ยุคการปฏิวัติทางภูมิปัญญา

Kissยุคสมัยปฏิวัติทางภูมิปัญญา

 ยุคสมัยการปฏิวัติทางภูมิปัญญา หรือ ความทันสมัยที่เชื่อว่า ชายผิวขาวชาวยุโรปสามารถแยกตัวเองจากมายาคติทางวัฒนธรรมของตน แล้วศึกษาโลกได้อย่างเป็นกลางและปราศจากอคติ

  นักคิดสำคัญ

1.โซซูร์ เป็นนักภาษาศาสตร์ชาวสวิส ที่มีความสำคัญต่อการปฏิวัติที่เรียกว่า "The Linguistic Turn" ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดความสนใจอิทธิพลของภาษาที่มีต่อวิธีคิดด้วยวิธีคิดแบบเดิม ซึ่งผลงานนี้เป็นการแสวงหาระบบภาษา อาจอยู่เบื้องหลังทุกภาษาที่ใช้กันอยู่จริงๆ และเป็นโครางสร้างภาษาที่กล่อมเกลาจิตใจ ของมนุษย์

2.เดอริดา   เป็นนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส   ที่นำแนวคิดของโซซูว์มา deconstruct ทำให้เกิดแนวคิดหลังโครงสร้างนิยม (poststructuralism) ซึ่งเขาเห็นว่า ภาษามีธรรมชาติที่ไร้ระเบียบ ความหมายผันแปรไปตามบริบทที่เปลี่ยนไป อันเป็นพื้นฐานในการก่อตัวแนวคิดหลังทันสมัยใหม่ โดยเฉพาะแนวคิดที่ต่อต้าน logocentrism อันเป็นแนวคิดที่เชื่อว่ามีระบบสากลที่บอกได้อย่างชัดเจนว่าอะไรคือ ความถูกต้อง ความงาม ความจริง ฯลฯ ในความเป็นจริงโครงสร้างความหมายที่ปรากฏผ่านถ้อยคำในภาษา พฤติกรรมต่างๆ และข้อเขียนทุกชนิด ไม่อาจนำมาแปลความหรือตีความได้ ทุกสังคมวัฒนธรรมต่างก็สร้างและอยู่ในโลกของความหมายเฉพาะของตน
Micheal Foucault : ฟูโกลต์เป็นนักทฤษฎีหลังทันสมัยนิยมแบบประนีประนอม (moderate postmodernism)

3.เลียวทาร์  เสนอว่า ควรจะเปลี่ยนโลกทัศน์ต่อความรู้เสียใหม่ จากที่ได้รับอิทธิพลจากวิทยาศาสตร์แบบกลไก มาอยู่ในระบบของโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นความรู้จึงมีลักษณะอย่างดีที่สุด คือ เป็นความรู้แบบชั่วคราว แม้แต่วิทยาศาสตร์เอง

4.โบดริยาร์ด  เสนอว่าวัฒนธรรมของโลกยุคหลังทันสมัยมีเนื้อหาหลักอยู่ที่  เศรษฐกิจ  ที่เน้นเรื่องการผลิตกับวัฒนธรรม (ที่กลายมาเป็นวัฒนธรรมของสัญญาณที่สามารถนำมาผลิตเป็นสินค้า) จะเห็นว่า เศรษฐกิจที่มีมูลค่ามากที่สุดและมีความยั่งยืนมากที่สุดมีฐานมาจากวัฒนธรรมทั้งสิ้น เข่น ภาพยนตร์ ดนตรี แฟชั่น ฯลฯ
    - เศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ถึงจุดเปลี่ยน กล่าวคือ สินค้าที่มูลค่ามากที่สุดในตลาดโลกไม่ใช่สินค้าและบริการเช่นเดิม แต่เป็น"ข้อมูลข่าวสาร"
   - ลักษณะที่โดดเด่นของวัฒนธรรมโลกยุคหลังทันสมัยอย่างหนึ่ง คือ การสร้างความจริงที่เหนือจริง (hyperreality) โดยผ่านการผลิตซ้ำแบบจำลอง เลียนแบบด้วยเทคโนโลยี ความจริงที่เหนือจริงนี้ เช่น การติดต่อสื่อสารผ่านโทรทัศน์หรือสื่อมวลชนต่างๆ อินเตอร์เน็ต ภาพยนตร์ การจัดนิทรรศการ การเดินทางท่องเที่ยว

    เนื้อหาสำคัญของทฤษฎีหลังทันสมัยนิยม

1. มีจุดเริ่มต้นเหมือนกับนักทฤษฎีโครงสร้างนิยมที่ว่า การให้ความสำคัญกับภาษาและกระบวนการทำงานของภาษาในฐานะที่เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจความคิด การสื่อสาร และปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม หรือการมองว่า "ภาษา คือ ระบบของสัญญาณที่สื่อความหมาย ความคิด และประสบการณ์"

2. ทฤษฎีหลังโครงสร้างนิยมปฏิเสธว่า ปรากฎการณ์ทางสังคมหรือความคิดของแต่ละบุคคลมีชุดของความหมายที่แน่นอนชุดหนึ่งแฝงอยู่ แต่ความหมายและความคิดกลับเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้รับสารหรือผู้วิเคราะห์ มุมมองเฉพาะและบริบทเฉพาะในกาสาร ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการผลิตความหมายหรือการเข้าใจปรากฏการณ์ทางสังคมแต่ละครั้ง

3. ความหมายของภาษาอยู่ที่ "linguistic sign" ซึ่งประกอบด้วย "signified" (ตัวความหมาย) และ "signifier" (สัญญะที่สื่อความหมาย) เช่น BMW (signifer) แต่ซื้อเพราะความมีระดับและหรูหรา (signified) ความสัมพันธ์ระหว่างความหมายกับสัญญะไม่อยู่ภายกฎเกณฑ์ทางภาษาหรือแบบแผนใดๆ แต่เป็นเรื่องของความบังเอิญของภาษา

4. ความสัมพันธ์ระหว่างสัญญะกับความหมายที่ซับซ้อนและมีนัยสำคัญหลายมิติ เช่น สัญญะไม่ได้ยึดติดอยู่กับความหมายใดความหมายนิ่งในลักษณะคงที่ แต่มันเกี่ยวโยงสัมพันธ์กับสัญญะชุดอื่นอีกจำนวนหนึ่ง เช่น letter ได้ผลิตความหมายและสัญญะมากมาย อย่าง alphabet, message, agreement หรือกริยาที่แปลว่าเขียนหรือทำเครื่องหมายก็ได้

5. ความหมายเป็นสิ่งที่เกิดจากความแตกต่างระหว่างสัญญะใดๆ และไม่ใช่สิ่งที่แน่นอนตายตัว เช่น ไก่ ไม่อาจหมายถึงเพียงสัตว์ปีกชนิดหนึ่งที่ขยายพันธุ์โดยการออกไข่ แต่อาจหมายถึง ไก่หลง ไก่อ่อน ไก่แก่ ดังนั้นความหมายจึงเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นในกระบวนการสื่อสารหรือการตีความที่ดำเนินต่อไปในความคิด ความเข้าใจของผู้รับสาร

6. การทำความเข้าใจความหมายใดๆ มีนัยสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสื่อสาร การวิเคราะห์ และการตีความทางวัฒนธรรม โดยเนื้อหาของสารที่ได้รับการสื่อออกมาโดยตะรางแล้วผู้รับเข้าใจได้ เป็น "ความหมายที่ปรากฏ" (present) ส่วนความหมายอื่นที่แทรก แฝง ซ่อนหรือตีความหมายต่อได้อีก ถือเป็น "ความหมายที่ไม่ขาดหาย" (absent)

7. การศึกษาวิเคราะห์ทางสังคมวัฒนธรรม เป็นผลของปฏิสัมพันธ์ที่ไม่มีวันสิ่นสุดของสัญญะ การเข้าถึงความหมายเกิดขึ้นภายใต้บริบททางสังคมวัฒนธรรม ที่ขึ้นอยู่กับคนรับสาร (ไม่ใช่ผู้ส่งสาร)

8. ความหมายที่เกิดจาการสื่อสารและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ประกอบด้วยลักษณะสำคัญ ได้แก่ 
   - ความหลากหลายมิติอยู่ในตัวเอง
   - ความหมายไม่ได้จำกัดด้วยโครงสร้างที่ตายตัวแบบแนวคิด binary oppositions 
   - ผู้ส่งสาร ไม่มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการสร้างความหมาย แต่เป็นผู้รับสาร ซึ่งมีความสามารถ โอกาส รวมทั้ง    เงื่อนไขที่จะเข้าถึงและตีความที่ผู้ส่งสารไม่ได้คิดถึงหรือเตรียมไว้เลย
  - ผู้รับสารเป็นผู้มีบทบาทในการทำความจริงให้ปรากฏ และทำสิ่งผู้ส่งสารจงใจซ่อนให้ปรากฏ


 


 

สร้างโดย: 
นางสาว อรุโณทัย กุลอัค ชันม 6/1 เลขที่ 40 โรงเรียน ศีลาจารพิพัฒ์
รูปภาพของ silavacharee

ตรวจแล้ว

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 1 คน และ ผู้เยี่ยมชม 462 คน กำลังออนไลน์

รายชื่อสมาชิกที่ออนไลน์

  • sss29559