รายงานเรื่อง สมุนไพรไทย

รูปภาพของ Paphatsanan Yongphet

รายงาน

เรื่อง สมุนไพรไทย

จัดทำโดย

นางสาวปภัสนันท์ ยงเพชร

 ชั้น ม.6/7 เลขที่ 14

เสนอ

คุณครูสุจิน   โมทะจิตต์

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556

 

โรงเรียนเสาไห้วิมลวิทยานุกูล

คำนำ

                        รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา คอมพิวเตอร์ จัดทำขึ้นเพื่อส่งอาจารย์ผ่านทางเว็บไซต์ และนำเสนอความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร หากมีการผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

 

ผู้จัดทำ

สารบัญ

เนื้อหา                                                                                                                       หน้า

ความหมายของสมุนไพร                                                                                                             1

ลักษณะของพืชสมุนไพร                                                                                                             2

สมุนไพรไทย                                                                                                                               3-4

 

บรรณานุกรม                                                                                                                                5

1

ความหมายของสมุนไพร

     สมุนไพร หมายถึง พืชที่ใช้ทำเป็นเครื่องยาส่วน ยาสมุนไพร หมายถึงยาที่ได้จากส่วนของพืช สัตว์ และแร่ ซึ่งยังมิได้ผสมปรุง หรือ แปรสภาพส่วนการนำมาใช้ อาจดัดแปลงรูปลักษณะของสมุนไพรให้ใช้ได้สะดวกขึ้น เช่น นำมาหั่นให้มีขนาดเล็กลง หรือ นำมาบดเป็นผงเป็นต้นมีแต่พืชเพียงอย่างเดียวหามิได้เพราะยังมีสัตว์และแร่ธาตุอื่นๆอีกสมุนไพร ที่เป็นสัตว์ได้แก่ เขา หนัง กระดูก ดี หรือเป็นสัตว์ทั้งตัวก็มี เช่น ตุ๊กแก ไส้เดือน ม้าน้ำ ฯลฯ "พืชสมุนไพร" นั้นตั้งแต่โบราณก็ทราบกันดีว่ามีคุณค่าทางยามากมายซึ่ง เชื่อกันอีกด้วยว่า ต้นพืชต่างๆ ก็เป็นพืชที่มีสารที่เป็นตัวยาด้วยกันทั้งสิ้นเพียงแต่ว่าพืชชนิดไหนจะมีคุณค่าทางยามากน้อยกว่ากันเท่านั้น
     "พืชสมุนไพร" หรือวัตถุธาตุนี้ หรือตัวยาสมุนไพรนี้ แบ่งออกเป็น 5 ประการ
1. รูป ได้แก่ ใบไม้ ดอกไม้ เปลือกไม้ แก่นไม้ กระพี้ไม้ รากไม้ เมล็ด
2. สี มองแล้วเห็นว่าเป็นสีเขียวใบไม้ สีเหลือง สีแดง สีส้ม สีม่วง สีน้ำตาล สีดำ
3. กลิ่น ให้รู้ว่ามรกลิ่น หอม เหม็น หรือกลิ่นอย่างไร
4. รส ให้รู้ว่ามีรสอย่างไร รสจืด รสฝาด รสขม รสเค็ม รสหวาน รสเปรี้ยว รสเย็น
5. ชื่อ ต้องรู้ว่ามีชื่ออะไรในพืชสมุนไพรนั้นๆ ให้รู้ว่า ขิงเป็นอย่างไร ข่า เป็นอย่างไร ใบขี้เหล็กเป็นอย่างไร

 

     สำหรับสมุนไพรที่นิยมใช้เดี่ยวๆ รักษาอาการของโรคที่พบบ่อยๆ ได้แก่
- สมุนไพรแก้ไข้ ฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด
- สมุนไพรแก้ท้องเสีย กล้วยน้ำว้า ทับทิม ฝรั่งดิบ
- สมุนไพรแก้ไอ มะแว้ง ขิง มะนาว
- สมุนไพรแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขมิ้นชัน แห้วหมู กระชาย
- สมุนไพรช่วยให้นอนหลับ ขี้เหล็ก ดอกบัวหลวง หัวหอมใหญ่
- สมุนไพรแก้เชื้อรา กระเทียม ข่า ชุมเห็ดเทศ
- สมุนไพรแก้เริม เสลดพังพอนตัวเมีย และตัวผู้

2

 

ลักษณะของพืชสมุนไพร

"พืชสมุนไพร" โดยทั่วไปนั้น แบ่งออกเป็น 5 ส่วนสำคัญด้วยกัน คือ
1. ราก     2. ลำต้น     3. ใบ     4. ดอก     5. ผล

 

     "พืชสมุนไพร" เหล่านี้มีลักษณะลำต้น ยอด ใบ ดอก ที่แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ แต่ส่วนต่างๆ ก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกัน เช่นรากก็ทำหน้าที่ดูดอาหาร มาเลี้ยงลำต้นกิ่งก้านต่างๆและใบกับส่วนต่างๆนั่นเองใบก็ทำหน้าที่ปรุงอาหารดูดออกซิเจน คายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ดอก ผล เมล็ด ก็ทำหน้าที่สืบพันธุ์กันต่อไป เพื่อทำให้พืชพันธุ์นี้แพร่กระจายออกไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด

3

สมุนไพรไทย

กรรณิการ์

 

     ลักษณะ :  ไม้พุ่มสูง 2-5 เมตร ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกเป็นหลอดสีส้มแดง
     ส่วนที่นำมาใช้ :  ดอก และต้น
     ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Nyctanthes arbor-tristis Linn.
     ชื่อวงศ์ :  VERBENACEAE
     ชื่อท้องถิ่น :  กณิการ์ กรณิการ์
     สรรพคุณ :  ต้น  แก้ปวดศรีษะ ใบบำรุงน้ำดี   ดอก  แก้ไข้และลมวิงเวียน รากบำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ท้องผูก ใช้โคนกลีบดอกส่วนหลอดสีแดงโขลกหยาบๆ เติมน้ำ คั้นส่วนน้ำกรองจะได้น้ำสีเหลืองใส ใช้เป็นสีย้อม เติมน้ำมะนาวหรือสารส้มลงไปเล็กน้อยขณะย้อม จะทำให้สีคงทน

4

 

กะทกรก

     ลักษณะ  :  เป็นเถาเลื้อยเนื้ออ่อน อายุฤดูเดียวหรือหลายปี มีระบบรากแก้ว มีมือเกาะและเลื้อยพัน ต้นไม้อื่น ๆ หรือต้องอิงอาศัย ยาวมากกว่า 5 ม. มีขนอ่อนสีขาวคลุมทั่วต้นผิวเครือสีเขียวมีขนคลุมเช่นกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบมองดูคล้ายใบตำลึงโดยมีแผ่นใบเว้าเป็น 3 แฉก ดอกเดี่ยว ตามง่ามใบ ขนาดดอก 2.5 - 3.5 ซม.ผลค่อนข้างกลม ขนาด 2 - 4 ซม.
     ส่วนที่นำมาใช้เกือบทุกส่วน

 

     ชื่อวิทยาศาสตร์  :   Passiflora foeida L.
     ชื่อวงศ์  :  PASSIFLORACEAE
     ชื่อท้องถิ่น  :  กระโปรงทอง (ใต้) ละพุบาบี (มลายู-นราธิวาส-ปัตตานี) เครือขนตาช้าง (ศรีสะเกษ) ตำลึงฝรั่ง (ชลบุรี) เถาสิงโต เถาเงาะ (ชัยนาท) ผักแคบฝรั่ง (เหนือ) หญ้ารกช้าง (พังงา) ผักขี้หิด หญ้าถลกบาต รก เล่งจูก้วย เล้งทุงจู (จีน)
     สรรพคุณ  :   ราก แก้ไข้จับสั่น แก้ไข้ ถ่ายพยาธิ  เถา รักษากามโรค  เปลือก เป็นยาชูกำลังทำให้แผลเน่าเปื่อยแห้ง  ใบ รสเมาเบื่อ แก้หวัด คัดจมูก แก้ปวดศีรษะ รักษาแผลแก้หืด แก้หิด แก้คัน  ผล รสหวานเย็น ทำให้อาเจียน บำรุงปอด แก้ปวด แก้บาดแผลเมล็ด แก้เด็กท้องขึ้นอืดเฟ้อทำให้ผายลม  ทั้งต้น รสเมาเบื่อ ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ แก้ไอ แก้อาการบวมไม่รู้สาเหตุ

5

บรรณานุกรม

www.google.com

 

http://student.nu.ac.th/46313433/Thaiherb/index.htm

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 68 คน กำลังออนไลน์