มัธยมศึกษาปีที่ 5/12

รูปภาพของ nbr11326

เทคโนโลยีการเกษตร

 

 

ความหมาย

     การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri / Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน , Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า

การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ

 

ความเป็นมา

     การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
               1. เพื่อการผลิต
               2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

     ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์

 

     เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

 

ความสำคัญของการเกษตร

     1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก

     2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อยสัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น

มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น

     3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว

     4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง  

     5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ

     6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

 

ที่มา : https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2

 

สรุปใจความสำคัญ

     เทคโนโลยีการเกษตร คือ การนำเอาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาปะยุกต์ใช้เข้ากับเกษตร โดยเน้นการปฎิบัติเกี่ยวกับดิน เพื่อให้ได้ผลผลิต ได้ทั้งการปลูกพืชต่างๆ เลี้ยงสัตว์ การทำประมง ร่วมถึงการเกษตรผสมผสาน โดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ และสบการณ์ ทรัพยากร และเงินทุน เข้ามาช่วยในการสร้างผลิต โดยรวบร่วมความรู้วิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การผลิตอุปกรณ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวก หรือ การนำข้อมูลมาประมวลผลก่อนตัดสินใจจะลงมือ โดยจะใช้ในภาคครัวเรือน หรือ ภาคอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อมนุษย์ .

 

จัดทำโดย

นาย อภิชิต     บุญเจิม     ม.5/12     เลขที่ 17

 

เทคโนโลยีการเกษตร

 

การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri / Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน , Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า

 

การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ

 

ความเป็นมา

 

การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์

 

เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

 

 

ความสำคัญของการเกษตร

 

1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก

 

2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัวและปาล์มประดับ เป็นต้น

 

มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น

 

3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว

 

4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง  

 

5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ

 

6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศล

ที่มา  https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2

 

เทคโนโลยีทางการเกษตร

 

by Chayaporn

 

ความหมายของเทคโนโลยี

- พจนานุกรมไทยให้ความหมายของเทคโนโลยีว่า “คือการประยุกต์ทางวิชาช่าง”

- พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีคือวิทยาการที่เกี่ยวกับศิลป ในการนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม

- สรุปความหมายของ ”เทคโนโลยี” หมายถึง การประยุกต์วิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหาและการดำรงชีวิตของมนุษย์

 

เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร

- หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านการเกษตร ได้แก่

1. ด้านการจัดการสาขาพืชและการจัดการสาขาสัตว์การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

2. การจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่เกษตรกร

3. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร

4. การให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร

5. การศึกษา วิจัย ค้นคว้า และทดลอง

6. การวางแผนการดำเนินงาน และการจัดการ

 

ตัวอย่าง- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : เทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการเกษตร(ศรีสม สุวรรณวงศ์)การพัฒนาทางด้านการเกษตรของไทยได้เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กันอย่างกว้างขวาง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือแม้แต่ในเชิงการค้า

สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการค้า ได้แก่ การขยายพันธุ์กล้วย ไม้ สกุลต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างพืชที่มีจำนวนโครโมโซมต่างจากปกติ การถ่ายละอองเกสรและผสมเกสร ในหลอดแก้ว การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยการใช้รังสีหรือสารเคมี หรือการผสมพันธุ์โดยใช้โปรโตพลาสต์ การคัดเลือกพันธุ์ เช่น การคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนทานต่อความเค็มหรือต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ถึงแม้ว่าการคัดเลือกดังกล่าวจะสามารถ ทำได้ใน แปลงทดลองแต่ก็ต้องใช้ต้นพืชจำนวนมาก ทำให้เปลืองพื้นที่ เวลา และค่าใช้จ่ายมาก ถ้านำเอาเทคนิคการ เพาะเลี้ยงเนื้อ เยื่อมาใช้ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไปการผลิตพืชที่ปราศจากโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะติดไปกับเนื้อเยื่อหรือชิ้นส่วนของพืชเสมอ การผลิตพืชที่ปราศจาก เชื้อไวรัส นี้ต้องตัดส่วนยอดของพืชให้มีขนาดเล็กมากๆ ประมาณ 0.01–0.05 มม. ซึ่งคาดว่าเชื้อไวรัสไม่สามารถแพร่ขยาย ไปถึง บริเวณดังกล่าว แล้วนำชิ้นส่วนของพืชนี้ไปขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศต่อไปการเก็บรักษาพันธุ์พืช

วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำให้การเก็บรักษาพันธุ์พืชสามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด ประหยัดแรงงานในการดูแลรักษา และปลอดภัยจากศัตรูพืช ภัยธรรมชาติ และการกลายพันธุ์อย่างไรก็ตาม เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย รวมทั้งการศึกษาทางด้านชีวเคมี สรีรวิทยาของพืช และทางด้านพันธุกรรม นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อีกด้วย

ที่มา https://sites.google.com/site/nuengzaaaa147/thekhnoloyi-karkestr

สรุป คือ เทคโนโลยีการเกษตรคือการ ที่นำ เทคโนโลยีในยุคไหม่ มาผสมผสารเข้ากับการเกษตรในปัจจุบัน 

เพื่อความสะดวกสบาย ในชีวิตประจำวันและเกษตรกร ในปัจจุบัน 

 

 

 

เทคโนโลยีการเกษร

ความหมาย
การเกษตร หมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า
การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ

ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์
เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต
จัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

ความสำคัญของการเกษตร
1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น
มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง
5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ
6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

สรุป
การเกษตร หมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิต
การเกษตรมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ความสำคัญของการเกษตร
1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ
5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ

แหล่งที่มา

https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2

 

จัดทำโดย

นางสาวอรยา โฮมภิรมย์ ม.5/2 เลขที่ 33

 

เทคโนโลยีการเกษร

ความหมาย
การเกษตร หมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า
การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ

ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์
เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต
จัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

ความสำคัญของการเกษตร
1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น
มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง
5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ
6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

สรุป
การเกษตร หมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิต
การเกษตรมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ความสำคัญของการเกษตร
1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ
5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ

แหล่งที่มา

https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2

 

จัดทำโดย

นางสาวอรยา โฮมภิรมย์ ม.5/2 เลขที่ 33

นายวิศรุต พลับโพธ์

ความหมายของเทคโนโลยี
– พจนานุกรมไทยให้ความหมายของเทคโนโลยีว่า “คือการประยุกต์ทางวิชาช่าง”
– พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีคือวิทยาการที่เกี่ยวกับศิลป ในการนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม
– สรุปความหมายของ ”เทคโนโลยี” หมายถึง การประยุกต์วิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหาและการดำรงชีวิตของมนุษย์
(http:// dnfe5 .nfe .go .th/ilp/soc5/so31-5-3.htm)

เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร
– หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านการเกษตร ได้แก่
1. ด้านการจัดการสาขาพืชและการจัดการสาขาสัตว์การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
2. การจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่เกษตรกร

3. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร
4. การให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร
5. การศึกษา วิจัย ค้นคว้า และทดลอง
6. การวางแผนการดำเนินงาน และการจัดการ
(http:// pecktecnokaset .blogspot .com/2011/02/blog-post.html)
ตัวอย่าง
– การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : เทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการเกษตร
(ศรีสม สุวรรณวงศ์)
การพัฒนาทางด้านการเกษตรของไทยได้เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กันอย่างกว้างขวาง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือแม้แต่ในเชิงการค้า

สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการ

สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการค้า ได้แก่ การขยายพันธุ์กล้วย ไม้ สกุลต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างพืชที่มีจำนวนโครโมโซมต่างจากปกติ การถ่ายละอองเกสรและผสมเกสร ในหลอดแก้ว การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยการใช้รังสีหรือสารเคมี หรือการผสมพันธุ์โดยใช้โปรโตพลาสต์ การคัดเลือกพันธุ์ เช่น การคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนทานต่อความเค็มหรือต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ถึงแม้ว่าการคัดเลือกดังกล่าวจะสามารถ ทำได้ใน แปลงทดลองแต่ก็ต้องใช้ต้นพืชจำนวนมาก ทำให้เปลืองพื้นที่ เวลา และค่าใช้จ่ายมาก ถ้านำเอาเทคนิคการ เพาะเลี้ยงเนื้อ เยื่อมาใช้ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไปการผลิตพืชที่ปราศจากโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะติดไปกับเนื้อเยื่อหรือชิ้นส่วนของพืชเสมอ การผลิตพืชที่ปราศจาก เชื้อไวรัส นี้ต้องตัดส่วนยอดของพืชให้มีขนาดเล็กมากๆ ประมาณ 0.01–0.05 มม. ซึ่งคาดว่าเชื้อไวรัสไม่สามารถแพร่ขยาย ไปถึง บริเวณดังกล่าว แล้วนำชิ้นส่วนของพืชนี้ไปขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศต่อไปการเก็บรักษาพันธุ์พืช

วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำให้การเก็บรักษาพันธุ์พืชสามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด ประหยัดแรงงานในการดูแลรักษา และปลอดภัยจากศัตรูพืช ภัยธรรมชาติ และการกลายพันธุ์อย่างไรก็ตาม เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย รวมทั้งการศึกษาทางด้านชีวเคมี สรีรวิทยาของพืช และทางด้านพันธุกรรม นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อีกด้วย

(http:// www. tistr .or .th/t/publication/page_area_show_bc.asp?
i1=81&i2=23)

   สรุป

สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการสำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและ

จัดทำโดย

 

เทคโนโลยีทางการเกษตร

ความหมายของเทคโนโลยี
- พจนานุกรมไทยให้ความหมายของเทคโนโลยีว่า “คือการประยุกต์ทางวิชาช่าง”
- พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีคือวิทยาการที่เกี่ยวกับศิลป ในการนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม
- สรุปความหมายของ ”เทคโนโลยี” หมายถึง การประยุกต์วิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหาและการดำรงชีวิตของมนุษย์

เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร
- หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านการเกษตร ได้แก่
1. ด้านการจัดการสาขาพืชและการจัดการสาขาสัตว์การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
2. การจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่เกษตรกร
3. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร
4. การให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร
5. การศึกษา วิจัย ค้นคว้า และทดลอง
6. การวางแผนการดำเนินงาน และการจัดการ

ตัวอย่าง
- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : เทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการเกษตร
(ศรีสม สุวรรณวงศ์)
การพัฒนาทางด้านการเกษตรของไทยได้เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กันอย่างกว้างขวาง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือแม้แต่ในเชิงการค้า
สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการค้า ได้แก่ การขยายพันธุ์กล้วย ไม้ สกุลต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างพืชที่มีจำนวนโครโมโซมต่างจากปกติ การถ่ายละอองเกสรและผสมเกสร ในหลอดแก้ว การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยการใช้รังสีหรือสารเคมี หรือการผสมพันธุ์โดยใช้โปรโตพลาสต์ การคัดเลือกพันธุ์ เช่น การคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนทานต่อความเค็มหรือต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ถึงแม้ว่าการคัดเลือกดังกล่าวจะสามารถ ทำได้ใน แปลงทดลองแต่ก็ต้องใช้ต้นพืชจำนวนมาก ทำให้เปลืองพื้นที่ เวลา และค่าใช้จ่ายมาก ถ้านำเอาเทคนิคการ เพาะเลี้ยงเนื้อ เยื่อมาใช้ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไปการผลิตพืชที่ปราศจากโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะติดไปกับเนื้อเยื่อหรือชิ้นส่วนของพืชเสมอ การผลิตพืชที่ปราศจาก เชื้อไวรัส นี้ต้องตัดส่วนยอดของพืชให้มีขนาดเล็กมากๆ ประมาณ 0.01–0.05 มม. ซึ่งคาดว่าเชื้อไวรัสไม่สามารถแพร่ขยาย ไปถึง บริเวณดังกล่าว แล้วนำชิ้นส่วนของพืชนี้ไปขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศต่อไปการเก็บรักษาพันธุ์พืช

วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำให้การเก็บรักษาพันธุ์พืชสามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด ประหยัดแรงงานในการดูแลรักษา และปลอดภัยจากศัตรูพืช ภัยธรรมชาติ และการกลายพันธุ์อย่างไรก็ตาม เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย รวมทั้งการศึกษาทางด้านชีวเคมี สรีรวิทยาของพืช และทางด้านพันธุกรรม นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อีกด้วย

 

นพดล บุญปิยะชัยนันท์ ม.5/12 เลขที่ 4

ที่มา

https://sites.google.com/site/nuengzaaaa147/thekhnoloyi-karkestr

เทคโนโลยีการเกษตร

เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

เทคโนโลยี (Technology) คือ การใช้ความรู้ เครื่องมือ ความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจน ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ่งประดิษฐ์และวิธีการ มาประยุกต์ใช้ในระบบงานเพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงานให้ดียิ่ง ขึ้นและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากยิ่งขึ้น

การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri / Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน , Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง

ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์

ความสำคัญของการเกษตร
1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น
มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง
5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ
6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

 

วัชรพล พุฒธคุณ ม.5/12 เลขที่ 3

ที่มา 

https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2
 
http://oldweb.ocsb.go.th/udon/ToWeb/490610_Tawath_nano.htm
 

 

รูปภาพของ nbr11274

เทคโนโลยีการเกษตร

 

 
ความหมาย

การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri / Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน , Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า

การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ

ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์

เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

ความสำคัญของการเกษตร

1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก

2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อยสัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น

มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น

3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว

4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง  

5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ

6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

 

ประเภทของเทคโนโลยีการเกษตร

1. เทคโนโลยีขั้นต่ำ

คือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ง่ายๆ ราคาไม่แพง หรือเป็นการนำเสนอวัสดุจากธรรมชาติมาใช้โดยตรง เช่นการนำไม้ไผ่มาทำ
ที่พักอาศัย หรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น กับ หรือ ดักด้วงหนู ลักษณะแบบนี้เรียกว่า " ภูมิปัญญาท้องถิ่น" ลักษณะงานเช่นนี้
ไม่จำเป็นต้องใช้วิศวกรที่มีความรู้มาออกแบบจะใช้ประสบการณ์ หรือประมาณจากการประสบการณ์ของตัวเอง

2. เทคโนโลยีขั้นกลาง

เป็นการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่มีราคาสูงที่มีขั้นตอนการทำงานซับซ้อน มีการคำนวณและมีการวางแผนในการทำงานล่วงหน้า
ก่อนการทำงาน และผู้ปฏิบัติงานกับเครื่องอุปกรณ์เหล่านี้จำเป็นต้องมีความรู้พอสมควรและผลิตภัณฑ์ผลิตออกมา ก็มีการใช้
วัสดุสังเคราะห์มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมามีมาตรฐานและเป็นสากล ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นกลาง
ผลิตภัณฑ์ที่ได้ต้องมีความปลอดภัย (Safety) ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

3. เทคโนโลยีขั้นสูง

เป็นงานที่ต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรมด้านเฉพาะด้านขั้นสูง งานที่ออกมาต้องมีความปลอดภัย งานเหล่านี้คืองานที่ต้อง
เอาความเสี่ยงของคนมาเกี่ยวข้อง เช่น อาคารหรือตึกสูงๆ เครื่องบินโดยสาร ยานอวกาศ รถไฟความเร็วสูง รถแข่ง เป็นต้น งานเหล่านี้ต้องมีการคำนวณอย่างละเอียด มีการทดลองใช้งานเพื่อหาข้อผิดพลาดก่อนการใช้งานจริง

สรุปข้อมูล

ทคโนโลยีการเกษตรนั้นคือการปฏิบัติกับที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เกิดผลผลิตต่างๆ ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง โดยอาศัยความรู้และทักษะความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรมชาติ พร้อมทั้งเงินทุน อีกทั้งยังมีการใช้ศิลปะและวิทยาศาตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อใหเกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกส์ ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ใน อุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ และการเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่นในแแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายไปยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นต้น

แหล่งอ้างอิง

https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2

จัดทำโดย

นาย สุรสีห์ เจาะจง ม.5/12 เลขที่14

 

นาย พงศกร ยิ่งกำแหง

เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์มีความสัมพันธ์กันมาก เทคโนโลยีเกิดจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ที่ถ่ายทอดมาจากประเทศตะวันตกซึ่งศึกษาค้นคว้าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่
ยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ (คริสต์ศตวรรษที่ 16-17) ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเจริญก้าว
หน้าควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่เกิดจากการสังเกตปรากฏการณ์
ทางธรรมชาติ คือการพยายามที่อธิบายว่าทำไมจึงเกิดอย่างนั้น เช่น นักฟิสิกส์ อธิบายว่า
เมื่อขดลวดตัดสนามแม่เหล็กจะได้กระแสไฟฟ้า และน้ำเกิดจากไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจน เป็นต้น
ตั้งเป็นกฎเกณฑ์และทฤษฎีเพื่อถ่ายทอดและสอนให้ผู้อื่นได้ศึกษาและพัฒนา ส่วนในความหมาย
ของเทคโนโลยีเป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์
ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษย์ กล่าวคือ เทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้
ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี 
กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวโลก มีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขาย
แต่อย่างใดกล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ บทบาทของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีมาเป็นลำดับ เช่น การตราพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในปี พ.ศ. 2514 และจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานแห่งชาติขึ้นในปี พ.ศ. 2522 ให้ทำหน้าที่หลักในการเผยแพร่และพัฒนาผลงานทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาอย่างมาก แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนา
จะต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน เช่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคในโอกาสและ
การแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความ ผสมกลมกลืนต่อการพัฒนาประเทศชาติและส่วนอื่นๆอีกมากกว่าร้อยละ 60 ของประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท For many, maintaining even a subsistence-level lifestyle is a daily concern. สำหรับหลาย ๆ คนที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตที่แม้กระทั่งการดำรงชีวิตในระดับที่เป็นความกังวลในชีวิตประจำวัน Many international organizations are attempting to help these rural families by increasing their agricultural output. องค์กรระหว่างประเทศหลายคนกำลังพยายามที่จะช่วยให้ครอบครัวในชนบทเหล่านี้โดยการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของพวกเขา A way to bolster agricultural production is to develop agricultural education systems. วิธีการที่จะหนุนการผลิตทางการเกษตรคือการพัฒนาระบบการศึกษาทางการเกษตร Many nations are working to develop agricultural and extension education programs and institutions. หลายประเทศมีการทำงานในการพัฒนาโปรแกรมการศึกษาทางการเกษตรและการขยายและสถาบันการศึกษาHowever, in some cases, the importance of agricultural and extension education is frequently given low priority. อย่างไรก็ตามในบางกรณีที่สำคัญของการศึกษาทางการเกษตรและการขยายตัวจะได้รับบ่อยลำดับความสำคัญต่ำ In other cases, the importance of human resource development is recognized, but nations lack agricultural educators and extension personnel who can plan and implement these programs at all levels. ในกรณีอื่น ๆ ที่สำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นที่รู้จัก แต่ขาดการศึกษาในประเทศและบุคลากรทางการเกษตรที่สามารถขยายการวางแผนและใช้โปรแกรมเหล่านี้ในทุกระดับ Agricultural and Extension education efforts have contributed much to agricultural development in North America and Europe. การเกษตรและการขยายความพยายามในการศึกษามีส่วนร่วมมากในการพัฒนาการเกษตรในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป In the United States, agricultural education programs in secondary and post secondary schools continue to provide essential technical and managerial skills that young people need to succeed in farming and related agricultural areas. ในประเทศสหรัฐอเมริกา, โปรแกรมการศึกษาเกษตรในโรงเรียนมัธยมมัธยมและโพสต์ยังคงให้มีทักษะทางเทคนิคและการบริหารจัดการที่สำคัญที่คนหนุ่มสาวต้องประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกและพื้นที่ทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับ Traditionally, extension programs have been directed toward meeting the needs of farmers, families and communities. เดิมโปรแกรมนามสกุลได้รับโดยตรงต่อการตอบสนองความต้องการของเกษตรกรครอบครัวและชุมชน Societal changes are opening new arenas for people oriented information and education. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีการเปิดเวทีใหม่สำหรับข้อมูลที่มุ่งเน้นคนและการศึกษาExtension's redefined mission indicates Extension helps people improve their 
เพิ่มขึ้น The process of developing, transferring, and using agricultural technology requires trained people at all levels. กระบวนการของการพัฒนาการถ่ายโอนและการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรนั้นจะต้องได้รับการฝึกอบรมคนในทุกระดับ Nations must provide appropriate agricultural and extension education if they are to be successful in both developing agricultural potential in the rural areas and in meeting national food requirements. สหประชาชาติจะต้องให้การศึกษาด้านการเกษตรและการขยายตัวที่เหมาะสมถ้าหากพวกเขาจะประสบความสำเร็จในศักยภาพของภาคเกษตรทั้งการพัฒนาในพื้นที่ชนบทและในการประชุมความต้องการอาหารของชาติ
 

นาย ฤกษ์ชัย ขวัญเจริญ

เกษตรกรรม หมายถึง กระบวนการผลิตอาหาร เส้นใย เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยวิธีการเพาะปลูกพืช มีชื่อเรียกเฉพาะว่า กสิกรรม และวิธีการเลี้ยงสัตว์ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ อย่างเป็นระบบ ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเรียกว่า เกษตรกร แรงงานจำนวน 42% ของทั้งโลกอยู่ในภาคเกษตรกรรม จึงถือว่าเป็นกลุ่มอาชีพที่แพร่หลายที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมยังคงมีปริมาณเพียงไม่ถึง 5% ของผลผลิตมวลรวมของโลก

เกษตรกรรมแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ กสิกรรม หมายถึง การเพาะปลูกพืช เช่น การทำนา การทำสวน การทำไร่ เป็นต้น ปศุสัตว์ หมายถึง การประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์บนบก เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู หรือเลี้ยงสัตว์จำพวกสัตว์ปีก เป็นต้น การประมง หมายถึง การประกอบอาชีพการเกษตรทางน้ำ เช่น การเลี้ยงสัตว์น้ำ การจับสัตว์น้ำ เป็นต้น และด้านป่าไม้ หมายถึง การประกอบอาชีพเกี่ยวกับป่า เช่น การปลูกป่าไม้เศรษฐกิจ การนำผลผลิตจากป่ามาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เป็นต้น

ประวัติศาสตร์ของเกษตรกรรม จุดเริ่มต้นในสมัยโบราณ การทำเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ในดินแดนแถบ Fertile Crescent โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นประเทศซีเรียและตอนใต้ของอิรักในปัจจุบัน เมื่อช่วงประมาณ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล คนในสมัยนั้นเริ่มมีการคัดเลือกพืชอาหารที่มีลักษณะตามความต้องการเพื่อนำไปเพาะปลูก

ประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ระบบเกษตรกรรมขนาดเล็กได้แพร่เข้าไปสู่อียิปต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในอนุทวีปอินเดีย ซึ่งปรากฏหลักฐานในการขุดค้นแหล่งโบราณคดี Mehrgarh ในภูมิภาค Balochistan จนถึงเมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอียิปต์เริ่มมีการทำเกษตรกรรมขนาดกลางบนริมฝั่งแม่น้ำไนล์ และในช่วงเวลานี้ในภูมิภาคตะวันออกไกลก็มีการพัฒนาทางเกษตรกรรมในรูปแบบเฉพาะตน โดยจะเน้นเพาะปลูกข้าวเจ้าเป็นพืชผลหลักมากกว่าข้าวสาลีประวัติศาสตร์ของเกษตรกรรม จุดเริ่มต้นในสมัยโบราณ การทำเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ในดินแดนแถบ Fertile Crescent โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นประเทศซีเรียและตอนใต้ของอิรักในปัจจุบัน เมื่อช่วงประมาณ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล คนในสมัยนั้นเริ่มมีการคัดเลือกพืชอาหารที่มีลักษณะตามความต้องการเพื่อนำไปเพาะปลูก

ระมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ระบบเกษตรกรรมขนาดเล็กได้แพร่เข้าไปสู่อียิปต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในอปนุทวีปอินเดีย ซึ่งปรากฏหลักฐานในการขุดค้นแหล่งโบราณคดี Mehrgarh ในภูมิภาค Balochistan จนถึงเมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอียิปต์เริ่มมีการทำเกษตรกรรมขนาดกลางบนริมฝั่งแม่น้ำไนล์ และในช่วงเวลานี้ในภูมิภาคตะวันออกไกลก็มีการพัฒนาทางเกษตรกรรมในรูปแบบเฉพาะตน โดยจะเน้นเพาะปลูกข้าวเจ้าเป็นพืชผลหลักมากกว่าข้าวสาลีประวัติศาสตร์ของเกษตรกรรม จุดเริ่มต้นในสมัยโบราณ การทำเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ในดินแดนแถบ Fertile Crescent โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นประเทศซีเรียและตอนใต้ของอิรักในปัจจุบัน เมื่อช่วงประมาณ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล คนในสมัยนั้นเริ่มมีการคัดเลือกพืชอาหารที่มีลักษณะตามความต้องการเพื่อนำไปเพาะปลูกเกษตรกรรมแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ กสิกรรม หมายถึง การเพาะปลูกพืช เช่น การทำนา การทำสวน การทำไร่ เป็นต้น ปศุสัตว์ หมายถึง การประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์บนบก เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู หรือเลี้ยงสัตว์จำพวกสัตว์ปีก เป็นต้น การประมง หมายถึง การประกอบอาชีพการเกษตรทางน้ำ เช่น การเลี้ยงสัตว์น้ำ การจับสัตว์น้ำ เป็นต้น และด้านป่าไม้ หมายถึง การประกอบอาชีพเกี่ยวกับป่า เช่น การปลูกป่าไม้เศรษฐกิจ การนำผลผลิตจากป่ามาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เป็นต้น


ประวัติศาสตร์ของเกษตรกรรม จุดเริ่มต้นในสมัยโบราณ การทำเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ในดินแดนแถบ Fertile Crescent โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นประเทศซีเรียและตอนใต้ของอิรักในปัจจุบัน เมื่อช่วงประมาณ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล คนในสมัยนั้นเริ่มมีการคัดเลือกพืชอาหารที่มีลักษณะตามความต้องการเพื่อนำไปเพาะปลูก

ประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ระบบเกษตรกรรมขนาดเล็กได้แพร่เข้าไปสู่อียิปต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในอนุทวีปอินเดีย ซึ่งปรากฏหลักฐานในการขุดค้นแหล่งโบราณคดี Mehrgarh ในภูมิภาค Balochistan จนถึงเมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอียิปต์เริ่มมีการทำเกษตรกรรมขนาดกลางบนริมฝั่งแม่น้ำไนล์ และในช่วงเวลานี้ในภูมิภาคตะวันออกไกลก็มีการพัฒนาทางเกษตรกรรมในรูปแบบเฉพาะตน โดยจะเน้นเพาะปลูกข้าวเจ้าเป็นพืชผลหลักมากกว่าข้าวสาลี

 

สรุป

นุทวีปอินเดีย ซึ่งปรากฏหลักฐานในการขุดค้นแหล่งโบราณคดี Mehrgarh ในภูมิภาค Balochistan จนถึงเมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอียิปต์เริ่มมีการทำเกษตรกรรมขนาดกลางบนริมฝั่งแม่น้ำไนล์ และในช่วงเวลานี้ในภูมิภาคตะวันออกไกลก็มีการพัฒนาทางเกษตรกรรมในรูปแบบเฉพาะตน โดยจะเน้นเพาะปลูกข้าวเจ้าเป็นพืชผลหลักมากกว่าข้าวสาลีประวัติศาสตร์ของเกษตรกรรม จุดเริ่มต้นในสมัยโบราณ การทำเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ในดินแดนแถบ Fertile Crescent โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นประเทศซีเรียและตอนใต้ของอิรักในปัจจุบัน เมื่อช่วงประมาณ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล คนในสมัยนั้นเริ่มมีการคัดเลือกพืชอาหารที่มีลักษณะตามความต้องการเพื่อนำไปเพาะปลูกเกษตรกรรมแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ กสิกรรม หมายถึง การเพาะปลูกพืช เช่น การทำนา การทำสวน การทำไร่ เป็นต้น ปศุสัตว์ หมายถึง การประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์บนบก เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู หรือเลี้ยงสัตว์จำพวกสัตว์ปีก เป็นต้น การประมง หมายถึง การประกอบอาชีพการเกษตร

จัดทำโดย



 

 

ความสำคัญของเทคโนโลยี กับ เกษตรศาสตร์

 

เทคโนโลยีการเกษตร

 

 
เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์มีความสัมพันธ์กันมาก เทคโนโลยีเกิดจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ที่ถ่ายทอดมาจากประเทศตะวันตกซึ่งศึกษาค้นคว้าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่
ยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ (คริสต์ศตวรรษที่ 16-17) ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเจริญก้าว
หน้าควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่เกิดจากการสังเกตปรากฏการณ์
ทางธรรมชาติ คือการพยายามที่อธิบายว่าทำไมจึงเกิดอย่างนั้น เช่น นักฟิสิกส์ อธิบายว่า
เมื่อขดลวดตัดสนามแม่เหล็กจะได้กระแสไฟฟ้า และน้ำเกิดจากไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจน เป็นต้น
ตั้งเป็นกฎเกณฑ์และทฤษฎีเพื่อถ่ายทอดและสอนให้ผู้อื่นได้ศึกษาและพัฒนา ส่วนในความหมาย
ของเทคโนโลยีเป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์
ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษย์ กล่าวคือ เทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้
ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี 
กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวโลก มีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขาย
แต่อย่างใดกล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ บทบาทของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีมาเป็นลำดับ เช่น การตราพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในปี พ.ศ. 2514 และจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานแห่งชาติขึ้นในปี พ.ศ. 2522 ให้ทำหน้าที่หลักในการเผยแพร่และพัฒนาผลงานทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาอย่างมาก แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนา
จะต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน เช่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคในโอกาสและ
การแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความ ผสมกลมกลืนต่อการพัฒนาประเทศชาติและส่วนอื่นๆอีกมาก
 
 
 

มากกว่าร้อยละ 60 ของประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท For many, maintaining even a subsistence-level lifestyle is a daily concern. สำหรับหลาย ๆ คนที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตที่แม้กระทั่งการดำรงชีวิตในระดับที่เป็นความกังวลในชีวิตประจำวัน Many international organizations are attempting to help these rural families by increasing their agricultural output. องค์กรระหว่างประเทศหลายคนกำลังพยายามที่จะช่วยให้ครอบครัวในชนบทเหล่านี้โดยการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของพวกเขา A way to bolster agricultural production is to develop agricultural education systems. วิธีการที่จะหนุนการผลิตทางการเกษตรคือการพัฒนาระบบการศึกษาทางการเกษตร Many nations are working to develop agricultural and extension education programs and institutions. หลายประเทศมีการทำงานในการพัฒนาโปรแกรมการศึกษาทางการเกษตรและการขยายและสถาบันการศึกษาHowever, in some cases, the importance of agricultural and extension education is frequently given low priority. อย่างไรก็ตามในบางกรณีที่สำคัญของการศึกษาทางการเกษตรและการขยายตัวจะได้รับบ่อยลำดับความสำคัญต่ำ In other cases, the importance of human resource development is recognized, but nations lack agricultural educators and extension personnel who can plan and implement these programs at all levels. ในกรณีอื่น ๆ ที่สำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นที่รู้จัก แต่ขาดการศึกษาในประเทศและบุคลากรทางการเกษตรที่สามารถขยายการวางแผนและใช้โปรแกรมเหล่านี้ในทุกระดับ Agricultural and Extension education efforts have contributed much to agricultural development in North America and Europe. การเกษตรและการขยายความพยายามในการศึกษามีส่วนร่วมมากในการพัฒนาการเกษตรในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป In the United States, agricultural education programs in secondary and post secondary schools continue to provide essential technical and managerial skills that young people need to succeed in farming and related agricultural areas. ในประเทศสหรัฐอเมริกา, โปรแกรมการศึกษาเกษตรในโรงเรียนมัธยมมัธยมและโพสต์ยังคงให้มีทักษะทางเทคนิคและการบริหารจัดการที่สำคัญที่คนหนุ่มสาวต้องประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกและพื้นที่ทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับ Traditionally, extension programs have been directed toward meeting the needs of farmers, families and communities. เดิมโปรแกรมนามสกุลได้รับโดยตรงต่อการตอบสนองความต้องการของเกษตรกรครอบครัวและชุมชน Societal changes are opening new arenas for people oriented information and education. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีการเปิดเวทีใหม่สำหรับข้อมูลที่มุ่งเน้นคนและการศึกษาExtension's redefined mission indicates Extension helps people improve their lives through an educational process that uses scientific knowledge focused on issues and needs. นิยามใหม่ของการขยายภารกิจของการขยายตัวจะช่วยให้คนพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เน้นเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการ 
Other countries have followed a similar pattern by investing in agricultural and extension education. ประเทศอื่น ๆ ได้ตามรูปแบบที่คล้ายกันโดยการลงทุนในการศึกษาด้านการเกษตรและการขยาย These human resource investments are now yielding important results in the form of increased agricultural productivity. เหล่านี้การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อยู่ในขณะนี้ผลผลิตผลลัพธ์ที่สำคัญในรูปแบบของผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น The process of developing, transferring, and using agricultural technology requires trained people at all levels. กระบวนการของการพัฒนาการถ่ายโอนและการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรนั้นจะต้องได้รับการฝึกอบรมคนในทุกระดับ Nations must provide appropriate agricultural and extension education if they are to be successful in both developing agricultural potential in the rural areas and in meeting national food requirements. สหประชาชาติจะต้องให้การศึกษาด้านการเกษตรและการขยายตัวที่เหมาะสมถ้าหากพวกเขาจะประสบความสำเร็จในศักยภาพของภาคเกษตรทั้งการพัฒนาในพื้นที่ชนบทและในการประชุมความต้องการอาหารของชาติ

 
เครดิต:| http://bbchakrit.blogspot.com/2011/10/blog-post.html |
 
นายอดิเทพ  ชูทอง ม.5/12 เลขที่15
 

ความสำคัญของเทคโนโลยี กับ เกษตรศาสตร์

 

เทคโนโลยีการเกษตร

 

 
เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์มีความสัมพันธ์กันมาก เทคโนโลยีเกิดจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ที่ถ่ายทอดมาจากประเทศตะวันตกซึ่งศึกษาค้นคว้าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่
ยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ (คริสต์ศตวรรษที่ 16-17) ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเจริญก้าว
หน้าควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่เกิดจากการสังเกตปรากฏการณ์
ทางธรรมชาติ คือการพยายามที่อธิบายว่าทำไมจึงเกิดอย่างนั้น เช่น นักฟิสิกส์ อธิบายว่า
เมื่อขดลวดตัดสนามแม่เหล็กจะได้กระแสไฟฟ้า และน้ำเกิดจากไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจน เป็นต้น
ตั้งเป็นกฎเกณฑ์และทฤษฎีเพื่อถ่ายทอดและสอนให้ผู้อื่นได้ศึกษาและพัฒนา ส่วนในความหมาย
ของเทคโนโลยีเป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์
ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษย์ กล่าวคือ เทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้
ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี 
กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวโลก มีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขาย
แต่อย่างใดกล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ บทบาทของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีมาเป็นลำดับ เช่น การตราพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในปี พ.ศ. 2514 และจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานแห่งชาติขึ้นในปี พ.ศ. 2522 ให้ทำหน้าที่หลักในการเผยแพร่และพัฒนาผลงานทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาอย่างมาก แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนา
จะต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน เช่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคในโอกาสและ
การแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความ ผสมกลมกลืนต่อการพัฒนาประเทศชาติและส่วนอื่นๆอีกมาก
 
 
 

มากกว่าร้อยละ 60 ของประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท For many, maintaining even a subsistence-level lifestyle is a daily concern. สำหรับหลาย ๆ คนที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตที่แม้กระทั่งการดำรงชีวิตในระดับที่เป็นความกังวลในชีวิตประจำวัน Many international organizations are attempting to help these rural families by increasing their agricultural output. องค์กรระหว่างประเทศหลายคนกำลังพยายามที่จะช่วยให้ครอบครัวในชนบทเหล่านี้โดยการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของพวกเขา A way to bolster agricultural production is to develop agricultural education systems. วิธีการที่จะหนุนการผลิตทางการเกษตรคือการพัฒนาระบบการศึกษาทางการเกษตร Many nations are working to develop agricultural and extension education programs and institutions. หลายประเทศมีการทำงานในการพัฒนาโปรแกรมการศึกษาทางการเกษตรและการขยายและสถาบันการศึกษาHowever, in some cases, the importance of agricultural and extension education is frequently given low priority. อย่างไรก็ตามในบางกรณีที่สำคัญของการศึกษาทางการเกษตรและการขยายตัวจะได้รับบ่อยลำดับความสำคัญต่ำ In other cases, the importance of human resource development is recognized, but nations lack agricultural educators and extension personnel who can plan and implement these programs at all levels. ในกรณีอื่น ๆ ที่สำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นที่รู้จัก แต่ขาดการศึกษาในประเทศและบุคลากรทางการเกษตรที่สามารถขยายการวางแผนและใช้โปรแกรมเหล่านี้ในทุกระดับ Agricultural and Extension education efforts have contributed much to agricultural development in North America and Europe. การเกษตรและการขยายความพยายามในการศึกษามีส่วนร่วมมากในการพัฒนาการเกษตรในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป In the United States, agricultural education programs in secondary and post secondary schools continue to provide essential technical and managerial skills that young people need to succeed in farming and related agricultural areas. ในประเทศสหรัฐอเมริกา, โปรแกรมการศึกษาเกษตรในโรงเรียนมัธยมมัธยมและโพสต์ยังคงให้มีทักษะทางเทคนิคและการบริหารจัดการที่สำคัญที่คนหนุ่มสาวต้องประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกและพื้นที่ทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับ Traditionally, extension programs have been directed toward meeting the needs of farmers, families and communities. เดิมโปรแกรมนามสกุลได้รับโดยตรงต่อการตอบสนองความต้องการของเกษตรกรครอบครัวและชุมชน Societal changes are opening new arenas for people oriented information and education. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีการเปิดเวทีใหม่สำหรับข้อมูลที่มุ่งเน้นคนและการศึกษาExtension's redefined mission indicates Extension helps people improve their lives through an educational process that uses scientific knowledge focused on issues and needs. นิยามใหม่ของการขยายภารกิจของการขยายตัวจะช่วยให้คนพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เน้นเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการ 
Other countries have followed a similar pattern by investing in agricultural and extension education. ประเทศอื่น ๆ ได้ตามรูปแบบที่คล้ายกันโดยการลงทุนในการศึกษาด้านการเกษตรและการขยาย These human resource investments are now yielding important results in the form of increased agricultural productivity. เหล่านี้การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อยู่ในขณะนี้ผลผลิตผลลัพธ์ที่สำคัญในรูปแบบของผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น The process of developing, transferring, and using agricultural technology requires trained people at all levels. กระบวนการของการพัฒนาการถ่ายโอนและการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรนั้นจะต้องได้รับการฝึกอบรมคนในทุกระดับ Nations must provide appropriate agricultural and extension education if they are to be successful in both developing agricultural potential in the rural areas and in meeting national food requirements. สหประชาชาติจะต้องให้การศึกษาด้านการเกษตรและการขยายตัวที่เหมาะสมถ้าหากพวกเขาจะประสบความสำเร็จในศักยภาพของภาคเกษตรทั้งการพัฒนาในพื้นที่ชนบทและในการประชุมความต้องการอาหารของชาติ

 
เครดิต:| http://bbchakrit.blogspot.com/2011/10/blog-post.html |
 
นายอดิเทพ  ชูทอง ม.5/12 เลขที่15
 

ความสำคัญของเทคโนโลยี กับ เกษตรศาสตร์

 

เทคโนโลยีการเกษตร

 

 
เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์มีความสัมพันธ์กันมาก เทคโนโลยีเกิดจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ที่ถ่ายทอดมาจากประเทศตะวันตกซึ่งศึกษาค้นคว้าทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่
ยุคปฏิวัติวิทยาศาสตร์ (คริสต์ศตวรรษที่ 16-17) ทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเจริญก้าว
หน้าควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่เกิดจากการสังเกตปรากฏการณ์
ทางธรรมชาติ คือการพยายามที่อธิบายว่าทำไมจึงเกิดอย่างนั้น เช่น นักฟิสิกส์ อธิบายว่า
เมื่อขดลวดตัดสนามแม่เหล็กจะได้กระแสไฟฟ้า และน้ำเกิดจากไฮโดรเจนผสมกับออกซิเจน เป็นต้น
ตั้งเป็นกฎเกณฑ์และทฤษฎีเพื่อถ่ายทอดและสอนให้ผู้อื่นได้ศึกษาและพัฒนา ส่วนในความหมาย
ของเทคโนโลยีเป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์
ในทางปฏิบัติแก่มวลมนุษย์ กล่าวคือ เทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้
ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี 
กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวโลก มีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขาย
แต่อย่างใดกล่าวโดยสรุปคือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ บทบาทของเทคโนโลยีต่อการพัฒนาประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีมาเป็นลำดับ เช่น การตราพระราชบัญญัติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในปี พ.ศ. 2514 และจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงานแห่งชาติขึ้นในปี พ.ศ. 2522 ให้ทำหน้าที่หลักในการเผยแพร่และพัฒนาผลงานทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิต ปรับปรุงพันธุ์ เป็นต้น เทคโนโลยีมีบทบาทในการพัฒนาอย่างมาก แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนา
จะต้องศึกษาปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน เช่น ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ความเสมอภาคในโอกาสและ
การแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความ ผสมกลมกลืนต่อการพัฒนาประเทศชาติและส่วนอื่นๆอีกมาก
 
 
 

มากกว่าร้อยละ 60 ของประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท For many, maintaining even a subsistence-level lifestyle is a daily concern. สำหรับหลาย ๆ คนที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตที่แม้กระทั่งการดำรงชีวิตในระดับที่เป็นความกังวลในชีวิตประจำวัน Many international organizations are attempting to help these rural families by increasing their agricultural output. องค์กรระหว่างประเทศหลายคนกำลังพยายามที่จะช่วยให้ครอบครัวในชนบทเหล่านี้โดยการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของพวกเขา A way to bolster agricultural production is to develop agricultural education systems. วิธีการที่จะหนุนการผลิตทางการเกษตรคือการพัฒนาระบบการศึกษาทางการเกษตร Many nations are working to develop agricultural and extension education programs and institutions. หลายประเทศมีการทำงานในการพัฒนาโปรแกรมการศึกษาทางการเกษตรและการขยายและสถาบันการศึกษาHowever, in some cases, the importance of agricultural and extension education is frequently given low priority. อย่างไรก็ตามในบางกรณีที่สำคัญของการศึกษาทางการเกษตรและการขยายตัวจะได้รับบ่อยลำดับความสำคัญต่ำ In other cases, the importance of human resource development is recognized, but nations lack agricultural educators and extension personnel who can plan and implement these programs at all levels. ในกรณีอื่น ๆ ที่สำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นที่รู้จัก แต่ขาดการศึกษาในประเทศและบุคลากรทางการเกษตรที่สามารถขยายการวางแผนและใช้โปรแกรมเหล่านี้ในทุกระดับ Agricultural and Extension education efforts have contributed much to agricultural development in North America and Europe. การเกษตรและการขยายความพยายามในการศึกษามีส่วนร่วมมากในการพัฒนาการเกษตรในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป In the United States, agricultural education programs in secondary and post secondary schools continue to provide essential technical and managerial skills that young people need to succeed in farming and related agricultural areas. ในประเทศสหรัฐอเมริกา, โปรแกรมการศึกษาเกษตรในโรงเรียนมัธยมมัธยมและโพสต์ยังคงให้มีทักษะทางเทคนิคและการบริหารจัดการที่สำคัญที่คนหนุ่มสาวต้องประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกและพื้นที่ทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับ Traditionally, extension programs have been directed toward meeting the needs of farmers, families and communities. เดิมโปรแกรมนามสกุลได้รับโดยตรงต่อการตอบสนองความต้องการของเกษตรกรครอบครัวและชุมชน Societal changes are opening new arenas for people oriented information and education. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมมีการเปิดเวทีใหม่สำหรับข้อมูลที่มุ่งเน้นคนและการศึกษาExtension's redefined mission indicates Extension helps people improve their lives through an educational process that uses scientific knowledge focused on issues and needs. นิยามใหม่ของการขยายภารกิจของการขยายตัวจะช่วยให้คนพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เน้นเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการ 
Other countries have followed a similar pattern by investing in agricultural and extension education. ประเทศอื่น ๆ ได้ตามรูปแบบที่คล้ายกันโดยการลงทุนในการศึกษาด้านการเกษตรและการขยาย These human resource investments are now yielding important results in the form of increased agricultural productivity. เหล่านี้การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อยู่ในขณะนี้ผลผลิตผลลัพธ์ที่สำคัญในรูปแบบของผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้น The process of developing, transferring, and using agricultural technology requires trained people at all levels. กระบวนการของการพัฒนาการถ่ายโอนและการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรนั้นจะต้องได้รับการฝึกอบรมคนในทุกระดับ Nations must provide appropriate agricultural and extension education if they are to be successful in both developing agricultural potential in the rural areas and in meeting national food requirements. สหประชาชาติจะต้องให้การศึกษาด้านการเกษตรและการขยายตัวที่เหมาะสมถ้าหากพวกเขาจะประสบความสำเร็จในศักยภาพของภาคเกษตรทั้งการพัฒนาในพื้นที่ชนบทและในการประชุมความต้องการอาหารของชาติ

 
เครดิต:| http://bbchakrit.blogspot.com/2011/10/blog-post.html |
 
นายอดิเทพ  ชูทอง ม.5/12 เลขที่15
 

เทคโนโลยีการเกษตร

ความหมายของเทคโนโลยี
- พจนานุกรมไทยให้ความหมายของเทคโนโลยีว่า “คือการประยุกต์ทางวิชาช่าง”
- พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีคือวิทยาการที่เกี่ยวกับศิลป ในการนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม
- สรุปความหมายของ ”เทคโนโลยี” หมายถึง การประยุกต์วิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหาและการดำรงชีวิตของมนุษย์
 
เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร
   หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านการเกษตร ได้แก่
1. ด้านการจัดการสาขาพืชและการจัดการสาขาสัตว์การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
2. การจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่เกษตรกร
3. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร
4. การให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร
5. การศึกษา วิจัย ค้นคว้า และทดลอง
6. การวางแผนการดำเนินงาน และการจัดการ
 

     ตัวอย่าง- การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : เทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการเกษตร(ศรีสม สุวรรณวงศ์)การพัฒนาทางด้านการเกษตรของไทยได้เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กันอย่างกว้างขวาง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือแม้แต่ในเชิงการค้า

     สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการค้า ได้แก่ การขยายพันธุ์กล้วย ไม้ สกุลต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างพืชที่มีจำนวนโครโมโซมต่างจากปกติ การถ่ายละอองเกสรและผสมเกสร ในหลอดแก้ว การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยการใช้รังสีหรือสารเคมี หรือการผสมพันธุ์โดยใช้โปรโตพลาสต์ การคัดเลือกพันธุ์ เช่น การคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนทานต่อความเค็มหรือต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ถึงแม้ว่าการคัดเลือกดังกล่าวจะสามารถ ทำได้ใน แปลงทดลองแต่ก็ต้องใช้ต้นพืชจำนวนมาก ทำให้เปลืองพื้นที่ เวลา และค่าใช้จ่ายมาก ถ้านำเอาเทคนิคการ เพาะเลี้ยงเนื้อ เยื่อมาใช้ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไปการผลิตพืชที่ปราศจากโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะติดไปกับเนื้อเยื่อหรือชิ้นส่วนของพืชเสมอ การผลิตพืชที่ปราศจาก เชื้อไวรัส นี้ต้องตัดส่วนยอดของพืชให้มีขนาดเล็กมากๆ ประมาณ 0.01–0.05 มม. ซึ่งคาดว่าเชื้อไวรัสไม่สามารถแพร่ขยาย ไปถึง บริเวณดังกล่าว แล้วนำชิ้นส่วนของพืชนี้ไปขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศต่อไปการเก็บรักษาพันธุ์พืช

     วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำให้การเก็บรักษาพันธุ์พืชสามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด ประหยัดแรงงานในการดูแลรักษา และปลอดภัยจากศัตรูพืช ภัยธรรมชาติ และการกลายพันธุ์อย่างไรก็ตาม เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย รวมทั้งการศึกษาทางด้านชีวเคมี สรีรวิทยาของพืช และทางด้านพันธุกรรม นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อีกด้วย

- สรุปข้อมูล

     ด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกันจำนวนมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก  และได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงด้านการค้า ได้แก่ การขยายพันธุ์กล้วยไม้ของพันธุ์ต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์สามารถทำได้โดยหลายวิธี เช่น การสร้างพืชที่มีจำนวนโครโมโซมต่างจากปกติ ละอองเกสรและผสมเกสรในหลอดแก้ว การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยการใช้รังสีหรือสารเคมี หรือการผสมพันธุ์โดยใช้โปรโตพลาสต์ การคัดเลือกพันธุ์ เช่น การคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนทานต่อความเค็มหรือต่อสารเคมีกำจัดวัชพืชได้ดี

- แหล่งอ้างอิงข้อมูล :

https://sites.google.com/site/nuengzaaaa147/thekhnoloyi-karkestr

 

จัดทำโดย

นาย ณัฐดนัย พูลเกิด ม.5/12 เลขที่ 1

 

เทคโนโลยีการเกษตร

 

เทคโนโลยีการเกษตร ความหมาย การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า
การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ
ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์

เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

ความสำคัญของการเกษตร

1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก

2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น

มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น

3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว

4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง  

5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ

6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ



สรุป

เทคโนโลยีการเกษตรนั้นเป็นการใช้วิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตขึ้นมา เช่น  คุณ ก. จ.ชุมพรที่ปลุกทุเรียนหมอนทองจนเป็นเศรษฐี ทำที่การเกษตรโดยนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางบวกกับความรู้ของตนเองที่มีอยู่มาปรับปรุงบำรุงดิน เลือกที่จะใช้ปุ่ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มผลผลิตวิธีการของคุณฉัตรกมลไม่มีการใช้สารเคมีแม้แต่น้อยกำจัดหญ้าด้วยวิธีตัดหญ้ามากกว่ากำจัดหญ้า ลดปัญหาแมลงมากวนต้นพืชของคุณฉัตรกมลด้วยการเพิ่มสปริงเกอร์น้ำมากขึ้นทำให้ผลผลิตขอ คุณฉัตรกมลมีประสิทธิภาพได้ราคาดี ขายสู่ท้องตลาดทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสะอาดไร้สารเคมีและปลอดภัย

อ้างอิน https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2

จัดทำโดย 
นายไชยณรงค์  สิทธิวิรขจร ชั้นม.5/12 เลขที่ 9 


ความหมายของเทคโนโลยี
– พจนานุกรมไทยให้ความหมายของเทคโนโลยีว่า “คือการประยุกต์ทางวิชาช่าง”
– พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีคือวิทยาการที่เกี่ยวกับศิลป ในการนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม
– สรุปความหมายของ ”เทคโนโลยี” หมายถึง การประยุกต์วิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหาและการดำรงชีวิตของมนุษย์

เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร
– หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านการเกษตร ได้แก่
1. ด้านการจัดการสาขาพืชและการจัดการสาขาสัตว์การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
2. การจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่เกษตรกร
3. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร
4. การให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร
5. การศึกษา วิจัย ค้นคว้า และทดลอง
6. การวางแผนการดำเนินงาน และการจัดการ

ตัวอย่าง
– การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : เทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการเกษตร
(ศรีสม สุวรรณวงศ์)
การพัฒนาทางด้านการเกษตรของไทยได้เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กันอย่างกว้างขวาง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือแม้แต่ในเชิงการค้า
สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการค้า ได้แก่ การขยายพันธุ์กล้วย ไม้ สกุลต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างพืชที่มีจำนวนโครโมโซมต่างจากปกติ การถ่ายละอองเกสรและผสมเกสร ในหลอดแก้ว การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยการใช้รังสีหรือสารเคมี หรือการผสมพันธุ์โดยใช้โปรโตพลาสต์ การคัดเลือกพันธุ์ เช่น การคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนทานต่อความเค็มหรือต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ถึงแม้ว่าการคัดเลือกดังกล่าวจะสามารถ ทำได้ใน แปลงทดลองแต่ก็ต้องใช้ต้นพืชจำนวนมาก ทำให้เปลืองพื้นที่ เวลา และค่าใช้จ่ายมาก ถ้านำเอาเทคนิคการ เพาะเลี้ยงเนื้อ เยื่อมาใช้ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไปการผลิตพืชที่ปราศจากโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะติดไปกับเนื้อเยื่อหรือชิ้นส่วนของพืชเสมอ การผลิตพืชที่ปราศจาก เชื้อไวรัส นี้ต้องตัดส่วนยอดของพืชให้มีขนาดเล็กมากๆ ประมาณ 0.01–0.05 มม. ซึ่งคาดว่าเชื้อไวรัสไม่สามารถแพร่ขยาย ไปถึง บริเวณดังกล่าว แล้วนำชิ้นส่วนของพืชนี้ไปขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศต่อไปการเก็บรักษาพันธุ์พืช

วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำให้การเก็บรักษาพันธุ์พืชสามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด ประหยัดแรงงานในการดูแลรักษา และปลอดภัยจากศัตรูพืช ภัยธรรมชาติ และการกลายพันธุ์อย่างไรก็ตาม เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย รวมทั้งการศึกษาทางด้านชีวเคมี สรีรวิทยาของพืช และทางด้านพันธุกรรม นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อีกด้วย

สรุป

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือแม้แต่ในเชิงการค้า
สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด

จัดทำโดย

ชื่อ ศุภชัย   วอนเบ้า ม.5/12 เลขที่ 12

รูปภาพของ ssspoonsak

       ขอให้นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศเบญจมราชาลัย ที่เป็นสมาชิกเว็บไซต์ไทยกู๊ดวิว มีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้งาน (Username) ให้ถูกต้องตามกติกาของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศเบญจมราชาลัย (ที่ขึ้นต้นด้วย nbr ตามด้วยเลขประจำตัว) ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด เช่น

  1. เป็นภาษาไทย เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษตัวเล็กทั้งหมด เช่น nbrสายสมร เปลี่ยนเป็น nbr98756 ให้ถูกต้องตามกติกา
  2. เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษตัวเล็กทั้งหมด เช่น NBR98756 เปลี่ยนเป็น nbr98756 ให้ถูกต้องตามกติกา
  3. อยากให้ติดกัน เพราะตอนสมัครไปเว้นวรรคไว้ เช่น nbr 6584 เปลี่ยนเป็น nbr6584 ให้ถูกต้องตามกติกา
  4. อยากให้เป็นเลขประจำตัวนักเรียน เพราะตอนสมัครไปใส่เป็นชื่อไว้ เช่น nbrsomchai เปลี่ยนเป็น nbr26524 ให้ถูกต้องตามกติกา

สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้งาน(Username) เดิม
  2. เข้ามาโพสต์ข้อความที่หน้า http://www.thaigoodview.com/node/40683 ตรงแสดงความคิดเห็นด้านล่าง ว่านักเรียนต้องการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้งาน(Username) เป็นอะไร
  3. แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อทางเราแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมาโพสต์ข้อความตอบนักเรียนว่าได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว นักเรียนก็สามารใช้ ชื่อผู้ใช้งาน(Username) อันใหม่ได้ด้วยรหัสผ่านเดิม

 

นาย สุรเดช ฟักทอง ม.5/12 เลขที่6

เทคโนโลยีการเกษตร

ความหมาย
การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า
การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ
ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์

เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

ความสำคัญของการเกษตร

1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก

2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น

มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น

3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว

4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง  

5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ

6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

 
 
สรุปด้วยตัวเอง
 

เทคโนโลยีการเกษตรคือ การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่าการเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆเทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

แหล่งอ้างอิง

https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2


 

 

 
 
 
 

 

 

ชื่อ นาย อัครเดช วิริยาเมธาโรจน์ ม.5/12 เลขที่ 24
ความหมาย
การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri / Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน , Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า
การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ
ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์

เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์
ความสำคัญของการเกษตร
1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น
มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง  
5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ
6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

สรุปใจความสำคัญ

เทคโนโลยีการเกษตรนั้้นเป็นการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตหรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเองเช่น  คุณฉัตรกมล มุ่งพยาบาล จ.ชุมพรที่ปลุกทุเรียนหมอนทองจนเป็นเศรษฐี ทำที่การเกษตรโดยนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางบวกกับความรู้ของตนเองที่มีอยู่มาปรับปรุงบำรุงดิน เลือกที่จะใช้อปู่ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก เพื่อเพิ่มผลผลิตวิธีการของคุณฉัตรกมลไม่มีการใช้สารเคมีแม้แต่น้อยกำจัดหญ้าด้วยวิธีตัดหญ้ามากกว่ากำจัดหญ้า ลดปัญหาแมลงมากวนต้นพืชของคุณฉัตรกมลด้วยการเพิ่มสปริงเกอร์น้ำมากขึ้นทำให้ผลผลิตขอ

คุณฉัตรกมลมีประสิทธิภาพได้ราคาดี ขายสู่ท้องตลาดทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานสิ่งที่เป็นประโยชน์สะอาดไร้สารเคมีและปลอดภัย

ทั้งหมดที่กล่าวว่าเป็นการนำความรู้และประสบการณ์ต่างๆมาประยุกต์และปฏิบัติใช้ในความเป็นจริงและเกิดเป็นประโยชน์มากสูงสุดทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม

จัดทำโดย นางสาวชุดาภา ศรีลาเณร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/12 เลขที่35

 

อ้างอิง https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2

         http://www.technologychaoban.com/news_detail.php?tnid=1429

เทคโนโลยีการเกษตร

การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri / Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน , Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า
การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ
ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์
เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์
ความสำคัญของการเกษตร
1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น
มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร

 

 

อ้างอิง http://www.technologychaoban.com/

http://www.agri.kmitl.ac.th/

 

------------------------------------------------------สรุป----------------------------------------------------------

การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานการเกษรมีความสำคัญและมีส่วนช่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ่นและทำให้เทคโนโลยีการเกษร มีความคล่องตัวในการผลิตในขั้นตอนของการผลิตในทุก ๆ ขั้นตอนจึงทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของการทำงานของกระบวนการเกษร และในขั้นตอนของการผลิตในทุก ๆ ส่วนจะมีการเป็นระบบ ขั้นตอน จึงทำให้มีประสิทธิภาพ ในทุก ๆ ขั้นจึง เทคโนโลยีการเกษร จึงมีความสำคัญอย่างมากในเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรม ใหญ่ ๆ  ซึ้งแหล่ง ปัจจัยในการเกษรก็ไม่ได้ อยู่ที่ไหนไกลจากตัวเรา ก้อคืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค นั้นเองซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก ในขณะนี้ก้อยังมีการพัฒนา เทคโนโลยีการเกษตร อยู่ตลอดเวลา เราจึงควรสนใจกับเรื่องนี้.

 

นาย กิตติธัช  ธรรมบำรุง ม.5/12 เลขที่ 18 

 

www.facebook.com/kittiearth

เทคโนโลยีการเกษร

ความหมาย
การเกษตร ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า
การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ
ความเป็นมา
การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์
เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์
ความสำคัญของการเกษตร
1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น
มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง
5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ
6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

-สรุปใจความสำคัญ

   เทคโนโลยีการเกตร คือ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการนำความรู้ความสามารถต่างๆมาใช้ในการเกครเพื่อมีจุดประสงค์ในการผลิตเเละการจำหน่ายออกไปเพื่อสร้างกำไรให้กับผู้ประกอบ เทคโนโลยีการเกตรมีความสำคัญ.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ เป็นแหล่งท่องเที่ยว รักษาสมดุลทางธรรมชาติ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ เราจึงจำเป็นในการดำรงชีวิต

-จัดทำโดย

 นาย ประกฤษฏิ์ อยู่พูน ม5/12เลขที่11

 

ความหมายของเทคโนโลยี
– พจนานุกรมไทยให้ความหมายของเทคโนโลยีว่า “คือการประยุกต์ทางวิชาช่าง”
– พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.2525 ได้ให้ความหมายว่า เทคโนโลยีคือวิทยาการที่เกี่ยวกับศิลป ในการนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติและอุตสาหกรรม
– สรุปความหมายของ ”เทคโนโลยี” หมายถึง การประยุกต์วิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ซึ่งมีผลต่อการแก้ปัญหาและการดำรงชีวิตของมนุษย์

เทคโนโลยีกับการพัฒนาด้านการเกษตร
– หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์ประยุกต์มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านการเกษตร ได้แก่
1. ด้านการจัดการสาขาพืชและการจัดการสาขาสัตว์การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
2. การจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่เกษตรกร
3. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร
4. การให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร
5. การศึกษา วิจัย ค้นคว้า และทดลอง
6. การวางแผนการดำเนินงาน และการจัดการ
ตัวอย่าง:การผลิตปุ๋ยชีวภาพ
ปุ๋ยน้ำชีวภาพ หรือที่เรียกว่าน้ำหมักจุลินทรีย์ ขยะหอม น้ำสกัดชีวภาพ หรือ EM (Effective Microorganisms) คือ สารละลายที่ได้จากการย่อยสลายเศษวัสดุเหลือใช้จากส่วนต่างๆของพืชหรือสัตว์ โดยการหมักในสภาพไร้อากาศ
ปุ๋ยน้ำชีวภาพที่หมักจนได้ที่แล้วจะมีสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งประกอบด้วยสารอาหาร ดังนี้
– ธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม
– ธาตุอาหารรอง ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน
– ธาตุอาหารเสริม ได้แก่ เหล็ก ทองแดง แมงกานีส
ปุ๋ยน้ำชีวภาพ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
– ปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ผลิตจากพืชหรือขยะเปียก ได้แก่ เศษอาหาร เศษผัก เศษผลไม้รสเปรี้ยว เศษผลไม้สีแดงสีเหลือง พืชสมุนไพร
– ปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ผลิตจากสัตว์ ได้แก่ ปลา หอยเชอรี่

credit-http://compostone.blogspot.com/p/blog-page_8054.html

        -http://www.interfrogfarm.com/index.php?lite=article&qid=252584

สรุป

    การใช้น้ำปุ๋ยหมักชีวีภาพนั้นมีประโยชน์คือ ช่วยปรับดินในด้านการเกษตรทั้งในด้านการเกษตรในด้านผักครัวเรือนและอุตสาหกรรม ช่วยปรับสภาพให้ดินร่วยซุยทำให้ดินสามารถปรับตัวกับอากาศได้ดี และ มีกรดและแร่ธาตุในดินเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในด้านการเลี่้ยงสัตว์ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นของฟาร์มภายในปศุสัตว์ได้ช่วยกำจัดกลิ่นน้ำเหม็นของฟาร์มได้ภายในระดับหนึ่ง ช่วยป้องกันอหิวาห์ตาโรคอีกด้วย ทั้งนี้การใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพล้วนมีประโยชน์มากมายในการใช้ประโยขน์ต่างๆนาๆล้วนแต่เราจะใช้มันในด้านไหน สว่นด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยปรับให้สภาพแวดล้อมของธรรมชาตินั้นดีขึ้น ช่วยในการอนุรักษ์ทรัพยากรและช่วยกำจัดขยะด้วยการย่อยสลาย

จัดทำโดย

นาย ชุติมันต์  ทรทรานนท์ ม.5/12 เลขที่ 8 

โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย

รูปภาพของ nbr11508

นาย ปองพล มีนธารา เลขที่28 

-เทคโนโลยีการเกษตร

ความหมาย
การเกษตร แปลมาจากคำว่า Agriculture (Agri / Ager (กรีก) หมายถึง ทุ่งหรือดิน , Culture หมายถึง การปลูกหรือปฏิบัติ) ซึ่งหมายถึง การปฏิบัติเกี่ยวกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิต หรือการใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดผลผลิตขึ้นมานั่นเอง และเมื่อนำไปใช้ในทางวิชาการก็ได้ขยายความออกไปอีกว่า
การเกษตร คือ การปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดผลผลิต ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การทำประมง และการเกษตรผสมผสานโดยอาศัยความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และเงินทุน เพื่อให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตให้ผลผลิตต่างๆ
ความเป็นมา

                                                               

 

 

การเกษตร คือ กิจกรรมชนิดหนึ่ง ของมนุษย์โดยมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1. เพื่อการผลิต
2. ควบคุมวิธีการใช้พืชและสัตว์ไปในทางที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ดังนั้นการผลิตทางการเกษตรแบ่งการผลิตเป็น 2 ประเภท คือ พืชและสัตว์
เทคโนโลยีการเกษตร คือการใช้ศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการปฏิบัติกับที่ดินเพื่อให้เกิดการผลิตจัดเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงการนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในกิจการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ในอุตสาหกรรม หรือนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ความสำคัญของการเกษตร

                                                             

 

1.การเกษตรเป็นแหล่งที่มาของปัจจัย 4 คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งเป็นปัจจัยของการดำรงชีวิตของประชากรของโลก
2.การเกษตรมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศ อย่างเช่น ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศมีรายได้หลักมาจากการส่งสินค้าการเกษตรออกจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย พืชที่ส่งเป็นสินค้าออกมากที่สุดคือ พืชไร่ (ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยาสูบ อ้อย สัปปะรด เป็นต้น) รองลงมา พืชสวน เช่น ไม้ผลต่างๆ (มะม่วง มังคุด ทุเรียน กล้วยหอมทอง เป็นต้น) นอกจากนี้ จะเป็นพวกไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ หน้าวัว และปาล์มประดับ เป็นต้น
มิใช่เฉพาะเพียงผลผลิตด้านพืช ในส่วนของผลผลิตที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ เนื้อไก่แช่แข็ง เนื้อสุกร ปลา อาหารกระป๋อง น้ำนม เป็นต้น
3.เป็นแหล่งท่องเที่ยว
4.สร้างอาชีพ การเกษตรช่วยให้ประชากรของแต่ละประเทศมีงานทำ โดยเฉพาะประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประชากรประมาณร้อยละ 80 มีอาชีพอยู่ในภาคการเกษตร แต่ในปัจจุบันอาชีพการเกษตรลดน้อยลงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมามากมายนั่นเอง
5. รักษาสมดุลทางธรรมชาติ
6. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

-การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในงานด้านการเกษตร

การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการขยายพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์

การขยายพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์พืช แต่เดิมใช้วิธีปลูกพืชจำนวนมาก แล้วคัดเลือกเอาเฉพาะต้นที่มีลักษณะดีตามต้องการ ทำการเก็บเมล็ดหรือท่อนพันธุ์ไว้เพื่อนำมาใช้ในการขยายพันธุ์ในฤดูกาลถัดไป แต่มีข้อจำกัดหลายประการ คือ ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการปลูกเพื่อการคัดเลือกและการขยายพันธุ์ ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมสูงซึ่งยากต่อการคัดเลือกพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรมตามจริง รวมทั้งต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการปฏิบัติงาน ในส่วนของพันธุ์ก็ยากต่อการได้ต้นพืชที่คงลักษณะทางพันธุกรรมเช่นเดิมได้ เมื่อผ่านการเพาะปลูกในหลายๆรุ่น อาจเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์หรือเกิดจากการกลายพันธุ์ได้

           การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชจึงได้นำมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการคัดเลือก และขยายพันธุ์พืช เพราะสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่พืชใช้ในการเจริญเติบโตได้ ต้นพืชที่ได้จากการเพาะเลี้ยงจึงมีลักษณะตรงตามลักษณะทางพันธุกรรม สามารถใช้เพิ่มจำนวนต้นพืชให้ได้ปริมาณมาก โดยทุกต้นมีลักษณะเหมือนกับพืชต้นแบบทุกประการ นอกจากนี้ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชยังได้นำมาใช้เพื่อการสร้างพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรมใหม่ๆ โดยการปรับสภาพการเพาะเลี้ยงให้แตกต่างไปจากเดิม หรือเติมสารบางชนิดในอาหารเพาะเลี้ยง เพื่อการคัดเลือกต้นพืชที่สามารถตอบสนองต่อสารหรือสภาพการเพาะเลี้ยงที่ใช้ เช่น การสร้างพืชทนดินเค็ม และการสร้างพืชทนต่อสารกำจัดวัชพืช ทั้งยังช่วยประหยัดพื้นที่ เวลา และแรงงานที่นำมาใช้ในการคัดเลือกและการขยายพันธุ์

          ในประเทศไทย การขยายพันธุ์ และการคัดเลือกพันธุ์พืชโดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้นำมาใช้ในธุรกิจการผลิตกล้าไม้ต่างๆ เช่น กล้วยไม้ ต้นสัก ต้นยูคาลิปตัส ไม้ป่า และไม้ยืนต้นอื่นๆ

          เครื่องหมายดีเอ็นเอจึงเป็นวิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพอย่างหนึ่งที่ได้นำมาใช้คัดเลือกพืชหรือสัตว์เพื่อที่จะนำมาเพาะปลูกเพาะเลี้ยง หรือนำมาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ โดยอาศัยคุณสมบัติของเครื่องหมายดีเอ็นเอที่สามารถตรวจสอบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ทำให้สามารถคัดแยกพืชหรือสัตว์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ต้องการได้ขณะที่เพิ่งเริ่มเจริญเติบโต จึงมีส่วนช่วยลดแรงงาน ค่าต้นทุน และพื้นที่ในการเพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยง เช่น ในสุกร มีลักษณะพันธุกรรมฮาโลเทนบวก (halothane positive) ที่ส่งผลต่อคุณภาพของเนื้อสุกร ทำให้เนื้อมีคุณภาพไม่ดี จึงได้นำเครื่องหมายดีเอ็นเอมาใช้เพื่อคัดแยกสุกรที่มีลักษณะพันธุกรรมฮาโลเทนบวกออกจากสุกรปกติ ช่วยให้ประหยัดเวลา ลดต้นทุนใน การผลิต และสามารถผลิตสุกรที่มีคุณภาพเนื้อที่ดีได้


การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการสร้างเอกลักษณ์ทางพันธุกรรม และการเก็บรักษาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์

           ในอดีต การคัดเลือกหรือการปรับปรุงพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ เพื่อนำมาใช้ในการผลิตผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพดี ใช้วิธีการสังเกตดูลักษณะต่างๆ ที่แสดงออกมาภายนอกของพืชและสัตว์เหล่านั้น และนำลักษณะที่ได้มาใช้เป็นลักษณะประจำพันธุ์ในการจำแนกพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด เพื่อนำมาใช้เพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยง และการนำมาใช้ในกระบวนการปรับปรุงพันธุ์ แต่ลักษณะภายนอกที่ปรากฏเป็นผลมาจากการแสดงออกของยีนภายใน และยังเกิดจากผลกระทบของสภาพแวดล้อมที่พืชและสัตว์เจริญเติบโตในช่วงเวลานั้น ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ลักษณะที่แสดงออกของพืชหรือสัตว์ที่เป็นพันธุ์เดียวกันนั้นอาจแตกต่างกันได้ ในขณะเดียวกัน พืชหรือสัตว์ที่คิดว่าเป็นพันธุ์เดียวกันจากการดูลักษณะภายนอกก็อาจเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นพันธุ์เดียวกัน ดังนั้น การใช้ลักษณะภายนอกที่ปรากฏจึงไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้จำแนก หรือระบุสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตให้ถูกต้องแม่นยำได้

          จึงได้มีการนำเครื่องหมายดีเอ็นเอชนิด ต่างๆ มาใช้ เพื่อหาความแตกต่างในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด โดยใช้ความแตกต่างของรหัสทางพันธุกรรมที่มีความจำเพาะในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ผลที่ได้จากการนำเครื่องหมาย ดีเอ็นเอมาใช้คือ ทำให้สามารถเห็นความแตกต่างของแถบดีเอ็นเอที่มีปริมาณและการวางตัวที่แตกต่างกันในสิ่งมีชีวิตที่ต่างชนิดและต่างพันธุ์กัน รวมทั้งเห็นความแตกต่างของตำแหน่งเข้าเกาะระหว่างเครื่องหมายดีเอ็นเอกับสายดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตที่ทำการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังเห็นข้อมูลของรูปแบบลักษณะแถบดีเอ็นเอที่มีความจำเพาะในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดที่จะนำมาใช้เป็น เอกลักษณ์ทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ในด้านการเกษตรได้มีการนำเอาเครื่องหมายดีเอ็นเอมาใช้ในการระบุลักษณะของเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมของพืชและสัตว์หลากหลายชนิด เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลสำคัญประจำพันธุ์สำหรับใช้เป็นข้อมูลในโครงการปรับปรุงพันธุ์ต่างๆ รวมถึงการนำมาเพื่อจดทะเบียนพันธุ์ในพืชและสัตว์ โดยนำเอาข้อมูลในระดับดีเอ็นเอมาใช้ร่วมกับการตรวจสอบลักษณะที่ปรากฏภายนอก ในปัจจุบันได้ทำเอกลักษณ์ทางพันธุกรรมในพืชและสัตว์หลายชนิด เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง ไม้ยืนต้น โค กระบือ สุกร และในสัตว์น้ำ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประโยชน์ในงานด้านต่างๆ

           การเก็บรักษาพันธุ์หรือสายพันธุ์พืชและสัตว์ให้คงลักษณะเดิม มีความสำคัญต่อการนำมาใช้เพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยงในฤดูกาลต่อไป หรือเก็บไว้ใช้ในกระบวนการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้พืชหรือสัตว์ที่มีคุณลักษณะที่ดียิ่งขึ้น การเก็บรักษาพันธุ์หรือเชื้อพันธุ์ตามปกติมักมีปัญหาการคงความมีชีวิตที่ลดลง และใช้พื้นที่ในการจัดเก็บมาก จึงได้นำวิธีการเก็บรักษาพันธุ์พืชและสัตว์ในหลอดทดลองในสภาวะเยือกแข็งมาใช้เพื่อลดข้อจำกัดของวิธีการเก็บรักษาพันธุ์แบบเดิม ทำให้สามารถคงความมีชีวิตนานและเก็บรักษาได้ในหลายชนิดของเนื้อเยื่อ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ด ยอด ราก แคลลัส หรือแม้แต่เซลล์สืบพันธุ์ และเซลล์ของไข่ที่ได้รับการผสมแล้วในสัตว์ จึงทำให้เก็บรักษาพันธุ์ของพืชและสัตว์ไว้ได้เป็นเวลานาน เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานด้านการเกษตรต่อไปในอนาคต


การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในกระบวนการปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์

           การปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ในอดีตใช้วิธีผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์พ่อกับพันธุ์แม่ที่มีลักษณะที่ต้องการ แล้วทำการคัดเลือกจนได้ลูกที่มีลักษณะดีที่ได้จากทั้งแม่และพ่อ แต่ปัญหาสำคัญของการปรับปรุงพันธุ์ด้วยวิธีผสมพันธุ์คือ ใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้พืช หรือสัตว์ที่มีลักษณะตามต้องการและสามารถ ทำได้เฉพาะสิ่งมีชีวิตที่เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันเท่านั้น ขณะที่ลักษณะต่างๆ ที่ต้องการอาจมีอยู่ในสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่สามารถนำมาผสมกับสิ่งมีชีวิตที่ต้องการได้ วิธีการด้านเทคโนโลยีชีวภาพจึงนำมาใช้เพื่อลดข้อจำกัดเหล่านั้น

          ในพืชมีการนำเอาเทคนิคการผสมเซลล์มาใช้ โดยนำเอาเซลล์ที่ไร้ผนัง ๒ เซลล์ มารวมกันโดยการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า หรือการใช้สารเคมีพวก polyethylene glycol ซึ่งสามารถทำได้ แม้ว่าเซลล์ทั้ง ๒ เซลล์จะมาจากพืชต่างพันธุ์หรือต่างชนิดกัน ทำให้เกิดการสร้างสายพันธุ์ใหม่จากการรวมสารพันธุกรรมของพืช ๒ พันธุ์เข้าด้วยกัน ก่อนนำไปพัฒนาให้เป็นต้นพืชใหม่ต่อไป การรวมเซลล์ไร้ผนังเพื่อสร้างพืชพันธุ์ใหม่นิยมทำในพืชหลายชนิด เช่น กล้วยไม้ ยาสูบ

          วิธีการทางพันธุศาสตร์โมเลกุลและพันธุวิศวกรรมได้นำมาใช้เพื่อหายีนควบคุม ลักษณะที่สนใจที่ได้จากการทำแผนที่ทางพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตต่างๆก่อนนำมาส่งถ่ายเข้าสู่พืชหรือสัตว์ ทำให้เกิดการแสดงออกในลักษณะทางพันธุกรรมที่ควบคุมโดยยีน ที่ทำการส่งถ่ายเข้าไป ซึ่งมีขั้นตอนมากมาย ตั้งแต่การค้นหายีน การแยกยีน การเพิ่มปริมาณยีน และการต่อเชื่อมยีนที่ใช้ในการตรวจสอบ เพื่อใช้คัดเลือกเนื้อเยื่อที่ได้รับยีน การสร้างเนื้อเยื่อเพื่อใช้เป็นเนื้อเยื่อเป้าหมายในระบบการส่งถ่ายยีน และการนำเอาวิธีการส่งถ่ายยีนวิธีการต่างๆ มาใช้ การแปลงพันธุกรรมโดยใช้วิธีการส่งถ่ายยีน ส่วนใหญ่ทำกันมากในกลุ่มของพืชไร่มากกว่าในพืชกลุ่มอื่น หรือในสัตว์ พืชที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวโพดและถั่วเหลืองที่ต้านทานต่อสารกำจัดวัชพืช ข้าวที่ต้านทานต่อโรคใบไหม้ และฝ้ายที่ต้านทานต่อการเข้าทำลายของหนอนเจาะสมอฝ้าย ในปัจจุบันมีพันธุ์พืชหลากหลายพันธุ์ที่กำลังมีการตัดต่อยีนกันอยู่ในห้องปฏิบัติการทางเทคโนโลยีชีวภาพทั่วโลก ขณะที่มีพันธุ์พืชดัดแปลงพันธุกรรมนับพันชนิดอยู่ในขั้นตอน การทดสอบภาคสนาม โดยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา และจำนวนนับ ๑๐ ชนิดที่ผ่านการทดสอบภาคสนามขั้นตอนสุดท้าย จนกระทั่งได้รับการจดทะเบียนการค้าเรียบร้อยแล้ว

          วิทยาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพ จึงเป็นวิธีการสำคัญวิธีหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพของงานด้านการเกษตรทั้งในด้านการปรับปรุงปริมาณและคุณภาพของผลิตผลทางการเกษตรให้ได้ตรงตามความต้องการ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในกระบวนการตรวจสอบความสัมพันธ์ การจำแนก การยืนยันสายพันธุ์พืชและสัตว์ รวมทั้งการนำมาใช้ในกระบวนการผลิตและการค้าของผลิตผลทางการเกษตร ทั้งในส่วนของการตรวจสอบการปลอมปนและการใช้สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งส่งผลต่อการค้าและการส่งออก ฉะนั้นการศึกษาและการพัฒนาความรู้ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และนำมาประยุกต์ใช้ในด้านการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร รวมถึงการสร้างระบบเศรษฐกิจที่มั่นคงของประเทศ

อ้างอิง :- https://sites.google.com/site/2200405chu/e-book/bth-thi-2

          - http://guru.sanook.com/1412/การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในงานด้สนการเกษตร/

 

สรุปใจความสำคัญ

 

             เทคโนโลยีการเกษตรคือเทคโนโลยีที่ใช่ร่วมกับการเกษตรไม่ว่าจะเป็นการทำให้ที่ดินกลับมาดีเพื่อใช้ในการเพาะปลูกพืชหรือผลไม้รวมไปถึงการทำที่ให้สัตว์อาศัยอยู่หรือการทำที่ให้เกิดระบบนิเวศที่ดี เพื่อใช้เงินทุนน้อยลงให้พืชและสัตว์เจริญเติบโตและมีผลผลิตตามมามากมาย และในส่วนของเทคโนโลยีด้านการเกษตรด้านชีวภาพเป็นการทำเพื่อขยายพันธุ์และคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อให้ได้สายพันธุ์สัตว์ที่ดีที่มาใช้ในด้านเกษตร  และในประเทศไทยตอนนี้มีการการขยายพันธุ์ และการคัดเลือกพันธุ์พืชโดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเขาได้นำมาใช้ในธุรกิจการผลิตกล้าไม้ต่างๆ เช่น,กล้วยไม้.ต้นสัก,ต้นยูคาลิปตัส,ไม้ป่าและไม้ยืนต้นอื่นๆ และส่วยของเทคโนโลยีชีวภาพในกระบวนการปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์เป็นวิธีการทางพันธุศาสตร์โมเลกุลและพันธุวิศวกรรมที่เขาได้นำเข้ามาใช้เพื่อหายีนควบคุม ลักษณะรูปร่างของสัตว์และดอกไม่ต้นไม้ต่างๆ เพื่อให้เกิดการไม่เปลี่ยนแปลงของสัตว์ และทำให้เกิดการแสดงออกทางลักษณะของพืชและสัตว์ที่เหมือนกัน

 

จัดทำโดย : นาย ปองพล มีนธารา เลขที่28 

เทคโนโลยีการเกษตร

-เทคโนโลยีชีวภาพที่มีการใช้เพื่อการเกษตรมีหลากหลายชนิดที่เกิดขึ้น เช่น การพัฒนาพันธุ์พืชให้มีความต้านทานต่อศัตรูพืช โรคพืช การเพิ่มความทนทานของพืชต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมของภูมิประเทศ เช่นความแห้งแล้ง อุทกภัย การพัฒนาผลไม้ให้สุกงอมช้ากว่าปกติเพื่อลดความเสียหายในระหว่างการขนส่ง การเพิ่มผลผลิตพืชโดยไม่ต้องขยายพื้นที่เพาะปลูก การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อใช้ในการขยายพันธุ์พืชให้ได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว การผลิตท่อนพันธุ์พืชที่ปราศจากโรคเพื่อการลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค การเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อการขยายพันธุ์กล้วยไม้ การปรับปรุงพันธุ์ไม้ดอกเพื่อให้มีอายุการปักแชกันให้ยาวนานขึ้นและมีกลิ่นหอม การปรับปรุงพันธุ์สัตว์ให้มีลักษณะที่ดี การขยายพันธุ์โคนมที่ให้น้ำนมสูงโดยการปฏิสนธิในหลอดแก้ว และการย้ายฝากตัวอ่อน การพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคในกุ้งเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค การนำจุลินทรีย์มาเปลี่ยนวัตถุดิบด้านการเกษตรที่มีราคาถูกเป็นพลังงานทดแทน การใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอตรวจสอบพันธุ์พืชและสัตว์เศรษฐกิจ เป็นต้น นอกจากนี้สำหรับการเกษตรด้านที่มีการกล่าวถึงความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมได้มีการนำเอาจุลินทรีย์เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตปุ๋ยชีวภาพเพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี การลดการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยการพัฒนาพันธุ์พืชที่มีความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช หรือกระทั่งการใช้เชื้อจุลินทรีย์มาใช้สำหรับการกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่นแบคทีเรียบีที หรือไวรัสเอ็นพีวี

 

               

– การเกษตรที่อาศัยความรู้ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพในการปรับปรุงพันธุ์หรือการพัฒนาพันธุ์ให้มีคุณสมบัติตามต้องการ สามารถทนต่อดินฟ้าอากาศได้ดีขึ้น ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืชได้ดีขึ้น หรือมีคุณค่างทางโภชนาการมากขึ้น ทุกขั้นตอนในการศึกษาจะต้องสามารถอ้างอิงได้ตามมาตรฐานสากล และมีระบบการดูแลอย่างใกล้ชิด และเมื่อมีข้อสรุปได้ว่าสิ่งที่ทดลองนั้นมีความปลอดภัยเท่ากับพืชเปรียบเทียบต่อสิ่งมีชีวิต คน และสิ่งแวดล้อม จึงจะได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ เช่นกรณีไวรัสใบด่างของมะละกอซึ่งมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ อันส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมากไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค จึงมีการใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพันธุวิศวกรรมเพื่อการดัดแปรมะละกอให้มีความต้านทานต่อโรคไวรัส แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องที่ว่ามะละกอพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคไวรัสนั้นจะมีผลกระทบต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม อย่างไรหรือไม่ ซึ่งไม่สามารถได้ข้อสรุปมาเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนของการทดสอบในสภาพปลูกจริงได้ เนื่องจากความเห็นที่ขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มผู้ปฏิบัติงานกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับเทคโนโลยีชีวภาพ

นาโนเทคโนโลยีคือวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีขนาดเล็ก 10- 9 เท่าโดยมีความเกี่ยวข้องและครอบคลุมในทุกสาขาวิชาทางด้านการเกษตร สำหรับประเทศไทยแล้วมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่าควรที่จะเร่งให้มีการพัฒนาทางด้านนาโนเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหาร และมีความหลากหลายทางชีวภาพ กอปรกับเพื่อให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2547-2554 ในการที่จะมีการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก ซึ่งเราจะต้องมุ่งเน้นเพื่อการพัฒนาคุณภาพของสินค้าการเกษตรให้ตรงกับมาตรฐานสากล เพื่อที่จะได้เร่งการส่งออกและไม่ถูกกีดกัน และเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน
ในภาพรวมของนาโนเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
· – ข้าว นาโนเทคโนโลยีสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีลักษณะที่ดีตรงตามความต้องการทางเศรษฐกิจ เช่นคุณภาพการหุงต้น หอม ต้านทานโรคไหม้ ต้านทานเพลี้ยชนิดต่าง ๆ ทนต่อน้ำท่วม และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
· – การเพาะเลี้ยงกุ้งและการประมง การที่กุ้งแช่แข็งมีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของการส่งออกของประเทศไทย ทำรายได้ให้ไม่ต่ำหว่าแสนล้านบาทในแต่ละปี แต่เพราะปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสทำให้มีความสูญเสียผลผลิต ดังนั้นจึงมีการนำเอานาโนเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และยังค้นพบวิธีการสร้างฟองอากาศนาโนที่มีความคงตัวสูง แตกตัวได้ยาก เก็บกักโอโซฯไว้ได้นาน ทำให้เป็นแหล่งออกซิเจนให้กับสัตว์น้ำ ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้เพื่ออุตสาหกรรมประมงต่อไปได้
· – ยางพารา เนื่องจากความต้องการยางธรรมชาติในตลาดโลกนั้นมีความต้องการที่สูง แต่อาจจะมีการลดลงได้ หากอุตสาหกรรมหันไปให้ความสนใจกับยางเทียม ซึ่งประเทศที่ส่งออกยางธรรมชาติจะต้องได้รับผลกระทบแน่นอน ในประเทศไทยจึงได้มีการเพิ่มมูลค่าของยางธรรมชาติโดยใช้นาโนเทคโนโลยี ได้แก่ การสร้างถุงมือยางธรรมชาติที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้โดยการบรรจุนาโนแคปซูลของยาฆ่าเชื้อไว้ในเนื้อถุงมือยาง
· – การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ปัญหาดินเค็มมากกว่า 17 ล้านไร่ใน 17 จังหวัดที่กำลังขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตลดลง 2-3 เท่า จึงได้มีการนำเอานาโนเทคโนโลยีมาปรับปรุงสภาพดินเค็มโดยการนำสารละลายคาร์โบเนียมที่สังเคราะห์ขึ้นโดยนาโนเทคโนโลยีไปฉีดพ่นที่ดิน จะเกิดปฏิกิริยาดูดซับเกลือออกจากดิน ทำให้ดินร่วนขึ้น pH เปลี่ยนเป็นกลางเหมาะกับการปลูกพืช รวมทั้งอาจจะสามารถใช้นาโนเทคโนโลยีในการใช้การเกษตรแบบควบคุมสภาวะแวดล้อมที่มีระบบการตรวจวัดสภาพของพืชผลที่ดี ทำให้สามารถประเมินลักษณะของพืชผล และสามารถบริหารจัดการพืชปลูกจนประสบความสำเร็จนั่นเอง
· – ปศุสัตว์ มีการติดตั้งนาโนไบโอเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับเชื้อแบคทีเรียที่โรคในนมไว้กับเครื่องรีดนมวัว ทำให้สามารถลดการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรคในน้ำนมดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
· การเพิ่มมูลค่าวัสดุทางการเกษตร มีการย่อยสลายวัสดุที่เหลือใช้ในการเกษตรให้มีขนาดเล็กลงจนเป็นอนุภาคนาโนเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์พอลิเมอร์ชีวภาพที่สามารถปรับแต่งรสชาติให้เหมือนไขมัน ซึ่งสามารถนำมาใช้ทดแทนไขมันในอาหารสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

– ในสภาวะที่ทั่วโลกกำลังร่วมมือกันรักษาสภาพแวดล้อมของโลก ปัจจัยหนึ่งที่มีผลทำลายสภาพแวดล้อมให้เต็มไปด้วยสารพิษตกค้าง คือการใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงฉีดพ่นไปบนพืชผักเศรษฐกิจ ซึ่งสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงเหล่านั้น นอกจากจะเป็นอันตรายต่อเกษตรกรผู้ใช้แล้ว บางส่วนยังตกค้างอยู่บนส่วนต่าง ๆ ของพืช บางส่วนตกค้างอยู่ในดิน หรือถูกชะล้างลงสู่แหล่งน้ำลำธารใกล้เคียง แนววางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ในการกำจัดแมลงศัตรูพืชแทนการใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลงคือการควบคุมด้วยชีววิธี (Biocontrol) โดยการนำเอาสิ่งมีชีวิตเข้ามาควบคุมสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง แบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีการนำมาใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชอย่างแพร่หลายในประเทศคือ บาซิลลัส ทูริงจิเอนซิส (Bacillus thuringiensis) หรือเรียกสั้น ๆ ว่าบีที (Bt) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่พบได้ในดินทั่วไป ไป สามารถสร้างผลึกโปรตีนที่มีความเป็นพิษต่อหนอนแมลง และลูกน้ำยุงอย่างมีความจำเพาะเจาะจง ไม่มีผลข้างเคียงต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ในต่างประเทศมีบริษัทหลายบริษัทดำเนินการผลิตบีทีในรูปผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่าย สำหรับประเทศไทย บริษัททีเอฟไอ กรีนไบโอเทค เป็นบริษัทหนึ่งที่ริเริ่มดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์บีทีในระดับอุตสาหกรรมเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ (ฝ่าย พัฒนาธุรกิจและกฎหมายเทคโนโลยีชีวภาพ

ตัวอย่าง
– การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ : เทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการเกษตร
(ศรีสม สุวรรณวงศ์)
การพัฒนาทางด้านการเกษตรของไทยได้เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กันอย่างกว้างขวาง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือแม้แต่ในเชิงการค้า
สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการค้า ได้แก่ การขยายพันธุ์กล้วย ไม้ สกุลต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างพืชที่มีจำนวนโครโมโซมต่างจากปกติ การถ่ายละอองเกสรและผสมเกสร ในหลอดแก้ว การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยการใช้รังสีหรือสารเคมี หรือการผสมพันธุ์โดยใช้โปรโตพลาสต์ การคัดเลือกพันธุ์ เช่น การคัดเลือกพันธุ์พืชที่ทนทานต่อความเค็มหรือต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช ถึงแม้ว่าการคัดเลือกดังกล่าวจะสามารถ ทำได้ใน แปลงทดลองแต่ก็ต้องใช้ต้นพืชจำนวนมาก ทำให้เปลืองพื้นที่ เวลา และค่าใช้จ่ายมาก ถ้านำเอาเทคนิคการ เพาะเลี้ยงเนื้อ เยื่อมาใช้ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไปการผลิตพืชที่ปราศจากโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะติดไปกับเนื้อเยื่อหรือชิ้นส่วนของพืชเสมอ การผลิตพืชที่ปราศจาก เชื้อไวรัส นี้ต้องตัดส่วนยอดของพืชให้มีขนาดเล็กมากๆ ประมาณ 0.01–0.05 มม. ซึ่งคาดว่าเชื้อไวรัสไม่สามารถแพร่ขยาย ไปถึง บริเวณดังกล่าว แล้วนำชิ้นส่วนของพืชนี้ไปขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศต่อไปการเก็บรักษาพันธุ์พืช

วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำให้การเก็บรักษาพันธุ์พืชสามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด ประหยัดแรงงานในการดูแลรักษา และปลอดภัยจากศัตรูพืช ภัยธรรมชาติ และการกลายพันธุ์อย่างไรก็ตาม เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย รวมทั้งการศึกษาทางด้านชีวเคมี สรีรวิทยาของพืช และทางด้านพันธุกรรม นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้อีกด้วย

 

Credit : http://oldweb.ocsb.go.th/udon/ToWeb/490610_Tawath_nano.htm

 

เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่   

 

สรุปใจความจากเนื้อหา

         เทคโนโลยีการเกษตรในปัจจุบันมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องทำให้มาความสะดวกสบายมากขึ้นโดยการพัฒนาจากพันธุ์พืชในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็น การต้านทางของพืน หรือ โรคของพืชโดยศึกษาเพื่อให้ตรงกับปัจจัยตามความต้องการของผู้ต้องการศึกษาเทคโนโลยีดังกล่าวโดยเมื่อพัฒนาขั้นสูงจะมีการสร้างสิ่งประดิษฐิ์หรือวิธีการต่างๆ เช่น นาโนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับตัวของเทคโนโลยีการเกษตรเช่นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของตัวพืชเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือพืชในประเทศเพื่อเพิ่มคุณภาพให้แก่ตัวพืชนั้นๆเช่น ข้าว ยางพารา รวมไปถึงสัตว์ต่างๆเช่น กุ้ง เป็นต้น และยังช่วยในสภาพแวดล้อมของโลกไม่ให้มีปัญเกิดขึ้น เช่น สภาพของสารพิษตกค้าง หรือ การพบแบคทีเรียในพื้นที่ต่างๆ เป็นต้น


จัดทำโดย

นายเสฎฐวุฒิ บุญวัฒน์วรานนท์ ม.5/12 เลขที่ 32 

 

 

                                        นายศิรชัช โชติช่วย ม5/12 เลขที่21    

เกษตรกรรม หมายถึง กระบวนการผลิตอาหาร เส้นใย เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยวิธีการเพาะปลูกพืช มีชื่อเรียกเฉพาะว่า กสิกรรม และวิธีการเลี้ยงสัตว์ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ อย่างเป็นระบบ ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเรียกว่า เกษตรกร แรงงานจำนวน 42% ของทั้งโลกอยู่ในภาคเกษตรกรรม จึงถือว่าเป็นกลุ่มอาชีพที่แพร่หลายที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมยังคงมีปริมาณเพียงไม่ถึง 5% ของผลผลิตมวลรวมของโลก

เกษตรกรรมแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ กสิกรรม หมายถึง การเพาะปลูกพืช เช่น การทำนา การทำสวน การทำไร่ เป็นต้น ปศุสัตว์ หมายถึง การประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์บนบก เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู หรือเลี้ยงสัตว์จำพวกสัตว์ปีก เป็นต้น การประมง หมายถึง การประกอบอาชีพการเกษตรทางน้ำ เช่น การเลี้ยงสัตว์น้ำ การจับสัตว์น้ำ เป็นต้น และด้านป่าไม้ หมายถึง การประกอบอาชีพเกี่ยวกับป่า เช่น การปลูกป่าไม้เศรษฐกิจ การนำผลผลิตจากป่ามาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เป็นต้น

ประวัติศาสตร์ของเกษตรกรรม จุดเริ่มต้นในสมัยโบราณ การทำเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ในดินแดนแถบ Fertile Crescent โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นประเทศซีเรียและตอนใต้ของอิรักในปัจจุบัน เมื่อช่วงประมาณ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล คนในสมัยนั้นเริ่มมีการคัดเลือกพืชอาหารที่มีลักษณะตามความต้องการเพื่อนำไปเพาะปลูก

ประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ระบบเกษตรกรรมขนาดเล็กได้แพร่เข้าไปสู่อียิปต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในอนุทวีปอินเดีย ซึ่งปรากฏหลักฐานในการขุดค้นแหล่งโบราณคดี Mehrgarh ในภูมิภาค Balochistan จนถึงเมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอียิปต์เริ่มมีการทำเกษตรกรรมขนาดกลางบนริมฝั่งแม่น้ำไนล์ และในช่วงเวลานี้ในภูมิภาคตะวันออกไกลก็มีการพัฒนาทางเกษตรกรรมในรูปแบบเฉพาะตน โดยจะเน้นเพาะปลูกข้าวเจ้าเป็นพืชผลหลักมากกว่าข้าวสาลี

เกษตรกรรม หมายถึง กระบวนการผลิตอาหาร เส้นใย เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยวิธีการเพาะปลูกพืช มีชื่อเรียกเฉพาะว่า กสิกรรม และวิธีการเลี้ยงสัตว์ทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ อย่างเป็นระบบ ผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเรียกว่า เกษตรกร แรงงานจำนวน 42% ของทั้งโลกอยู่ในภาคเกษตรกรรม จึงถือว่าเป็นกลุ่มอาชีพที่แพร่หลายที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมยังคงมีปริมาณเพียงไม่ถึง 5% ของผลผลิตมวลรวมของโลก

เกษตรกรรมแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ กสิกรรม หมายถึง การเพาะปลูกพืช เช่น การทำนา การทำสวน การทำไร่ เป็นต้น ปศุสัตว์ หมายถึง การประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์บนบก เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู หรือเลี้ยงสัตว์จำพวกสัตว์ปีก เป็นต้น การประมง หมายถึง การประกอบอาชีพการเกษตรทางน้ำ เช่น การเลี้ยงสัตว์น้ำ การจับสัตว์น้ำ เป็นต้น และด้านป่าไม้ หมายถึง การประกอบอาชีพเกี่ยวกับป่า เช่น การปลูกป่าไม้เศรษฐกิจ การนำผลผลิตจากป่ามาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ เป็นต้น

ประวัติศาสตร์ของเกษตรกรรม จุดเริ่มต้นในสมัยโบราณ การทำเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ในดินแดนแถบ Fertile Crescent โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นประเทศซีเรียและตอนใต้ของอิรักในปัจจุบัน เมื่อช่วงประมาณ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล คนในสมัยนั้นเริ่มมีการคัดเลือกพืชอาหารที่มีลักษณะตามความต้องการเพื่อนำไปเพาะปลูก

ประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ระบบเกษตรกรรมขนาดเล็กได้แพร่เข้าไปสู่อียิปต์ ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็เริ่มมีการเพาะปลูกข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในอนุทวีปอินเดีย ซึ่งปรากฏหลักฐานในการขุดค้นแหล่งโบราณคดี Mehrgarh ในภูมิภาค Balochistan จนถึงเมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอียิปต์เริ่มมีการทำเกษตรกรรมขนาดกลางบนริมฝั่งแม่น้ำไนล์ และในช่วงเวลานี้ในภูมิภาคตะวันออกไกลก็มีการพัฒนาทางเกษตรกรรมในรูปแบบเฉพาะตน โดยจะเน้นเพาะปลูกข้าวเจ้าเป็นพืชผลหลักมากกว่าข้าวสาลี

การเกษตรที่อาศัยความรู้ทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพในการปรับปรุงพันธุ์หรือการพัฒนาพันธุ์ให้มีคุณสมบัติตามต้องการ สามารถทนต่อดินฟ้าอากาศได้ดีขึ้น ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืชได้ดีขึ้น หรือมีคุณค่างทางโภชนาการมากขึ้น ทุกขั้นตอนในการศึกษาจะต้องสามารถอ้างอิงได้ตามมาตรฐานสากล และมีระบบการดูแลอย่างใกล้ชิด และเมื่อมีข้อสรุปได้ว่าสิ่งที่ทดลองนั้นมีความปลอดภัยเท่ากับพืชเปรียบเทียบต่อสิ่งมีชีวิต คน และสิ่งแวดล้อม จึงจะได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ เช่นกรณีไวรัสใบด่างของมะละกอซึ่งมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ อันส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมากไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค จึงมีการใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพันธุวิศวกรรมเพื่อการดัดแปรมะละกอให้มีความต้านทานต่อโรคไวรัส แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องที่ว่ามะละกอพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคไวรัสนั้นจะมีผลกระทบต่อคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม อย่างไรหรือไม่ ซึ่งไม่สามารถได้ข้อสรุปมาเนื่องจากไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนของการทดสอบในสภาพปลูกจริงได้ เนื่องจากความเห็นที่ขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มผู้ปฏิบัติงานกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับเทคโนโลยีชีวภาพ

นาโนเทคโนโลยีคือวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มีขนาดเล็ก 10- 9 เท่าโดยมีความเกี่ยวข้องและครอบคลุมในทุกสาขาวิชาทางด้านการเกษตร สำหรับประเทศไทยแล้วมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่าควรที่จะเร่งให้มีการพัฒนาทางด้านนาโนเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหาร และมีความหลากหลายทางชีวภาพ กอปรกับเพื่อให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2547-2554 ในการที่จะมีการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก ซึ่งเราจะต้องมุ่งเน้นเพื่อการพัฒนาคุณภาพของสินค้าการเกษตรให้ตรงกับมาตรฐานสากล เพื่อที่จะได้เร่งการส่งออกและไม่ถูกกีดกัน และเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน
ในภาพรวมของนาโนเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย
· – ข้าว นาโนเทคโนโลยีสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีลักษณะที่ดีตรงตามความต้องการทางเศรษฐกิจ เช่นคุณภาพการหุงต้น หอม ต้านทานโรคไหม้ ต้านทานเพลี้ยชนิดต่าง ๆ ทนต่อน้ำท่วม และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
· – การเพาะเลี้ยงกุ้งและการประมง การที่กุ้งแช่แข็งมีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของการส่งออกของประเทศไทย ทำรายได้ให้ไม่ต่ำหว่าแสนล้านบาทในแต่ละปี แต่เพราะปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสทำให้มีความสูญเสียผลผลิต ดังนั้นจึงมีการนำเอานาโนเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และยังค้นพบวิธีการสร้างฟองอากาศนาโนที่มีความคงตัวสูง แตกตัวได้ยาก เก็บกักโอโซฯไว้ได้นาน ทำให้เป็นแหล่งออกซิเจนให้กับสัตว์น้ำ ซึ่งนำมาประยุกต์ใช้เพื่ออุตสาหกรรมประมงต่อไปได้
· – ยางพารา เนื่องจากความต้องการยางธรรมชาติในตลาดโลกนั้นมีความต้องการที่สูง แต่อาจจะมีการลดลงได้ หากอุตสาหกรรมหันไปให้ความสนใจกับยางเทียม ซึ่งประเทศที่ส่งออกยางธรรมชาติจะต้องได้รับผลกระทบแน่นอน ในประเทศไทยจึงได้มีการเพิ่มมูลค่าของยางธรรมชาติโดยใช้นาโนเทคโนโลยี ได้แก่ การสร้างถุงมือยางธรรมชาติที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้โดยการบรรจุนาโนแคปซูลของยาฆ่าเชื้อไว้ในเนื้อถุงมือยาง
· – การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ปัญหาดินเค็มมากกว่า 17 ล้านไร่ใน 17 จังหวัดที่กำลังขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตลดลง 2-3 เท่า จึงได้มีการนำเอานาโนเทคโนโลยีมาปรับปรุงสภาพดินเค็มโดยการนำสารละลายคาร์โบเนียมที่สังเคราะห์ขึ้นโดยนาโนเทคโนโลยีไปฉีดพ่นที่ดิน จะเกิดปฏิกิริยาดูดซับเกลือออกจากดิน ทำให้ดินร่วนขึ้น pH เปลี่ยนเป็นกลางเหมาะกับการปลูกพืช รวมทั้งอาจจะสามารถใช้นาโนเทคโนโลยีในการใช้การเกษตรแบบควบคุมสภาวะแวดล้อมที่มีระบบการตรวจวัดสภาพของพืชผลที่ดี ทำให้สามารถประเมินลักษณะของพืชผล และสามารถบริหารจัดการพืชปลูกจนประสบความสำเร็จนั่นเอง
· – ปศุสัตว์ มีการติดตั้งนาโนไบโอเซ็นเซอร์เพื่อตรวจจับเชื้อแบคทีเรียที่โรคในนมไว้กับเครื่องรีดนมวัว ทำให้สามารถลดการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรคในน้ำนมดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
· การเพิ่มมูลค่าวัสดุทางการเกษตร มีการย่อยสลายวัสดุที่เหลือใช้ในการเกษตรให้มีขนาดเล็กลงจนเป็นอนุภาคนาโนเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์พอลิเมอร์ชีวภาพที่สามารถปรับแต่งรสชาติให้เหมือนไขมัน ซึ่งสามารถนำมาใช้ทดแทนไขมันในอาหารสุขภาพ สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

 

 

สรุป

สำหรับทางด้านการเกษตรนั้นได้มีการนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้กันมาก เช่น การขยายสายพันธุ์ โดยการใช้ชิ้นส่วนของพืชมาขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และทำให้ได้ต้นพืชที่ตรงตามพันธุ์เดิม ในปริมาณมาก และในเวลาจำกัด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและได้รับความสำเร็จอย่างมากในเชิงการค้า ได้แก่ การขยายพันธุ์กล้วย ไม้ สกุลต่างๆ การปรับปรุงพันธุ์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสร้างพืชที่มีจำนวนโครโมโซมต่างจากปกติ การถ่ายละอองเกสรและผสมเกสร การพัฒนาทางด้านการเกษตรของไทยได้เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กันอย่างกว้างขวาง การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือแม้แต่ในเชิงการค้า

 

 

จัดทำโดย

CD.เทคโนโลียีการเกษตร

Tags: 

 

Tags: 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 62 คน กำลังออนไลน์