มัธยมศึกษาปีที่ 5/2

การได้เปรียบเชิงกลและประสิทธิภาพของเครื่องกล

การได้เปรียบเชิงกล (mechanical advantage)

การทำงานของเครื่องกลชนิดต่างๆ จะเป็นการช่วยผ่อนแรงของเราในการทำงาน สิ่งที่ควรทราบสำหรับการทำงานของเครื่องกล ได้แก่

1. ถ้าเครื่องกลไม่มีความเสียดทาน แล้วพลังงานที่ใส่ให้กับเครื่องกล จะมีค่าเท่ากับงานที่เครื่องกลทำออกมา

2. เนื่องจากความจริงแล้วเครื่องกลทุกชนิดจะต้องมีแรงเสียดทาน ดังนั้นพลังงานที่ใส่ให้กับเครื่องกลบางส่วนจะสูญเสียไปกับการทำลายความเสียดทานเหล่านั้น ทำให้เราทราบว่าเครื่องกลทุกเครื่อง งานที่ทำเครื่องกลทำออกมาจะน้อยกว่างานที่เราทำใส่ให้แก่เครื่องกลนั้นเสมอ

3. เครื่องกลเป็นเครื่องที่ใช้ผ่อนแรง แต่ไม่ได้ผ่อนงาน

ความสามารถในการผ่อนแรงของเครื่องกลแต่ละชนิดจะมี่ความแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของงานเนื่องจาก“แรงที่ใช้” (Input Force) และงานของ “แรงที่ได้ออกมา” (Output Force) เราจึงนิยามปริมาณที่บอกถึงความสามารถในการผ่อนแรง เรียกว่า การได้เปรียบเชิงกล ดังนี้

การได้เปรียบเชิงกล (mechanical advantage; M.A.) คืออัตราส่วนระหว่างแรงต้านทาน (W) กับแรงพยายาม (F)

แรงพยายาม (F) เป็นแรงภายนอกที่กระทำบนวัตถุ เพื่อทำให้วัตถุเกิดการเปลี่ยนแปลง
แรงต้านทาน (W) เป็นแรงที่ต่อต้านการกระทำของแรงภายนอก

 

เมื่อ      W = แรงต้าน

F = แรงพยายาม

M.A. = การได้เปรียบเชิงกล  (M.A. ไม่มีหน่วย)

  • การได้เปรียบเชิงกล =1 (W=F) ไม่ผ่อนแรง แต่อำนวยความสะดวก
  • การได้เปรียบเชิงกล <1 (W
  • การได้เปรียบเชิงกล >1 (W>F) ผ่อนแรง ได้เปรียบเชิงกล

เป็นการได้เปรียบเชิงกลที่ได้จากอัตราส่วนของระยะทางที่แรงพยายามกระทำให้เคลื่อนที่กับระยะทางที่แรงต้านทานกระทำให้เคลื่อนที่

ที่มา http://www.scimath.org/socialnetwork/groups/viewgroup/451-%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5+%28Physics+of+Machine%29

 จัดทำโดย ปฐพีอุดมเลิศปรีชา เลขที่4 ชั้น ม.5/2

      เครื่องจักร หมายถึง สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้น สำหรับก่อกำเนิดพลังงาน เปลี่ยนหรือแปรสภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ทั้งนี้ ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ หรือพลังลม แก๊ส ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน และหมายความถึง เครื่องอุปกรณ์ ไฟลวีล ปุลเล่ สายพาน เพลา เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสัมพันธ์กันและรวมถึงเครื่องมือกลด้วย

จากคำนิยามของเครื่องจักรจะเห็นว่า ได้รวบรวมเอาคุณสมบัติ รูปลักษณ์ และลักษณะการทำงานหลายประเภทซึ่งจะเห็นได้จากการนำเข้าไปใช้ในกระบวนการผลิต ของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานปั๊มโลหะ โรงสีข้าว โรงงานน้ำตาล โรงงานประกอบรถยนต์ เป็นต้น

เพื่อให้เห็นลักษณะการทำงานที่ชัดเจนของเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงาน สามารถจำแนกประเภทของเครื่องจักรออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. เครื่องต้นกำลัง เป็นเครื่องจักรที่ใช้ผลิตหรือ เปลี่ยนพลังงานรูปหนึ่งไปเป็นอีกรูปหนึ่ง เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ใช้สำหรับเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล นอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องต้นกำลังอื่นๆ เช่น หม้อไอน้ำเครื่องยนต์เป็นต้น
  2. เครื่องส่งกำลัง คือ อุปกรณ์ที่ใช้ส่งผ่านกำลังจากเครื่องต้นกำลังไปใช้งานอื่นต่อไป เช่น เพลา สายพาน โซ่ เฟือง ท่อลมอัดต่างๆ เป็นต้น
  3. เครื่องจักรทำการผลิต เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในการ ผลิตต่างๆ ประกอบด้วยเครื่องจักรที่แยกทำงานเฉพาะในแต่ละเครื่อง เช่น เครื่องเจาะ เครื่องอัด เครื่องตัด เครื่องกลึง เครื่องไส เป็นต้น และเครื่องจักรที่ออกแบบพิเศษเป็นลักษณะสายการผลิตที่ทำงานต่อเนื่อง เช่น เครื่องรีดโลหะ เครื่องผลิตท่อน้ำ เครื่องผลิตขวดแก้ว เครื่องผลิตภาชนะพลาสติก เครื่องบรรจุอาหาร เป็นต้น เครื่องจักรเหล่านี้ล้วนทำการผลิตต่างๆ จากวัตถุดิบหรือชิ้นงานให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์

เทคโนโลยีเครื่องจักรกล

     ส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ทั้งหมดที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลนั้นสร้างโดย "เครื่องจักรแม่" ที่ผลิตส่วนประกอบเครื่องจักร ไม่ว่าจะซับซ้อนและละเอียดหรือใหญ่โตและหนักมากแค่ไหน ความแม่นยำของส่วนประกอบต่างๆ ที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลนั้นยังคงเพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว ระบบการเคลื่อนที่เชิงเส้นของ THK ช่วยทำให้ความแม่นยำและความเร็วนี้เป็นไปได้

     ในจำนวนเครื่องจักรสำหรับการตัด "Machining Center" คือบทบาทหลัก ด้วยความแม่นยำและทนทานสูงของ ตลับลูกปืน LM Guide แบบใช้รังบังคับลูกปืนเม็ดกลมและบอลสกรูจึงถูกนำมาใช้สำหรับโต๊ะที่ต้องวาง ตำแหน่งชิ้นงานให้แม่นยำและรวดเร็ว และช่วยในส่วนของกลไกการขับเคลื่อนของเครื่องมือตัด นอกจากนี้ ตลับลูกปืนชนิดวงแหวน Cross-Roller Ring จึงถูกนำมาใช้สำหรับโต๊ะหมุนที่จำเป็นต้องหมุนอย่างราบรื่น แม้ว่า Machining Center และเครื่องกลึง CNC อื่นจะเป็นเครื่องจักรหลักในการผลิตผลิตภัณฑ์จำนวนมาก แต่เครื่องกัดก็ยังคงถูกพัฒนาในรูปแบบการผลิตแบบใหม่ เครื่องจักรส่วนใหญ่ที่มีความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความแม่นยำสูง เป็นพิเศษ ถูกสร้างภายใต้การควบคุมที่ละเอียดของผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมือ ดังนั้นตลับลูกปืน LM Guide และบอลสกรูจึงถูกนำมาใช้ในการวางระบบแนวเดินเครื่องกัด

     เครื่องกลึง NC ซึ่งทำงานร่วมกับ Machining Center ยังมีบทบาทหลักในเครื่องจักรกล ด้วยความแข็งแรงและความแม่นยำสูง ตลับลูกปืน LM Guide และบอลสกรูจึงเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนที่ของ Tool Post ของเครื่องกลึง นอกจากนี้ เนื่องจากตลับลูกปืน LM Guide รวมความแข็งแรงสูงนี้กับรูปแบบที่กะทัดรัดมาก จึงช่วยทำให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กลง

     Plano Miller คือเครื่องจักรบดขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดว่าชิ้่นส่วนของเครื่องจักรนี้มีขนาดใหญ่และหนักด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากตลับลูกปืน LM Guide มีความทนทานสูงสำหรับใช้ในการเคลื่อนงาน งานจะสามารถเคลื่อนที่ได้ราบรื่นและชิ้นส่วนขนาดใหญ่สามารถประกอบกับเครื่อง จักรได้ด้วยความแม่นยำสูง

 

ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลในการเกษตร

http://www.siamkubota.co.th/sarakaset/upload/doc/เพิ่มผลผลิต ด้วยเทคโนโลยี.pdf

https://www.youtube.com/watch?v=-fZvtyZyl_U

 

ที่มา

- https://wiki.stjohn.ac.th/groups/poly_basiscourse/wiki/d2fb1/

- http://www.thk.com/?q=th/node/5668

 

(นางสาวขนิษฐา แสงกระจ่าง  ม. 5/2  เลขที่ 35)

 

           

 

รูปภาพของ nunkimhanbin

                              น.ส. นฤมล  ทำนานอก ม.5/2 เลขที่ 29

เครื่องกล

เครื่องมือที่ประกอบด้วยส่วนที่อยู่กับที่และส่วนที่เคลื่อนที่ได้ สามารถปรับเปลี่ยนและส่งถ่ายพลังงานกลไปยังจุดอื่นในรูปที่เป็นประโยชน์มากขึ้น เช่น รอก คาน ลิ่ม.

เครื่องกลอย่างง่าย หรือเครื่องผ่อนแรง ในทางฟิสิกส์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้แรงเพียงอย่างเดียวในการทำงาน เมื่อแรงหนึ่งมากระทำกับวัตถุทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายที่ของวัตถุ โดยแรงที่กระทำผ่านทางระบบจะใช้แรงน้อยกว่าแรงที่กระทำโดยตรง โดยอัตราส่วนระหว่างแรงทั้งสองนี้ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบเชิงกล

เครื่องกลอย่างง่ายทั้งหกชนิด โดยมีสัญลักษณ์แสดงถึงรูปร่างของเครื่องกลนั้น ได้แก่

 

https://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1421914688&v=LiBcur1aqcg&x-yt-cl=84503534&feature=player_embedded

https://www.youtube.com/watch?x-yt-ts=1421914688&v=9T7tGosXM58&x-yt-cl=84503534&feature=player_embedded

1. รอก (pulley)

รอก เป็นเครื่องกลที่ใช้สำหรับยกของขึ้นที่สูงหรือหย่อนลงไปในที่ต่ำ รอกมีลักษณะเป็นล้อมหมุนได้คล่องรอบตัว และมีเชือกพาดล้อสำหรับยกตัวและดึงวัตถุ

รอก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ รอกเดี่ยวและรอกพวง

รอกเดี่ยว แบ่งเป็น รอกเดี่ยวตายตัว และรอกเดี่ยวเคลื่อนที่

รอกเดี่ยวตายตัว เป็นรอกที่ตรึงติดอยู่กับที่ ใช้เชือกหนึ่งเส้นพาดรอบล้อโดยปลายข้างหนึ่งผูกติดกับวัตถุ ปลายอีกข้างหนึ่งใช้สำหรับดึง เมื่อดึงวัตถุขึ้นในแนวดิ่ง แรงที่ใช้ดึงจะมีค่าเท่ากับน้ำหนักของวัตถุ รอกเดี่ยวตายตัวไม่ช่วยผ่อนแรงแต่สามารถอำนวยความสะดวกในการทำงาน ตัวอย่างเช่น การชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา การลำเลียงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างขึ้นที่สูง

สูตรที่ใช้ คำนวณ

E = W
E = แรงความพยายาม หรือแรงที่ใช้ดึงวัตถุ (นิวตัน)
W = แรงต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)

รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ เป็นรอกที่เคลื่อนที่ได้ขณะที่ใช้งาน วัตถุผูกติดกับตัวรอกใช้เชือกหนึ่งเส้นพาดรอบล้อโดยปลายข้างหนึ่งผูกติดกับเพดาน ปลายอีกข้างหนึ่งใช้สำหรับดึง เมื่อดึงวัตถุขึ้นในแนวดิ่งแรงที่ใช้ดึงมีค่าเท่ากับครึ่งหนึ่งของน้ำหนักของวัตถุ รอกเดี่ยวเคลื่อนที่เป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรง

สูตรที่ใช้ คำนวณ

E = W/2
E = แรงความพยายาม หรือแรงที่ใช้ดึงวัตถุ (นิวตัน)
W = แรงต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)

รอกพวง รอกพวงแบ่งเป็น 3 ระบบ คือ รอกพวงระบบที่ 1 ระบบที่ 2 และระบบที่ 3

รอกพวงระบบที่ 1 ประกอบด้วยรอกเดี่ยวเคลื่อนที่หลายตัว รอกแต่ละตัวมีเชือกคล้องหนึ่งเส้น โดยปลายข้างหนึ่งผูกติดกับเพดาน ปลายอีกข้างหนึ่งผูกกับรอกตัวถัดไป วัตถุผูกติดกับรอกตัวล่างสุด เชือกที่คล้องรอบรอกตัวบนสุดใช้สำหรับดึง

สูตรที่ใช้ คำนวณ

E = W/2n
E = แรงความพยายาม หรือแรงที่ใช้ดึงวัตถุ (นิวตัน)
W = แรงต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)
n = จำนวนรอกเดี่ยวเคลื่อนที่

รอกพวงระบบที่ 2 ประกอบด้วยรอก 2 ตับ ตับบนแขวนติดเพดาน วัตถุผูกติดกับรอกตัวล่างสุด ของตับล่าง ใช้เชือกเส้นเดียวคล้องรอบรอกทุกตัว โดยปลายข้างหนึ่งผูกติดกับรอกตัวล่างสุดของตัวบน หรือตัวบนสุดของตับล่างปลายอีกข้างหนึ่งใช้สำหรับดึง

สูตรที่ใช้ คำนวณ

ก. E = ข. E =
E = แรงความพยายาม หรือแรงที่ใช้ดึงวัตถุ (นิวตัน)
W = แรงต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)
n = จำนวนรอก

รอกพวงระบบที่ 3 ประกอบด้วยรอกเดียวตายตัว 1 ตัว ที่เหลือเป็นรอกเดี่ยวเคลื่อนที่ ปลายข้างหนึ่งของเชือกที่คล้องรอบรอกทุกตัวผูกติดกับคานตรงอันหนึ่งวัตถุผูกติดกับคานนี้ ปลายอีกข้างหนึ่งของเชือกผูกกับรอกตัวถัดไป เหลือปลายสุดท้ายใช้สำหรับดึง

สูตรที่ใช้ คำนวณ

E =
E = แรงความพยายาม หรือแรงที่ใช้ดึงวัตถุ (นิวตัน)
W = แรงต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)
n = จำนวนรอกเดี่ยวเคลื่อนที่


2. คาน (lever)


แรง (force) คือ อำนาจอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำให้หรือพยายามทำให้วัตถุเปลี่ยนภาวะจากการหยุดนิ่ง เป็นการเคลื่อนที่ หรือภาวะจากการเคลื่อนที่เป็นการหยุดนิ่ง หน่วยของแรง แรงมีหน่วยเป็นนิวตัน (N)

ผลของแรง

แรงทำให้วัตถุเคลื่อนที่ตามแนวแรง เกิดเป็น งาน
แรงทำให้วัตถุหมุนรอบจุดๆ หนึ่ง เกิดเป็น โมเมนต์

งาน (work) หมายถึง ผลคูณของแรงกับระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ไปตามแนวแรง หรือ

งาน = แรง × ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ตามทิศทางของแนวแรง
หน่วยของงาน งานมีหน่วยเป็น นิวตันเมตร หรือจูล
ถ้าออกแรงกระทำต่อวัตถุแล้ววัตถุไม่เคลื่อนที่ หรือวัตถุเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ตั้งฉากกับแนวแรงที่กระทำกับวัตถุ จะไม่มีงานเกิดขึ้นจากแรงนั้น

โมเมนต์ (moment) หมายถึง ผลคูณของแรงกับระยะทางตั้งฉากจากจุดหมุนไปยังแนวแรง หรือ

โมเมนต์ = แรง × ระยะทางตั้งฉากจากจุดหมุนไปยังแนวแรง
หน่วยของโมเมนต์ โมเมนต์มีหน่วยเป็น นิวตันเมตร

โมเมนต์มี 2 ชนิด คือ

โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา
โมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา

กฏของโมเมนต์

เมื่อวัตถุชิ้นหนึ่งถูกกระทำด้วยแรงหลายแรง แล้ววัตถุนั้นอยู่ในภาวะสมดุลจะได้ว่า
ผลรวมของโมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา = ผลรวมของโมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา
W = แรงความต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ
E = แรงความพยายาม
F = จุดหมุนหรือจุดฟัลครัม
a = ระยะทางตั้งฉากระหว่างจุดหมุนถึงแรงความต้านทาน
b = ระยะทางตั้งฉากระหว่างจุดหมุนถึงแรงความพยายาม
ถ้าคาน AB อยู่ในภาวะสมดุลจะได้
โมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา = โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา

คาน คือ วัตถุที่ยาว แข็ง อาจตรงหรืองอก็ได้ และหมุนรอบจุดหมุนได้เมื่อมีแรงภายนอกมากระทำ คานแบ่งเป็น 3 อันดับ โดยถือว่าจุดหมุนและแรงความพยายามเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ดังนี้

คานอันดับที่ 1 คือ คานที่มีจุดหมุน (F) อยู่ระหว่างแรงความพยายาม (E) และแรงต้านทาน (W)

คานอันดับที่ 2 คือ คานที่มีแรงความต้านทาน (W) อยู่ระหว่างแรงความพยายาม (E)และจุดหมุน (F)

คานอันดับที่ 3 คือ คานที่มีแรงความพยายาม (E) อยู่ระหว่างความต้านทาน (W) และจุดหมุน (F)

ตัวอย่างการคำนวณ คานโตสม่ำเสมอยาว 1 เมตร ที่ปลายทั้งสองมีวัตถุหนัก 240 นิวตัน และ 160 นิวตัน แขวนไว้ตามลำดับ จงหาว่าจะต้องแขวนคานที่จุดใด คานจึงจะสมดุล
สมมติให้แขวนคานห่างน้ำหนัก 240 นิวตัน เป็นระยะทาง X เมตร

โมเมนต์ตามเข็มนาฬิกา = โมเมนต์ทวนเข็มนาฬิกา
240 × X = 160 × (1-X)
240 X = 160 - 160X
240X + 160X = 160
400X = 160
X = 160 / 400
X = 0.4 เมตร
แขวนคานห่างน้ำหนัก 240 นิวตัน เท่ากับ 0.4 เมตร


3.
พื้นเอียง (inclined plane)


พื้นเอียง คือ เครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรง มีลักษณะเป็นไม้กระดานยาวเรียบ ใช้สำหรับพาดบนที่สูงเพื่อขนย้ายวัตถุขึ้นสู่ที่สูงโดยการลากหรือการผลัก

ประโยชน์ของพื้นเอียง คือ ช่วยอำนวยความสะดวก และช่วยผ่อนแรงในการขนย้ายสิ่งของขึ้นหรือลงจากยานพาหนะ

สูตรที่ใช้คำนวณเรื่องพื้นเอียง
งานที่ให้กับเครื่องกล = งานที่ได้จากเครื่องกล
E d1 = W d2
E = แรงความพยายามหรือแรงที่ใช้ลากวัตถุ (นิวตัน)
d1 = ความยาวของพื้นเอียง (เมตร)
W = แรงความต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)
d2 = ความสูงของพื้นเอียง

ตัวอย่างการคำนวณ นาย ก. ใช้พื้นเอียงยาว 8 เมตร วางพาดกำแพงสูง 2 เมตร โดยให้ปลายของพื้นเอียงอยู่บนกำแพงพอดี แล้วลากวัตถุหนัก 500 นิวตัน ขึ้นไปไว้บนกำแพง จงหาว่านาย ก ออกแรงเท่าใด
ให้ออกแรงลาก = X นิวตัน

งานที่ให้ = งานที่ได้
แรงที่ใช้ลาก × ความยาวพื้นเอียง = น้ำหนักวัตถุ × ความสูงพื้นเอียง
X × 8 = 500 × 2
X = 500 × 2 / 8 = 125 นิวตัน
แรงที่ออกเท่ากับ 125 นิวตัน

ตัวอย่างการคำนวณ เด็กชายดำออกแรง 60 นิวตัน ก็สามารถลากวัตถุหนัก 300 นิวตัน ขึ้นไปตามพื้นเอียง ซึ่งวางพาดกำแพงสูง 1.5 เมตรได้ จงหาว่าพื้นเอียงยาวเท่าใด

งานที่ให้ = งานที่ได้
แรง × ความยาวพื้นเอียง = น้ำหนักวัตถุ × ความสูงพื้นเอียง
60 × ความยาวพื้นเอียง = 300 × 1.5
ความยาวพื้นเอียง = 300 × 1.5 / 60 = 7.5 เมตI

4. ล้อและเพลา (Wheel and Axle)

ล้อและเพลา เป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงประกอบด้วยวัตถุทรงกระบอก 2 อันติดกัน อันใหญ่เรียกว่าล้อ อันเล็กเรียกว่าเพลา ใช่เชือก 2 เส้น พันรอบล้อเส้นหนึ่ง อีกเส้นหนึ่งพันรอบเพลาโดยพันไปคนละทาง ปลายข้างหนึ่งของเชือกที่พันรอบเพลาผูกติดกับวัตถุ ปลายข้างหนึ่งของเชือกที่พันรอบล้อใช้สำหรับออกแรงดึง

สูตรที่ใช้คำนวณเรื่องล้อและเพลา

E R = W r (ไม่คิดแรงเสียดทาน)
E = แรงความพยายามหรือแรงที่ใช้ดึง (นิวตัน)
R = รัศมีของล้อ (เมตร)
W = แรงความต้านทานหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)
r = รัศมีของเพลา (เมตร)

5. ลิ่ม

ลิ่ม เป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงรูปร่างคล้ายขวาน ใช้สำหรับตอกลงในเนื้อวัตถุเพื่อให้เนื้อวัตถุแยกออกจากกัน

สูตรที่ใช้คำนวณเรื่องลิ่ม
E H = W L
E = แรงความพยายามหรือแรงที่ตอกลิ่ม (นิวตัน)
H = ระยะทางที่แรงความพยายามเคลื่อนที่ หรือระยะทางที่ลิ่มจมลงในเนื้อไม้ (เมตรหรือเซนติเมตร)
W = แรงความต้านทานหรือแรงอัดของเนื้อไม้ (นิวตัน)
L = ระยะทางที่แรงความต้านทานเคลื่อนที่ หรือระยะทางที่เนื้อไม้แยกออกจากกัน (เมตรหรือเซนติเมตร)

6. สกรู (screw)

สกรู เป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงมีรูปร่างคล้ายบันไดเวียนวนรอบแกนอันหนึ่ง สกรูใช้สำหรับยกวัตถุหนักๆ ขึ้นสูงๆ โดยแรงความพยายามเคลื่อนที่เป็นวงกลมขณะที่แรงความต้านทานเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง ดังรูป

สูตรที่ใช้คำนวณเรื่องสกรู
W × P = E × 2πR
W = แรงความต้านหรือน้ำหนักของวัตถุ (นิวตัน)
P = ระยะทาง 1 ช่วงเกลียว (เมตรหรือเซนติเมตร)
E = แรงความพยายามหรือแรงที่กระทำกับสกรู (นิวตัน)
R = รัศมีของการหมุนหรือความยาวของด้ามแม่แรง (เมตรหรือเซนติเมตร)

อ้างอิง http://swhappinessss.blogspot.com/2013/04/blog-post.html

เครื่องจักรเครื่องกล หรือ เครื่องจักรกล (หรืออาจเรียกเพียง เครื่อง) หมายถึงเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ประกอบขึ้นจากส่วนหนึ่งหรือส่วนต่าง ๆ หลายส่วน ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงอย่างหนึ่ง เครื่องจักรเป็นอุปกรณ์ที่มีพลังขับเคลื่อน ซึ่งมักจะเป็นพลังงานเชิงกล เคมี ความร้อน หรือไฟฟ้า เป็นต้น และบ่อยครั้งก็ถูกทำให้เป็นเครื่องยนต์ ในประวัติศาสตร์ อุปกรณ์จะเรียกว่าเป็นเครื่องจักรได้ก็ต่อเมื่อมีส่วนที่ขยับเคลื่อนที่ได้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์นำไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องมีส่วนที่ขยับเคลื่อนที่ได้ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเครื่องจักรอยู่ 

 

เครื่องกลอย่างง่าย เป็นอุปกรณ์ที่แปลงทิศทางหรือขนาดของแรงได้โดยง่าย เช่น รอก คาน พื้นเอียง ในขณะที่เครื่องจักรที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นก็มีมากมายเช่น วิทยุ โทรทัศน์ ยานพาหนะ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์เครื่องจักรโมเลกุล เป็นอาท

 

อ้างอิงhttp://th.m.wikipedia.org/wiki/เครื่องจักร

นางสาวกนกวรรณ ฟองจ้อน เลขที่24

 

 

เทคโนโลยีเครื่องกล
การประดิษฐ์ริเริ่มและพัฒนา
เครื่องจักรไอน้ำเครื่องแรกที่มีการบันทึกไว้คือ Arolipile คนที่ประดิษฐืคือวิศวกรและนักฟิสิกส์ชาวกรีก ในช่วงศตวรรษที่ 1 แต่ครั้งนั้นนำมาใช้เป็นของเล่น ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2206 (ค.ศ. 1663) นายเอ็ดเวิร์ด โซเมอร์เซ็ด ได้ออกแบบและนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการปั้มน้ำเครื่องจักรไอน้ำแบบลูกสูบ,โดยนาย Denis Papin
เมื่อ พ.ศ. 2223 (ค.ศ. 1680) นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส เดนนิส ปาปิน ( Denis Papin) สร้างหม้อต้มความดันจุดประสงค์เพื่อใช้ในการทำอาหาร ซึ่งถือเป็นหม้อความดันรุ่นแรก เพื่อเป็นการป้องกันการระเบิดของหม้อต้มความดัน เดนนิส ปาปิน ได้ออกแบบ วาล์วลดความดัน (Release Valve) นอกจากนี้ยังสังเกตว่าคาบการทำงานของวาวล์ เป็นจังหวะขึ้นลงๆ ทำ ให้เกิดความคิดเกี่ยวกับเครื่องจักรแบบกระบอกสูบ แต่เขาก็ไม่ได้สร้างเครื่องจักรไอน้ำที่ใช้งานได้จริง ต่อมาวิศวกร Thomas Savery (โทมัส ซาวารี่) ได้ใช้การออกแบบของปาปิน มาทำเป็นเครื่องจักรไอน้ำที่ใช้งานได้ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรไอน้ำช่วงแรกเป็นการออกแบบของ โทมัส เซฟเวอรี (Thomas Savery) เมื่อ พ.ศ. 2255 (ค.ศ. 1712) เครื่องจักรไอน้ำแบบบรรยากาศ (atmospheric-engine) ของ โทมัส นิวโคเมน (Thomas Newcomen) ได้ทดลองและใช้ในอุตสาหกรรม
ต่อมา เซฟเวอรีและนิวโคเมนร่วมกันพัฒนา เครื่องจักรไอน้ำแบบคาน (beam engine) ที่สามารถใช้แบบความดันบรรยากาศและความดันสุญญากาศ ช่วงแรกของอุตสาหกรรมใช้เครื่องจักรไอน้ำแบบสุญญากาศในการปั๊มน้ำจากเหมือง เครื่องจักรไอน้ำของนิวโคเมน รุ่นแรกทำงานช้าและต้องใช้คนเปิด-ปิดวาล์วเอง ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้ตัวเครื่องจักรเองในการเปิด-ปิดวาล์ว
ต่อมา เจมส์ วัตต์ (James Watt) ได้พัฒนาเครื่องจักรไอน้ำจากแบบของนิวโคเมน และ ได้จดสิทธิบัตร เครื่องจักรไอน้ำแบบวัตต์ Watt Steam Engine ซึ่งทำงานเรียบกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า การพัฒนาในเรื่องของประสิทธิภาพช่วงต่อมาจากการประดิษฐ์ของ Oliver Evans และ Rechard Trevithick โดยการใช้ไอน้ำแรงดันสูง ซึ่งเครื่องจักรไอน้ำที่ใช้แรงดังสูงที่ Trevithick สร้างไว้เป็นที่รู้จักในชื่อ เครื่องจักรไอน้ำแบบคอร์นิช (Cornish engines)
อย่างไรก็ตามเครื่องจักรไอน้ำแรงดันสูงมีอันตรายมาก จากหม้อต้มระเบิดเพราะไม่สามารถทนความดันสูงได้ และเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุหลายๆเหตุการณ์ สิ่งสำคัญของเครื่องจักรไอน้ำแบบความดันสูงคือ ความพิถีพิถันในการผลิต วาล์วนิรภัย ซึ่งใช้ในการปล่อยความดันที่เกินของเครื่องจักรไอน้ำ และเหตุนี้เองจึงต้องมีการบำรุงรักษาเครื่องจักรไอน้ำที่เข้มงวด และกำหนดมาตรฐานการผลิตวาล์วนิรภัย

อ้างอิง : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3 (นาย พรเทพ มีแสง)

ตรวจแล้วCool

เทคโนโลยีเครื่องกล
อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล
ส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ทั้งหมดที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลนั้นสร้างโดย "เครื่องจักรแม่" ที่ผลิตส่วนประกอบเครื่องจักร ไม่ว่าจะซับซ้อนและละเอียดหรือใหญ่โตและหนักมากแค่ไหน ความแม่นยำของส่วนประกอบต่างๆ ที่ผลิตโดยอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลนั้นยังคงเพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว ระบบการเคลื่อนที่เชิงเส้นของ THK ช่วยทำให้ความแม่นยำและความเร็วนี้เป็นไปได้
Machining Center แนวนอน
ในจำนวนเครื่องจักรสำหรับการตัด "Machining Center" คือบทบาทหลัก ด้วยความแม่นยำและทนทานสูงของ ตลับลูกปืน LM Guide แบบใช้รังบังคับลูกปืนเม็ดกลมและบอลสกรูจึงถูกนำมาใช้สำหรับโต๊ะที่ต้องวางตำแหน่งชิ้นงานให้แม่นยำและรวดเร็ว และช่วยในส่วนของกลไกการขับเคลื่อนของเครื่องมือตัด นอกจากนี้ ตลับลูกปืนชนิดวงแหวน Cross-Roller Ring จึงถูกนำมาใช้สำหรับโต๊ะหมุนที่จำเป็นต้องหมุนอย่างราบรื่น
เครื่องกัด
แม้ว่า Machining Center และเครื่องกลึง CNC อื่นจะเป็นเครื่องจักรหลักในการผลิตผลิตภัณฑ์จำนวนมาก แต่เครื่องกัดก็ยังคงถูกพัฒนาในรูปแบบการผลิตแบบใหม่ เครื่องจักรส่วนใหญ่ที่มีความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความแม่นยำสูงเป็นพิเศษ ถูกสร้างภายใต้การควบคุมที่ละเอียดของผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมือ ดังนั้นตลับลูกปืน LM Guide และบอลสกรูจึงถูกนำมาใช้ในการวางระบบแนวเดินเครื่องกัด
เครื่องกลึง NC
เครื่องกลึง NC ซึ่งทำงานร่วมกับ Machining Center ยังมีบทบาทหลักในเครื่องจักรกล ด้วยความแข็งแรงและความแม่นยำสูง ตลับลูกปืน LM Guide และบอลสกรูจึงเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนที่ของ Tool Post ของเครื่องกลึง นอกจากนี้ เนื่องจากตลับลูกปืน LM Guide รวมความแข็งแรงสูงนี้กับรูปแบบที่กะทัดรัดมาก จึงช่วยทำให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กลง
Plano Miller
Plano Miller คือเครื่องจักรบดขนาดใหญ่ เห็นได้ชัดว่าชิ้่นส่วนของเครื่องจักรนี้มีขนาดใหญ่และหนักด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากตลับลูกปืน LM Guide มีความทนทานสูงสำหรับใช้ในการเคลื่อนงาน งานจะสามารถเคลื่อนที่ได้ราบรื่นและชิ้นส่วนขนาดใหญ่สามารถประกอบกับเครื่องจักรได้ด้วยความแม่นยำสูง
เครื่อง Hobbing CNC
แนวเลื่อนถูกนำมาใช้ตั้งแต่อดีตสำหรับเครื่องจักร Hobbing ที่ผลิตเฟืองสำหรับการส่งกำลังและการเคลื่อนที่ แต่การออกแบบแนวท่อและการจัดการความหล่อลื่นเป็นเรื่องที่ยาก การใช้ตลับลูกปืน LM Guide และบอลสกรูร่วมกับการหล่อเลื่อน คุณสามารถลดการทำงานออกแบบของระบบ และขั้นตอนในการประกอบ ขณะเดียวกันก็ยืดรอบการบำรุงรักษาระบบออกไป
เครื่องขัดผิว
กว่าจะมาถึงปัจจุบันนี้ เครื่องขัดผิวใช้กระบอกไฮโดรลิกในการลำเลียงแผ่นไม้ แต่ปัจจุบันนี้บอลสกรูและระบบ Servo ถูกนำมาใช้ในการลำเลียง ซึ่งมีความแม่นยำมากขึ้นที่ความเร็วที่สูงขึ้น เป็นการเพิ่มการผลิต เครื่องจักรที่ทำงานกับบอลสกรูไม่ต้องใช้ระบบไฮโดรลิก ทำให้เครื่องจักรสะอาดขึ้น และลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในเชิงลบ
อ้างอิง : http://www.thk.com/?q=th/node/5668 (นาย รัฐบุรุษ  รอสูงเนิน)

ตรวจแล้วCool

เทคโนโลยีเครื่องกล

          การศึกษาในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล  จะใช้พื้นฐานความรู้ทางในวิชาฟิสิกส์ เคมี และคณิตศาสตร์มาประยุกต์ เพื่อแก้ปัญหาทาง กลศาสตร์วิศวกรรม กลศาสตร์ของแข็ง กลศาสตร์ของไหล อุณหพลศาสตร์ การออกแบบเครื่องจักรกล การออกแบบระบบทางความร้อน การปรับอากาศและการทำความเย็น คำนวณด้วยวิธีทางคอมพิวเตอร์ ระบบควบคุมอัตโนมัติ รากฐานหุ่นยนต์ศาสตร์ และวิศวกรรมยานยนต์และการบิน เป็นต้น ซึ่งปรัชญาการเรียนการสอนของภาควิชาจะมุ่งเน้นในการสร้างทักษะการออกแบบทางวิศวกรรม การวางแผนและควบคุมการผลิต การใช้และการบำรุงรักษาเครื่องจักร การทำงานระบบในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการวางรากฐานการโดยจัดให้มีการเรียนการสอนอย่างสมดุลทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อมุ่งสร้างบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาให้มีความสามารถรอบด้าน พร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจริงในการประกอบวิชาชีพ และมีศักยภาพในการพัฒนาขีดความสามารถของตนเองให้สูงขึ้นในอนาคต โดยที่ห้องปฏิบัติการของภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลนั้นมีอุปกรณ์และเครื่องมือที่มีความสมบูรณ์ ทันสมัย และจัดอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้ภาควิชายังสนุบสนุนการบูรณาการการทำงานวิจัยร่วมกันกับการเรียนการสอนจึงทำให้ในปี พ.ศ.2549 ภาควิชาได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ทางด้านการวิจัยในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลของประเทศไทยจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และต่อมาในปี 2552 ภาควิชาได้รับการประเมินคุณภาพผลงานวิจัยเชิงวิชาการระดับ 5 (ดีเยี่ยม) ในสาขาวิศวกรรมเครื่องกลจากการจัดอันดับร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยและสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นต้น

          ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถทำงานเป็นวิศวกรเครื่องกลทำหน้าที่ออกแบบเครื่องจักรกล ระบบความร้อน ความเย็น ระบบปรับอากาศ วิศวกรการผลิตและวิศวกรซ่อมบำรุงในภาคอุตสาหกรรม เช่น ในโรงไฟฟ้าหรือโรงกลั่นน้ำมัน วิศวกรด้านการบิน วิศวกรยานยนต์ วิศวกรด้านการควบคุมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ หรือเป็นวิศวกรด้านบริหารจัดการพลังงาน ทั้งนี้ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถยื่นขอรับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรสาขาวิศวกรรมเครื่องกลได้ เนื่องจากหลักสูตรได้ผ่านการรองรับจากสภาวิศวกรแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ด้วยเหตุที่หลักสูตรเน้นการปลูกฝังด้านความคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์อย่างเป็นตรรกะและเป็นระบบจึงทำให้บัณฑิตสามารถประกอบอาชีพเป็นครูอาจารย์ นักวิจัย นักวิเคราะห์ระบบการเงิน หรือทำงานสายบริหารงานในองค์กรต่างๆของภาครัฐและเอกชน ได้เป็นอย่างดี ผู้สำเร็จการศึกษายังสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอกทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลและวิศวกรรมในสาขาที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเข้มแข็งทางวิชาการของภาควิชาและชื่อเสียงของภาควิชาที่เป็นที่ยอมรับในระดับชาติและระดับนานาชาติ

เครดิต : http://www.eng.kmutt.ac.th/node/29

นางสาวสุภาพร นิมิตรัตน์ ม.5/2 เลขที่ 40

ตรวจแล้วCool

วิศวกรรมเครื่องกล
เป็นวิชาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และกฎทางฟิสิกส์เพื่อการประดิษฐ์ การผลิต และการดูแลรักษาระบบเชิงกล วิศวกรรมเครื่องกลเป็นหนึ่งในสาขาทางวิศวกรรมที่เก่าแก่ที่สุดและมีขอบข่ายกว้างขวางที่สุด

การศึกษาวิศวกรรมเครื่องกลนั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจในหลักการพื้นฐานของหลักกลศาสตร์ พลศาสตร์ อุณหพลศาสตร์ กลศาสตร์ของไหลและพลังงานเป็นอย่างดี วิศวกรเครื่องกลนั้นสามารถใช้หลักการณ์พื้นฐานได้ดีพอกับความรู้อื่นๆในงานภาคสนามเพื่อการออกแบบและวิเคราะห์ยานยนต์ อากาศยาน ระบบทำความร้อนและความเย็น เรือ ระบบการผลิต จักรกลและอุปกรณ์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น

เทคโนโลยี เทกนอโลจี หรือ เทคนิควิทยา มีความหมายค่อนข้างกว้าง โดยทั่วไปหมายถึง การนำความรู้ทางธรรมชาติวิทยาและต่อเนื่องมาถึงวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิธีการปฏิบัติและประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ อันก่อให้เกิดวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร แม้กระทั่งองค์ความรู้นามธรรมเช่น ระบบหรือกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีก่อเกิดผลกระทบต่อสังคมและในพื้นที่ที่มีเทคโนโลยีเข้าไปเกี่ยวข้องในหลายรูปแบบ เทคโนโลยีได้ช่วยให้สังคมหลาย ๆ แห่งเกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจมากขึ้นซึ่งรวมทั้งเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ในหลาย ๆ ขั้นตอนของการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีได้ก่อให้ผลผลิตที่ไม่ต้องการ หรือเรียกว่ามลภาวะ เกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างที่ถูกนำมาใช้มีผลต่อค่านิยมและวัฒนธรรมของสังคม เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นก็มักจะถูกตั้งคำถามทางจริยธรรม

สรุป : เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มนุษย์นั้นนำความรู้จากธรรมชาติวมาคิดค้นและดัดแปลงธรรมชาติเพื่อแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ในระยะแรกเทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นระดับพื้นฐาน เช่น การเพาะปลูก การชลประทาน การก่อสร้าง การทำเครื่องมือเครื่องใช้ การทำเครื่องปั้นดินเผา การทอผ้า เป็นต้น
อ้างอิง :http://th.wikipedia.org/

น.ส.ปัญญากร สามารถ ม.5/2 เลขที่30

ตรวจแล้วCool

รูปภาพของ nititorn21

เทคโนโลยีเครื่องกล

เทคโนโลยี หมายถึง การนำความรู้ทางธรรมชาติวิทยาและต่อเนื่องมาถึงวิทยาศาสตร์ มาเป็นวิธีการปฏิบัติและประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้การดำรงชีวิตของมนุษย์ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น 

 เครื่องกล หมายถึง เครื่องจักร, เครื่องกล หรือ เครื่องจักรกล (หรืออาจเรียกเพียง เครื่อง) หมายถึงเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ประกอบขึ้นจากส่วนหนึ่งหรือส่วนต่าง ๆ หลายส่วน ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงอย่างหนึ่ง เครื่องจักรเป็นอุปกรณ์ที่มีพลังขับเคลื่อน ซึ่งมักจะเป็นพลังงานเชิงกล เคมี ความร้อน หรือไฟฟ้า เป็นต้น     

สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องกล เป็นผู้นำการจัดการศึกษาวิชาชีพ ด้านอุตสาหกรรมมุ่งผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติที่มีคุณภาพ บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถเชิงการแข่งขันสู่ระดับนานาชาติ    

สรุป

เทคโนโลยีเครื่องกลนั้นคือการประยุกต์นำเทคโนโลยีมาผลิตเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการผลิตออกมาเป็นเทคโนโลยีเครื่องกลเพื่อตอบสมองตามความต้องการของมนุษย์ และเพื่อเป็นการลดใช้แรงงานแต่อาจจะมีผลต่อการจ้างงานภายในอนาคตและจากการใช้เทคโนโลยีเครื่องกลนั้นอาจจะต้องเปลืองทรัพยากรอย่างมากเช่นเดียวกัน

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/เทคโนโลยี และ http://th.wikipedia.org/wiki/เครื่องจักร

จัดทำโดย

นายนิติธร พงษ์กำเหนิด ชั้นม.5/2 เลขที่ 3

ตรวจแล้วCool

รูปภาพของ ssspoonsak

       ขอให้นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศเบญจมราชาลัย ที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิว มีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้งาน (Username) ให้ถูกต้องตามกติกาของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศเบญจมราชาลัย (ที่ขึ้นต้นด้วย nbr ตามด้วยเลขประจำตัว) ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด เช่น

  1. เป็นภาษาไทย เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษตัวเล็กทั้งหมด เช่น nbrสายสมร เปลี่ยนเป็น nbr98756 ให้ถูกต้องตามกติกา
  2. เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษตัวเล็กทั้งหมด เช่น NBR98756 เปลี่ยนเป็น nbr98756 ให้ถูกต้องตามกติกา
  3. อยากให้ติดกัน เพราะตอนสมัครไปเว้นวรรคไว้ เช่น nbr 6584 เปลี่ยนเป็น nbr6584 ให้ถูกต้องตามกติกา
  4. อยากให้เป็นเลขประจำตัวนักเรียน เพราะตอนสมัครไปใส่เป็นชื่อไว้ เช่น nbrsomchai เปลี่ยนเป็น nbr26524 ให้ถูกต้องตามกติกา

สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้งาน(Username) เดิม
  2. เข้ามาโพสต์ข้อความที่หน้า http://www.thaigoodview.com/node/40683 ตรงแสดงความคิดเห็นด้านล่าง ว่านักเรียนต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้งาน(Username) เป็นอะไร
  3. แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อทางเราแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมาโพสต์ข้อความตอบนักเรียนว่าได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว นักเรียนก็สามารใช้ ชื่อผู้ใช้งาน(Username) อันใหม่ได้ด้วยรหัสผ่านเดิม

ตรวจแล้วCool

เทคโนโลยีเครื่องกล

เทคโลโนยีในปัจจุบันมีความเจรฺญก้าวหน้า ทำให้มนุษย์มีสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีสิ่งแวดล้อมต่างๆ กันออกไป ทำให้เกิดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นนั้นเรียกว่า เทโนโลยีท้องถิ่น และมีการปรับปรุงเทคโนโลยีให้เหมาะสมกีบการดำรงชีวิตในท้องถิ่นของตน

ความหมายของเทคโนโลยี คำว่า เทคโนโลยี ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า "Technology" ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า "Technologia" แปลว่า การกระทำที่มีระบบอย่างไรก็ตามคำว่า เทคโนโลยี มักนิยมใช้ควบคู่กับคำว่า วิทยาศาสตร์ โดยเรียกรวม ๆ ว่า "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี"

เครื่องกล หมายถึง เครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการส่งถ่ายแรงจากจุดหนึ่งเพื่อไปใช้ทำประโยชน์ในการเอาชนะความต้านทาน ณ จุดอื่นได้ เช่น รอก คาน ลิ่ม

 ระบบเครื่องกลไฟฟ้าจุลภาคหรือเมมส์   (micro-electromechanical systems:MEMS) เป็นอุปกรณ์หรือระบบที่มีขนาดเล็กในระดับไมโครเมตร ซึ่งประกอบด้วยระบบไฟฟ้า และระบบกลไกเชิงกล ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีทางด้านสารกึ่งตัวนำหรือเซมิคอนดัคเตอร์ (semiconductor) แบบเดียวกับที่ใช้ในการผลิตวงจรรวมหรือไอซี (integrated circuit:IC) แต่อุปกรณ์เมมส์จะแตกต่างไปจากอุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่น ตรงที่เมมส์สามารถทำงานเชิงกลได้ ตัวอย่างของเมมส์เช่น การทำงานร่วมกันระหว่างเซ็นเซอร์ และแอคชูเอเตอร์ (ที่มีขนาดในระดับไมโครเมตร) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สามารถจะทำงานในลักษณะที่เป็นงานเชิงกลได้  และอุปกรณ์เมมส์มีความจำเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ เทคโนโลยียานยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ เครื่องมือวัดทางอุตสาหกรรม   และอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมในอนาคต

 ระบบไมโคร (microsystem) เป็นระบบที่เกิดขึ้นจากการทำงานประสานร่วมกันระหว่าง โครงสร้างเครื่องกลระดับไมโคร (micromechanical structure), วัสดุที่ทำงานได้หลากหลาย (multifunctional materials), และวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบใช้แสง (micro-/opto-electronic circuit) ขึ้นมาเป็นระบบ โดยในปัจจุบันมีการนำมาใช้กันมากสำหรับเทคโนโลยีการผลิตชิปซิลิกอน โดยการใช้ระบบไมโครนี้ในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนที่เป็นทรานซิสเตอร์ ตัวเริ่มการกรทำ (actuator) เครื่องสูบฉีดระดับไมโครเมตร (micro-pump) วาล์ว (valve)  ตัวรับสัมผัส (sensor) ทางกายภาพ ชีวภาพ และเชิงเคมี เป็นต้น ซึ่งระบบไมโครนี้โดยมากจะถูกนำมาใช้อย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับการสร้างระบบชิพเดี่ยว (single-chip system) ที่ประกอบไปด้วยขั้นตอนของการตรวจหา การประมวลผล และการเชื่อมโยงข้อมูล ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ถูกฝังไว้เป็นเครือข่ายบนเครื่องบินที่ทำงานในการตรวจหา  แล้วประมวลผลให้เห็นได้โดยผ่านทางจอมอนิเตอร์ อีกทั้งจัดเตรียมการส่งผ่านข้อมูลสู่ศูนย์กลางการควบคุมทั้งทางอากาศและทางภาคพื้นดิน  เป็นต้น  หรือลองจินตนาการดูว่าถ้าวิศวกรที่จะทำการก่อสร้างสะพาน แล้วมีการฝังเซ็นเซอร์จำนวนมากไว้ในจุดต่างๆ ในระหว่างการก่อสร้าง โดยที่เซ็นเซอร์เหล่านั้นสามารถที่จะเตือนภัยได้เมื่อมีส่วนหนึ่งส่วนใดของสะพานไม่มั่นคงหรือไม่แข็งแรง หรือแสดงผลเพื่อเตือนภัยเกี่ยวกับการกำลังจะเกิดแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ได้นั้นจะดีเพียงใด แต่จะดีมากขึ้นอีกมากเพียงใดถ้าระบบนี้สามารถที่จะทำงานได้ในระดับที่มีความละเอียดมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นตามไปด้วย

  โดยในอนาคตอีกไม่นานนี้  มีแนวโน้มว่าอุปกรณ์เมมส์กำลังจะถูกย่อส่วน  หรือถูกออกแบบการสร้างให้มีโครงสร้างขนาดเล็กลงจนถึงระดับนาโน (ต่ำกว่า 100 นาโนเมตรลงไป) ให้ได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีการสังเคราะห์หรือสร้างอุปกรณ์เชิงกลที่เล็กระดับนาโนได้แล้ว    นั่นก็คือการเริ่มต้นของยุคระบบเครื่องกลไฟฟ้านาโนหรือเนมส์ (nanoelectromechanical systems:NEMS) ที่คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านต่างๆ หรือส่งเสริมความก้าวหน้าของวิทยาการแขนงอื่นๆ เช่น  ทางด้านการแพทย์  การโทรคมนาคมขนส่ง  เทคโนโลยีอวกาศ  อีกต่อไปในอนาคต

 ที่มา http://wiki.stjohn.ac.th/

      http://dict.longdo.com/

      http://jankhuk.exteen.com/20090619/entry

นายสถาพร พึ่งพัฒนา ม.5/2 เลขที่ 6

ตรวจแล้วCool

เทคโนโลยีเครื่องกล

เทคโลโนยีในปัจจุบันมีความเจรฺญก้าวหน้า ทำให้มนุษย์มีสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีสิ่งแวดล้อมต่างๆ กันออกไป ทำให้เกิดเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นนั้นเรียกว่า เทโนโลยีท้องถิ่น และมีการปรับปรุงเทคโนโลยีให้เหมาะสมกีบการดำรงชีวิตในท้องถิ่นของตน

ความหมายของเทคโนโลยี คำว่า เทคโนโลยี ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า "Technology" ซึ่งมาจากภาษากรีกว่า "Technologia" แปลว่า การกระทำที่มีระบบอย่างไรก็ตามคำว่า เทคโนโลยี มักนิยมใช้ควบคู่กับคำว่า วิทยาศาสตร์ โดยเรียกรวม ๆ ว่า "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี"

เครื่องกล หมายถึง เครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการส่งถ่ายแรงจากจุดหนึ่งเพื่อไปใช้ทำประโยชน์ในการเอาชนะความต้านทาน ณ จุดอื่นได้ เช่น รอก คาน ลิ่ม

 ระบบเครื่องกลไฟฟ้าจุลภาคหรือเมมส์   (micro-electromechanical systems:MEMS) เป็นอุปกรณ์หรือระบบที่มีขนาดเล็กในระดับไมโครเมตร ซึ่งประกอบด้วยระบบไฟฟ้า และระบบกลไกเชิงกล ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีทางด้านสารกึ่งตัวนำหรือเซมิคอนดัคเตอร์ (semiconductor) แบบเดียวกับที่ใช้ในการผลิตวงจรรวมหรือไอซี (integrated circuit:IC) แต่อุปกรณ์เมมส์จะแตกต่างไปจากอุปกรณ์ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่น ตรงที่เมมส์สามารถทำงานเชิงกลได้ ตัวอย่างของเมมส์เช่น การทำงานร่วมกันระหว่างเซ็นเซอร์ และแอคชูเอเตอร์ (ที่มีขนาดในระดับไมโครเมตร) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สามารถจะทำงานในลักษณะที่เป็นงานเชิงกลได้  และอุปกรณ์เมมส์มีความจำเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ เทคโนโลยียานยนต์ เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ เครื่องมือวัดทางอุตสาหกรรม   และอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมในอนาคต

 ระบบไมโคร (microsystem) เป็นระบบที่เกิดขึ้นจากการทำงานประสานร่วมกันระหว่าง โครงสร้างเครื่องกลระดับไมโคร (micromechanical structure), วัสดุที่ทำงานได้หลากหลาย (multifunctional materials), และวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบใช้แสง (micro-/opto-electronic circuit) ขึ้นมาเป็นระบบ โดยในปัจจุบันมีการนำมาใช้กันมากสำหรับเทคโนโลยีการผลิตชิปซิลิกอน โดยการใช้ระบบไมโครนี้ในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนที่เป็นทรานซิสเตอร์ ตัวเริ่มการกรทำ (actuator) เครื่องสูบฉีดระดับไมโครเมตร (micro-pump) วาล์ว (valve)  ตัวรับสัมผัส (sensor) ทางกายภาพ ชีวภาพ และเชิงเคมี เป็นต้น ซึ่งระบบไมโครนี้โดยมากจะถูกนำมาใช้อย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับการสร้างระบบชิพเดี่ยว (single-chip system) ที่ประกอบไปด้วยขั้นตอนของการตรวจหา การประมวลผล และการเชื่อมโยงข้อมูล ตัวอย่างเช่น เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ถูกฝังไว้เป็นเครือข่ายบนเครื่องบินที่ทำงานในการตรวจหา  แล้วประมวลผลให้เห็นได้โดยผ่านทางจอมอนิเตอร์ อีกทั้งจัดเตรียมการส่งผ่านข้อมูลสู่ศูนย์กลางการควบคุมทั้งทางอากาศและทางภาคพื้นดิน  เป็นต้น  หรือลองจินตนาการดูว่าถ้าวิศวกรที่จะทำการก่อสร้างสะพาน แล้วมีการฝังเซ็นเซอร์จำนวนมากไว้ในจุดต่างๆ ในระหว่างการก่อสร้าง โดยที่เซ็นเซอร์เหล่านั้นสามารถที่จะเตือนภัยได้เมื่อมีส่วนหนึ่งส่วนใดของสะพานไม่มั่นคงหรือไม่แข็งแรง หรือแสดงผลเพื่อเตือนภัยเกี่ยวกับการกำลังจะเกิดแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ได้นั้นจะดีเพียงใด แต่จะดีมากขึ้นอีกมากเพียงใดถ้าระบบนี้สามารถที่จะทำงานได้ในระดับที่มีความละเอียดมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นตามไปด้วย

  โดยในอนาคตอีกไม่นานนี้  มีแนวโน้มว่าอุปกรณ์เมมส์กำลังจะถูกย่อส่วน  หรือถูกออกแบบการสร้างให้มีโครงสร้างขนาดเล็กลงจนถึงระดับนาโน (ต่ำกว่า 100 นาโนเมตรลงไป) ให้ได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีการสังเคราะห์หรือสร้างอุปกรณ์เชิงกลที่เล็กระดับนาโนได้แล้ว    นั่นก็คือการเริ่มต้นของยุคระบบเครื่องกลไฟฟ้านาโนหรือเนมส์ (nanoelectromechanical systems:NEMS) ที่คาดว่าจะเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านต่างๆ หรือส่งเสริมความก้าวหน้าของวิทยาการแขนงอื่นๆ เช่น  ทางด้านการแพทย์  การโทรคมนาคมขนส่ง  เทคโนโลยีอวกาศ  อีกต่อไปในอนาคต

 ที่มา http://wiki.stjohn.ac.th/

      http://dict.longdo.com/

      http://jankhuk.exteen.com/20090619/entry

นายสถาพร พึ่งพัฒนา ม.5/2 เลขที่ 6

ตรวจแล้วCool

เทคโนโลยีเครื่องกล

วิศวกรรมเครื่องกล  เป็นวิชาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และกฎทางฟิสิกส์เพื่อการประดิษฐ์ การผลิต และการดูแลรักษาระบบเชิงกล วิศวกรรมเครื่องกลเป็นหนึ่งในสาขาทางวิศวกรรมที่เก่าแก่ที่สุดและมีขอบข่ายกว้างขวางที่สุด

เครื่องกล หมายถึงอุปกรณที่ทําหนาที่ สงผานการเคลื่อนที่ทําใหมีการเปลี่ยนตําแหนงจาก ตนทางของการเคลื่อนที่ ไปยัง ปลายทางของการเคลื่อนที่  นอกจากนี้ยังทําหนาที่ เปลี่ยนทิศทาง ความเร็วและลักษณะการเคลื่อนที่รวมทั้ง เปลี่ยน คาของ แรงที่ กระทําและแรงบิด

ระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาค (MEMS) ระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาค หรือ Micro-Electro-Mechanical System (MEMS) เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก(ระดับไมโครมิเตอร์ หรือ 1 ในล้านของเมตร) ที่ประกอบด้วยส่วนไฟฟ้าขับเคลื่อนและกลไกที่สามารถเคลื่อนที่ได้ และสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีการผลิตวงจรรวม (Integrated Circuit Technology) เช่นเดียวกันกับการผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาคเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เติบโตอย่างสูงและต่อเนื่องในปัจจุบัน โดยถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องมือ Sensors และ Actuators ชนิดต่างๆ เพื่อวัด อุณหภูมิ, ความดัน, ความเร่ง ฯลฯการนำไปใช้ประโยชน์ในสาขาต่างๆ อาทิเช่น เทคโนโลยียานยนต์, เทคโนโลยีการแพทย์และชีวภาพ, การสื่อสารโทรคมนาคม, เครื่องมือวัดทางอุตสาหกรรม ฯลฯ

ในปัจจุบันระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาคไม่เป็นเพียงแค่การทดลองวิจัยเท่านั้น แต่นำมาใช้ในการผลิตอุปกรณ์เชิงพาณิชย์มากมายหลายตัวอย่าง เช่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์ มีอุปกรณ์วัดค่าความเร่ง ใช้ในรถยนต์ทุกคันเพื่อควบคุมการปล่อยถุงลมนิรภัย, อุปกรณ์วัดความดัน ใช้ในเครื่องยนต์และยางล้อรถยนต์ในปัจจุบันเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาคนี้ได้รับความสนใจ และก้าวล้ำไปอย่างมากทั่วโลกอันเนื่องมาจากความต้องการอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก, สมรถนะสูง และราคาถูกในหลาย ๆ อุตสาหกรรม ผลพวงจากเทคโนโลยีการผลิตวงจรรวมที่พัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่องตั่งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1970ทำให้การสร้างอุปกรณ์ทางกลที่มีขนาดเล็กในระดับที่สามารถบรรจุอยู่ในชิปมาตรฐาน (Microchip) เป็นไปได้ในปัจจุบัน การสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาคอาศัยเทคนิคการปลูกสาร, การกัดกำจัด, และ การสร้างรูปแบบโดยการใช้เทคนิคโฟโตลิโทรกราฟี่
อนาคตของเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาค 
การพัฒนาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาคยังคงได้รับความสนใจอย่างสูง และต่อเนื่อง คาดว่าในปี ค.ศ. 2004 เทคโนโลยีระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาคจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 7 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ โดยที่ส่วนแบ่งทางการตลาดของอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าเครื่องกลจุลภาคสูงสุด เป็นอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รองลงมาเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดทางอุตสาหกรรมและยานยนต์ต่างๆ

 

ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/

        http://www.kts.ac.th/

        http://www.nectec.or.th/rd/electronics/be314-45/be314-45.php

นายกิตติธัช คงประการ ม.5/2 เลขที่ 5

ตรวจแล้วCool

 

เครื่องคัดขนาดแบบลูกลิ้ง

(Roller Grader)

เครื่องคัดขนาดแบบลูกกลิ้ง : สามารถคัดแยกได้ 5 ขนาด ตลอดความยาวของลูกกลิ้ง 

กำลังการผลิต :
สามารถคัดแยกขนาดได้มากถึง 3,000 กก./ชั่วโมง

คุณลักษณะพิเศษ :
สามารถคัดขนาดได้อย่างถูกต้องและแม่นยำสูง
Uniform less more than 1.35 for headless shrimp
ออกแบบโดยคำนึงถึงหลักสุขอนามัย และความประหยัดพลังงาน  
เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและประหยัดกว่าการนำเข้าเครื่องจากต่างประเทศ 

การประยุกต์ใช้  :
สามารถใช้คัดแยกวัตถุดิบทางทะเล หรือผักชนิดต่างๆ เช่น กุ้ง, แครอท, ข้าวโพดอ่อน เป็นต้น  

นาย ภัทรชนน  วินโกมินทร์ ม.5/2 เลขที่ 8

 อ้างอิง http://www.patkol.com/?tpid=0106

 


 

ตรวจแล้วCool

เทคโนโลยีเครื่องกล

     วิศวกรรมเครื่องกล (อังกฤษ: Mechanical engineering) เป็นวิชาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และกฎทางฟิสิกส์เพื่อการประดิษฐ์ การผลิต และการดูแลรักษาระบบเชิงกล วิศวกรรมเครื่องกลเป็นหนึ่งในสาขาทางวิศวกรรมที่เก่าแก่ที่สุดและมีขอบข่ายกว้างขวางที่สุด

     การศึกษาวิศวกรรมเครื่องกลนั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจในหลักการพื้นฐานของหลักกลศาสตร์ พลศาสตร์         อุณหพลศาสตร์ กลศาสตร์ของไหลและพลังงานเป็นอย่างดี วิศวกรเครื่องกลนั้นสามารถใช้หลักการณ์พื้นฐานได้ดีพอกับความรู้อื่นๆในงานภาคสนามเพื่อการออกแบบและวิเคราะห์ยานยนต์ อากาศยานระบบทำความร้อนและความเย็น เรือ ระบบการผลิต จักรกลและอุปกรณ์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น

     การประยุกต์ใช้ศาสตร์ทางวิศวกรรมเครื่องกลนั้นถูกบันทึกเอาไว้ในหลายสังคมยุคโบราณและยุคกลางทั่วโลก ในกรีกยุคโบราณงานของอาร์คิมิดีส (287 –212 ก่อนคริสตกาล) และงานของเฮรอนแห่งอเล็กซานเดีย (ค.ศ. 10–70) นับได้ว่ามีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อประยุกตวิทยายุโรปมากเลยทีเดียว ในจีน จาง เหิง (ค.ศ. 78–139) พัฒนานาฬิกาน้ำและเครื่องตรวจจับแผ่นดินไหว หม่า จวิน  (ค.ศ. 200–265) ประดิษฐ์ติดตั้งเฟืองทดบนรถม้า ซู ซ่ง  (ค.ศ. 1020–1101) ช่างนาฬิกาและวิศวกรได้ประยุกต์กลไกเอสเคปเมนต์ (Escapement Mechanism) เพื่อการประดิษฐ์หอนาฬิกาเชิงดาราศาสตร์ได้สองร้อยปีก่อนที่กลไกนี้จะถูกค้นพบในยุโรปและยังเป็นกลไกที่ใช้โซ่ส่งกำลัง (Chain Drive) กลไกแรกในโลก

    ในช่วงต้นคริสตศัตวรรษที่ 19 พัฒนาการด้านเครื่องมือกลในอังกฤษและสกอตแลนด์ทำให้วิศวกรรมเครื่องกลแยกตัวออกมาจากวิศวกรรมสาขาอื่นๆ โดยเน้นไปที่งานเครื่องจักรอุตสาหกรรมและเครื่องยนต์ต้นกำลัง  ใน ค.ศ. 1847 สมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งแรกได้ถูกก่อตั้งขึ้นในสหราชอาณาจักรหรือสามสิบปีหลังการก่อตั้งสมาคมวิศวกรโยธา ในสหรัฐอเมริกา สามคมวิศวกรเครื่องกลแห่งอเมริกา (American Society of Mechanical Engineers, ASME) ถูกก่อตั้งใน ค.ศ. 1880 กลายเป็นสมาคมทางวิศวกรรมลำดับที่สาม]ตามหลังสมาคมวิศวกรโยธาแห่งอเมริกา (1852) และสถาบันวิศวกรเหมืองแร่แห่งอเมริกา (1871) โดยประวัติศาสตร์การศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลนั้น มีพื้นฐานการศึกษาที่เน้นหนักไปทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

     ศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลนั้น ได้รับการพิจารณาว่าเป็นศาสตร์ทางวิศวกรรมที่กว้างที่สุด งานของวิศวกรเครื่องกลนั้นมีขอบข่ายตั้งแต่ก้นมหาสมุทรไปจนถึงอวกาศอันไกลพ้น

สรุป : เป็นวิชาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์และกฎทางฟิสิกส์เพื่อการประดิษฐ์ การผลิต และการดูแลรักษาระบบเชิงกล ศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลนั้น ได้รับการพิจารณาว่าเป็นศาสตร์ทางวิศวกรรมที่กว้างที่สุด โดยประวัติศาสตร์การศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลนั้น มีพื้นฐานการศึกษาที่เน้นหนักไปทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 

แหล่งอ้างอิง : 

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%...

จัดทำโดย

นางสาว พิชชากร ไชยกูล ม.5/2 เลขที่ 44
 
 

 

 
 

ตรวจแล้วCool

ชื่อ น.ส.คณิตตา พันทะพ้อง ม.5/2 เลขที่ 41

เทคโนโลยี คืออะไร
เทคโนโลยี (Technology) คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่ง ขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น

การนำเทคโนโลยีมาใช้กับงานในสาขาใดสาขาหนึ่งนั้นเทคโนโลยี มีความสำคัญ 3 ประการ คือ
1.ประสิทธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานบรรลุผลตามเป้าหมายได้ เที่ยงตรงและรวดเร็ว
2.ประสิทธิผล (Productivity) เกิดผลผลิตเต็มที่ ได้ประสิทธิผลสูงสุด
3.ประหยัด (Economy) ประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน ลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก
ความสำคัญของเทคโนโลยี
1.เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์
2.เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา
3.เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ

ในช่วงสองทศวรรษทีผ่านมา วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ได้มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นจนสามารถสร้างนวัตกรรม (Innovation) ซึงก็คือ การเรียนรู้ การผลิตและ การใช้ประโยชน์จากความคิดใหม่ ให้เกิดผลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เทคโนโลยีทำให้สังคมโลกทีเ รียบง่าย กลายเป็นสังคมที่มีการดำรงชีวิตที สลับซับซ้อนมากขึ้น ก่อให้เกิดกระแสแห่งความไร้พรมแดน หรือกระแสโลกาภิวัฒน์ ทีเข้ามาสู่ทุกประเทศอย่าง รวดเร็ว จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ อันเป็นการผสมผสาน 4 ศาสตร์ เข้าด้วยกันได้แก่ อิเล็อทรอ นิกส์ โทรคมนาคม และข่าวสาร (Electronics , Computer ,Telecomunication and Information หรือเรียกย่อๆ ว่า ECTI ) ทำให้สังคมโลกสามารถสื่อสารกันได้ทุกแห่งทั่วโลกอย่างรวดเร็ว สามารถรับรู้ข่าวสาร ความเคลื อนไหวต่างๆ ได้พร้อมกัน สามารถบริหารจัดการและตัดสินใจได้ทุกขณะเวลา การลงทุนค้าขาย และธุรกรรมการเงินทได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเทคโนโลยี กำลังทำให้โลกใบนี้ “เล็กลง” ทุกขณะ
วิวัฒนาการเทคโนโลยี (Evolution of Technolgy)
เทคโนโลยี มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาเมื่อเวลาผ่านไปขั้นตอนการเปลี่ยนนแปลงขึ้นอยู่กับกระบวนการทางวิวัฒนาการ (Evolution) ของระบบหรือเครื่องมือนั้นๆ ดังนั้นคำว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยี (Evolution of Technology) จึงหมายถึง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบหรือเครื่องมือที่เกิดขึ้นอย่างซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับอย่างต่อเนื่องอันมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่างๆ
วิวัฒนาการสามารถแบ่งได้เป็น 5 ยุค
- ยุคหิน (Stone age)
- ยุคทองสัมฤทธิ์ ( Bronze age)
- ยุคเหล็ก (Iron age)
- ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution)
- ยุคศตวรรษที่ 20 (The 20th Century)
ความสัมพันธ์ระหว่าง เทคโนโลยี กับ นวัตกรรม
คำว่า นวัตกรรม เป็นคำที่ใช้ควบคู่กับ เทคโนโลยี เสมอๆ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Innotech ความจริงแล้ว นวัตกรรมและเทคโนโลยีนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดเนื่องจากนวัตกรรมเป็นเรื่องของการคิดค้นหรือการกระทำใหม่ ๆเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นซึ่งอาจจะอยู่ในขั้นของการเสนอความคิดหรือในขั้นของการทดลองอยู่ก็ได้ ยังไม่เป็นที่คุ้นเคยของสังคม ส่วนเทคโนโลยีนั้นมุ่งไปที่การนำสิ่งต่าง ๆรวมทั้งวิธีการเข้ามาประยุกต์ใช้กับการทำงาน หรือแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าหากพิจารณาว่านวัตกรรมหรือสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่นี้น่าจะนำมาใช้ การนำเอานวัตกรรมเข้ามาใช้นี้ ก็จัดได้ว่าเป็นเทคโนโลยีด้วย และในการใช้เทคโนโลยีนี้ถ้าเราทำให้เกิดวิธีการหรือสิ่งใหม่ๆ ขึ้น สิ่งนั้นก็เรียกว่าเป็นนวัตกรรม เราจึงมักเห็นคำ นวัตกรรม และ เทคโนโลยี อยู่ควบคู่กันเสมอ
เครื่องจักรกล
เครื่องจักร, เครื่องกล หรือ เครื่องจักรกล (หรืออาจเรียกเพียง เครื่อง) หมายถึงเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ประกอบขึ้นจากส่วนหนึ่งหรือส่วนต่าง ๆ หลายส่วน ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงอย่างหนึ่ง เครื่องจักรเป็นอุปกรณ์ที่มีพลังขับเคลื่อน ซึ่งมักจะเป็นพลังงานเชิงกล เคมี ความร้อน หรือไฟฟ้า เป็นต้น และบ่อยครั้งก็ถูกทำให้เป็นเครื่องยนต์ ในประวัติศาสตร์ อุปกรณ์จะเรียกว่าเป็นเครื่องจักรได้ก็ต่อเมื่อมีส่วนที่ขยับเคลื่อนที่ได้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์นำไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องมีส่วนที่ขยับเคลื่อนที่ได้ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเครื่องจักรอยู่
เครื่องกลอย่างง่าย เป็นอุปกรณ์ที่แปลงทิศทางหรือขนาดของแรงได้โดยง่าย เช่น รอก คาน พื้นเอียง ในขณะที่เครื่องจักรที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นก็มีมากมายเช่น วิทยุ โทรทัศน์ ยานพาหนะ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรโมเลกุล เป็นอาทิ
แหล่งที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/เครื่องกล
: http://www.com5dow.com/ไขปัญหาศัพท์-it/2223-เทคโนโลยี-คืออะไร.html

ชื่อ น.ส.คณิตตา พันทะพ้อง ม.5/2 เลขที่ 41

ตรวจแล้วCool

นาย พรเทพ มีแสง ม.5/2 เลขที่ 18

เครื่องบรรจุกึ่งอัตโนมัติส้าหรับสินค้าประเภท ผง แป้งและ เคมี

บริษัท ไทยเสกสรร จากัด
โดย นายเสริม ธรรมสุริยะ
ที่อยู่ 939 หมู่ 6 ถนนเทพารักษ์ ตาบลบางพลีใหญ่ อาเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปรการ
โทรศัพท์ 02-757 5232-34 โทรสาร 02-757 5235
อีเมล์ thaisekson@thaisekson.co.th
ชื่อผลงาน เครื่องบรรจุกึ่งอัตโนมัติสาหรับสินค้าประเภท ผง แป้งและ เคมี
1. รายละเอียดของเทคโนโลยี
การทางาน : บรรจุสินค้าแบบผง แป้ง และเคมี ด้วยการหมุนของเกลียว ดันสินค้าออกมาที่ปลายหัวบรรจุ สามารถตั้งปริมาตรของสินค้าที่ต้องการบรรจุให้เท่ากันหรือใกล้เคียงกันได้ทุกครั้ง ด้วยการนับจานวนรอบของการหมุนของเกลียว ด้วยการใช้ชุดขับเกลียวบรรจุด้วยเซอร์โวมอเตอร์ ทาให้การนับรอบแต่ละครั้งมีความแม่นยามากขึ้น และยังมีใบกวนและชุดคุมระดับสินค้าในถังพักสินค้า เพื่อเกลี่ยและคุมระดับของสินค้าระหว่างการทางานอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันตลอดเวลา (กรณีติดตั้งชุดลาเลียงสินค้าให้หัวบรรจุ) สามารถเปลี่ยนขนาดของเกลียวบรรจุให้เหมาะสมกับปริมาตรที่ต้องการการสั่งงาน : สามารถปรับตั้งผ่านหน้าจอสีแบบสัมผัส (COLOR TOUCH SCREEN) ควบคุมการทางานผ่าน พีแอลซี (PLC) ประกอบด้วย
การปรับความเร็วเซอร์โวมอเตอร์ ให้เหมาะกับลักษณะของสินค้า และปริมาตรบรรจุ
การปรับตั้งจานวนรอบของเกลียวบรรจุ ด้วยตัวเลข 6 หลัก ทาให้ปรับได้ละเอียด
สามารถเลือกวิธีการบรรจุ ด้วยการสั่งทางานทีละครั้ง หรือ ให้ทางานแบบต่อเนื่อง โดยมีไทเม่อร์สาหรบตั้งเวลาในการหยุด (PAUSE) ในแต่ะละครั้งเพื่อใช้เวลาในการเปลี่ยนภาชนะบรรจุ
วิธีการคุมระดับสินค้าในถังพักสินค้า เป็นการใช้ระดับสูงสุดในถัง จากนั้นเริ่มจับเวลาในการสั่งชุดลาเลียงให้เติมสินค้าเข้ามา โดยมีไทม์เมอร์แยกสาหรับการปรับตั้งเวลา
มีมิเตอร์แสดงจานวนครั้งที่ทางาน ปรับค่าเป็น “0” ได้
มีสวิชแบบสัมผัสสาหรับ เปิด/ปิด การทางานในแต่ละส่วน
มีการสั่งงานให้เกลียวบรรจุหมุนตลอด ใช้ในกรณีสิ้นสุดการทางานของวัน เพื่อระบายสินค้าที่ค้างอยู่ออกให้หมด
2. ลักษณะบ่งชี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
การนาเซอร์โวมอเตอร์มาใช้ในการหมุนเกลียวบรรจุ ทาให้สามารถปรับตั้งจานวนรอบได้อย่างละเอียด ทาให้ปริมาตรบรรจุแม่นยายิ่งขึ้น
การนาจอสีแบบสัมผัสและ พีแอลซี ทาให้การปรับตั้งค่า สะดวก รวดเร็ว
การออกแบบการทางาน (FUNCTION) ให้ตรงกับความต้องการใช้งาน
3. ข้อมูลรายละเอียดการใช้งาน
เหมาะสาหรับสินค้าที่เป็นผงละเอียด เช่น แป้งข้าว แป้งมัน แป้งทาขนม เคมีเกษตร สามารถบรรจุได้ 5 ถึง 100 กรัม โดยการเปลี่ยนขนาดของเกลียวบรรจุให้เหมาะสมกับปริมาตรทีต้องการ การกาหนดเป็นน้าหนักบรรจุต้องนาปริมาตรมาชั่งเทียบ ตามน้าหนักที่ต้องการ กรณีต้องการบรรจุมากกว่า 100 กรัม จะมีรุ่นใหญ่กว่า เป็นรุ่น 512 สามารถบรรจุได้ถึง 1500 กรัม โดยมีวิธีการทางานที่เหมือนกัน

ที่มา http://www.nia.or.th/techaward/winner54.pdf

นาย พรเทพ มีแสง ม.5/2 เลขที่ 18

ตรวจแล้วCool

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 141 คน กำลังออนไลน์