเจริญเติบโตได้ดี พบว่ามีเห็ดราชนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่ช่วยให้สนทะเลเจริญเติบโตเร็วขึ้นคือ เห็ดปะการังสีดำ (Thelephora ramariaides Reid; Basidio mycotina Thelephoraceae) ซึ่งพบขึ้นอยู่ตามพื้นดินที่เป็นทราย มีการระบายน้ำดี น้ำไม่ขัง อยู่อาศัยร่วมกันแบบซิมไบโอซีส กับระบบรากแขนงหรือรากฝอยของไม้สนทะเล (ส่วนป่าชุมชน, 2536) ทำให้ไม้สนทะเลสามารถเจริญเติบโตได้ดีบนพื้นที่เสื่อมโทรม เพราะมีเห็ดราชนิดนี้ช่วยในการดูดน้ำและแร่ธาตุให้แก่สนทะเลและยังป้องกันโรคที่เกิดขึ้นกับระบบรากของไม้สนทะเลอีกด้วย ดังนั้นหากนำสนทะเลไปปลูกนอกถิ่นเดิมของมันควรสร้างปมที่ราก (nudule) และสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศเพื่อเป็นธาตุอาหารและช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินได้เช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่ว
 
 
รูปภาพของ ssspoonsak

เนื่องจากมีข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดได้ทำการคัดลอกมาแล้วไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล

กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลให้ชัดเจนด้วย ดูรูปแบบการทำเอกสารอ้างอิงได้ที่ http://www.thaigoodview.com/node/99177

มิฉะนั้นทางเว็บ thaigoodview.com จำเป็นต้องลบข้อมูลทั้งหมดออก

ขอขอบคุณ

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล

ผู้ดูแลเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิว

 


ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่าคัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ ไม่ถูกปิดเสียก่อน
ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

รูปภาพของ ssspoonsak

รูปภาพของ pdn32317

เบ้ยยยยยยยย Cool

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 11 คน กำลังออนไลน์