การอบรมการสร้างสื่ออิเล็กทรอนิกส์

รูปภาพของ silavacharee

  วันที่ 18 - 19 ตุลาคม 2551 ได้เข้าอบรมการสร้างสื่ออิเล็กทรอนิกส์ฝ่านเว็ปไซด์ เป็นการอบรมที่ให้ความรู้แก่ครูและบุคคลากรที่ใช้คอมพิวเตอร์  ในการสร้างสื่อการเรียนการสอนทางเว็ปไซด์ ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์พูลศักดิ์ มากที่เปิดการอบรมครั้งนี้ ทำให้ครูได้มีสื่อการสอนให้มีความก้าวหน้าและก้าวทันเทคโนโลยีอันทันสมัย นอกจากนี้ท่านวิทยากรยังสอนให้ผู้เข้าอบรมรู้จักการเขียนบล็อกด้วยตนเอง

 

 อาณาจักรอยุธยา

 เป็นอาณาจักรของไทยในอดีต มีหลักฐานของการเป็นเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16 - 18 โดยมีร่องรอยของที่ตั้งเมือง โบราณสถาน โบราณวัตถุ และเรื่องราวเหตุการณ์ในลักษณะตำนาน พงศาวดารไปจนถึงศิลาจารึก ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานร่วมสมัยที่ใกล้เคียงเหตุการณ์มากที่สุด ว่าก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 1893 นั้น ได้มีบ้านเมืองตั้งอยู่ก่อนแล้ว มีชื่อเรียกว่า เมืองอโยธยา หรือ อโยธยาศรีรามเทพนคร หรือ เมืองพระราม มีที่ตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเกาะ เมืองอยุธยาเป็นเมืองที่มีความเจริญทางการเมืองการปกครอง และมีวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีการใช้กฎหมายในการปกครอง 3 ฉบับ คือ พระอัยการลักษณะเบ็ดเสร็จ พระอัยการลักษณะทาส และพระอัยการลักษณะกู้หนี้

การสถาปนากรุงศรีอยุธยา

สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานี เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล จุลศักราช 712ตรงกับวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 1893มีชื่อตามพงศาวดารว่า กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา มหินทรายุธยา มหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ ด้วยบริเวณนั้นมีแม่น้ำล้อมรอบถึง 3 สาย อันได้แก่ แม่น้ำลพบุรีทางทิศเหนือ, แม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตก และทิศใต้, แม่น้ำป่าสักทางทิศตะวันออก เดิมทีบริเวณนี้ไม่ได้มีสภาพเป็นเกาะ ต่อมาพระองค์ทรงดำริให้ขุดคูเชื่อมแม่น้ำทั้ง 3 สาย กรุงศรีอยุธยาจึงมีน้ำเป็นปราการธรรมชาติให้ปลอดภัยจากข้าศึก นอกจากนี้ที่ตั้งกรุงศรีอยุธยายังห่างจากปากแม่น้ำไม่มาก เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆอีกหลายเมืองในบริเวณเดียวกัน ทำให้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคอื่นๆในอาณาจักร รวมทั้งอาณาจักรใกล้เคียง

การขยายตัวของอาณาจักร

กรุงศรีอยุธยาดำเนินนโยบายขยายอาณาจักด้วย 2 วิธีคือ ใช้กำลังปราบปราม ซึ่งเห็นได้จากชัยชนะในการยึดครองเมืองนครธม (พระนคร) ได้อย่างเด็ดขาดในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 และอีกวิธีหนึ่งคือ การสร้างความสัมพันธ์แบบเครือญาติ อันเห็นได้จากการผนวกกรุงสุโขทัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร

การล่มสลายของอาณาจักร

ช่วงสมัยรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระองค์มีโอรสอยู่ 5 พระองค์ ซึ่งทั้ง 5 องค์ก็หมายอยากได้ในราชสมบัติ เมื่อ พระเจ้าเอกทัศน์ (โอรสองค์โต) และ พระเจ้าอุทุมพร (โอรสองค์รอง) ได้มีสิทธิในราชสมบัติเท่ากันโดย พระเจ้าเอกทัศน์เป็นโอรสองค์โตย่อมได้ในราชสมบัติ ส่วนพระเจ้าอุทุมพรก็ทรงมีสติปัญญาเป็นเลิศ สามารถควบคุมกองกำลังได้ นั้นเป็นการจุดชนวนให้ทั้ง 2 พระองค์ต้องสลับการขึ้นครองราชย์กัน โดยในยามสงบ พระเจ้าเอกทัศน์จะทรงครองราชย์ ในยามสงคราม พระเจ้าอุทุมพรจะทรงครองราชย์ ในทางพม่าเมื่อกษัตริย์ พระเจ้าอลองพญา สวรรคตจากการถูกกระสุนปืนใหญ่ (สะเก็ดดินปืน) พระโอรสจึงตั้งทัพเข้ายึดเมืองอยุธยาในปี 2309 ในเวลาต่อมาเมื่อพระเจ้าอุทุมพรหมดความมั่นใจในการครองราชย์เพราะพระเชษฐา (เอกทัศน์) ก็ทวงคืนราชสมบัติตลอดเมื่อไล่ข้าศึกได้ จึงออกผนวช โดยไม่สึก ทำให้พระเจ้าเอกทัศน์ครองราชย์ได้นาน 9 ปี พระเจ้าตากสินผู้นำกองทัพหมดศรัทธา และนำทัพตีค่ายออกจากกรุงในที่สุด และในวันที่ 7 เมษายน 2310 กรุงศรีอยุธยาถูกเผาไม่เหลือแม้นวัดวาอาราม นับเวลาของราชธานีได้ 417 ปี แต่ในบางตำราก็กล่าวไว้ว่า วัดหน้าพระเมรุเป็นวัดที่ไม่เสียหายมาก เพราะช่วงสงคราม พระเจ้าอลองพระยา ได้ทำปืนใหญ่แตกใส่ตนเองขณะยิงปืนใหญ่ใส่วัดหน้าพระเมรุ ทำให้พระเจ้าอลองพระยาบาดเจ็บสาหัส และถ่อยร่นทัพกลับและเสียชีวิตในขณะเดินทางกลับ ส่วนวัดหน้าพระเมรุได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓

แหล่งอ้างอิงhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2

 จัดทำโดย นาย นริศ สุดสาว ม.4/1 เลขที่12

 อาณาจักรอยุธยา

 เป็นอาณาจักรของไทยในอดีต มีหลักฐานของการเป็นเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16 - 18 โดยมีร่องรอยของที่ตั้งเมือง โบราณสถาน โบราณวัตถุ และเรื่องราวเหตุการณ์ในลักษณะตำนาน พงศาวดารไปจนถึงศิลาจารึก ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานร่วมสมัยที่ใกล้เคียงเหตุการณ์มากที่สุด ว่าก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ใน พ.ศ. 1893 นั้น ได้มีบ้านเมืองตั้งอยู่ก่อนแล้ว มีชื่อเรียกว่า เมืองอโยธยา หรือ อโยธยาศรีรามเทพนคร หรือ เมืองพระราม มีที่ตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเกาะ เมืองอยุธยาเป็นเมืองที่มีความเจริญทางการเมืองการปกครอง และมีวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีการใช้กฎหมายในการปกครอง 3 ฉบับ คือ พระอัยการลักษณะเบ็ดเสร็จ พระอัยการลักษณะทาส และพระอัยการลักษณะกู้หนี้

การสถาปนากรุงศรีอยุธยา

สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานี เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 5 ปีขาล จุลศักราช 712ตรงกับวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 1893มีชื่อตามพงศาวดารว่า กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา มหินทรายุธยา มหาดิลกภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ ด้วยบริเวณนั้นมีแม่น้ำล้อมรอบถึง 3 สาย อันได้แก่ แม่น้ำลพบุรีทางทิศเหนือ, แม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตก และทิศใต้, แม่น้ำป่าสักทางทิศตะวันออก เดิมทีบริเวณนี้ไม่ได้มีสภาพเป็นเกาะ ต่อมาพระองค์ทรงดำริให้ขุดคูเชื่อมแม่น้ำทั้ง 3 สาย กรุงศรีอยุธยาจึงมีน้ำเป็นปราการธรรมชาติให้ปลอดภัยจากข้าศึก นอกจากนี้ที่ตั้งกรุงศรีอยุธยายังห่างจากปากแม่น้ำไม่มาก เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆอีกหลายเมืองในบริเวณเดียวกัน ทำให้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าสู่ภูมิภาคอื่นๆในอาณาจักร รวมทั้งอาณาจักรใกล้เคียง

การขยายตัวของอาณาจักร

กรุงศรีอยุธยาดำเนินนโยบายขยายอาณาจักด้วย 2 วิธีคือ ใช้กำลังปราบปราม ซึ่งเห็นได้จากชัยชนะในการยึดครองเมืองนครธม (พระนคร) ได้อย่างเด็ดขาดในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 และอีกวิธีหนึ่งคือ การสร้างความสัมพันธ์แบบเครือญาติ อันเห็นได้จากการผนวกกรุงสุโขทัยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร

การล่มสลายของอาณาจักร

ช่วงสมัยรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระองค์มีโอรสอยู่ 5 พระองค์ ซึ่งทั้ง 5 องค์ก็หมายอยากได้ในราชสมบัติ เมื่อ พระเจ้าเอกทัศน์ (โอรสองค์โต) และ พระเจ้าอุทุมพร (โอรสองค์รอง) ได้มีสิทธิในราชสมบัติเท่ากันโดย พระเจ้าเอกทัศน์เป็นโอรสองค์โตย่อมได้ในราชสมบัติ ส่วนพระเจ้าอุทุมพรก็ทรงมีสติปัญญาเป็นเลิศ สามารถควบคุมกองกำลังได้ นั้นเป็นการจุดชนวนให้ทั้ง 2 พระองค์ต้องสลับการขึ้นครองราชย์กัน โดยในยามสงบ พระเจ้าเอกทัศน์จะทรงครองราชย์ ในยามสงคราม พระเจ้าอุทุมพรจะทรงครองราชย์ ในทางพม่าเมื่อกษัตริย์ พระเจ้าอลองพญา สวรรคตจากการถูกกระสุนปืนใหญ่ (สะเก็ดดินปืน) พระโอรสจึงตั้งทัพเข้ายึดเมืองอยุธยาในปี 2309 ในเวลาต่อมาเมื่อพระเจ้าอุทุมพรหมดความมั่นใจในการครองราชย์เพราะพระเชษฐา (เอกทัศน์) ก็ทวงคืนราชสมบัติตลอดเมื่อไล่ข้าศึกได้ จึงออกผนวช โดยไม่สึก ทำให้พระเจ้าเอกทัศน์ครองราชย์ได้นาน 9 ปี พระเจ้าตากสินผู้นำกองทัพหมดศรัทธา และนำทัพตีค่ายออกจากกรุงในที่สุด และในวันที่ 7 เมษายน 2310 กรุงศรีอยุธยาถูกเผาไม่เหลือแม้นวัดวาอาราม นับเวลาของราชธานีได้ 417 ปี แต่ในบางตำราก็กล่าวไว้ว่า วัดหน้าพระเมรุเป็นวัดที่ไม่เสียหายมาก เพราะช่วงสงคราม พระเจ้าอลองพระยา ได้ทำปืนใหญ่แตกใส่ตนเองขณะยิงปืนใหญ่ใส่วัดหน้าพระเมรุ ทำให้พระเจ้าอลองพระยาบาดเจ็บสาหัส และถ่อยร่นทัพกลับและเสียชีวิตในขณะเดินทางกลับ ส่วนวัดหน้าพระเมรุได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓

แหล่งอ้างอิงhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2

 จัดทำโดย นาย นริศ สุดสาว ม.4/1 เลขที่12

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 4 คน กำลังออนไลน์