พระเอกในวรรณคดี

รูปภาพของ bcskrumai

ห้ามลบ ขอให้เจ้าของผลงานประกวด แก้ไขข้อมูลได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2551 เวลา 23.30 น.
หากเลยกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ท่านเข้ามาแก้ไขข้อมูล ถือว่าโมฆะในการพิจารณาได้รับรางวัล
ซึ่งระบบของ Thaigoodview สามารถตรวจสอบได้ว่า ผลงานแต่ละชิ้น มีการแก้ไขเวลาใดบ้าง

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล


    วรรณคดีเป็นมรดกของชาติ  ซึ่งแสดงถึงความเจริญทางด้านภาษาและวัฒนธรรม รวมทั้งอารยธรรมของประเทศที่คนไทยควรหวงแหนและภาคภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติ ดังนั้นจึงได้รวบรวม พระเอกในวรรณคดีไทย เพื่อได้รู้จักและคุณค่าของวรรณคดี

Smileพระอภัยมณี

พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเป็นโอรสท้าวสุทัศน์และพระนางประทุมเกสรแห่งกรุงรัตนา เมื่อพระอภัยมณีและศรีสุวรรณมีอายุพอสมควร พระบิดามีรับสั่งให้ไปแสวงหาวิชาตาม

เยี่ยงกษัตรย์ทั้งหลาย

........................... ..........................................
พ่อจะแจ้งเจ้าจงจำคำโบราณ         อันชายชาญเชื้อกษัตริย์ขัตติยา
ย่อมพากเพียรเรียนไสยศาสตร์เวท          สิ่งวิเศษสืบเสาะแสวงหา
ได้ป้องกันอันตรายนัครา                     ตามกษัตริย์ขัตติยาอย่างโบราณ


พระอภัยมณีและศรีสุวรรณออกเดินทางไปจนถึงหมู่บ้านจันตคาม พบทิศาปาโมกข์สองคน คนหนึ่งชำนาญทางปี่ อีกคนหนึ่งชำนาญทางกระบอง สองพี่น้องมีความเสื่อมใส จึงสมัครเป็นศิษย์ขอเรียนวิชาอยู่ในสำนักนั้น พระอภัยมณีเรียนเป่าปี่ ส่วนศรีสุวรรณเรียนการต่อสู้ด้วยกระบองครั้นเรียนสำเร็จแล้ว พระอภัยมณีและศรีสุวรรณก็ลาอาจารย์ทิศาปาโมกข์กลับบ้านเมือง ท้าวสุทัศน์
ทรงทราบวิชาที่โอรสเรียนสำเร็จ ก็กริ้วว่าเลือกเรียนวิชาชั้นต่ำไม่สมกับเป็นโอรสของกษัตริย์ จึงขับไล่ออกจากบ้านเมือง ทั้งสองคนจึงเดินทางท่องเที่ยวไปได้รับความลำบาก ศรีสุวรรณปลอบพระอภัยมณีเป็นคติเตือนใจถึงคุณค่าของการมีวิชาความรู้ว่า


มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร           ชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี

พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเดินทางผ่านป่าเขาลำเนาไพรจนมาถึงชายทะเลแห่งหนึ่ง พบกับพราหมณ์สามคน ชื่อ โมรา มีความสามารถผูกหญ้าเป็นสำเภายนต์ สานนสามารถอ่านมนต์เรียกลมเรียกฝนได้ และวิเชียรมีฝีมือยิงธนูได้ครั้งละ 7 ดอก ต่างก็ทดลองอวดวิชากัน พระอภัยมณีแสดงความสามารถในการเป่าปี่ให้พราหมณ์ทั้งสามคนฟัง ไม่ช้าพราหมณ์ก็พากันหลับหมดทุกคนขณะนั้นนางผีเสื้อสมุทรตนหนึ่งออกหากิน พอได้ยินเสียงปี่ของพระอภัยมณีนางก็ "ป่วนฤดีดาลดิ้นถวิลหวัง" เมื่อเห็นพระอภัยมณีก็เกิดความรัก จึงตรงเข้าออุ้มพาไปไว้ยังถ้ำ พระอภัยมณีจำใจต้องอยู่กับนางผีเสื้อสมุทรจนเกิดโอรส ชื่อ สินสมุทร

วันหนึ่งขณะที่นางผีเสื้อสมุทรออกไปหากิน สินสมุทรผลักหินปากถ้ำหนีออกไปเที่ยว พบเงือกแก่จึงจับมาให้พระอภัยมณีดู เงือกอ้อนวอนขอให้ปล่อยไป แล้วจะยอมเป็นข้าพาพระอภัยมณีหนีจากนางผีเสื้อสมุทรไปยังเกาะแก้วพิสดาร พระอภัยมณีเห็นเป็นโอกาสที่จะหนี จึงให้สินสมุทรปล่อยเงือกแล้วห้ามเล่าเรื่องให้นางผีเสื้อสุมทรฟัง ต่อมานางผีเสื้อสุมทรฝันว่าเทวดาที่เกาะมาควักดวงตาทั้งสองข้างเหาะหนีไป นางตกใจตื่นเล่าความฝันให้พระอภัยมณีฟัง พระอภัยมณีเห็นเป็นโอกาสจึงทำนายฝันว่า นางกำลังมีเคราะห์ให้ไปถือศีลสะเดาะเคราะห์อยู่บนเขาเป็นเวลา 3 ราตรี นางผีเสื้อสมุทรเชื่อจึงออกไปจำศีล พระอภัยมณีจึงเรียกเงือกให้ช่วยพาหนีโดยมีนางเงือกน้อยผู้เป็นลูกติดตามไปด้วย
ครั้นครบกำหนดสามวัน นางผีเสื้อสมุทรกลับมายังถ้ำไม่เห็นพระอภัยมณีและสินสมุทรก็รู้ว่ามีคนพาหนีจึงออกติดตามด้วยความโกรธ

นางผีเสื้อเหลือโกรธโลดทะลึ่ง           โตดังหนึ่งยุคนธร์ขุนไศล
ลุยทะเลโครมครามออกตามไป                    สมุทรไทแทบจะล่มถล่มทลาย


นางผีเสื้อสมุทรตามพระอภัยมณีไปทันได้ฆ่าเงือกแก่ผัวเมียที่พาหนี แล้วออกติดตามลูกสาวเงือกซึ่งพาพระอภัยมณีหนีต่อไปจนถึงเกาะแก้วพิสดาร พระโยคีที่บนเกาะมาช่วยไว้ พระอภัยมณีสินสมุทรและนางเงือกจึงอาศัยอยู่กับพระโยคีที่บนเกาะ พระอภัยมณีได้นางเงือกเป็นชายา ต่อมาพระอภัยมณีและสินสมุทรบวชเป็นฤาษี          ฝ่ายศรีสุวรรณกับพราหมณ์ทั้งสามคน เมื่อตื่นขึ้นมาไม่พบพระอภัยมณี ต่างก็โศกเศร้า ครั้นคลายความโศกเศร้าแล้ว ศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสามก็ออกตามหาพระอภัยมณีจนมาถึงเมืองรมจักร มีท้าวทศวงศ์เป็นเจ้าเมือง มีพระธิดา ชื่อ เกสรา ท้าวอุเทนเจ้าเมืองแขกชวาส่งทูตมาขอต่อพระบิดา แต่ท้าวทศวงศ์ปฏิเสธท้างอุเทนจึงอภิเษกศรีสุวรรณกับพระธิดาเกสรา ทั้งสอง พระธิดาชื่อ อรุณรัศมี

กล่าวถึงเท้าสิลราช เจ้าเมืองผลึก มีพระธิดาชื่อ สุวรรณมาลี นางได้หมั้นหมายกับอุศเรน โอรสเจ้าเมืองลังกา เมื่อใกล้กำหนดการอภิเษก สุวรรณมาลีฝันไปว่า นางไปเที่ยวทะเล เห็นดวงแก้วอยู่กลางเกาะนางเหาะไปหยิบได้ โหรทายว่าจะมีเคราะห์ แต่จะได้คู่ครองที่เหมาะสม ท้าวสิลราชจึงพาพระธิดาไปเที่ยวทางทะเลจนมาถึงเกาะแก้วพิสดาร พระอภัยมณีและสินสมุทรจึงขอโดยสารเรือมาด้วย ผีพรายซึ่งนางผีเสื้อสมุทรสั่งให้มาคอยระวังมิให้พระอภัยมณีและสินสมุทรหนี นำความไปบอกนางผีเสื้อสมุทร นางจึงออกติดตามและทำลายเรือจนแตก ท้าวสิลราชสิ้นพระชนม์ในทะเล ส่วนพระอภัยมณีว่ายน้ำหนีไปบนเกาะแห่งหนึ่ง นางผีเสื้อสมุทรติดตามพระอภัยมณี แต่ไม่สามารถเข้าใกล้เกาะได้ด้วยพระโยคีให้มนต์วิเศษไว้ นางจึงอ้อนวอนขอให้ พระอภัยมณีไปอยู่ด้วยดังเดิม แต่พระอภัยมณีปฏิเสธ นางผีเสื้อสมุทรจึงร่ายเวทให้ฝนตก

"ทั้งฟ้าร้องก้องกระหึ่มเสียงครึมครืน          นภางค์พื้นบดบังกำลังมนต์"

ทั้งพายุทั้งฝนซัดพระหน่ำ พระอภัยมณีหนาวสั่นจึงตัดสินใจเป่าปี่สังหารนางผีเสื้อสมุทรเมื่อนางสิ้นชีวิตพระอภัยมณีก็เศร้าโศกคร่ำครวญถึงนางผีเสื้อสมุทรด้วยความสงสารว่า

สงสารนักภัคินีเจ้าพี่เอ๋ย       เป็นคู่เชยเคียงชิดพิสมัย
ถึงรูปชั่วตัวดำแต่น้ำใจ                  จะหาไหนได้เหมือนเจ้าเยาวมาลย์
............................................. ..........................................................
อันชาตินี้มีกรรมจำนิรา                   เมื่อชาติหน้าขอให้พบประสบกัน

เป็นมนุษย์ครุฑาเทวาธิราช              อย่ารู้ขาดเสน่หาจนอาสัญ
ให้สมวงศ์พงษ์ประยูรตระกูลกัน         อย่าต่างพันธุ์ผิดเพื่อนเหมือนเช่นนี้

พระอภัยอณีจะปลงศพนางผีเสื้อสมุทร แต่มีชีปะขาวมาห้ามไว้ว่าถ้าเผานางจะฟื้นคืนชีพอีก พระอภัยมณีจึงปล่อยนางให้เป็นหินอยู่ที่เชิงเขานั้นฝ่ายอุศเรนคู่หมั่นของสุวรรณมาลี เมื่อทราบว่าสุวรรณมาลีหายไป ก็นำเรือออกค้นหาจนมาพบพระอภัยมณีที่เกาะกลางทะเล จึงรับลงเรือมาด้วย ส่วนสุวรรณมาลีและสินสมุทรเมื่อเรือแตกแล้ว สินสมุทรได้ว่ายน้ำพาสุวรรณมาลีมาขึ้นที่เกาะแห่งหนึ่ง พบเรือของโจรสุหรั่งจึงอาศัยเรือเดินทางกลับ ระหว่างโจรสุหรั่งพยายามเกี้ยวพาราสีสุวรรณมาลี สินสมุทรโกรธจึงฆ่าโจรสุหรั่ง แล้วนำเรือออกเที่ยวค้นหาพระอภัยมณี มาจนถึงเมืองรมจักร เกิดรบกันขึ้น สินสมุทรจับศรีสุวรรณได้ ศรีสุวรรณเห็นพระธำรงค์ของพระอภัยมณีผูกที่ข้อมือของสินสมุทรก็จำได้ พบทราบว่าเป็นอาหลานกัน ก็ชวนกันออกติดตามพระอภัยมณีพร้อมด้วยอรุณรัศมีจนมาพบกับเรือของอุศเรน อุศเรนขอสุวรรณมาลีคืนจากสินสมุทร สินสมุทรไม่ยอมเพราะรักและนับถือสุวรรณมาลีเหมือนแม่

สินสมุทรพูดจาประสาเด็ก    ถึงเราเล็กก็ไม่ส่งอย่าสงสัย
รับบิดาก็ช่างใครเป็นไร                  หรือข้าใช้สอยเจ้าให้เอามา
เราตามติดบิตุรงค์ก็คงพบ              ไม่รักคบคนนอกศาสนา
เจ้าเลิกทัพกลับหลังไปลังกา           จะได้หาเมียงามเอาตามใจ

พระอภัยมณีขอร้องให้สินสมุทรคืนสุวรรณมาลีแก่อุศเรนด้วยเป็นผู้มีบุญคุณที่ให้อาศัยโดยสารเรือมาแล้ว

ตรัสบอกลูกน้อยกลอยสวาท     เจ้าหน่อเนื้อเชื้อชาติดังราชสีห์
อันรักษาศีลสัตย์กัตเวที                 ย่อมเป็นที่สรรเสริญเจริญคน
ทรลักษณ์อักตัญญุตาเขา               เทพเจ้าก็จะแช่งทุกแห่งหน
ให้ทุกข์ร้อนงอนหง่อทรพล              พระเวทมนต์เสื่อมคลายทำลายยศ
เพราะบิดามาด้วยอุศเรนนี้               คุณเขามีมากล้นพ้นกำหนด
เจ้าทำผิดก็เหมือนพ่อทรยศ            จงออมอดเอ็นดูพ่อแต่พองาม

สินสมุทรไม่ยอมส่งสุวรรณมาลี จึงรบกับอุศเรนและจับอุศเรนได้ พระอภัยมณีขอให้ปล่อยอุศเรนกลับไปยังเมืองลังกา สินสมุทรยอมปล่อย แต่อุศเรนได้รวบรวมไพร่พลเข้าต่อสู้รบพุ่งในเวลาค่ำและถูกปืนยิงบาดเจ็บ ต้องถอยทัพหนีกลับไปพระอภัยมณีพร้อมด้วยสุวรรณมาลี สินสมุทร ศรีสุวรรณและอรุณรัศมีเดินทางมาถึงเมืองผลึก พระนางมณฑล มเหสีของท้าวสิลราชรู้ว่าพระสวามีหายไปในทะเล จึงคิดจะอภิเษกพระอภัยมณีและสุวรรณมาลีให้ครองเมืองผลึก แต่สุวรรณมาลีน้อยใจพระอภัยมณีที่จะให้สินสมุทรคืนนางให้แก่อุศเรน จึงออกไปบวชชี ไม่ยอมอภิเษกด้วย ต่อมามีหญิงคนหนึ่ง ชื่อ วาลี เป็นเชื้อพราหมณ์มีความรอบรู้ในไตรเพทและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแต่เป็นคนรูปชั่วตัวดำ ด้อาสาเข้ารับราชการเพื่อทำนุบำรุงบ้านเมืองและอาสาออกอุบายให้พระอภัยมณีได้อภิเษกกับสุวรรณมาลี หลังจากนั้น ศรีสุวรรณสินสมุทร และอรุณรัศมีได้ลาพระอภัยมณีกลับเมืองรมจักรและไปเยี่ยมท้าวสุทัศน์ที่เมืองรัตนา

กล่าวถึงทางเกาะแก้วพิสดาร หลังจากพระอภัยมณีจากไปไม่นาน นางเงือกก็คลอดโอรสพระโยคีตั้งชื่อว่าสุดสาคร ครั้นสุดสาครเจริญเติบโตได้ร่ำเรียนวิชากับพระโยคี ต่อมาได้ม้านิลมังกรซึ่งสุดสาครจับได้ในทะเลเป็นพาหนะ และมีไม้เท้าวิเศษที่พระโยคีมอบให้เป็นอาวุธ สุดสาครลาพระโยคีออกตามหาพระบิดา ระหว่างทางผจญกับอันตรายต่างๆ ต้องต่อสู้กับพวกผีดิบ และพบชีเปลือยซึ่งต้องการม้ามังกรและไม้เท้าวิเศษ จึงหลอกสุดสาครว่าจะบอกมนต์ป้องกันตนบนภูเขา สุดสาครหลงเชื่อจึงถูกผลักตกลงไปในเหว ชีเปลือยได้ม้านิลมังกรและไม้เท้าแล้วเดินทางเข้าสู่เมืองการเวก ส่วนสุดสาครนั้นพระโยคีมาช่วยไว้ได้ แล้วสอนสุดสาครว่า      
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์    มันยากสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด        ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน            บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน            เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ          ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งไรไม่สู้รู้วิชา                       รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

จากนั้นสุดสาครเดินทางติดตามชีเปลือยไปเอาไม้เท้าคืนที่เมืองการเวก ท้าวสุริโยทัยเจ้าเมืองทรงรักใคร่สุดสาครมากรับไว้เป็นโอรสบุญธรรม และมีเสาวคนธ์พระธิดาเป็นเพื่อนเล่นฝ่ายอุศเรนพ่ายแพ้สินสมุทรกลับไปเมืองลังกามีแต่ความเจ็บแค้น จึงระดมพลจัดทัพใหญ่มุ่งตีเมืองผลึกมีพระบิดาเป็นทัพหลวง อุศเรนเป็นทัพหน้า การศึกษาครั้งนี้วาลีเป็นกำลังสำคัญในการวางแผนการรบทัพของเมืองผลึกได้ชัยชนะ พระอภัยมณีจับอุศเรนได้ แต่คิดถึงบุญคุณที่มีมาแต่เก่าก่อน จึงจะปล่อยไป วาลีมีความคิดว่า
"อันแม่ทัพจับได้แล้วไม่ฆ่า           ไปข้างหน้าศึกจะใหญ่ขึ้นใจหาย"

วาลีจึงใช้คำพูดยั่วจนอุศเรนอกแตกตายส่วนนางเองก็ถูกปีศาจอุศเรนเข้าสิงด้วยความพยาบาทจนวาลีถึงแก่ความตายไปด้วย ฝ่ายเจ้าลังกาถูกยิงด้วยธนูหนีไปรวบรวมไพร่พล เมื่อพระอภัยมณีส่งศพอุศเรนมาให้ เจ้าลังกาก็โศกเศร้าจนถึงแก่ชีวิต ทหารจึงนำพระศพกลับเมืองลังกา          ฝ่ายละเวงวัณลาพระธิดาของเจ้าลังกาได้ขึ้นครองเมือง มีสังฆราชเป็นที่ปรึกษา สังฆราชให้ละเวงทำการแก้แค้นโดยใช้เสน่ห์หญิงดำเนินการ ประกาศให้เจ้าเมืองต่างๆ ช่วยรบเมืองผลึก ใครชนะจะยอมอภิเษกด้วยแล้ววาดรูปส่งไปให้เจ้าเมืองต่างๆ ดู ร้อมกันนั้นสังฆราชก็สอนการทำเสน่ห์ยาแฝดให้และได้สร้างเมืองใหม่ใกล้ทะเล มีป้อมปราการมั่นคง    เจ้าละมานเป็นเจ้าเมืองทมิฬ ชาวเมืองดุร้าย

"ไม่กินข้าวชาวบุรินทร์กินแต่ปลา           กินช้างม้าสารพัดสัตว์แก่เนื้อ"

เจ้าละมานเห็นรูปละเวงที่ทูตนำมาให้เกิดหลงรัก จึงจัดทัพไปช่วยรบเมืองผลึก พระอภัยมณีทราบข่าวศึกก็ให้หวั่นพระทัยเพราะทัพของเจ้าละมานนั้น

"ทั้งไพร่นายกายสูงถึงหกศอก          หนังสือบอกมาว่ายักษ์มักกะสัน

จะเกณฑ์พลคนเราเข้าประจัญ               เล็กกว่ามันเหมือนหนึ่งหนูไปสู้ช้าง"


พระอภัยมณีจึงเป่าปี่สะกดทัพเจ้าละมาน แล้วจับใส่กรงไว้ได้ทั้งหมด เจ้าละมานพร่ำเพ้อถึงแต่ละเวง

นำรูปวาดของนาง      "..................................          มากอดจูบจิตปลงด้วยหลงใหล 

เฝ้าลูบเล่นเคล้นเคล้าเปล่าเปล่าไป              ยิ้มละไมหมายว่าองค์อนงค์นวล"


ผู้คุมจึงนำรูปละเวงไปถวายพระอภัยมณี เมื่อพระอภัยมณีเห็นรูปละเวงก็หลงรักพระอภัยมณีสั่งให้ทหารนำทัพเจ้าละมานไปปล่อยเกาะ เพื่อมิให้กลับมาทำศึกสงครามได้อีกเจ้าละมานเสียใจมากที่พ่ายแพ้การศึกและเสียดายรูปละเวงจึงสิ้นชีวิต แต่จิตพันผูกอยู่กับรูปวาดของละเวง

"เมื่อดับจิตคิดรำพึงถึงผู้หญิง         เป็นผีสิงรูปกระดาษที่วาดเขียน
เปรียบเหมือนเงาเข้านั่งระวังเวียน         ให้พิศเพี้ยนผีทับเข้าจับตา"

เมื่อปีศาจเจ้าละมานเข้าสิงรูปละเวง ทำให้พระอภัยมณีหลงรูปวาดจนห้ามผู้คนเข้าเฝ้า เอาแต่เชยชมรูปวาดแต่ผู้เดียว สุวรรณมาลีจึงลักรูปวาดมาเผาไฟ แต่ด้วยอำนาจของปีศาจเจ้าละมานจึงเผาไม่ไหม้ จะฉีกไม่ขาด พระอภัยมณีรู้ก็โกรธ เข้าไล่ตีสุวรรณมาลีแล้วแย่งรูปกลับคืนไป พระนางมณฑาพระมารดาของสุวรรณมาลีจึงเข้ามาปลอบพระอภัยมณีชี้แจงให้เห็นภัยจากรูปวาด แล้วขอไปทิ้งน้ำ พระอภัยมณีจึงหายคลุ้มคลั่ง แต่พอพลบค่ำ รูปวาดที่มีผีสิงก็กลับคืนมาหาพระอภัยมณีได้อีก


สุดสาครพักอยู่ที่เมืองการเวกเป็นเวลาหลายปี จึงทูลลาท้าวสุริโยทัยออกเดินทางตามหาพระอภัยมณีเสาวคนธ์และหัสไชยพระธิดาและพระโอรสเจ้าเมืองการเวกขอติดตามไปกับสุดสาครด้วยเจ้าเมืองการเวกจึงจัดเรือกำปั่นและไพร่พลให้ไปกับสุดสาคร ระหว่างทางผ่านเกาะกาวิน ผีเสื้อยักษ์โฉบเสาวคนธ์และหัสไชยไปสุดสาครปราบผีเสื้อยักษ์ช่วยไว้ได้ แล้วออกเดินทางจนมาถึงเมืองผลึก ขณะนั้นพระอภัยมณีประชวรคลุ้มคลั่งหลงรูปละเวง ประจวบกับกองทัพอาสาของละเวงยกมารบเมืองผลึกหลายทัพด้วยกัน

"เมืองละหุ่งกรุงเตนกุเวนละวาด         เมืองวิลาศวิลยาชวาฉวี
ถึงเมืองเงาะเกาะวลำสำปะลี                     จะชิงตีเมืองผลึกเป็นศึกรุม"

สุวรรณมาลีรักษาเมืองผลึก สุดสาครจึงช่วยรบป้องกันเมืองผลึก การรบคราวหนึ่ง สุวรรณมาลีนำทัพออกรบตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึก สุดสาครมาช่วยได้ทัน สุวรรณมาลีออกรบหลายครั้งและถูกเกาทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บ เมื่อศรีสุวรรณได้รับหนังสือทางเมืองผลึกบอกข่าวศึก ก็ยกทัพมาช่วยพร้อมสินสมุทร ขณะเดินทางสินสมุทรได้สิงโตเป็นพาหนะ เมื่อยกทัพมาถึงทราบว่าสุดสาครตั้งทัพช่วยอยู่นอกเมือง จึงให้สินสมุทรไปรับสุดสาครเข้าเมือง สุดสาครอาสาช่วยแก้ไขพระอภัยมณีหายคลุ้มคลั่งจากรูปวาด

"เสกไม้เท้าดาบสจดกระดาษ        เสียงรูปวาดหวีดร้องสยองขน
แล้วซ้ำตีผีร้ายก็วายชนม์                     กระดาษป่นเป็นประกายวุบหายไป"

เมื่อพระอภัยมณีหายคลุ้มคลั่งแล้ว จึงส่งทูตถือหนังสือไปยังข้าศึกขอทำสงครามแบบธรรมยุทธ์คือรบกันเพราะตัวแม่ทัพเพื่อมิให้เสียไพร่พล พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร สุดสาครและพราหมณ์ทั้งสามคนออกรบ ส่วนข้าศึกเหลือทัพวิลยา ชวา ฉวี และมีทัพเพิ่มเติมมาอีกหกทัพ คือ ทัพเมืองละเมด มลิกัน สำปันหนากรุงกะวิน จีนตั๋ง อังคุลา รวมเป็นเก้าทัพ การรบครั้งนี้ เจ้าละเมด เจ้าคุลาและเจ้ากะวินตายในที่รบ ส่วนจีนตั๋งมีทุรันเป็นอาวุธ สินสมุทรและสุดสาครถูกทุรันฟาดเป็นไฟกรดสลบไป เสาวคนธ์ได้ใช้เกาทัณฑ์ยิงถูกจีนตั๋งจึงถอยทัพกลับ พวกข้าศึกอิจฉาจีนตั๋งจึงลอบส่งข่าวให้พระอภัยมณีทราบวิธีดับพิษไฟกรดโดยใช้น้ำฝน พระอภัยมณีจึงให้พราหมณ์สานนเรียกฝนมาช่วยสินสมุทรและสุดสาคร และเรียกลมพายุพัดกระหน่ำกองทัพข้าศึกจนค่ายคูประตูหอรบพังพินาศ พระอภัยมณีจึงยกทัพออกตีได้ชัยชนะจับข้าศึกได้มากมาย         หลังจากเสร็จการศึก สุดสาครก็ลาพระอภัยมณีกลับเมืองการเวก พระอภัยยกทัพไปตี
เมืองลังกาเป็นการตอบแทนและเพื่อตัดศึกใหญ่ต่อไปด้วย ทางลังกาให้เจ้าเซ็นระด่ำและเจ้ามะหุดซึ่งอาสาออกสงครามทำการรบแต่ถูกทัพเมืองผลึกตีแตกพ่ายไป สินสมุทรถูกปืนข้าศึกยิงตกน้ำ ครั้นน้ำขึ้นซัดร่างไปเกยหาด เมื่อถูกแดดก็ฟื้นและลอบเข้าไปในเมืองใหม่ เห็นละเวงก็เข้าจับแต่ละเวงมีตราราหูจึงหนีไปได้ สินสมุทรจับเจ้าเซ็นระด่ำและเจ้ามะหุดมาถวายพระอภัยมณี และให้คุ้มขังไว้ เมื่อละเวงหนีไปได้จึงทำกลศึกตั้งค่ายกลตามตำราที่พระสังฆราชสอนไว้ และทำรถกลมีรูปละเวงนั่ง ศรีสุวรรณและสินสมุทรออกรบติดค่ายกลของละเวง พระอภัยมณีจึงเป่าปี่ห้ามทัพ

พระโหยหวลครวญเพลงวังเวงจิต    ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง
ว่าจากเรือนเหมือนนกที่จากรัง               อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย
ถึงยามค่ำย่ำฆ้องจะร้องไห้                   ร่ำพิไรรัญจวนหวลละห้อย
โอ้ยามดึกดาวเคลื่อนเดือนก็คล้อย            น้ำค้างย้อยเย็นฉ่ำที่อัมพร
หนาวอารมณ์ลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อนชื่น           ระรวยรื่นรินรินกลิ่นเกสร
แสนสงสารบ้านเรือนเพื่อนที่นอน             จะอาวรณ์อ้างว้างอยู่วังเวง

ทหารในกองทัพทั้งสองฝ่าย เมื่อได้ยินเสียงปี่พระอภัยมณี ต่างก็พากันหลับหมด ส่วนนางละเวงมีตราราหูไว้คุ้มกันจึงไม่หลับ ขับม้าออกรับกับพระอภัยมณีที่นั่งเป่าปี่บนรถ พระอภัยมณีพบละเวงก็เกิดความรักจึงเป่าปี่เกี้ยวละเวง

ต้อยตะริดติดตี่เจ้าพี่เอ๋ย      จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน
แอ้อีอ่อยสร้อยฟ้าสุมาลัย              แม้นเด็ดได้แล้วไม่ร้างให้ห่างเชย
ฉุยฉายชื่นรื่นรวยระทวยทอด          จะกล่อมกอดกว่าจะหลับกับเขนย
หนาวน้ำค้างพร่างพรมลมรำเพย       ใครจะเชยโฉมน้องประคองนวล
เสนาะดังวังเวงเป็นเพลงพลอด        เสียงฉอดฉอดชดช้อยละห้อยหวล
วิเวกแว่วแจ้วในใจรัญจวน             เป็นความชวนประโลมโฉมวัณลา

ละเวงได้ฟังเพลงปี่ก็ลืมองค์หลงรักพระอภัยมณี แต่แล้วก็หักใจควบม้าหนีกลับเข้าเมืองลังการะหว่างทางละเวงได้ดินถนันเรียกว่านมพระธรณี หนึ่งพันปีจึงจะผุดขึ้นมาจากพื้นดินครั้งหนึ่ง ผู้กินดินถนันจะอายุยืนเป็นหนุ่มสาวและผิวพรรณผ่องใส และได้พบบาทหลวงปีโปที่บ้านป่าสิกคารนำได้ขอยุพาผกาและสุลาลีวันซึ่งเป็นกำพร้าและบาทหลวงปีโปชุบเลี้ยงไว้มาเป็นธิดาบุญธรรมเมื่อเดินทางมาถึงป่ากาลวัน ละเวงก็ได้อ้ายย่องตอดผีดิบเป็นทหารคอยรับใช้ติดตามมาด้วยหลังจากละเวงหนีไปแล้ว พระอภัยมณีก็ยึดเมืองใหม่ของลังกาได้ แล้วยกทัพเข้าตีด่านดงตาลอิเรน นายด่านตายในที่รบ รำภาสะหรีบุตรสาวของนายด่านป้องกันรักษาด่านแทนพ่อ มีหนังสือบอกไปยังเมืองลังกาละเวงให้จัดทัพป้องกันด่าน แต่ด้านทัพเมืองผลึกไม่ได้จึงเสียด่านดงตาล รำภาสะหรีหนีไปเฝ้าละเวงที่เมืองลังกาและอยู่รับราชการด้วย ละเวงให้ยุพาผกาและสุลาลีวันยกทัพไปรักษาด่านเจ้าเขาประจัญ ได้สู้รบกับทัพเมืองผลึกแต่ไม่สามารถเอาชนะได้ ละเวงคิดจะหย่าศึกจึงปรึกษากับสังฆราช สังฆราชออกอุบายให้ละเวงลวงพระอภัยมณีเป่าปี่แล้วให้เอาไฟเผากองทัพ แต่ละเวงนั้นรักพระอภัยมณี "จะตัดรักหักสวาทไม่ขาดรอน" เมื่อยกกองทัพออกไป ละเวงก็ใจอ่อนให้เลิกทัพกลับ เป็นเหตุให้สังฆราชโกรธ ยุพาผกาจึงออกอุบายยกกองทัพออกไปให้พระอภัยมณีเป่าปี่ เมื่อทหารในกองทัพหลับก็พาพระอภัยมณีขึ้นรถละเวงพาไปเมืองลังกา แล้วให้รำภาสะหรีออกอุบายตัดศรีษะทหารที่คล้ายพระอภัยมณีส่งให้สังฆราช สังฆราชสำคัญว่าพระอภัยมณีตายจริงจึงให้นำศพไปเก็บไว้ ฝ่ายศรีสุวรรณให้คนลอบเข้าไปในด่านเจ้าเขาประจัญไปลักศรีษะปลอมของพระอภัยมณีออกมาได้ต่างโศกเศร้าคิดว่าพระอภัยมณีตายจริง ส่วนสังฆราชให้ทูตถือหนังสือแจ้งว่าจับพระอภัยมณีได้ ให้เมืองผลึกเลิกทัพกลับไปแล้วจะปล่อยพระอภัยมณี ศรีสุวรรณจึงจับทูตไว้แล้วให้สินสมุทรปลอมเป็นทูตลอบเข้าไปในด่านสินสมุทรเข้าไปในด่านจุดไฟเผาบ้านเรือนแล้วเปิดประตูเมืองรับทัพเมืองผลึก ศรีสุวรรณนำทัพเข้าไปในด่านค้นหาศพพระอภัยมณี เมื่อพบศพจึงทราบว่าเป็นศพปลอม แล้วยกทัพเข้าล้อมเมืองลังกาไว้ ศรีสุวรรณและสินสมุทรเข้าเฝ้าพระอภัยมณีที่เมืองลังกา จึงถูกรำภาสะหรีและยุพาผกาทำเสน่ห์ไม่กลับออกไป ยังกองทัพ พราหมณ์ทั้งสามคนจึงส่งข่าวให้สุวรรณมาลีทราบ สุวรรณมาลีแจ้งข่าวให้สุดสาครและอรุณรัศมีทราบแล้วยกทัพไปเมืองลังกา สุดสาครทราบข่าวจึงยกทัพพร้อมด้วยหัสไชยมาช่วยสุวรรณมาลีมีสารตัดพ้อพระอภัยมณีและมีสารถึงละเวงเป็นเชิงเตือน
"อันเป็นหญิงชิงคู่เขาชูชื่น          เหมือนกล้ำกลืนของสำลักมักสะอึก"

ละเวงโกรธคำประชดประชันจึงมีหนังสือตอบว่า

อุศเรนพี่ของเราขอเจ้าได้       เจ้ามิใช่มเหสีพระพี่หรือ
กลับมีชู้สู่ผัวไม่กลัวมือ                   ยังจะถือตัวดีหรือพี่สะใภ้

สุวรรณมาลีแค้นใจในคำโต้ตอบจะยกกองทัพเข้าตีเมืองลังกา แต่สุดสาครค้านไว้และอาสาแก้เสน่ห์ในวังแต่แล้วก็ถูกเสน่ห์ของสุลาลีวัน สุวรรณมาลีจึงยกทัพเข้าโจมตี เมื่อไปถึงหน้าป้อมถูกละเวงเย้ยหยันจนเป็นลมต้องเลิกทัพกลับค่าย สุวรรณมาลีจึงมีสารแจ้งเหตุไปเมืองการเวกและเมืองรมจักร ท้าวทศวงศ์แห่งเมืองรมจักรจึงยกกองทัพมาพร้อมด้วยอรุณรัศมี ส่วนท้าวสุริโยทัยเจ้าเมืองการเวกให้พราหมณ์ทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ยกทัพมาพร้อมด้วยเสาวคนธ์ พราหมณ์ทิศาปาโมกข์ให้หัสไชยนำธงยันต์ไปแก้เสน่ห์พาสินสมุทรและสุดสาครออกมาแต่ยุพาผกาและสุลาลีวันให้สังฆราชช่วยแก้ไขแล้วให้ย่องตอดสะกดทัพลักพาสินสมุทรและสุดสาครคืนไป แล้วเขียนหนังสือปลอมของสุดสาครตัดรักเสาวคนธ์ เป็นเหตุให้เสาวคนธ์โกรธแค้นมาก จึงปลอมตนเป็นชาวสิงหลไปหน้าป้อม ยิงแก้มสุลาลีวันด้วยเกาทัณฑ์  
จะยิงล่อพอให้เมียนั้นเสียโฉม       เมื่อผัวโลมจะได้เห็นว่าเป็นแผล
พอลีวันผันเพ่งไปเล็งแล                   นางหมายแน่ยิงขวับกลับอัสดร
พอถูกปรางนางฝรั่งเข้าดังปุ              แก้มทะลุลูกตลอดไม่ถอดถอน
นางร้องกรีดหวีดผวาสุดสาคร            ประคองกรกอดเมียนึกเสียใจ

ละเวงโกรธสั่งยกทัพออกตีค่ายสุวรรณมาลีในเวลาดึก ทัพเมืองการเวกเข้าช่วย ตีทัพเมืองลังกาแตกพ่ายพระอภัยมณียกทัพออกช่วยละเวง

พระอภัยใจหายเห็นตายมาก    ดูศพซากซ้อนสมแทบลมจับ
เร่งโยธาฝรั่งเดินคั่งคับ              ไม่พบทัพเที่ยวมาถึงป่าแดง

พระอภัยมณีไม่พบละเวงจึงเป่าปี่เรียก แล้วคบคิดกับละเวงจะตีทัพเมืองผลึก โดยจะเป่าปี่ให้ทักเมืองผลึกหลับแล้วจุดไฟเผา แต่เมื่อทัพเมืองลังกายกออกมา พราหมณ์ทิศาปาโมกข์ให้ทหารเอาขี้ผึ้งอุดหู แล้วทำพิธีเชิญพระโยคีเกาะแก้วพิสดารมาห้ามทัพ ขณะที่กองทัพทั้งสองฝ่ายรบกันนั้น พระโยคีเกาะแก้วพิสดารก็มาเทศนาให้สงบศึก
ขณะนั้นค่อนดึกศึกสงบ                 ต่างนอบนบนับถือพระฤาษี
ไม่กริบเกรียบเงียบสงัดทั้งปฐพี             พระโยคีเทศนาในอาการ
คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้               ย่อมเฒ่าแก่เกิดโรคโศกสงสาร
ความตายหนึ่งพึงให้เห็นเป็นประธาน       หวังนิพพานพ้นทุกข์สนุกสบาย
ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้              เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย
อันศีลห้าว่าอย่าทำให้จำตาย                จะตกอบายภูมิขุมนรก
..............................................      ......................................................................
ประการหนึ่งซึ่งขาดพระศาสนา             ทั้งโลกาเกิดทุกข์ถึงยุคเข็ญ
ซึ่งจะหลับดับร้อนให้ผ่อนเย็น               ก็ต้องเป็นไมตรีปรานีกัน

เมื่อการรบสิ้นสุดลง ทุกฝ่ายเป็นไมตรีกัน ละเวงจัดเลี้ยงฉลองการยุติศึก แล้วพาไปดูเขาโครตเพชรเสาวคนธ์ จึงขอโคตรเพชรจากละเวง ขณะเสาวคนธ์ขุดโครตเพชร

"แผ่นดินไหวเลื่อนลั่นเสียงครั่งครื้น"

เมื่อเสร็จการศึก พระอภัยมณีจึงกลับเมืองผลึกแล้วอภิเษกสินสมุทรกับอรุณรัศมี แต่อรุณรัศมีโกรธสินสมุทรจึงไม่ยอมเข้าหอ สินสมุทรป่วยเป็นไข้ใจ ท้าวทศวงศ์จึงให้อรุณรัศมีไปช่วยพยาบาล ส่วนเสาวคนธ์ลอบหนีออกจากเมืองการเวกปลอมตัวเป็นฤาษีชื่อพระอัคนี ด้วยไม่ยอมอภิเษกกับสุดสาคร สุดสาครออกเดินทางไปจนถึงหน้าด่านเมืองวาหุโลมจึงเกิดรบกับเจ้าเมืองวาหุโลมตีเมืองวาหุโลมได้ สุดสาครออกติดตามเสาวคนธ์และพบเสาวคนธ์ที่เมืองวาหุโลม

กล่าวถึงเมืองลังกา ละเวงมีโอรสกับพระอภัยมณี ชื่อมังคลา รำภาสะหรีมีโอรสกับศรีสุวรรณ ชื่อวลายุดา ยุพาผกามีโอรสกับสินสมุทร ชื่อวายุพัฒน์ และสุลาลีวันมีโอรสกับสุดสาคร ชื่อหัสกันละเวงได้มอบเมืองลังกาให้มังคลาครอง มีวลายุดา วายุพัฒน์ และหัสกัน เป็นอุปราช สังฆราชยุให้มังคลาไปชิงโครตเพชรที่เสาวคนธ์ขอไป มังคลาจึงให้หัสกันและวายุพัฒน์ยกทัพตีเมืองการเวกกองทัพเมืองลังกายกไปตีเมืองการเวกยิงปืนใหญ่และจุดไฟเผาผลาญบ้านช่องผู้คนล้มตายเป็นอันมาก
พวกข้าศึกครึกครื้นยิงปืนใหญ่             ไฟยิ่งไหม้มือคลุ้มคลุ้มโขมง

จะเหลียวแลไปทางไหนไฟลุกโพลง             ติดเรือนโรงโผงผางสว่างไป

หัสกันและวายุพัฒน์เข้าเมืองการเวกได้โครตเพชรคืนกลับไปเมืองลังกา ท้าวสุริโยทัยจึงมีหนังสือบอกไปยังเมืองผลึก ขณะนั้นพระอภัยมณีไปงานศพท้าวสุทัศน์พระบิดาที่เมืองรัตนา หัสไชยซึ่งอยู่ที่เมืองผลึกจึงรีบกลับเมืองการเวก สุวรรณมาลีมีหนังสือบอกข่าวไปให้ละเวงทราบ แต่หนังสือไม่ถึงมือละเวง มังคลารับไว้จึงให้วายุพัฒน์และหัสกันยกทัพไปตีเมืองผลึก ทัพลังกามาถึงเมืองผลึกเที่ยวจุดไฟเผาผลาญบ้นช่องที่อยู่นอกเมือง
เที่ยวจุดไฟไหม้โขมงพลุ่มโพลงพลาม       แสงเพลิงลามลุกลอบรอบบุรี

วายุพัฒน์และหัสกันจับสุวรรณมาลีและสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาพระธิดาทั้งสององค์ไปกักขังไว้ที่ค่ายดงตาล มังคลาให้วลายุดายกทัพไปตีเมืองรมจักรจับท้าวทศวงศ์และมเหสีไปกักขังไว้ที่ค่ายดงตาลด้วยแม้ว่ากฤษณาโอรสของศรีสุวรรณเกิดจากศรีสุดา ยุขันธ์บุตรพราหมณ์สานน มะหุดบุตรพราหมณ์วิเชียร และมังกรบุตรพราหมณ์โมรา จะยกทัพออกช่วยเหลือท้าวทศวงศ์ แต่วลายุดาสุดสาครและเสาวคนธ์ทราบข่าวเมืองลังกายกทัพมาเผาเมืองการเวก จึงรีบยกทัพไปเมืองลังกา ส่วนหัสไชยเมื่อทราบว่าสุวรรณมาลีและสร้อยสุวรรณจันทร์สุดาถูกจับ ก็รีบยกทัพไปตีกองเรือของเมืองลังกาแตกพ่าย มังคลาจึงให้วายุพัฒน์และหัสกันออกรบตั้งแต่เช้าจนค่ำ ไม่มีใครแพ้ชนะจึงเลิกทัพกลับ พอเวลาดึกหัสไชยยกพลเข้าตีทัพลังกาที่กำลังหลับ รบกันจนรุ่งเช้า สุดสาครยกทัพมาถึงพอดี จึงช่วยหัสไชยรบ ยึดได้ค่ายลังการิมฝั่งน้ำ มังคลาเห็นทัพหนุนจากสุดสาครจึงให้ทหารละหม่านเป็นทหารอาสาไปเผากองเรือของหัสไชยและสุดสาคร แล้วตีกระหนาบยึดค่ายคืน เสาวคนธ์จึงทำกลศึกให้ทหารปลอมเข้าไปในเมืองใหม่และค่ายของมังคลาแล้วจังยกทัพเข้าตียึดค่ายและเมืองใหม่คืน มังคลาหนีและรบกับสุดสาคร ซึ่งนำทัพสะกัดจับแต่มังคลาหนีรอดไปได้ ไปอยู่ที่ด่านเขาเจระจัญส่วนละเวงทราบข่าวศึกและรู้ว่ามังคลาจับท้าวทศวงศ์และสุวรรณมาลีมาขังไว้ จึงรีบออกไปช่วยมังคลาทราบว่าละเวงมาจึงหนีไม่ยอมพบหน้า ละเวงจึงไปช่วยสุวรรณมาลีและท้าวทศวงศ์ และนำไปไว้ในเมืองลังกา

นางวัณลาสารภาพพึ่งทราบเกล้า    ว่าลูกเต้าเจ้ากรรมทำข่มเหง

ไม่บอกแม่แต่มันคิดกันเอง             ไม่ยำเยงเกรงพระราชอาญา

พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเมื่อเสร็จงานท้าวสุทัศน์แล้ว ทราบข่าวการศึกจึงยกทัพไปเมืองลังกาและมีหนังสือขอให้มังคลาออกไปพบแต่โดยดี แต่มังคลาไม่ยอม พระอภัยมณีจึงให้หัสไชยถือหนังสือไปให้ละเวงเพื่อให้แม่ลูกได้พูดจากัน "ช่วยกล่าวน้าวโน้มประโลมลาญ  ให้ลูกหลานคิดคงเป็นพงศ์พันธุ์" ละเวงแค้นมังคลาจึงถอดยศมังคลา แล้วยกทัพไปตีด่านเจ้าเขาประจัญ มังคลาพากองทัพหนีและรำพึงว่า

"แต่พ่อมาราวีแล้วมิหนำ       แม่ยังซ้ำทำเข็ญให้เป็นสอง"

มังคลาให้วลายุดา และวายุพัฒน์ตีด่านเจ้าเขาประจัญคืนได้ ละเวงหนีออกจากค่าย วลายุดาและวายุพัฒน์ จึงยกทัพเลยไปตีเมืองลังการบกับหัสไชยที่อยู่ในเมือง สังฆราชเห็นว่ามังคลาคงแพ้ศึก จึงเผาเมืองลังกา แล้วพาผู้คนหนีออกจากเมืองไปพบหัสกัน พากันไปหามังคลาวลายุดาและวายุพัฒน์สู้กับหัสไชยไม่ได้หนีไปหามังคลา มังคลาทราบเรื่องราวแพ้ศึก จึงทำอุบายสร้างหุ่นพระอภัยมณีศรีสุวรรณ สินสมุทร สุดสาคร และเสาวคนธ์ผูกติดไม้กางเขน ทำกลห้ามทัพละเวง ละเวงจึงถอยทัพกลับเมื่อพระอภัยมณียกทัพมาถึงก็ทำอุบายชักหุ่นสุวรรณมาลี สร้อยสุวรรณ จันทร์สุดา และหัสไชย ทำกลร้องบอกให้พระอภัยมณีเลิกทัพกลับ มิฉะนั้นมังคลาจะฆ่า พระอภัยมณีจึงเป่าปี่จับ มังคลาและพรรคพวก มังคลามีตราราหูหนีไปได้พร้อมกับสังฆราช ส่วนวลายุดาวายุพัฒน์และหัสกัน ถูกจับ แต่หลบหนีออกจากที่คุมขังไปได้ พระอภัยมณีเข้าเมืองลังกา แล้วอภิเษกสุดสาครกับเสาวคนธ์ หัสไชยกับสร้อยสุวรรณ และจันทร์สุดา      หลังงานอภิเษก ศรีสุวรรณพาท้าวทศวงศ์กลับเมืองรมจักร หัสไชยพาสร้อยสุวรรณและจันทร์สุดากลับเมืองการเวก สินสมุทรได้ครองเมืองผลึก สุดสาครได้ครองเมืองลังกา ส่วนพระอภัยมณีออกบวชเป็นฤาษีพร้อมด้วยสุวรรณมาลี และละเวงวัณลาที่เขาสิงคุตร์

แนวคิดในเรื่องพระอภัยมณี สุนทรภู่ชี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า ตัณหาของมนุษย์ได้แก่ รูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส ทำให้เกิดความรัก ความหึงหวง ความโกรธ ความอาฆาตพยาบาลย่อมนำไปสู่ความวุ่นวายจนถึงขั้นทำสงคราม เมื่อดับตัณหาเหล่านี้ได้ก็ทำให้เกิดความสุขความสงบดังเช่น พระฤาษีเกาะแก้ว-พิสดารได้เทศนาโปรดกองทัพให้สงบศึกว่าซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่นนี้ เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย นอกจากนั้นสุนทรภู่ยังชี้ให้เห็นว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยคนทั้งโลก มีคุณธรรมและยึดมั่นในศาสนา ดังกลอนว่า
"ประการหนึ่งซึ่งขาดพระศาสนา ทั้งโลกาเกิดทุกข์ถึงยุคเข็ญ"

ปมปัญหาสำคัญของเรื่องก็คือ ความหึงหวงระหว่างสุวรรณมาลีและละเวงวัณลา ซึ่งเป็นปัญหาขัดแย้งของตัวละครแต่ก็คลี่คลายปัญหาได้โดยทั้งสองต่างรักกันประดุจพี่และน้อง และทั้งสองก็ออกบวช พร้อมพระอภัยมณีแสดงให้เห็นว่าการดับตัณหาความหึงหวง ความโกรธเคืองทำให้เกิดความสงบสุขได้สุนทรภู่ใช้ จินตนาการ คิดฝันเกี่ยวกับวิทยาการก้าวหน้าในด้านวิศวกรและเครื่องจักรกลต่างๆจินตนาการเหล่านั้นได้กลายเป็นความจริงในภายหลัง อย่างเช่น เรือของโจรสุหรั่งมีขนาดใหญ่ปลูกตึก ปลูกต้นไม้เลี้ยงสัตว์ ดังกลอนว่า

มีกำปั่นนั้นยาวยี่สิบเส้น      กระทำเป็นตึกกว้านสถานถิ่น
หมากมะพร้าวส้มสูกปลูกไว้กิน     ไม่สู้สิ้นเอมโอชโภชนา
เลี้ยงทั้งแพะแกะไก่สุกรห่าน       คชสารม้ามิ่ง มหิงสา
มีกำปั่นห้าร้อยลอยล้อมมา         เครื่องศัสตราสำหรับครบทุกลำ

จินตนาการของสุนทรภู่เป็นความจริงในปัจจุบัน มีเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ เรือบรรทุกเครื่องบิน แม้จะไม่ได้ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ แต่ก็มีสระว่ายน้ำ โรงภาพยนตร์ ร้านค้า และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆบนเรือ นอกจากนั้นยังจินตนาการถึงหีบเสียงซึ่งเป็นจินตนาการก่อนที่วิทยาศาสตร์จะคิดประดิษฐ์หีบเสียงขึ้นดังกลอนว่า

ฝ่ายยุพาผการำภาสะหรี          ไขดนตรีที่ตั้งกำบังแฝง
เหมือนดนตรีปี่พาทย์ไม่พลาดแพลง     เสียงกระแสงซ้อนเพลงวังเวงใจ
กระจับปี่สีซอเหมือนกรอกรีด           บัณเฑาะว์ดีดดนตรีปี่ไฉน
นางสำหรับขับร้องทำนองใน            บ้างขับไม้มโหรีให้ปรีดิ์เปรม
...............................................      .......................................................................
บรรดานั่งฟังขับให้วับวาบ             ด้วยเสียงทราบโสตเสนาะเฉลาะเฉลย
บ้างชมผลกลไกด้วยไม่เคย            กระไรเลยลั่นเองเป็นเพลงการ

สุนทรภู่ได้นำเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์มาสอดแทรกเป็นเค้าเรื่องในเรื่องพระอภัยมณีหลายตอนด้วยกัน ดังเช่น พระนางเจ้าวิคตอเรียขึ้นครองเมืองอังกฤษ สุนทรภู่ก็เกิดความบันดาลใจให้ละเวงวัณลาขึ้นครองเมืองลังกาเป็นการสร้างตัวละครในเรื่องให้เด่นขึ้น และเมื่อเมืองลังกาตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษในปี พ.ศ. ๒๓๕๘ สุนทรภู่ก็สมมติให้เมืองลังกาเป็นของฝรั่ง ส่วนศึกเก้าทัพตีเมืองผลึก ก็คงจะได้เค้ามาจากพระเจ้าปะดุงยกทัพมาตีไทยถึง ๙ ทัพ ในปี พ.ศ.๒๓๒๙ และพ่ายแพ้ทัพไทยกลับไป วีรกรรมครั้งนั้นสุนทรภู่คงจะประทับใจจึงนำมาเป็นศึกเก้าทัพตีเมืองผลึก นอกจากนั้นกบฎเจ้าอนุวงศ์เมื่อ พ.ศ.๒๓๗๑ รัชกาลที่ ๓ โปรดฯ ให้พระยาราชสุภาวดีจับเจ้าอนุวงศ์ขังกรงเป็นการประจานมิให้เอาเยี่ยงอย่าง สุนทรภู่ก็นำมาเป็นศึกเจ้าละมาน พระอภัยมณีให้จับเจ้าละมานขังกรง เหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐ พม่าเผากรุงศรีอยุธยาพินาศสิ้นนับเป็นเหตุการณ์ที่ฝังอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นนั้น สุนทรภู่ก็นำมาเป็นเหตุการณ์ในเรื่องพระอภัยมณี ให้หัสกันผาเมืองการเวก ดังกลอนว่า

พอทัพหน้ามาถึงวังไม่ยั้งหยุด      ขึ้นฝั่งจุดเพลิงไหม้เหมือนใจหมาย
ตีกลองศึกครึกครื้นปืนประกาย             พังทลายตึกกว้านเผาบ้านเมือง
พวกทัพหลังคั่งคับช่วยทัพหน้า            เที่ยวจุดไฟไหม้หลังคาติดฝาเฝือง
เสียงผางโผงโพลงพลุ่งเพลิงรุ่งเรือง       ชาวบ้านเมืองวุ่นวิ่งเป็นสิงคลี
บ้างฉวยคว้าผ้าผ่อนแบกหมอนฟูก       บ้างอุ้มลูกจูงหลานลนลานหนี
บ้างคลานคลุกลุกล้มไม่สมประดี           บ้างพลัดพี่พลัดน้องร้องตะโกน

ในด้าน อุปนิสัยของตัวละคร นักวรรณคดีต่างเห็นพ้องต้องกันว่า สุนทรภู่ได้นำบุคคลาที่ท่านเกี่ยวข้องมาเป็นลักษณะของตัวละครในเรื่องพระอภัยมณี ดังเช่น สุวรรณมาลีมีนิสัยขี้หึง คงจะเป็นแม่จัน ภรรยาคนแรกที่ท่านรักและเกรงใจ ส่วนนางเงือกน่าจะเป็นแม่ศรีสาครเพราะชื่อมีความหมายใกล้เคียงกันคือ เกี่ยวข้องกับน้ำทั้งลูกของนางเงือกก็ชื่อสุดสาคร ส่วนละเวงวัณลา คงจะเป็นสตรีที่ชื่องิ้ว ดังกล่าวไว้ในเพลงขับกล่อมตอนพระอภัยมณีติดท้ายรถ และละเวงวัณลาให้สุลาลีวันขับกล่อมว่าโอ้พระพายชายเฉื่อยเรื่อยเรื่อยริ้ว    หนาวดอกงิ้วงิ้วออกดอกไสวเกสรงิ้วปลิวฟ้ามายาใจ     ให้หนาวในทรวงช้ำสู้กล้ำกลืนความงามของละเวงวัณลานั้น สุนทรภู่วาดภาพให้งามมาก "งามเสงี่ยมเอี่ยมอิ่มดูพริ้มพักตร์" ส่วนสตรีที่ชื่อ งิ้ว สุนทรภู่ก็กล่าวถึงความงามไว้ในนิราศพระประธมว่า "เหมือนโฉมงิ้วงามราวกับชาววัง"ตัวละครในเรื่องพระอภัยมณีที่เป็นสตรีล้วนแต่เก่งกล้าสามารถในการปกครองการรบทัพจับศึก รู้ตำราพิชัยคราม ชำนิชำนาญในเพลงอาวุธ ไม่ว่าจะเป็นสุวรรณมาลี เสาวคนธ์ วาลี ละเวงวัณลา รำภาสะหรียุพาผกา สุลาลีวันล้วนแต่มีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย เป็นการวางตัวละครที่แตกต่างไปจากสังคมไทยแแต่เดิมที่ให้หญิงมีหน้าที่เก่งทางการบ้านการเรือน สุนทรภู่คงจะได้รับความบันดาลใจจากวีรสตรีไทยสมัยนั้นได้แก่ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ท้าวสุรนารี เป็นต้น ที่สามารถป้องกันเมืองถลาง และเมืองนครราชสีมาจากข้าศึกศัตรูได้ นอกจากนั้นนักวรรณคดียังเห็นพ้องกันว่า ศรีสุวรรณชำนาญในกระบอง คงจะได้เค้ามูลมากจากเรื่องไซ่ฮั่น กล่าวคือ พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง เป็นนักรบที่มีฝีมือทางกระบองสุนทรภู่จึงให้ศรีสุวรรณมีความชำนาญทางกระบอง
ถึงน้ำเขียวเดี่ยวโดดโขยดคลื่น       เสียงครืนครืนโตเท่าภูเขาใหญ่
ทุกเช้าเย็นเห็นแต่เมฆวิเวกใจ            นางอยู่ในฉากฉายท้ายเภตรา
เผยพระแกลแลเหลียวให้เปลี่ยวจิต       ดูทั่วทิศล้วนทะเลกับเวหา
หวนรำลึกตรึกตรองถึงน้องยา             พระบิดามารดรจะร้อนทรวง

การให้อารมณ์ เรื่องพระอภัยมณีจะให้อารมณ์แก่ผู้อ่านทั้งอารมณ์ขัน อารมณ์สะเทือนใจ ดังเช่น อารมณ์ขัน เมื่อนางผีเสื้อสมุทรฟังคำของพระอภัยมณีให้กลับไปยังถ้ำ และเทศนาเป็นเชิงเตือนสตินางผีเสื้อสมุทรคำพูดของนางให้อารมณ์ขันได้อย่างดีว่า

นางผีเสื้อเบื่อหูว่าจู้จี้          เจ้าบาลีเลือกแปลมาแก้ไข
ไหนนรกตกลงที่ตรงใด             ช่วยพาไปดูเล่นให้เห็นจริง
เมืองสวรรค์นั้นก็ไปทางไหนเล่า     อย่าพูดเปล่าปลิ้นปลอกหลอกผู้หญิง
หนีไปไหนก็ไม่รอดจะทอดทิ้ง       มานั่งนิ่งอยู่กับเกาะเห็นเหมาะใจ
.........................................................................................................
ไม่นับถือฤาษีหนีผู้หญิง           จะทอดทิ้งเมียไว้ช่างไม่ขัน
เร่งสึกหามาจะได้ไปด้วยกัน       อย่าเทศน์ธรรม์เลยไม่พอใจฟัง

ส่วนอารมณ์สะเทือนใจ จะเห็นได้เมื่อสุดสาครไปลานางเงือก การจากกันของแม่กับลูกนั้น พรรณนาได้ดีนักให้อารมณ์แก่ผู้อ่าน ดังเช่น

นางเงือกน้ำกำสรดสลดจิต     สุดจะคิดคับทรวงดวงสมร
จะทานทัดขัดไว้มิให้จร             สุดสาครของแม่จะแดดาล
นางดูหน้าอาลัยใจจะขาด           ดังฟ้าฟาดทรวงแยกให้แตกฉาน
สะอื้นอั้นตันใจอาลัยลาญ           แสนสงสารโศกาแล้วว่าพลาง
โอ้ทูนหัวตัวแม่นี้ไม่ห้าม            สุดจะตามใจปองอย่าหมองหมาง
แต่ปรานีที่ไม่แจ้งรู้แห่งทาง       จะอ้างว้างวิญญาณ์ในวารี
เคยกินนมชมชื่นระรื่นรส           พ่อจะอดนมหมองละอองศรี
ทั้งย่อมเยาว์เบาความได้สามปี     เล็กเท่านี้นี้จะไปกระไรเลย

http://www.st.ac.th/bhatips/apaimani.html

สร้างโดย: 
Krumai

ยาวจังค่ะ

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 326 คน กำลังออนไลน์