บทสรุปสำหรับผู้บริหาร เรื่อง ). การประเมินโครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก)

สนธยา  จิตภิบาล. (2555).  การประเมินโครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) เทศบาลนครสงขลา  จังหวัดสงขลา

 

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

 

การประเมินโครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ  ประเมินบริบทของโครงการเกี่ยวกับความต้องการจำเป็น ความสอดคล้องและความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ของโครงการ  ประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ เกี่ยวกับความพร้อมของผู้รับผิดชอบโครงการ ความพร้อมของสถานที่ ความเพียงพอของงบประมาณและความเหมาะสมของปัจจัยในการดำเนินงาน  ประเมินกระบวนการของโครงการเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในการวางแผน การมีส่วนร่วมพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การมีส่วนร่วมในการใช้แหล่งเรียนรู้ของนักเรียน ครู และการนิเทศติดตามโครงการ  ประเมินผลผลิตของโครงการ เกี่ยวกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และความพึงพอใจของผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ประกอบด้วย ความรู้ความเข้าใจ ทักษะการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง รวมไปถึงทักษะการจัดการเรียนรู้ของครู  ผลการเรียนรู้ของนักเรียน และความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องที่มีต่อโครงการ โดยใช้ CIPP Model กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ทั้งสิ้น 630 คน ประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่างที่ได้มาด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง  ได้แก่  ผู้บริหารสถานศึกษา  จำนวน 3 คน  ตรู จำนวน 18 คน และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน รวม 34 คน และกลุ่มตัวอย่างที่ได้มาด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายโดยใช้ตารางของเครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970: 608)  ได้แก่  นักเรียน จำนวน 298 คน ผู้ปกครอง จำนวน 298 คน รวม 596 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามชนิดมาตราประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 6 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการประเมินโครงการสรุปได้ ดังนี้

ผลการประเมินโดยภาพรวม พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินทุกประเด็น เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ผลผลิต ปัจจัยนำเข้า  บริบท  และกระบวนการ ผลการประเมินรายประเด็นและตัวชี้วัด สรุปได้ดังนี้

1. ด้านบริบท พบว่า วัตถุประสงค์โครงการที่ระบุว่าเพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์ เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะนิสัย รักการทำงาน แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนให้มีความรู้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา เพื่อให้ครูสามารถจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้บริหารและครูมีความเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก  แต่ประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดในด้านนี้ คือ นักเรียนมีความสนใจ

ความต้องการโครงการนี้

2. ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่า การแต่งตั้งคณะผู้ดำเนินการโครงการ การกำหนดบทบาทหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการมีความเหมาะสม ครูและผู้เกี่ยวข้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการนี้การดำเนินโครงการ การวางแผนปฏิบัติการตามโครงการมีความชัดเจน มีระบบรายงานผลการปฏิบัติงานเหมาะสมและทันต่อเหตุการณ์ อีกทั้งโรงเรียนมีระบบที่เปิดโอกาสให้ครู ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมกับโครงการนี้ รวมไปถึงมีระบบสารสนเทศนักเรียนอย่างเหมาะสมและครอบคลุมทุกด้านและบุคลากรที่รับผิดชอบมีความรู้ ความสามารถทางด้านเทคโนโลยี อยู่ในระดับมาก แต่ห้องเรียนยังไม่มีความเหมาะสมต่อโครงการเท่าที่ควร

3. ด้านกระบวนการ พบว่า บรรยากาศการเรียนการสอนมีความเป็นกันเองระหว่างครูกับนักเรียนและนักเรียนกับนักเรียน มีทางเลือก คือ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกสร้างหรือปฏิบัติสิ่งที่ตนเองอยากทำหรือสนใจ มีความหลากหลายของรูปแบบและวิธีการในการสร้างงาน มีความหลากหลายของทักษะ คือ เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันหลายระดับ รวมถึงมีการกำหนดแผน หรือปฏิทินการปฏิบัติงาน มีการเผยแพร่ผลการดำเนินโครงการอย่างเหมาะสมต่อเนื่องอยู่ในระดับมาก แต่ผู้ปกครอง องค์กรอื่นๆ หรือชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนดำเนินโครงการน้อยมาก

4. ด้านผลผลิต พบว่า ด้านครู ครูมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เรียน มีทักษะในการสื่อความหมายกับผู้เรียน มีทักษะในการใช้วิจารณญาณตัดสินใจและแก้ปัญหา มีทักษะในการช่วยเหลือผู้เรียนและสามารถดึงความคิดให้ผู้เรียนแสดงออกได้ ส่วนด้านผู้เรียน พบว่า นักเรียนมีความพอใจในการเรียนรู้ตามแนวทางทฤษฎี Constructionism นักเรียนเรียนรู้ได้เอง รู้จักแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ด้วยตนเอง สามารถทำงานเป็นกลุ่มหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างเพื่อนนักเรียนและบุคคลอื่น มีความภาคภูมิใจในตนเอง เป็นคนดีมีคุณธรรม มีความรับผิดชอบในการทำงาน สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆได้ดี สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของตนเองและผู้อื่นได้ดี  ความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง โดยภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากและผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณารายตัวชี้วัดย่อย พบว่า ทุกตัวชี้วัดย่อยมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมิน เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียน ความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษา ครู กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และความพึงพอใจของนักเรียน

 

 

 

ข้อเสนอแนะ

 

โครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา เป็นทั้งแนวคิดใหม่และวิธีเรียนแบบใหม่ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านที่มาของความรู้ในโลกปัจจุบันและอนาคต ที่ความรู้มีมากมายและมาจากหลายแหล่งไม่เหมือนในอดีต จึงทำให้มีแนวคิดต่างๆ ได้ถูกนำมาใช้ร่วมกับทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา อันได้แก่ การเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติ (Learning by doing) การเรียนรู้จากการทำโครงการ (Project-oriented learning) ตลอดจนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. 2542 ที่ได้กล่าวถึง การเรียนรู้ด้วยตนเองที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Learner-centredlearning) และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) จึงเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาภายใต้การขับเคลื่อนของผู้บริหารสถานศึกษา  คณะครู  ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง นำแนวปฏิบัติไปสู่ห้องเรียน โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง มีความสามารถในการใช้สื่อทันสมัย และพัฒนาตนเองเต็มตามศักยภาพเหมาะสมและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพให้ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สูงขึ้น จากผลการประเมินโครงการโครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมิน โรงเรียนจึงควรดำเนินโครงการนี้ต่อไป และผู้เกี่ยวข้อง ควรนำผลการประเมินไปพัฒนาการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ตามข้อเสนอแนะดังนี้  

 1.  การกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการจะเป็นเข็มทิศชี้นำการปฏิบัติให้ไปสู่ความสำเร็จได้ดี จึงควรกำหนดวัตถุประสงค์ของโครงการให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางการศึกษาของสถานศึกษาและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาให้มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญาในโรงเรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์ รวมไปถึงเพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะนิสัย รักการทำงาน แสวงหาความรู้ด้วยตนเองตามความต้องการของนักเรียน ครูและผู้ปกครองนักเรียน อย่างแท้จริง การจัดกระบวนการเรียนนั้นควรฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้แก่นักเรียน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยตนเองได้ โดยจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ผู้เรียนทำได้ และทำเป็น เพื่อให้เกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงมีความรอบรู้สามารถนำสิ่งต่าง ๆ ที่ได้จากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

2.  ปัจจัยที่ใช้ในการดำเนินงาน ตามหลักการของทฤษฎี Constructionism ซึ่งเป็นการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติหรือสร้างสิ่งที่มีความหมายกับตนเองนั้นเครื่องมือที่ใช้จึงควรจะมีลักษณะที่เอื้อต่อการที่จะให้ผู้เรียนนำมาสร้างเป็นชิ้นงานที่สำเร็จและตอบสนองความคิดและจินตนาการของผู้เรียนได้ แม้แต่เทคนิควิธีการสอนก็เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ เป็นทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้ไปสู่ความสำเร็จ ควรสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือและเทคโนโลยี ที่ต้องใช้ในการดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับการทำกิจกรรม และควรพัฒนาบุคลากรผู้รับผิดชอบให้พร้อมก่อนที่จะปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และควรร่วมกันจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมและเพียงพอ เพื่อให้การจัดกิจกรรมการพัฒนาการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด  

3.  การปฏิบัติงานตามกิจกรรมของโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ มีหลายกิจกรรมที่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือกสร้างหรือปฏิบัติสิ่งที่ตนเองอยากทำหรือสนใจ มีความหลากหลายของรูปแบบและวิธีการในการสร้างงาน อีกทั้งมีความหลากหลายของทักษะเหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันหลายระดับ  สามารถถ่ายทอดประสบการณ์หรือแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันได้ เกิดความสามัคคีและมิตรภาพที่ดีต่อกัน บรรยากาศการเรียนรู้เหล่านี้ทำให้ผู้เรียนมีความสนุกสนานในการทำงาน มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จ  และควรสนับสนุนให้มีการประสานการปฏิบัติงานระหว่างผู้รับผิดชอบโครงการ ครูและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ เพื่อให้การดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ดำเนินไปได้อย่างคล่องตัวไม่ติดขัด บรรลุผลตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ

4.  ผลผลิตของโครงการ ครูจะต้องใช้เทคนิคการสอนแบบ Interactive Teaching คือ เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน เดินไปสังเกตการทำงานของผู้เรียนแต่ละคนว่ามีปัญหาใด และพิจารณาว่าปัญหานั้นครูต้องเข้าไปสอนเพราะเป็นปัญหาที่อาจจะยากเกินไปสำหรับผู้เรียน และครูจะต้องตอบปัญหา ข้อสงสัย รวมไปถึงแสดงความคิดเห็น หรือยกตัวอย่างปัญหาบางอย่างที่พบให้ผู้เรียนช่วยกันแก้ไข ดังนั้นในการดำเนินการสอนที่มีประสิทธิภาพนั้นผู้สอนควรใช้หลาย ๆ วิธีผสมผสานกัน ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอนเอง เพราะผู้สอนเองจะทราบดีว่าเนื้อหาในแต่ละช่วงนั้นควรจะใช้เทคนิคการสอนแบบใด เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ ได้แก้ปัญหา ลงมือปฏิบัติ มีอิสระในการเรียนรู้ และค้นหาคำตอบคำถามหรือองค์ความรู้ด้วยตนเอง ตอดจนนำความรู้หรือประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างมีประสิทธิภาพ ตามความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องให้มากยิ่งขึ้น  

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 39 คน กำลังออนไลน์