สมบัติของแสงเชิงเรขาคณิต สันติ ทองชุม

รูปภาพของ nbrsanti

 

 

 

 

แสงเชิงฟิสิกส์

(สมบัติของแสงเชิงเรขาคณิต)

 

 

             เมื่อฉายแสงอาพันธผานแผนทึบแสงที่มีชองแคบคูอยู ( สลิตคู ) แสงที่ลอดผานชองแคบ
คูไปนั้นจะสรางคลื่นแสงใหมขึ้นมา 2 แสง แลวคลื่นแสงทั้งสองนั้นจะเกิดการแทรกสอดกัน
หลังแผนทึบแสงนั้น โดยจะมีแนวบางแนวแสงทั้งสองจะเขามาเสริมกันทําใหมีความสวาง
มากกวาปกติ เรียกแนวนี้วาแนวปฏิบัพ (Antinode,A) หรือแถบสวาง ซึ่งจะมีอยูหลายแนว
กระจายออกไปทั้งทางดานซายและดานขวาอยางสมมาตรกัน แถบสวางที่อยูตรงกลางเราจะเรียก
เปนแถบสวางที่ 0(A0) หรือแถบสวางกลาง ถัดออกไปจะเรียกแถบสวางที่ 1(A1) , 2(A2) ,
3(A3) , .... ไปเรื่อยๆ ทั้งทางดานซายและดานขวาดังรูป
ระหวางกลางแถบสวาง คลื่นแสงจะเกิดการหักลางกันทําใหมีความสวางนอยปกติ เรียก
แนวนี้วาเปนแนวบัพ ( Node , N ) หรือแถบมืด แถบมืดแรกที่อยูถัดจากแถบสวางกลาง (A0)
จะเรียกแถบมืดที่ 1 ( N 1 ) ถัดออกไปจะเรียกแถบมืดที่ 2(N2) , 3(N3) , ….. ไปเรื่อยๆ ทั้ง
ทางดานซายและดานขวาดังรูป
หากนําฉากรับแสงไปรองรับแสงบริเวณหลังสลิต เมื่อแสงที่เกิดการแทรกสอดแลวมาตก
กระทบบนฉากจะทําใหเกิดเปนแถบสวางและแถบมืดสลับกันไปบนฉากรับแสงนั้นดังรูป

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 31 คน กำลังออนไลน์