การเขียนเค้าโครงโครงงาน

รูปภาพของ nbrnarumon

           เมื่อศึกษาข้อมูล และเลือกหัวข้อโครงงานแล้ว จึงเริ่มเขียนเค้าโครงงาน โดยต้องคำนึงถึงความสะดวก กะทัดรัดและเหมาะสมกับลักษณะของโครงงาน คิดล่วงหน้าว่า จะทำอะไร อย่างไร เพื่อให้มีความเข้าใจในการทำงานอย่างเป็นระบบขั้นตอน ไม่สับสนวุ่นวาย โดยช่วยกันคิดไว้ล่วงหน้าว่าจะปฏิบัติการสิ่งใดบ้าง กำหนดกิจกรรมโครงงาน รวมทั้งระยะเวลา วัสดุอุปกรณ์หรือสิ่งของต่างๆ ตามความจำเป็นที่ช่วยให้โครงงานได้รับความสำเร็จ โดยเขียนเป็นโครงร่างหรือเค้าโครง ก่อนนำเสนอครูที่ปรึกษา เพื่อขอความเห็นชอบ การวางแผนที่ดีจะนำไปสู่การทำโครงงานที่ราบรื่น ได้ผลงานที่ดี ใช้เวลาน้อย มีอุปสรรคน้อย ช่วยกำหนดทิศทางงานได้ถูกต้อง 

ขั้นตอนการเขียนเค้าโครงของโครงงาน

1.  ชื่อโครงงาน ควรเขียนให้ตรงกับเรื่องที่จะทำ เขียนให้สั้น กะทัดรัด ชัดเจน กระชับ ไม่ควรยาวเกินไป และใช้ข้อความที่มีความหมายเฉพาะเจาะจงว่าจะศึกษาอะไร ระบุให้ชัดเจน สื่อความหมาย ได้ใจความตรงกับเรื่อง ตรงกับงานที่นักเรียนกำลังศึกษา เมื่ออ่านชื่อเรื่องแล้ว  สามารถบอกได้ว่า เรื่องนั้นมีลักษณะอย่างไร เป็นประโยคที่สมบูรณ์ มีประธาน  กริยา  กรรม และไม่ควรเป็นประโยคคำถาม เพราะไม่ใช่คำถามหรือปัญหา ชื่อควรเร้าความสนใจ แต่ต้องไม่ผิดเพี้ยนไปจากเนื้อเรื่องของโครงงาน 

2.  ชื่อผู้ทำโครงงาน/คณะทำงาน (ระบุรายชื่อคณะนักเรียนที่ทำโครงงานทุกคน)                                                                                                         

3.  ชื่อครูที่ปรึกษาโครงงาน (ระบุชื่อครูที่ให้คำแนะนำปรึกษา)  อาจจะเป็นครูประจำรายวิชาหรือครูท่านอื่น หรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาได้

4.  หลักการและเหตุผล/แนวคิด/ที่มา/ความสำคัญของโครงงาน   เขียนอธิบายถึงความเป็นมาเกี่ยวกับปัญหาที่สนใจจะศึกษานี้ว่ามีหลักการความเป็นมา  มีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร แรงบันดาลใจหรือแรงจูงใจ เหตุใดจึงได้เลือกทำโครงงานนี้  มีเหตุจูงใจอะไรที่ทำให้สนใจเป็นกรณีพิเศษ  โครงงานนี้มีคุณค่า    มีความสำคัญอย่างไร  ประโยชน์ที่จะได้จากการจัดทำโครงงานนี้   ดีอย่างไร   ทำไมจึงต้องทำ  มีข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีหรือหลักวิชาการหรือตัวเลขสถิติที่มีความเกี่ยวข้องปรากฏเด่นชัด ควรจัดระบบเพิ่มเติมลงไปด้วย เพื่อแสดงว่าโครงงานนี้มีความสำคัญ  เป็นเรื่องใหม่หรือมีผู้อื่นได้ศึกษาค้นคว้าไว้บ้างแล้วเพื่อขยายปรับปรุงหรือทำซ้ำเพื่อตรวจสอบผล

5.  วัตถุประสงค์ / จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า เป็นการระบุความต้องการในการศึกษา  ซึ่งอาจเขียนเป็นข้อๆ โดยเขียนให้ผู้อื่นทราบว่าเราจะทำการศึกษาอะไร อย่างไร  แต่ไม่ใช่นำเอาประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการทำโครงงานมาเขียนเป็นจุดมุ่งหมาย  ส่วนการระบุวัตถุประสงค์ของโครงงานนั้น จัดว่าเป็นการเขียนวัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า หรือเป็นวัตถุประสงค์ของการทดลอง  วัตถุประสงค์ที่ดี ควรมีความเฉพาะเจาะจง   เป็นสิ่งที่สามารถวัดได้  บอกขอบเขตของงานที่จะทำได้ชัดเจน และไม่เขียนอยู่ในรูปของประโยคคำถาม  ที่สำคัญคือต้องสอดคล้องกับชื่อของโครงงาน  (กำหนดเป็นหัวข้อสำคัญ ๆ ว่าในการจัดทำโครงงานนั้นต้องการให้เกิดผลอะไร เป็นชิ้นงานมีปริมาณเท่าใด) หรือเพื่อให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลอย่างไร และเพื่อให้ประโยชน์แก่ใคร เป็นต้น มีหลักการเขียนดังนี้

          5.1 มีความสำคัญหรือมีคุณค่าเพียงพอ

          5.2 ควรเขียนเป็นข้อๆเพื่อให้มองเป็นแนวทางในการเก็บข้อมูล

          5.3 สามารถหาข้อมูลได้หรือทดสอบได้

          5.4 ต้องมีแนวทางในการสร้างสมมุติฐานจากวัตถุประสงค์ของการศึกษา

          5.5 ใช้ภาษาชัดเจน เข้าใจง่าย

6.  สมมุติฐานของการศึกษา (ถ้ามี……..กรณีเป็นโครงงานประเภททดลอง หรือโครงงานกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์)  สมมุติฐานเป็นคำตอบหรือคำอธิบายที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับเรื่องที่จะศึกษาค้นคว้า ซึ่งอาจจะถูกหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องคำนึงไว้ด้วยว่าการเขียนสมมุติฐานนั้นควรมีเหตุผล คือมีทฤษฎีหรือหลักทางวิทยาศาสตร์มารองรับ  มักเขียนเป็นข้อความที่สามารถมองเห็นแนวทางในการดำเนินงานทดลอง  ทดสอบหรือตรวจสอบได้

7.  วิธีการดำเนินงาน  ให้ระบุขั้นตอนสำคัญ ๆ ตั้งแต่วันที่เริ่มทำโครงงาน รวมระยะเวลาดำเนินงาน  ขั้นตอนการปฏิบัติ ค่าใช้จ่าย ผู้รับผิดชอบ  หรืออธิบายการเริ่มงาน การจัดทำ การจัดรูปแบบ  ออกแบบ ทดลองอะไร เก็บข้อมูลอะไรบ้าง อย่างไร และเมื่อใด ขั้นตอนการดำเนินงานเป็นอย่างไรประกอบด้วยประชากรและกลุ่มตัวอย่างเลือกอย่างไร เครื่องมือมีอะไรบ้างการรวบรวมข้อมูลทำอย่างไร มีขั้นตอน วิธีรวบรวมและมีวิธีการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนอย่างไร การวิเคราะห์ และการใช้สถิติในการวิเคราะห์บอกว่าใช้คอมพิวเตอร์คำนวณหรือไม่   ถ้าใช้ต้องบอกวิธีคำนวณ                        

          7.1 วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ระบุว่าอุปกรณ์ที่ใช้มีอะไรบ้าง  มีขนาดเท่าใด วัสดุอุปกรณ์มาจากไหน  สิ่งใดที่ต้องซื้อและสิ่งใดที่ต้องขอยืม  สิ่งที่ต้องจัดทำเองมีอะไรบ้าง

          7.2  แนวการศึกษาค้นคว้า  ให้อธิบายว่าจะออกแบบทดลอง   อะไร ทำอย่างไร  จะดำเนินการสร้างหรือประดิษฐ์อะไร  อย่างไร  จะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง  เก็บข้อมูลเพื่อศึกษาค้นคว้าอะไรบ้าง อย่างไร กี่ครั้ง  มากหรือน้อยเพียงใด  ที่ไหน  เมื่อใด  ( เขียนข้อความที่มองเห็นแนวการดำเนินงาน  เป็นหลักทฤษฎีหรือหลักวิชาการ  หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ต่าง ๆ  )

8.  แผนการปฏิบัติ  อธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมและกำหนดเวลาตั้งแต่เริ่มต้นปฏิบัติ  ทำโครงงานเรื่อยไป  จนเสร็จสิ้นการดำเนินในแต่ละขั้นตอน เป็นการกำหนดโครงงานแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ   จึงควรเขียนเป็นแผนภูมิแสดงขั้นตอนในการทำกิจกรรม      (ให้ระบุรายละเอียดลงไปว่าในแต่ละสัปดาห์จะทำอะไร  หรือมีการวางแผนการทำกิจกรรมอะไร  จะใช้เวลานานเท่าใด  จัดทำสถานที่ใดและใครเป็นผู้รับผิดชอบ)

9.  ผลที่คาดว่าจะได้รับ    เป็นการกล่าวถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำโครงงาน    จะมีอะไรเกิดขึ้น มีปริมาณมากน้อยเพียงใด มีประสิทธิภาพหรือคุณภาพอย่างไร จะได้รับประโยชน์หลายลักษณะหรือลักษณะใดลักษณะหนึ่งจากการทำโครงงานครั้งนี้อย่างไร  ทั้งกับตนเอง  เพื่อนๆ  และบุคคลทั่วไป

10. เอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรม เป็นการอ้างอิงถึงหนังสือและเอกสารต่าง ๆ ที่ผู้ทำโครงงานใช้ค้นคว้าหรืออ่านเพื่อศึกษาหาข้อมูลหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่นำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อการทำโครงงาน เป็นการบอกให้ผู้อื่นทราบว่า         นักเรียนได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลมาจากแหล่งใดบ้าง การเขียนต้องระบุหนังสือ  เอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้อ้างอิงทางวิชาการ

 

แหล่งที่มา :

1. https://sites.google.com/site/krutermsaksuwan/home/keiyw-kab-khru-teim-sakdi/khwam-ru-reuxng/khwam-hmay-khxng-khorng-ngan/prayochn-khxng-khorng-ngan/watthuprasngkh-kar-reiyn-ru-baeb-khorng-ngan/prapheth-khxng/khan-txn-kar-thao/kar-khid-leuxk-hawkhx-khorng-ngan/kar-kheiyn-kheao

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 30 คน กำลังออนไลน์