การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ

              

                การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance)  หมายถึงการเกิดใหม่ และการฟื้นฟูศิลปะและวัฒนธรรม ถือเป็นยุคเริ่มต้นของการแสวงหาเสรีภาพและความคิดไร้ขอบเขต

                                

                   ราชวังแวร์ซาย                               บ้านเรือนในปารีส                           ตัวตึกในยุคเรเนอซองค์

                สาเหตุของการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ   สาเหตุของการฟื้นฟูศิลปวิทยาการคือ  เมื่อยุโรปฟื้นตัวจากการซบเซาเศรษฐกิจ ผู้คนจึงหันมาใส่ใจในศิลปะมากขึ้นอีกทั้ง พระประพฤติตนไม่เหมาะสม ประชาชนเสื่อมศรัทธาในศาสนา จึงหันมานิยมในความสวยงามที่มนุษย์ด้วยกันสร้างสรรค์ขึ้น อีกทั้ง ที่ตั้งของนครรัฐในอิตาลี เคยเป็นแหล่งรุ่งเรื่องของวัฒนธรรมในอดีตจึงไม่ยากที่จะฟื้นตัว

                แนวคิดใหม่ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ  แนวคิดใหม่ในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ   คือ แนวคิดของลัทธิมนุษยนิยม (Humanism) กล่าวถึงการแสวงหาที่เกิดจากความปรารถนาภายนอกเหล่านี้ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นโดยการรับเอาวรรณกรรมดั้งเดิมของกรีกโบราณเข้ามาระหว่างสงครามครูเสด คนยุคกลางพบว่าจิตวิญญาณของกรีกคลาสสิกโบราณ คล้ายคลึงกับความปรารถนาภายนอกอย่างยิ่ง ดังนั้น การเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูลัทธิความคิดกรีกจึงเกิดขึ้นโดยมีศูนย์กลางที่อิตาลีก่อน แล้วจึงขยายไปสู่ยุโรปส่วนที่เหลือในเวลาต่อมา   นักปราชญ์คนแรกที่มีความสำคัญต่อวรรณคดีประเภทคลาสสิคในยุคนี้และได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งมนุษยนิยม ได้แก่ ฟรานเซสโก เปตราร์ก ชาวอิตาลี  ผู้ที่สนใจงานคลาสสิคสมัยโบราณ เรียกว่า พวกมนุษยนิยม (humanist) เหล่านี้ต่างได้รับการยกย่องในความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาละตินอย่างถูกต้อง        

                เมื่อปี 1454 โยฮัน ยูเตนเบริ์ก ชาวเยอรมนี สามารถประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ ทำให้หนังสือมีราคาถูกลงเป็นอย่างมาก สามารถเผยแพร่ความรู้ต่างๆไปสู่ท้องถิ่นอื่นอย่างง่าย   ศิลปะในสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการนับเป็นการปฏิวัติอีกแขนงหนึ่ง   เพื่อให้หลุดพ้นจากอิทธิพลของคริสต์ศาสนาในสมัยกลาง   ประติมากรรมในสมัยนี้จึงหวนกลับไปนิยมวิธีการของกรีก-โรมันที่สร้างงานศิลปะที่เป็นธรรมชาติและให้ความสนใจต่อความสวยงามของสรีระร่างกายมนุษย์   ในยุคนี้ได้มีการค้นคว้าเทคนิคใหม่ๆในการผสมสี   เทคนิควาดภาพปูนเปียก (fresco)  ให้ความสำคัญของแสงและเงา   รวมทั้งมิติการจัดองค์ประกอบของภาพ   ศิลปินที่สำคัญและมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดี  ได้แก่  ไมเคิลแอนเจโล บูโอนารอตติ (Michelangelo  Buonarroti)   เลโอนาร์โด ดา วินชี(Leonardo da Vinci) และ ราฟาเอล(Raphael) ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองของสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ 

               

                          
   ไมเคิลแอนเจโล                                พระแม่มารีอุ้มพระเยซูที่ตัก

               ไมเคิลแอนเจโล บูโอนารอตติ เป็นผู้สร้างประติมากรรมที่สวยงามเห็นส่วนของมนุษย์ชัดเจนสมส่วน โดยเชื่อว่ามนุษย์เกิดจากมือของพระเจ้าที่ปั้นมาอย่างสวยงาม ผลงานที่สร้างชื่อ   รูปสลักของเดวิด ชายเปือยกลายและปิเอตา พระแม่มารีอุ้มพระเยซูที่ตัก

                เลโอนาโด ดาวินซี  เป็นศิลปินและนักปราชญ์ที่มีความรู้ เป็นจิตรกรรมที่วาดภาพแฝงด้วยแนวคิดมนุษนิยมที่ให้ความรู้สึก ภาพที่มีชื่อเสียงคือ อาหารมื้อสุดท้าย และ ภาพโมนาลิซา หญิงสาวที่มีรอยยิ้มพิศวง

             

                                             
 อาหารมื้อสุดท้าย                   เลโอนาโด ดาวินชี                           โมนาลิซา

                   ราฟาเอล ภาพมีความนิ่มนวลในรายละเอียด ภาพที่มีชื่อคือภาพพระแม่พระบุตร และจอห์น แบบติสต์                                                   

         ผลงานของราฟาเอล            

               งานประพันธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองที่สำคัญของยุคนี้ที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งของความคิดในกรอบและกฏเกณฑ์ที่เคร่งครัดของคริสต์ศาสนา ได้แก่ บทเพลงรัก หรือ ซอนนิต(Sonnet) ของเปตราก  ดิแคเมอรอน(Decameron) ของบอกคาซิโอ (Boccaccio) ซึ่งเป็นนิยายชวนหัวที่แสดงถึงบุคลิกลักษณะของมนุษย์และความสัมพันธ์ทางเพศ เจ้าผู้ครองนคร(The Prince) ที่บรรยายถึงศิลปะการปกครองของเจ้านครจากการประพันธ์ของ นิโคไล มาเคียเวลลี(Nicoli Machiavelli)และยูโทเปีย(Utopia) ของเซอร์ทอมัส มอร์ (Sir Thomas More)  ที่กล่าวถึงเมืองในอุดทคติที่ปราศจากความเลวร้าย                  

               งานวรรณกรรมด้านนาฏกรรมหรือบทละครนั้นก็ได้รับอิทธิพลจากกรีกโดยนำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมของชาวตะวันตกในสมัยนั้น  นักประพันธ์คนสำคัญ คือ วิลเลียมเชคสเปียร์ (William  Shakespeare) บทละครของเขาที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ โรมิและจูเลียต(Romeo and Juliet)   เวนิสวาณิช (The Marchant of Venice) คิงเลียร์(King Lear) แมคเบท(Macbeth) และฝันคืนกลางฤดูร้อน(A Midsummer Night’s Dream )เป็นต้น   ซึ่งบทละครเหล่านี้จะสะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์  อุปนิสัย  และการตัดสินใจของมนุษย์ในเหตุการณ์ต่างๆ 

สร้างโดย: 
น.ส.สุชาดา จุติลาภถาวร ม.6/1 เลขที่ 25 โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์
รูปภาพของ silavacharee

 

ตรวจแล้ว

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 78 คน กำลังออนไลน์