โครงโลกนิติ

 

 

โคลงโลกนิติ                                                   ครรโลงโลกนิตินี้                            นมนาน                                                มีแต่โบราณกาล                                   เก่าพร้อง                                                 เป็นสุภสิตสาร                                     สอนจิต                                                กลดั่งสร้อยสอดคล้อง                         เวี่ยไว้ในกรรณฯ                                      ถอดความ โคลงโลกนิตินี้เป็นของเก่ามีมาแต่โบราณกาลก่อนเป็นภาษิตที่งดงาม และเป็นเครื่องสอนใจเปรียบประดุจสายสร้อยสอดประดับสำหรับเป็นมงคลแก่หู สอนให้ทำความดี                                                    สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ                    ในตน                                                                กินกัดเนื้อเหล็กจน                              กร่อนขร้ำ                                                บาปเกิดแก่ตนคน                                เป็นบาป                                                บาปย่อมทำโทษซ้ำ                              ใส่ผู้บาปเองฯ                                            ถอดความ สนิมเหล็กเกิดจากเนื้อเหล็กที่มีมลทินแล้วกัดกินเนื้อเหล็กจนผุกร่อนคร่ำคร่าผลบาปหยาบช้าเกิดขึ้นแต่ตัวคนทำบาป แล้วสาปใส่โทษแก่คนทำให้ทนทุกข์ไปเอง                                                      โคควายวายชีพได้                         เขาหนัง                                                เป็นสิ่งเป็นอันยัง                                 อยู่ไซร้                                                คนเด็ดดับสูญสัง-                                ขารร่าง                                                เป็นชื่อเป็นเสียงได้                             แต่ร้ายกับดี ถอดความวัวควายเมื่อตายแล้วยังมีเขามีหนังเป็นสิ่งที่เหลืออยู่ในภายหลังให้เห็นได้คนเราเมื่อตายไปร่างกายก็สูญหมดสิ่งที่ยังเหลือปรากฎคือความชั่วและความดี สอนให้มีความเพียรในการศึกษาเล่าเรียน                                                    ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น                       นักเรียน                                                ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร                              ผ่ายหน้า                                                คนขี้เกียจเกลียดหน่ายเวียน               วนจิต                                                กลอุทกในตระกร้า                              เปี่ยมล้นฤามี ถอดความคนฉลาดย่อมหมั่นแสวงหาความรู้พยายามบากบั่นไปเพื่อประโยชน์ในภายหน้าคนเกียจคร้านมีแต่ความเบื่อหน่ายอยู่ในน้ำจิต (ไม่คิดทำอัดใด)ดั่งน้ำไม่มีวันล้นตระกร้าได้ สอนให้รู้จักประมาณตน                                                    นกน้อยขนน้อยแต่                         พอตัว                                                รังแต่งจุเมียผัว                                      อยู่ได้                                                มักใหญ่ย่อมคนหวัว                           ไพเพศ                                                ทำแต่พอตัวไซร้                                   อย่าให้คนหยันฯ ถอดความนกตัวน้อยขนมันก็น้อยพอสมกับตัวถึงทำรังก็เพียงให้เมียกับผัวพออยู่อาศัยคนมีความสามารถน้อยแต่คิดการใหญ่คนเขาก็เย้ยเยอะจึงควรทำให้พอเหมาะกับตัวอย่าให้คนเขาเย้ยหยัน สอนให้รู้จักพิจารณาคน                                                    ก้านบัวบอกลึกตื้น                          ชลธาร                                                มารยาทส่อสันดาน                             ชาติเชื้อ                                                โฉดฉลาดเพราะคำขาน                     ควรทราบ                                                หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ                    บอกร้ายแสลงดินฯ ถอดความความยาวของก้านบัวบอกให้รู้ความลึกตื้นของน้ำกิริยามารายาทเป็นเครื่องนำให้รู้จักวงค์ตระกูลที่อบรมมาถ้อยคำที่เจรจาบอกให้รุ้ว่าโง่หรือฉลาดถ้าหญ้าเหี่ยวแห้งแดงดาษบอกให้รู้ว่าดินตรงนั้นไม่ดี                                                     พระสมุทรสุดลึกล้น                      คณนา                                                สายดิ่งทิ้งทอดมา                                 หยั่งได้                                                เขาสูงอาจวัดวา                                    กำหนด                                                จิตมนุษย์นี้ไซร้                                    ยากแท้หยั่งถึงฯ ถอดความมหาสมุทรถึงจะลึกเพียงไรก็อาจทอดสายดิ่งวัดดูได้ภูเขาแม้จะสูงปานไรก็อาจกำหนดวัดดูได้แต่น้ำจิตน้ำใจของมนุษนี้สิยากนักที่จะหยั่งวัดดูได้ว่าดีร้ายประการไร สอนไม่ให้ทำตามอย่างผู้อื่น                                                    เห็นท่านมีอย่าเคลิ้ม                       ใจตาม                                                เรายากหากใจงาม                                อย่าคร้าน                                                อุตส่าห์พยายาม                                   การกิจ                                                เอาเยี่ยงอย่างเพื่อนบ้าน                     อย่าท้อทำกิน ถอดความเห็นใครเขามั่งมีอย่าระริกระรี้เคลิ้มตามเขาเรายากจนก็อย่าจับเจ่าน้ำใจสู้หมั่นเรียนหมั่นรู้และหมั่นทำทุกการกิจดูเพื่อนบ้านแล้วเอามาคิดอย่าท้อแท้เรื่องทำกิน สอนให้มีความกตัญญู                                                    คุณแม่หนาหนักเพี้ยง                   พสุธา                                                คุณบิดรดุจอา-                                      กาศกว้าง                                                คุณพี่พ่างศิขรา                                     เมรุมาศ                                                คุณพระอาจารย์อ้าง                             อาจสู้สาครฯ ถอดความพระคุณของแม่มีประมาณดังว่าพื้นพสุธาพระคุณของพ่อมีราคาประดุจเวิ้งนภาอากาศพระคุณของพี่เหมือนเมรุมาศภูเขาใหญ่พระคุณของครูเปรียบได้กับห้วงมหาสาคร สอนให้เป็นคนมีวาจาอ่อนหวาน                                                    อ่อนหวานมานมิตรล้น                 เหลือหลาย                                                หยาบบ่มีเกลอกราย                             เกลื่อนใกล้                                                ดุจดวงศศิฉาย                                       ดาวดาษประดับนา                                                สุริยส่องดาราไร้                                   เมื่อร้อนแรงแสงฯ ถอดความคนเรียบร้อยอ่อนหวานย่อมมีบริวารมิตรสหายมากหยาบคายสำรากไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนใกล้ชิดเหมือนจันทร์เพ็ญเย็นสนิทมีหมู่ดาวล้อมประดับแต่ตะวันร้อนแรงแสงระยับไร้ดารามาแวดล้อมรายเรียง                 โคลงโลกนิติเป็นวรรณคด๊ที่ใช้ถ้อยคำสำนวนที่ไพเราะและมีความหมายลึกซึ้งคมคายด้วยกลวิธีการประพันธ์ต่อไปนี้                                ๑.การนำธรรมชาติและสิ่งใกล้ตัวมาใช้เป็นความเปรียบ                                ๒.การใช้คู่เปรียบตรงข้าม   เช่น                                                                                            รักกันอยู่ขอบฟ้า                                  เขาเขียว                                                เสมออยู่หอแห่งเดียว                          ร่วมห้อง                                                ซังกันบ่แลเหลียว                                ต่อตากันนา                                                เหมือนขอบฟ้ามาป้อง                        ป่าไม้มาบังฯ ถอดความคนรักกันแม้จะอยู่ห่างไกลสุดขอบฟ้าป่าเขาเขียวก็เหมือนอยู่ในที่แห่งเดียวได้ร่วมเรือนและร่วมห้องคนเกลียดกันจนไม่ปราถนาจะมองหน้ากันแม้อยู่ด้วยกันก็เหมือนมีขอบฟ้ามากั้นมีป่าไม้มาบัง                 ๓.การใช้คำที่เข้าใจง่าย   เช่น                                                     รู้น้อยว่ามากรู้                                  เริงใจ                                                กลกบเกิดอยู่ใน                                    สระจ้อย                                                ไป่เห็นชเลไกล                                    กลางสมุทร                                                ชมว่าน้ำบ่อน้อย                                  มากล้ำลึกเหลือฯ ถอดความรู้อะไรเพียงเล็กน้อยก็ระเริงใจว่ารู้มากไม่ผิดอะไรกับกบที่เกิดอยู่ในสระเล็กๆไม่เคยเห็นน้ำในทะเลมหาสมุทรอันกว้างไกลก็หลงชมว่าน้ำในสระน้อยนั้นช่างมากล้ำเหลือลึก                 ๔.เล่นคำซ้ำต้นบาท    เช่น                                                     เว้นวิจารณ์ว่างเว้น                         สดับฟัง                                                เว้นที่ถามอันยัง                                    ไป่รู้                                                เว้นเล่าลิขิตสัง-                                    เกตว่างเว้นนา                                                เว้นดังกล่าวว่าผู้                                   ปราชญ์ได้ฤามี ถอดความเว้นจากการสดับฟัง๑เว้นจากการคิดนึกตรึกตรอง๑เว้นจากการสอบถามสิ่งที่ยังไม่รู้๑เว้นจากการท่องบ่นหรือสังเกตเห็นแล้วจดบันทึกไว้๑เว้นจาก๔ประการนี้แล้วจะเรียกว่าเป็นนักปราชญ์ได้ไฉน         โคลงบางบทมีลักเป็นโคลงกระทู้   เช่น                                                     เพื่อนกินสิ้นทรัพย์แล้ว                 แหนงหนี                                                หาง่ายหลายหมึ่นมี                             มากได้                                                เพื่อนตายถ่ายแทนชี-                          วาอาตม์                                                หายากฝากผีไข้                                     ยากแท้จักหาฯ ถอดความเพื่อนกินพอทรัพย์ของเพื่อนหมดสิ้นแล้วก็เมินหน้าหน่ายหนีเพื่อนเช่นนี้หาง่ายมีอยู่มากมายหลายหมื่นเพื่อนตายคือเพื่อนที่ยอมตายแทนกันได้

และฝากผีฝากไข้กันได้เพื่อนเช่นนี้หายากนักหนา

 

 

 

 

สร้างโดย: 
ยุวดี เปาอินทร์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 143 คน กำลังออนไลน์