ต้นสาละลังกา

รูปภาพของ nbrsamniang

 สวัสดีค่ะ วันนี้มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับต้นไม้มาฝากค่ะ ต้นไม้ต้นนี้มีอยูในโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ข้างๆน้ำตก มีใครทราบว่าชื่อต้นไม้อะไรไหมคะ ลองมาดูกัน


ต้นสาละลังกาหรือต้นปืนใหญ่



 


 

           ลักษณะของพืชต้นนี้ เป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ เปลือกสีน้ำตาล ใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับตามปลายกิ่ง  รูปใบหอกกลับ ปลายแหลม โคนสอบ มน ขอบใบจักตื้นๆ ดอก ช่อใหญ่  ยาว ออกตามโคนต้น ดอก สีชมพูอมเหลืองและแดง กลิ่นหอมแรง  กลีบดอก 4-6 กลีบ แข็ง หักง่าย  เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปโค้ง ผล สด รูปกลม ผิวผลสีน้ำตาล เส้นผ่าศูนย์กลางผละประมาณ 10-20 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดหลายเมล็ด


สาละ ชาวอินเดียเรียกว่า ซาล [Sal] เป็นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน

     
โดยที่พุทธมารดาคือพระนางสิริมหามายา เมื่อใกล้กำหนดจะให้พระสูติการก็เสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ ไปยัง กรุงเทวทหนคร ในระหว่างทางพระนางได้ทรงหยุดพักบริเวณสวนลุมพินีวัน ใต้ร่มต้นสาละ เขตตำบลลุมพินีสถาน ซึ่งอยู่ระหว่างพรมแดนกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ  เป็นวันเพ็ญ เดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ยามนั้นอากาศโปร่ง ต้นไม้ในป่าสาละอุทยานลุมพินีกำลังผลิตดอกออกเบ่งบาน ส่งกลิ่นเป็นที่จำเริญใจ เป็นด้วยอำนาจบุญญาธิการของพระราชโอรส  พระนางทรงเจ็บพระครรภ์ จึงได้ให้คนเตรียมพื้นที่ เพื่อประสูติพระโอรสอย่างกะทันหัน พระนางทรงยื่นพระหัตถ์เหนี่ยวกิ่งต้นสาละ และได้ทรงประสูติพระโอรสซึ่งมีพระวรกายผุดผ่อง อันสมบูรณ์ ด้วยลักษณะ แห่งมหาบุรุษ ที่ไม่มี บุรุษใด จะเทียบเทียมได้ พระโอรสนี้คือพระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมด้วยบารมี


ครั้นยามสามของวันเพ็ญ เดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ภายใต้ร่มเงาพระศรีมหาโพธิ ภายในป่า สาละ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ

      ครั้น วันเพ็ญเดือน ๘ สองเดือนภายหลังจากพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้พระพุทธองค์เสด็จมาถึงบริเวณป่าสาละอันร่มรื่น ณ อุทยานมฤคทายวันหรืออิสิปตนมฤคทายวัน ทางทิศเหนือใกล้เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ณ ที่นี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนากัณฑ์แรก คือ ธัมมจักกัปปวันสุตร โปรดปัญจวัคคีย์ พระรัตนตรัยเกิดครบบริบูรณ์ครั้งแรกในโลกนี้ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์


สำหรับในช่วงสุดท้ายที่ต้นสาละเข้าไปเกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัตินั้น เมื่อพระพุทธเจ้ามีพระชนมายุ ครบ ๘๐ พรรษา พระพุทธองค์ได้เสด็จถึงสาลวโนทยานหรือสวนป่าไม้สาละของมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ เป็นเวลาใกล้ค้ำของวันเพ็ญ เดือน ๖ วันสุดท้ายก่อนการกำเนิดพุทธศักราช ได้ประทับในบริเวณสาลวโณทยาน ภายใต้ร่มต้นสาละคู่หนึ่ง ทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายมาก จึงรับสั่งให้พระอานนท์ ซึ่งเป็นองค์อุปัฏฐากปูลาดที่บรรทมเอนพระวรกาย ลงโดยหันพระเศียรไปทางทิศเหนือ ประทับไสยาสน์แบบสีหไสยาเป็นอนุฏฐานไสยาคือเป็นการนอนครั้งสุดท้ายจนกระทั่งสังขารดับแล้วเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละนั่นเอง


 


แหล่งอ้างอิง


1. https://www.gotoknow.org/posts/178723


2.  http://www.watsai.net/sal_tree.php

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 68 คน กำลังออนไลน์