ซออู้

ห้ามลบ ขอให้เจ้าของผลงานประกวด แก้ไขข้อมูลได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2551 เวลา 23.30 น.
หากเลยกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ท่านเข้ามาแก้ไขข้อมูล ถือว่าโมฆะในการพิจารณาได้รับรางวัล
ซึ่งระบบของ Thaigoodview สามารถตรวจสอบได้ว่า ผลงานแต่ละชิ้น มีการแก้ไขเวลาใดบ้าง

ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล


ซออู้

ประวัติโดยย่อ

เหตุที่เรียกว่าซออู้ก็เพราะ เรียกตามเสียงที่ได้ยินนั่นเองและ ซออู้มีรูปร่างคล้ายๆกับซอของจีนซออู้ ได้เข้ามามีบทบาทในวงดนตรีเครื่องสายตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 4 เป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดสีประเภทเครื่องสายอีกประเภทหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงด้วยการใช้คันชักสีเข้ากับสาย ใช้ประกอบวงเครื่องสาย วงมโหรี วงปี่พาทย์ไม้นวม และวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ มีหน้าที่หยอกล้อยั่วเย้าไปกับทำนองเพลง กระตุ้นอารมณ์ให้สนุกสนาน โดยเฉพาะในการบรรเลงประกอบการแสดงหุ่นกระบอก และการร้องแอ่วให้สอดประสานกลมกลืนกัน ซอที่ใช้อยู่ในวงดนตรีไทย  มี ๓ ชนิด คือ ซออู้ ซอด้วง ซอสามสาย

            

ส่วนประกอบของซออู้

   กะโหลก  กะโหลกซอนั้นทำมาจากกะลามะพร้าว กะลาที่ดีนั้นจะมีทรงเป็นรูปหัวใจ ลักษณะของกะโหลกซอที่กลมไม่มีเหลี่ยม หรือเหลี่ยมน้อยเรียกว่า “ซอพล” ซึ่งจะปาดส่วนของกะลาออกประมาณ 1 ส่วน 4 ตามแนวตั้งของกะลา และเจาะรูไว้เพื่อใส่คันทวนซอแล้วก็มีการแกะสลักลวดลายไว้ด้านตรงข้ามกับหน้าซอเป็นลวดลายต่างๆสวยงาม เช่น ลายเทพต่างๆในตำนาน ลายกนก ลายรามเกียรติ์ ฯลฯ เพื่อให้เสียงออกทางรอยรูปภาพ

 หน้าซอ จะใช้หนังมาขึงให้เต็มหน้าซอที่ปาดออกและทากาวโดยจะให้หนังติดเข้ากับหน้าซอเข้ามาประมาณ1.5-2 ซ.ม.และจะทาสีดำบริเวณที่หนังติดบนกะโหลกซอเพื่อความสวยงามและปกปิดรอยตำหนิบนหนังบางส่วน

หมอนซอ จะวางอยู่บริเวณกลางหน้าซอเพื่อถ่วงไว้ไม่ให้สายซอติดกับหน้าซอเวลาสี จะทำมาจากผ้าที่ม้วนเป็นทรงกระบอกแล้วพันด้วยผ้ากำมะหยีสีแดงหรือสีอื่นๆ จะมีขนาดเท่ากับยางลบ

คันทวน ลักษณะของคันทวนซอจะทำด้วยไม้แข็งที่มีความตรงเหลาให้กลมโดยด้านบนจะกว้างแล้วค่อยๆเล็กลงจนใส่เข้าไปในรูกะลาที่เจาะไว้ได้เช่นไม้มะเกลือ หรือถ้าจะต้องการไม้ที่สวยงามก็จะมีคันทวนติดลายมุก และ ไม้ที่ทำจากงาช้างราคาก็สูงตามที่เพิ่ม ด้านบนของคันทวนก็จะเจาะรู 2 รูในแนวตั้งเพื่อใช้ใส่ลูกบิดซอ  

ลูกบิดซอ  ลูกบิดซอจะมี 2 อันเพื่อเอาไว้ใส่สายซอ โดยลูกบิดอันบนจะใส่สายทุ้มซึ่งมีเสียง "โด" ส่วนลูกบิดอันล่างจะใส่สายเอกซึ่งมีเสียง "ซอล"สายเอกนั้นจะต้องหมุนเข้าหาตัวส่วนสายทุ้มจะหมุนออกนอกตัว ยิ่งหมุนลูกบิดให้สายตึงมากเท่าไหร่เสียงจะสูงขึ้นถ้าหมุนมากๆสายอาจจะขาดได้ลักษณะของลูกบิดที่สวยงามก็จะมีการนำงามาประดับ หรือ มุกมาประดับ

คันชัก คันชักซอจะมีความยาวเกือบๆคันทวนซอ คันชักซอจะเอาไว้สีซอโดยที่คันชักจะมีหางม้าจำนวนยาวและเยอะพอสมควรขึงไว้ตั้งแต่เกือบยอดซอจนสุดปลายซอและผูกมัดปมไว้ให้ตึงเหลือปลายหางม้าออกมาประมาณ 3-4 ซ.ม.ถักเป็นเปียเล็กๆไว้เพื่อความสวยงาม

รัดอก รัดอกเป็นอุปกรณ์ที่รัดสายซอกับคันทวนให้เข้ามาพอประมาณเพื่อสะดวกในการกดสายซอ รัดอกอาจจะเป็นเส้นเอ็นหรือสายซอที่ใช้แล้วหรือเชือกเส้นเล็กๆก็ได้ รัดอกจะอยู่ถัดลงมาจากลูกบิดอันล่างสุด เราจะต้องหาตำแหน่งให้รัดอกพอดีเพราะว่ารัดอกมีผลต่อเสียงซอ ถ้ารัดอกอยู่ใกล้กับลูกบิดเสียงก็จะต่ำ ต้องหมุนลูกบิดให้สายตึงขึ้นมาก แต่ถ้ารัดอกอยู่ลงมาใกล้กะโหลกซอ เสียงก็จะสูง ส่วนใหญ่จะไม่นิยมทำแบบนี้กัน จะให้รัดอกอยู่ลงมาจากลูกบิดประมาณฝ่ามือครึ่ง

 

สายซอ สายซออู้นั้นจะมีขนาดแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย โดยสายเอกจะแทนเสียงซอลและมีขนาดเรียวกว่าสายทุ้มที่แทนเสียงโด สายเอกจะผูกไว้กับลูกบิดอันล่างเวลาหมุนปรับระดับเสียงก็จะจับซอในท่าที่ถูกต้องและใช้วิธีหมุนเข้าหาตัวเอง ส่วนสายทุ้มจะผูกกับลูกบิดอันบน เวลาหมุนก็จะหมุนออกจากตัวเพื่อปรับระดับเสียง (หากหมุนจนตึงเกินสายจะขาด)

อุปกรณ์เสริมสำหรับการเล่นซออู้

ยางสน

ยางสนมี 2 แบบ คือแบบหยอดกับแบบขัดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการขัดสายซอให้มีความฝืดในขณะที่สีซอ เพื่อให้มีเสียงเกิดขึ้น จะใช้ยางสน สนต่อเมื่อหางม้าที่ใช้ในการสีลื่นเกินไป วิธีใช้ก็ใชถูกับหางม้าไปมาเรื่อยๆจนพอเหมาะ ถ้าเป็นแบบหยอดก็จะมีลักษณะเป็นแท่งเหมือนเทียน จุดไฟแล้วก็เอาน้ำตายางสนหยดลงบนกะโหลกซอตรงที่สี ที่หางม้าสัมผัสกับกะโหลก หยดแต่พอควรไม่มากไม่น้อยและต้องระวังว่าน้ำตายางสนจะไหลไปโดนหน้าซอเกิดความเสียหายได้

  เริ่มหัดเล่นซออู้

การเล่นดนตรีนั้นจะต้องหัดฟังเสียงให้เป็น โดยจะต้องรู้ว่าเสียงที่เล่นออกมานั้นไม่เพี้ยนและมีความดังพอดีกับเครื่องอื่นๆเพราะถ้าฟังเสียงไม่เป็นอาจจะเกิดเสียงเพี้ยนขึ้นในขณะที่เล่นรวมกับวงได้

ขั้นที่1 เริ่มหัดตั้งสาย

ให้เริ่มตั้งสายเอกก่อนเสมอคือเสียงซอล โดยเทียบเสียงจากระนาดเอกหรือขลุ่ยเพียงออโดยการที่ตีเสียงจากเครื่องหลักแล้วฟังพร้อมทั้งหมุนลูกบิดสายเอกเข้าหาตัวพร้อมกับสีคันชักฟังเสียงให้เสียงของทั้ง 2 เครื่องนั้นเป็นเสียงซอลเดียวกัน เสียงไม่สูงเกินไม่ต่ำเกิน หลังจากนั้นก็เริ่มตั้งสายทุ้มโดยใช้เสียงโด เริ่มใช้วิธีเดียวกันแต่ให้ตีเสียงโดต่ำจากเครื่องหลักที่จะเทียบ หลังจากเทียบเสียงโดได้แล้วสายเอกจะหย่อนลงทุกครั้งจึงต้องกลับมาเทียบสายเอกใหม่ ถ้าเสียงยังเพี้ยนก็ให้เทียบไปเรื่อยๆจนกว่าเสียงจะตรงกัน

(เคล็ดลับ เมื่อปรับได้ระดับเสียงที่ตรงกับเครื่องหลักแล้วให้ดันลูกบิดเข้าให้แน่นกับคันทวนเพื่อไม่ให้ลูกบิดคลายลงมาจนเสียงเปลี่ยน)

ขั้นที่ 2 วิธีการนั่งสี

ให้นั่งพับเพียบหันปลายเท้าไปทางขวาแล้วใช้มือจับใต้รัดอกคันซอข้างซ้ายและนำกะโหลกซอมาวางฝั่งหน้าตักซ้ายให้ชิดกับช่วงท้องและมือขวาก็จับคันชักซอในระดับ1ใน3ของความยาวคันชักที่นับจากปลายคันชัก

ขั้นที่3 วิธีการสีซอ

หลังจากที่จับตัวซอตามขั้นที่2เรียบร้อยแล้วมือซ้ายจับคันทวนให้มั่นส่วนมือขวาจับคันชักสีเข้าและออก โดยจะสีออกก่อนจะเริ่มที่สายเอกเสียงซอลลากคันชักไปจนสุดแล้วสีเข้าโดนสายทุ้มเสียงโด สีสลับเข้าออกไปเรื่อยๆให้เป็นเสียง โด ซอล จนคล่อง

(เคล็ดลับ เวลาสีให้ลากคันชักเข้าสุด ออกสุดและสีแรงๆให้เสียงไม่ติดขัด และควรจับคันซอให้ตั้งตรงพร้อมกับจับคันชักให้ขนานกับพื้นและตั้งฉากกับคันซอ)

ขั้นที่ 4 การไล่เสียง

 ให้หัดสีตามโน๊ตโดยใช้ปลายนิ้วกดเพื่อให้เกิดเสียง หมายเลข 1 ใช้นิ้วชี้ หมายเลข 2 ใช้นิ้วกลาง หมายเลข 3 ใช้นิ้วนางและหมายเลข 4 ใช้นิ้วก้อย โดยผู้ที่ฝึกจะต้องสีโน๊ตตัวนึงคันชักนึงเข้าออกไล่ตั้งแต่เสียงต่ำสุดคือเสียงโดสายเปล่าไปจนถึงเรสูงที่กดโดยนิ้วก้อยและไล่เสียงกลับไปเรื่อยๆ จากต่ำไปสูง จากสูงกลับมาต่ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การเก็บรักษา

เมื่อเลิกเล่นซออู้แล้วต้องเอาลูกบิดลง โดยการที่คลายสายซอที่ขึงตึงเมื่อตอนสี โดยให้หมุนคลายลงแต่ไม่เยอะเกินไป พร้อมกับเลื่อนหมอนซอขึ้นมาชิดกับส่วนบนของกะโหลกซอเพื่อไม่ให้หน้าซอหย่อนเกินไปเพราะถ้าไม่ลดสายซอและไม่เลื่อนหมอนซอขึ้นนั้นสายซอที่ตึงอยู่นานๆทิ้งไว้จะไปกดหมอนซอที่อยู่บนหน้าซอทำให้หน้าซอหย่อนทำให้ซอเสื่อมคุณภาพและสายซออาจจะขาดได้

 

 

เพลงฝึกหัดเล่นซออู้

 

แขกบรเทศ

ดลลล ดลลล ดซซซ ดลซม ซมรด ซดรม ซลซม ซมรด
ดลลล ดลลล ดซซซ ดลซม ซมรด ซดรม ซลซม ซมรด
มมซร มรดล ซมซล ซลดร ซมรด ซดรม ซลซม ซมรด
มมซร มรดล ซมซล ซลดร ซมรด ซดรม ซลซม ซมรด

 เพลงมอญท่าอิฐ

ประวัติและความเป็นมาของเพลง

                เพลงมอญท่าอิฐนี้เป็นเพลงของไทยแท้ แต่ดัดแปลงเลียนทำนองมาจากสำเนียงของชาวมอญ เพลงนี้ใช้เปิงมางตีประกอบ จึงเรียกว่าเพลงมอญ มีความหมายเนื้อร้องมุ่งแทรกจริยศึกษา เป็นเพลงที่มีความหมายว่า แม้มีเงินทองมากมายก็สู้มีวิชาความรู้ไม่ได้ มีรูปงดงามแต่ความรู้ไม่ดี จิตใจไม่โอบอ้อมอารีไม่มีธรรมะ ก็สวยสู้คนรูปร่างไม่งดงามแต่นิสัยใจคอดีเป็นผู้มีศีลธรรมประจำใจไม่ได้

 เนื้อเพลงมอญท่าอิฐ

 

รูปสวยรวยทรัพย์นับค่าล้น                ไม่เท่าคนรวยวิชาสง่าศรี

รูปไม่งามแต่น้ำใจใหญาอารี                  ก็ย่อมดีกว่ารูปงามทรามน้ำใจ

ถ้างามน้อยด้อยวิชาพาตนยาก                 จะลำบากเหลือล้นจนเติบใหญ่

รูปไม่สวยรวยวิชาน่าชื่นใจ                     ช่วยตนให้ก้าวหน้าถาวรเอย

 

- - - - - ม - - - ซ - ล - - - ม - ด - - - ซ - ม - ล
- - - - - ม - - - ซ - ม - - - ซ - ร - - - ร - ด - -
- ท - - - ล - ท - ซ        

**รักษ์ไทย รักษ์ดนตรีไทย**

สร้างโดย: 
นายนิพันธ์ วรรณเวช

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 23 คน กำลังออนไลน์