ภาษาอังกฤษวันล่ะนิด

คำศัพท์ที่เกี่ยวกับ การงาน ธุรกิจต่างๆ

        เริ่มจากคำศัพท์ง่ายๆ เห็นกันบ่อยๆ อย่างคำว่า business มีที่มาจากคำว่า busy + ness แปลตรงตัวว่าการมีธุระยุ่ง เพราะการมีธุระยุ่งนั้นเป็นธรรมชาติของโลกธุรกิจ คำว่า business นี้สามารถนำไปผสมกับคำอื่นๆ สร้างคำอื่นๆ ขึ้นมาได้อีกหลายคำ เช่น businessperson นักธุรกิจ (เราใช้คำนี้เพื่อเลี่ยงคำว่า businessman ที่สื่อไปถึงเพศชายเพียงอย่างเดียว) หรือ monkey business ไม่ได้แปลว่าธุรกิจค้าลิง หรือเกี่ยวข้องอะไรกับลิงหรอกนะคะ แต่แปลว่า เรื่องเหลวไหล หรือ อุบายเลวทราม

        เมื่อกล่าวถึงธุรกิจต่างๆ แล้ว ส่วนที่สำคัญที่สุดในธุรกิจก็คือผู้บริหารของบริษัทนั่นเอง บ้านเราตั้งชื่อตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทกันหลากหลายแบบ แต่ละที่สรรหาชื่อตำแหน่งมาตั้งกันจนเมื่อแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วฝรั่งเองถึงกับงง เช่นถ้าคนไทยเรียกท่านรองประธานของบริษัท ว่า vice president แต่ภาพที่คนอังกฤษและอเมริกันนึกถึงนั้น vice president มีความหมายที่กว้างออกไปอีก เพราะจะหมายรวมถึง พนักงานในระดับผู้อำนวยการ หรือระดับหัวหน้าแผนกด้วยก็ได้ ดังนั้นถ้าจะเจาะจงว่าท่านผู้นี้คือรองประธานบริษัทแล้ว ควรใช้คำว่า executive vice president น่าจะเหมาะสมกว่า ส่วนตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดในบริษัทนั้นมีใช้กันหลายแบบ เช่น ถ้าเป็นแบบอเมริกันมักใช้คำว่า president หรือ CEO – Chief Executive Officer แต่ถ้าเป็นแบบอังกฤษ มักจะใช้คำว่า managing director (MD) ก็จะเทียบเท่ากับคำว่า ประธานบริษัท ของไทย
 
        executive และ board ก็เป็นคำที่เรามักจะคุ้นหู เมื่อกล่าวถึงตำแหน่งใหญ่โตในบริษัท หรือองค์กรต่างๆ ซึ่งคำว่า executive มักจะนำมาใช้ในตำแหน่งเทียบเท่า “ผู้บริหาร” ตำแหน่งตั้งแต่ “ประธานบริษัท” (executive managing director) ขึ้นไปจะใช้คำว่า executive ทั้งหมด ส่วนที่ใช้คำว่า board นั้น ได้แก่ “คณะกรรมการบริษัท” (board of directors) “การประชุมคณะกรรมการ” (board meeting) “ห้องคณะกรรมการ” (board room) เป็นต้น ส่วนการ ”เข้าเป็นเป็นคณะกรรมการบริหาร” ใช้ว่า become a board member

        มาถึงตรงนี้ก็เริ่มเข้าสู่หัวใจของธุรกิจจริงๆ ดีกว่า จะอะไรเสียอีกนอกจากเรื่องเงินๆทองๆ ไงละ ในภาษาอังกฤษมีคำที่แปลว่าเงินค่าจ้างหลากหลายแบบไม่แพ้ในภาษาไทยเลย เริ่มจากคำที่เราจะพบได้บ่อยๆ คือคำว่า wage (ค่าจ้าง) เมื่อนำไปรวมกับคำอื่นๆ จะเกิดคำศัพท์อีกหลายคำ เช่น wage level หรือ wage standard (มาตรฐานค่าจ้าง), wage system (ระบบค่าจ้าง), hourly/monthly wage (ค่าจ้างรายวัน/รายเดือน) อีกคำที่ทุกคนรอคอยคือ wage raise (การขึ้นเงินเดือน) และ wage negotiation (การเจรจาค่าแรง) นอกจากนี้คำว่าค่าจ้างที่เราจะพบได้คืออีกสองคำคือ คำว่า pay และ salary คำที่น่าสนใจที่จะใช้กันบ่อยๆ คือ payday (วันเงินเดือนออก) หรือ basic pay (เงินเดือนขั้นพื้นฐาน) ส่วนอีกคำหนึ่งที่อาจทำให้น้องๆ สับสนก็คือคำว่า allowance ซี่งหมายถึง เงินเบี้ยเลี้ยง เป็นสวัสดิการแก่พนักงาน (welfare of the workers) เช่น overtime allowance เบี้ยเลี้ยงล่วงเวลา seniority allowance เบี้ยเลี้ยงตามอายุงาน ฯลฯ

        อีกสองคำส่งท้ายคือคำที่ง่าย เจอบ่อย แต่ก็มักใช้กันสับสนไปกันเสมอ คือคำว่า job และ work ซึ่ง job ใช้ในความหมายว่า งาน, ตำแหน่ง, หน้าที่ได้ เช่น get a job (หางานทำ), do the job right (ทำงานให้เรียบร้อย) ส่วนคำว่า work มีความหมายต่างกันเล็กน้อยตรงที่ work มักจะหมายถึง งานที่ได้รับการทำให้เสร็จสิ้น อย่างเช่นคำว่า ผลงาน แรงงาน หน้าที่การงาน และใช้ในรูปที่ว่า get (go) to work (ไปทำงาน), look for work (หางานทำ) หรือจะใช้ look for a job ก็ได้ ข้อระวังคือ work จะไม่มี article นำหน้า เพราะเป็นนามนับไม่ได้ ส่วน work ที่มี article นำหน้า เป็นนามนับได้ จะหมายถึง ผลงานศิลปะ หรืองานเขียนนั่นเอง

สร้างโดย: 
นางสาวรัตนาภรณ์ ทองอยู่

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์