"คุมคุ้มกัน" ภารกิจครูกับการคุมกำเนิด

ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นครู  นอกจากจะเป็น แม่พิมพ์ของชาติ เป็นแม่แบบในการปั้นเด็กให้ก้าวเดินอย่างมั่นใจไปบนถนนสายวิชาการแล้ว ภารกิจแห่งการเป็นที่ปรึกษาชีวิตของเยาวชนยังเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเพศศึกษาและการคุมกำเนิด ที่แม้จะมีครูเขินอายในการตอบปัญหาเรื่องเพศกับวัยรุ่น  แต่สำหรับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นครูผู้แบกรับหน้าที่นี้แล้ว นั่นคือ ภารกิจสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ให้ความรู้และเสนอแนะทางออกที่ดีต่อชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้เลย

ถ้าหากพิจารณาจากผลการสำรวจของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขปี 2550 พบว่าวัยรุ่นไทยระดับอุดมศึกษา ร้อยละ 36 มีเพศสัมพันธ์แล้ว ส่วนเอแบคโพลล์  พบว่านักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. ร้อยละ 42.4 มีเพศสัมพันธ์แล้ว และอายุการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกมีแนวโน้มน้อยลงเรื่อย ๆ คือ 16 ปี  ร้อยละ 27 เท่านั้นที่เกิดด้วยความตั้งใจ

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ที่เข้ารับการรักษาภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีถึงร้อยละ 30 และเป็นเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 25 ปีถึงร้อยละ 46.8  นอกจากนี้ยังพบอัตราการเสียชีวิตจากการทำแท้งสูงถึง 300 คนต่อการทำแท้ง 1 แสนคน บางรายแม้รอดชีวิตแต่ต้องมีการตัดมดลูกทิ้ง หมดโอกาสเจริญพันธุ์ สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตได้มากมาย!

วันคุมกำเนิดโลก (WORLD CONTRACEPTION DAY)
เราอาจไม่รู้ว่า ทุกๆ ปีผู้หญิง 80 ล้านคนทั่วโลกต้องประสบกับปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์  และเป็นสาเหตุนำไปสู่การทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยของผู้หญิงจำนวน 20 ล้านคน  โดยใน 68,000 คนของผู้หญิงเหล่านี้ต้องเสียชีวิตลงเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งอย่างไม่ปลอดภัย 

ด้วยเหตุนี้องค์กรระดับโลกที่ดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของสตรี จึงได้รวมตัวกันจัดตั้ง “วันคุมกำเนิดโลก (World Contraception Day)” ขึ้นทุกวันที่ 26 กันยายนของทุกปี

สำหรับประเทศไทยสภาวิชาการคุมกำเนิดแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค (APCOC), กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไบเออร์ เชริ่ง ฟาร์มา ได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมรณรงค์ “วันคุมกำเนิดโลก พ.ศ. 2551” ภายใต้แนวคิดหลักคือ “คุมคุ้มกัน วันคุมกำเนิดโลก” ซึ่งมีความหมายถึง “คุณค่าของการคุมกำเนิด อันจะยังประโยชน์มหาศาลต่อการลดปัญหาสังคม”
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้คนหนุ่มสาววัยเจริญพันธุ์ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนบทบาทเป็นพ่อเป็นแม่เมื่อมีความพร้อม มากกว่ากลายเป็นพ่อเป็นแม่โดยไม่ตั้งใจผ่าน “ครู” ซึ่งเป็นผู้รู้ที่ดีที่สุดของวัยรุ่น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดให้กับวัยรุ่น วัยเรียน ที่ยังมีความไม่เข้าใจในเรื่องของเพศศึกษาอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะเรื่องของการคุมกำเนิดที่ในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายวิธีการให้พวกเขาได้เลือกปฏิบัติ เพียงแต่ขาดการชี้แนะ และเข้าใจที่ถูกต้องเท่านั้น

หนังสือ “คุมคุ้มกัน...เทคนิคการสอนเพศศึกษาและการคุมกำเนิดสำหรับครู” หนึ่งในอุปกรณ์การสื่อสารที่ดีสำหรับ “ครู” และ “นักเรียน” ที่ได้จัดทำสำหรับวันคุมกำเนิดโลกปีนี้ นับเป็นคู่มือที่แนะนำเทคนิคพิเศษที่ช่วยเสริมการเรียนการสอนเพศสสัมพันธ์และการคุมกำเนิดในชั้นเรียน ประกอบด้วย การสอนด้วยเทคนิค ถาม-ตอบ ซึ่งประกอบด้วยคำถามยอดฮิตที่วัยรุ่นสงสัยเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดพร้อมแนวการตอบที่สามารถนำไปใช้สอนนักเรียน นักศึกษาได้อย่างทันท่วงที

ครั้งแรกกับ สอนคุมกำเนิดด้วย “แผนที่ความคิดอัจฉริยะ (Mind Mapping)”
การสอนการคุมกำเนิดด้วยแผนที่ความคิดอัจฉริยะ คือการรวบรวมวิธิการคุมกำเนิดในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนประสิทธิภาพของการคุมกำเนิด มาจัดวางเป็นแผนผังอย่างง่าย เพื่อสะดวกต่อการจดจำ ทำให้การเรียนรู้ง่ายขึ้น ทั้งยังใช้แก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดการตัดสินใจอย่างเป็นเหตุเป็นผล

เทคนิคการสอนด้วยภาพ
สำหรับการสอนการคุมกำเนิดด้วยภาพนั้น เป็นการรวบรวมรูปภาพอุปกรณ์การคุมกำเนิดในรูปแบบต่างๆ พร้อมประสิทธิภาพและข้อดี ข้อเสีย นำมาทำเป็นสติกเกอร์เพื่อให้นักเรียนนำรูปการคุมกำเนิดมาแปะให้ตรงกับสรรพคุณอย่างถูกต้อง ซึ่งนับเป็นวิธีการสื่อสารที่จะทำให้นักเรียนนักศึกษาเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อออกไปมากที่สุดวิธีหนึ่ง

คิดจะสอนเพศศึกษาควรมีพื้นฐานความเชื่อและการให้คุณค่าในเรื่องต่อไปนี้
1. ต้องวางใจและเชื่อมั่นในศักยภาพของเยาวชน
2. เรื่องเพศเป็นความต้องการตามธรรมชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตปกติบุคคล
3. แต่ละบุคคลล้วนมีคุณค่าและศักดิ์ศรี จึงไม่สามารถแบ่งแยกกีดกันด้วยเพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม หรือรสนิยมทางเพศ
4. การบังคับทั้งทางกาย วาจา และใจ ทั้งโดยการใช้กำลังหรือการใช้วาจาบีบคั้น หรือการใช้อำนาจจากบทบาทที่ตนมีอยู่ให้ผู้อื่นปฏิบัติ คิด หรือเชื่อตาม โดยขัดเจตจำนงของบุคคลนั้น ถือว่าเป็นเรื่องผิดจริยธรรม
5. บุคคลย่อมต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและผลของการกระทำของตน
6. สัมพันธภาพระหว่างบุคคลที่ดีย่อมต้องมีการสื่อสารอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา เยาวชนควรได้รับการส่งเสริมให้เปิดเผยและสามารถบอกเล่า หรือปรึกษาความคับข้องใจในชีวิต รวมถึงเรื่องเพศ ไม่ว่าจะกับเพื่อน ผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง หรือคู่รักของตนโดยไม่มีการตัดสินคุณค่า
7. เมื่อพูดถึงการป้องกันการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์และการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แก่เยาวชน จะต้องมีทางเลือกมากกว่าการไม่มีเพศสัมพันธ์เท่านั้น
8. เยาวชนควรได้รับโอกาสที่จะรับรู้ข้อมูลอย่างรอบด้าน รวมทั้งมีโอกาสแลกเปลี่ยนทัศนะให้สามารถมองโลกได้อย่างรู้จักวิเคราะห์ และได้รับการฝึกฝนทักษะในการดำเนินชีวิต การมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น และการมีสุขภาวะทางเพศที่ดี
9. เยาวชนมีความคิดเห็นและมีความสามารถในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนเองได้ หากได้รับข้อมูลที่เป็นจริงอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งมีทัศนะที่เหมาะสมและมีทักษะในการจัดการกับทางเลือกเหล่านั้น
10. การเรียนรู้จากประสบการณ์ (ทั้งประสบการณ์จริงและประสบการณ์จำลอง) ถือเป็นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพยิ่ง ผู้ดำเนินกิจกรรมจึงควรมีทักษะที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เยาวชน

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 272 คน กำลังออนไลน์