การเขียนรายงานโครงงาน

รูปภาพของ nbrnarumon
          เมื่อดำเนินการทำโครงงานจนครบขั้นตอน ได้ข้อมูล ทำการวิเคราะห์ข้อมูลพร้อมทั้งแปลผลและสรุปผลแล้วงานขั้นตอนต่อไปคือ การเขียนรายงานโครงงาน เป็นวิธีสื่อความหมายที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งลักษณะการเขียนจะต้องใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สั้น รัดกุม และสรุปได้ชัดเจนตรงไปตรงมา และครอบคลุมประเด็นสำคัญของโครงงาน เพื่อให้คนอื่นๆได้เข้าใจถึงแนวความคิด วิธีการดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลต่างๆที่รวบรวมได้ผลที่ได้ตลอดจนข้อสรุป ผลของการศึกษาตลอดจนประโยชน์และข้อเสนอแนะต่างๆที่ได้จากโครงงาน
รายงานโครงงาน

1.  ชื่อโครงงาน

2.  ชื่อผู้ทำโครงงาน

3.  ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน

4.  ชื่อโรงเรียน  และวันเดือนปีที่ทำโครงงาน

5.  คำนำหรือบทคัดย่อ คำอธิบายย่อๆถึงเหตุจูงใจในการทำโครงงาน  ซึ่งนักเรียนต้องทำโครงงานเรียบร้อยแล้วจึงเขียนบทคัดย่อได้  วิธีเขียนคือ บอกชื่อโครงงานที่นักเรียนทำ  บอกวัตถุประสงค์ในการทำโครงงานนั้นๆ   บอกวิธีการศึกษาทดลองต่างๆเฉพาะส่วนที่เป็นสาระสำคัญ  บอกผลการศึกษาทดลอง   โดยนำมาจากบทสรุปผลการศึกษา  โดยทั่วไปบทคัดย่อมีความยาวไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษหรือ300-350 คำ

6.  กิตติกรรมประกาศ  (คำขอบคุณ)   ในส่วนนี้ผู้ทำโครงงานจะเขียนกล่าวแสดงความขอบคุณ ผู้ที่ช่วยให้ความช่วยเหลือทำให้โครงงานของนักเรียนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  อาจจะเป็นบุคคลหรือสถานที่  เช่น ผู้ให้คำแนะนำในการทำโครงงาน  ให้ใช้เครื่องมือ  ให้ใช้สถานที่  ให้เงินทุนในการทำโครงงาน  ฯลฯ  และลงท้ายด้วยคำว่าคณะผู้จัดทำ

7.  สารบัญ

     7.1  สารบัญตาราง (ถ้ามี)

     7.2  สารบัญภาพประกอบ (ถ้ามี)

8.  ที่มาและความสำคัญของโครงงาน เหตุใดจึงทำโครงงานนี้

9.  วัตถุประสงค์ คือจุดหมายในการทำงานให้เขียนเป็นข้อๆให้ชัดเจน

10. สมมุติฐานการค้นคว้า  (ถ้ามี..ส่วนมากเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์) การเขียนสมมุติฐาน ให้เขียนเป็นประโยคบอกเล่า  ที่มีตั้งแต่ตัวแปรต้น  และตัวแปรตาม ซึ่งสามารถแนะแนวทาง     ในการวางแผนการทดลอง เพื่อตรวจสอบสมมุติฐานได้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ในการเขียนสมมุติฐานนั้น  ผู้เขียนจะใช้วิธีให้นักเรียนคาดคะเนคำตอบของปัญหาที่เรายังไม่รู้คำตอบไว้ล่วงหน้า ก่อนทำการทดลอง โดยอาศัยการสังเกตความรู้ประสบการณ์เดิมของนักเรียนเป็นพื้นฐาน  สมมุติฐานอาจจะถูกหรือผิดก็ได้

11. เอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นการเขียนอ้างอิงเนื้อหาต่างๆที่เรานำมาเขียน เป็นการบอกแหล่งที่มาของข้อมูลที่เรานำมาเขียนไว้ในบทต่างๆทำให้ทราบว่านำข้อความมาจากหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ใด  โดยเป็นข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาโครงงานที่นักเรียนปฏิบัติ

12. วิธีดำเนินการ สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำโครงงาน  วิธีการศึกษา  มีข้อพิจารณาดังนี้

      12.1  อธิบายขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด เช่น  ขั้นตอนที่ 1 เป็นขั้นตอนศึกษาอะไรนักเรียนศึกษาหรือแบ่งกลุ่มศึกษาอย่างไรและดูผลจากอะไร   โดยวิธีไหน  อย่างไร เป็นต้น  ถัดจากนั้น  ขั้นตอนที่  2  3   4   ทำอย่างไรไปเรื่อยๆ

      12.2   เขียนวิธีการทดลอง โดยเรียงลำดับก่อนหลัง ใส่หมายเลขเป็นข้อๆ เขียนให้ได้ใจความต่อเนื่อง  ชัดเจน  กะทัดรัด  อ่านแล้วเข้าใจง่าย   ไม่วกวน

      12.3  บอกวิธีการหาข้อมูลว่าทำอย่างไร เช่น นำมาเขียนในรูปตาราง  แผนภูมิ  กราฟ ฯลฯ

13. ผลการศึกษาค้นคว้า  คือผลที่ได้จากการศึกษา   เขียนตามวัตถุประสงค์  ควรจะเสนอในรูปแบบตาราง  กราฟ  แผนภูมิ  หรืออื่นๆให้ดูง่าย

14. สรุปผลการศึกษา  ให้เขียนผลการศึกษาอย่างสั้นๆ ให้ได้ใจความตรงตามจุดประสงค์ของการศึกษา  ถ้ามีการตั้งสมมุติฐาน  ควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้มา สนับสนุนหรือคัดค้านสมมุติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้

15.  ข้อเสนอแนะ  ควรเขียนในลักษณะเสนอแนะวิธีการปรับปรุงการทดลองให้ดีขึ้น

      15.1  ให้บอกว่าสามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษา  ไปทำอะไรได้บ้าง

      15.2  เขียนข้อเสนอแนะเป็นข้อๆโดยเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย

16. ประโยชน์ของโครงงาน ให้บอกประโยชน์ที่ได้จากการทดลอง หรือจากการศึกษาเรื่องนั้นๆว่ามีประโยชน์อะไร  ด้านไหน  ให้เขียนเป็นข้อๆไป

17. บรรณานุกรมหรือหนังสืออ้างอิงหรือเอกสาร และเว็บไซต์ต่างๆ ที่นักเรียนใช้ค้นคว้า  ศึกษาหาข้อมูล  ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการทำโครงงานนี้  รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงที่ใช้ในการทำโครงงานมีการเขียนได้หลายรูปแบบ (ศึกษาได้จากรูปแบบการเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมท้ายตอนนี้)

18. ภาคผนวก   คือ ส่วนประกอบที่เขียนเพิ่มเติมในตอนท้าย เพื่อช่วยให้เห็นความสมบูรณ์  ในข้อมูลเนื้อหา กระบวนการดำเนินงานและผลของการวิจัย อาจประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติที่เกี่ยวข้องอื่น นอกเหนือจากส่วนที่จัดไว้ในเนื้อหา สำเนาเอกสารหายาก โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ นอกจากนี้อาจมีรายละเอียดอื่น ๆ เช่น คำอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอน หรือวิธีทำภาพประกอบ การสร้างเครื่องมือหรืออุปกรณ์การทดลอง  ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นหรือสร้างขึ้นในโครงงานนั้น ๆ สำหรับกรณีมีภาคผนวกหลายภาค ให้จัดเป็นภาคผนวก ก ภาคผนวก ข และภาคผนวก ค ตามลำดับ และให้ขึ้นหน้าใหม่เมื่อขึ้นภาคผนวกใหม่ และพิมพ์หน้าบอกตอนสำหรับภาคผนวกนั้น ๆ ด้วย

         ที่กล่าวมานี้เป็นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นการเขียนรายงานในลักษณะทั่วๆไป รูปแบบนี้อาจไม่เหมาะกับโครงงานทุกประเภทก็ได้แล้วแต่ลักษณะของโครงงานไม่ว่าจะเป็นโครงงานประเภทใด สิ่งสำคัญที่สุดมีผู้เขียนรายงานควรตระหนักไว้อยู่เสมอก็คือ ควรเขียนรายงานให้ชัดเจน ใช้ศัพท์เทคนิคที่ถูกต้อง ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และครอบคลุมประเด็นสำคัญๆ ทั้งหมดของโครงงาน

 

Project report writing

Project report writing is to sum up the information, scientific methodology of conducting the project in form of report paper for further uses.

Topics for project report writing

1. Abstract writing is to summarize important topics of the project within 300-500 words which includes;

1.1 explain the background and significance of the study

1.2 explain the objective

1.3 give summarized methodology of the study

1.4 summary of the finding and conclusion

2. Acknowledgement is to express gratitude toward the advisor, experts who the research had consulted to complete the project.

3. Interpretation of the finding which is the presentation of the result of the experiment in form of bar graphs or pie charts.

4. Discussion is to discuss each recorded finding of the study in detail under the principle and reason to prove whether the hypothesis is right or wrong.

5. Conclusion is the summary of the study finding in term of relationship of the independent variable(s) and the dependent variable(s). It should be written in precise and clear sentences, and covers the topic of the project to prove whether the hypothesis is right or wrong.

6. Reference (Bibliography) refers to books, documents used in study or read to collect information for the project. Reference starts with Thai books first and followed by English books. All the names be written in alphabetical order.

แหล่งที่มา :

1. https://sites.google.com/site/krutermsaksuwan/home/keiyw-kab-khru-teim-sakdi/khwam-ru-reuxng/khwam-hmay-khxng-khorng-ngan/prayochn-khxng-khorng-ngan/watthuprasngkh-kar-reiyn-ru-baeb-khorng-ngan/prapheth-khxng/khan-txn-kar-thao/kar-khid-leuxk-hawkhx-khorng-ngan/kar-kheiyn-kheao/kar-ptibati-khorng-ngan/kar-kheiyn-ra-yngano

2. http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/mahasarakham/janya_s/eng_proj_work/sec04p04.htm

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 147 คน กำลังออนไลน์