การประเมินโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี3

ชื่อผลงาน :  การประเมินโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียน 


                    ของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3


ผู้ประเมิน :  นายอุมัธ   สวาหลัง


 


บทสรุปสำหรับผู้บริหาร


 


                         การประเมินโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมของโครงการ  ประเมินปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ  ประเมินกระบวนการดำเนินงานของโครงการ และประเมินผลผลิตของโครงการเกี่ยวกับพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนรู้ของครู พฤติกรรม    การเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัยของนักเรียน และความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครู นักเรียน และผู้ปกครองที่มีต่อโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียน  โดยใช้รูปแบบการประเมินโครงการแบบซิปป์  (CIPP Model)  กลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลในการประเมินโครงการครั้งนี้ จำนวน   170    คน   ได้แก่  ครู  จำนวน  9  คน เลือกจากครูผู้สอน ปีการศึกษา  2555  ผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา  จำนวน 10  คน  เลือกจากผู้มีความรู้ และประสบการณ์ด้านการสอน และการบริหารการศึกษา   คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน  เลือกจากผู้ที่ไม่ดำรงตำแหน่งตัวแทนครูในโรงเรียน นักเรียน จำนวน  72  คน  เลือกจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  - 6 และ ผู้ปกครอง  จำนวน  72  คน   เลือกเฉพาะผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  3  - 6


เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการประกอบด้วย แบบประเมินโครงการ จำนวน 4  ฉบับ  ตามรูปแบบของการประเมินโครงการ  เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิตติ ค่าเฉลี่ย  ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และค่าร้อยละ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป    ผลการประเมินโครงการ และข้อเสนอแนะ สรุปได้ดังนี้


 


ผลการประเมินโครงการ


 


     ผลการประเมินโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี  3   ทั้ง 4  ด้าน สรุป ดังนี้


 


 



  1. ผลการประเมินโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียน โรงเรียนสมาคม

เลขานุการสตรี 3 ทั้ง 4 ด้าน คือ  ด้านสภาพแวดล้อม  ด้านปัจจัยเบื้องต้น  ด้านกระบวนการดำเนินงาน และด้านผลผลิตของโครงการ มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ทุกด้าน  ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินโครงการที่กำหนดไว้   โดยมีรายละเอียด ดังนี้


                                 1.1.   ผลการประเมินด้านสภาพแวดล้อม (Contexts) ของโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด  ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ และเมื่อพิจารณาประเด็นตัวชี้วัด       การประเมินในแต่ละด้าน พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดทุกตัวชี้วัด  และผ่านเกณฑ์    การประเมินที่กำหนดไว้เช่นกัน โดยด้านความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ของโครงการ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ความสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัดและสอดคล้องกับความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย และความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ  ส่วนด้านความเป็นไปได้ของโครงการ มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด  


                                 1.2  ผลการประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้น (Inputs) ของโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก  ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาแต่ละด้านพบว่า ด้านความพร้อมของบุคลากร และด้านการบริหารจัดการ  มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านความเพียงพอของงบประมาณ  ด้านวัสดุ อุปกรณ์ และอาคารสถานที่ และ ด้านหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ เช่นกัน


                                   1.3    ผลการประเมินด้านกระบวนการดำเนินงาน (Processes) ของโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านของตัวชี้วัดการประเมินพบว่า ทุกด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน เช่นกัน


                                 1.4    ผลการประเมินด้านผลผลิต (Outputs) ของโครงการเกี่ยวกับพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนใช้กระบวนการวิจัยของครูโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก  ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดการประเมินในแต่ละด้าน ได้แก่ ด้านการตั้งคำถาม ด้านการเตรียม  การค้นหาคำตอบ ด้านการดำเนินการค้นหาและตรวจสอบคำตอบ และด้านการสรุปและนำเสนอผลการค้นหาคำตอบ พบว่า ทุกด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ทุกด้านเช่นกัน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การตั้งคำถาม


                                 1.5    ผลการประเมินด้านผลผลิต (Outputs) ของโครงการเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยของนักเรียนโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดแต่ละด้าน ได้แก่ ด้านการตั้งคำถาม  ด้านการเตรียมการค้นหาคำตอบ ด้านการดำเนินการค้นหาและตรวจสอบคำตอบ  และด้านการสรุปและนำเสนอผลการค้นหาคำตอบ  พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน  และผ่านเกณฑ์การประเมินทุกตัวชี้วัด โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือการตั้งคำถาม


                       1.6   ผลการประเมินด้านผลผลิต (Outputs) ของโครงการเกี่ยวกับความ       พึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ที่มีต่อโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก  ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินความพึงพอใจที่กำหนดไว้  เมื่อพิจารณาเป็นรายตัวชี้วัดการประเมิน พบว่าทุกข้อมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และมากที่สุด ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้เช่นกัน โดยการดำเนินกิจกรรมตามโครงการช่วยให้ครูปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้สู่กระบวนการวิจัย  มีค่าเฉลี่ยสูงสุด


 


ข้อเสนอแนะ


 


     จากผลการประเมินโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3    ผู้ประเมินโครงการมีข้อเสนอแนะ  ดังนี้


 


     1.                  ข้อเสนอแนะเพื่อการนำผลการประเมินไปใช้


                                   1.1   ผลการประเมินโครงการพบว่า ด้านสภาพแวดล้อม (Contexts) ของโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด  ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ ผลการประเมินชี้ให้เห็นว่าโรงเรียนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดทำโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของโรงเรียนในปีการศึกษาต่อไปเป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อสนองนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัดคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อไป 


                             1.2   ผลการประเมินโครงการ พบว่า  ด้านปัจจัยเบื้องต้น (Inputs) ของโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก  ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาแต่ละด้านพบว่า ด้านความพร้อมของบุคลากร และด้านการบริหารจัดการ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านความเพียงพอของงบประมาณ  ด้านวัสดุ อุปกรณ์ และอาคารสถานที่ และ ด้านหน่วยงานที่สนับสนุนโครงการ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้  ดังนั้นประเด็นที่ผู้รับผิดชอบโครงการ และผู้บริหารโรงเรียน ควรคำนึงเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเพิ่มปัจจัยเบื้องต้นให้เพียงพอสำหรับการสนับสนุนโครงการก่อนดำเนินงานโครงการคือ ควรเพิ่มวัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงานโครงการให้มีความเพียงพอเพิ่มขึ้นคือ อยู่ในระดับมากที่สุดต่อไป                        


                             1.3   ผลการประเมินโครงการ พบว่า ด้านกระบวนการดำเนินงาน (Processes) ของโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้  ประเด็นที่ผู้รับผิดชอบโครงการและผู้บริหารโรงเรียนควรคำนึงเป็นพิเศษเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานของโครงการให้เหมาะสมยิ่งขึ้นคือ  การนิเทศการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง  การตรวจสอบทบทวนคุณภาพการดำเนินงานระหว่างการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง  และควรนำผล    การการตรวจสอบทบทวนคุณภาพไปนิเทศเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานของโครงการเพื่อให้ผลผลิต และผลลัพธ์ของโครงการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อไป


                           1.4   ผลการประเมินโครงการ พบว่า ด้านผลผลิต (Outputs) ของโครงการเกี่ยวกับพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนใช้กระบวนการวิจัยของครูโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดการประเมินในแต่ละด้าน ได้แก่ ด้านการตั้งคำถาม ด้านการเตรียม         การค้นหาคำตอบ ด้านการดำเนินการค้นหาและตรวจสอบคำตอบ และด้านการสรุป            และ นำเสนอผลการค้นหาคำตอบ พบว่า ทุกด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การตั้งคำถาม   ดังนั้นการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีการศึกษาครั้งต่อไป    ควรเพิ่มจำนวนกิจกรรม  และความหลากหลายในรูปแบบของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ปลูกฝังนิสัยการเรียนรู้แบบใช้กระบวนการวิจัยให้กับนักเรียนเพื่อให้นักเรียนมีทักษะ           การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัย  อาทิ  ควรเพิ่มกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน    เป็นต้น


                           1.5    ผลการประเมินโครงการพบว่า ด้านผลผลิต (Outputs) ของโครงการเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยของนักเรียนโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดแต่ละด้าน ได้แก่ ด้านการตั้งคำถาม  ด้านการเตรียมการค้นหาคำตอบ  ด้านการดำเนินการค้นหาและตรวจสอบคำตอบ  และด้าน การสรุป และนำเสนอผลการค้นหาคำตอบ  พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน  และผ่านด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือการตั้งคำถาม ดังนั้น ควรจัดให้มีโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องในปีการศึกษาต่อไป และ เพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้นักเรียนใช้กระบวนการวิจัยในการเรียนรู้มากขึ้น เช่น จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงาน กิจกรรม     การเรียนรู้แบบยึดปัญหาเป็นฐาน กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  เป็นต้น


                                   1.6     ผลการประเมินโครงการ พบว่า  ด้านผลผลิต (Outputs) ของโครงการเกี่ยวกับความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ที่มีต่อโครงการสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียนของโรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี 3 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก  ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินความพึงพอใจที่กำหนดไว้  โดยการดำเนินกิจกรรมตามโครงการช่วยให้ครูปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้สู่กระบวนการวิจัย  มีค่าเฉลี่ยสูงสุด   ดังนั้นเพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการปลูกฝังนิสัยในการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัยของนักเรียนเพื่อสร้างวัฒนธรรมวิจัยในโรงเรียน โรงเรียนควรบรรจุกิจกรรมส่งเสริมนิสัยในการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัยที่ให้ผู้ปกครองนักเรียนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจกรรม  โดยเน้นกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าที่บ้านร่วมกับผู้ปกครองของนักเรียนเอง อาทิ กิจกรรมเรียนรู้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมค้นคว้า หาประวัติหมู่บ้าน สถานที่สำคัญ หรือ บุคคลสำคัญของท้องถิ่น เป็นต้น  


 


     2.    ข้อเสนอแนะเพื่อการประเมินโครงการในครั้งต่อไป


                 2.1   การประเมินโครงการครั้งต่อไปควรเพิ่มประเด็นการประเมิน โดย    การตรวจสอบความเป็นไปได้ของกิจกรรมแต่ละกิจกรรมว่ากิจกรรมใดส่งผลต่อพฤตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัยของครู หรือ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัยของนักเรียนอยู่ในระดับใด   เพื่อคัดเลือกการปรับปรุงหรือ ขยายขอบเขตของกิจกรรมให้มีคุณภาพสูงขึ้นต่อไป


                 2.2    การประเมินโครงการครั้งต่อไปควรเพิ่มประเด็นในการประเมิน คือ  การประเมินความคุ้มค่าของการจัดทำโครงการโดยเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ได้รับจัดสรร  และ ผลผลิตที่ได้รับจากการดำเนินงานโครงการ 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 12 คน กำลังออนไลน์