การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎี คอนสตรัคติวิสต์ ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง สมการเชิงเส้นต

วุฒิชัย  วรครบุรี.  2557.  การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์  ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  1)  เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์  ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา  เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1 2)  เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง  สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว        ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  ให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และมีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ  70  มีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 70  ขึ้นไป  3) เพื่อศึกษากระบวนแก้ปัญหาของโพลยา  เรื่อง  สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  โรงเรียนบ้านนาดี  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น  เขต 5  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 28 คน 

รูปแบบการวิจัยเป็นแบบวิจัยเชิงปฏิบัติการ จำนวน 3 วงจร  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  1)  เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติการ  ได้แก่  แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนนสตรัคติวิสต์  ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา  เรื่อง  สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  จำนวน  17  แผน  2)  เครื่องที่ในใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ  ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้   แบบบันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้  แบบทดสอบท้ายวงจร  3)  เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้  ได้แก่  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  และแบบทดสอบวัดกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา  เรื่อง สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย  ร้อยละ  และสรุปความเรียง

ผลการวิจัย  พบว่า

          1.  กิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์  ที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา  มีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้  คือ 1) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน เป็นขั้นเตรียมความพร้อมของนักเรียนโดยใช้วิธีการต่างๆไม่ว่าจะเป็นการแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้         การทบทวนความรู้เดิม ด้วยการใช้เกม/เพลง/นิทาน/บทบาทสมมุติ/สนทนาถามตอบ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนระลึกถึงประสบการณ์เดิมเพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างความรู้ใหม่  2) ขั้นสอน เป็นขั้นที่นักเรียนจะเกิดการพัฒนามโนมติ การจัดกิจกรรมตามหลักการ นักเรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Construct) นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่ม (Interaction) นักเรียนมีบทบาทได้สร้างความรู้ด้วยตนเอง (Participation) ในขั้นนี้ผู้วิจัยยังจัดกิจกรรมสร้างสถานการณ์ปัญหาให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการแก้ปัญหาของ Polya สอดแทรกในกิจกรรม ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้  2.1) ขั้นเผชิญสถานการณ์ปัญหาและแก้ปัญหาเป็นรายบุคคล โดยครูเสนอปัญหาที่สัมพันธ์กับบทเรียนและสอดคล้องกับชีวิตประจำวัน เหมาะสมกับวัยและความสามารถของนักเรียน อีกทั้งให้นักเรียนค้นหาความรู้ที่จะนำมาแก้ปัญหาด้วยตนเองจากสื่อที่เป็นรูปธรรมที่ครูเตรียมไว้  2.2) ขั้นไตร่ตรองทางปัญญาระดับกลุ่มย่อย เป็นขั้นที่สมาชิกในกลุ่มย่อยเสนอแนวทางแก้ปัญหาของตนเอง สมาชิกกลุ่มร่วมกันตรวจสอบแนวทางของแต่ละคน อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกลุ่มย่อย แล้วร่วมกันเลือกแนวทางในการแก้ปัญหา ที่เหมาะสม 2.3) ขั้นไตร่ตรองระดับชั้นเรียน เป็นขั้นที่กลุ่มย่อยส่งตัวแทนของกลุ่มนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อทั้งชั้น อภิปรายซักถามที่กลุ่มนำเสนอ ตรวจสอบความถูกต้องและความสมเหตุสมผล ครูนำเสนอแนวทางที่นักเรียนยังไม่ได้นำเสนอ รวบรวมวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องสมเหตุสมผลที่สมาชิกในห้องยอมรับ ร่วมกันอภิปรายข้อดี ข้อจำกัดของแต่ละทางเลือก แล้วร่วมกันสรุปแนวทางเลือกทั้งหมดเพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหา 3) ขั้นสรุป เป็นขั้นที่นักเรียนร่วมกันสรุปแนวคิด หลักการ ความคิดรวบยอดในเรื่องที่เรียนโดยครูช่วยสรุปเพิ่มเติมเพื่อให้นักเรียนได้ตรวจสอบความคิดรวบยอดและหลักการที่ถูกต้องยิ่งขึ้น 4) ขั้นฝึกทักษะและนำไปใช้ เป็นขั้นที่ฝึกให้นักเรียนสามารถนาความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างชำนาญ นักเรียนจะทาแบบฝึกต่างๆ บัตรกิจกรรมที่ครูเตรียมมาหรือแบบฝึกที่นักเรียนร่วมกันสร้างสถานการณ์ขึ้น 5) ขั้นวัดผลและประเมินผล เป็นขั้นสังเกตพฤติกรรมทางการเรียน การร่วมกิจกรรม การตรวจแบบฝึกหัด ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน แบบประเมินกระบวนการแก้ปัญหา ตลอดจนทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

        2.  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ  76.61  และมีจำนวนนักเรียนร้อยละ 78.57 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตั้งแต่ร้อยละ  70  ขึ้นไป

        3.  นักเรียนมีคะแนนกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยาเฉลี่ยร้อยละ  81.25  โดยมีคะแนนในขั้นทำความเข้าใจปัญหา  ขั้นวางแผนแก้ปัญหา  ขั้นดำเนินการตามแผน  และขั้นตรวจสอบหรือมองย้อนกลับเฉลี่ยร้อยละ  94.05,  83.93,  77.98  และ  71.43  ตามลำดับ 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 53 คน กำลังออนไลน์