พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

รูปภาพของ sss29675

อาคารหลังที่ 1 

                    เป็นอาคารที่ครอบครัวอาจาร์ยวราพรเคยใช้อาศัยอยู่เมื่อในอดีต ลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาก จากตะวันตกซึ่งเป็นที่นิยมในยุคนั้น เป็นอาคารไม้สองชั้น หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าวสีแดง ผนังอาคาร สร้างด้วยไม้ทาสีเลียนแบบผนังก่ออิฐถือปูนฝีมือช่างชาวจีนเป็นผู้ก่อสร้าง ที่เรียกกันว่าทรงปั้นหยายุคปลาย โดยลดลายฉลุที่ชายคาออก 

ที่มาภาพ : http://www.paiduaykan.com/province/central/bangkok/bangkokmuseum.html

                     เรือนปั้นหยา มีอายุกกว่าร้อยปีของครอบครัวสุรวดี ซึ่งปัจจุบันอาจารย์วราพร สุรวดี ได้อุทิศบ้านและที่ดินทั้งหมดนี้จัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก เพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเที่ยวชมและเรียนรู้อดีตของชาวกรุง แทนการเก็บมรดกชิ้นนี้ไว้ชื่นชมแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ทันทีที่ได้ก้าวผ่านรั้วประตูเข้ามา ความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงยืนต้นมาอย่างยาวนานก็ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่า เจ้าของบ้านยังคงดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของบ้านไว้เป็นอย่างดี เริ่มจากส่วนจัดแสดงอาคารแรกคือ เรือนปั้นหยา ที่ห้องหับต่างๆ ยังคงถูกจัดวางเครื่องใช้ไว้เช่นเดิม เหมือนเมื่อครั้งยังใช้เป็นบ้านพำนักอาศัย ทั้งห้องรับประทานอาหาร ห้องรับแขก ห้องนอนใหญ่ ห้องแต่งตัว ห้องคุณยาย และห้องน้ำ ซึ่งข้าวของทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดงนี้ล้วนแล้วแต่เป็นของที่ผ่านการใช้งานมาแล้วทุกชิ้น ไม่เหมือนกับพิพิธภัณฑ์อื่นที่เป็นการเก็บรวบรวมข้าวของจากหลายๆ ที่มาจัดแสดง แต่สำหรับที่บ้านชาวบางกอกแห่งนี้เปรียบได้กับพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มีเรื่องราวของเจ้าบ้านให้ได้เล่าสู่กันฟัง แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ของคนในยุคนั้นสู่คนรุ่นหลัง

 

 

ห้องรับแขก

                     ห้องรับแขก ห้องนี้มีเปียโนคู่ใจของคุณแม่เป็นของขวัญจากคุณตาเมื่อครั้งเป็นนักเรียนคอนแวนต์ โยกย้ายตามตัวคุณแม่กระทั่งปลูกบ้านหลังนี้ ระหว่างตกยากในช่วงสงคราม คุณแม่ขายเปียโนหลังนี้ไป คุณแม่เสียดายมาก อาจารย์วราพร ได้ติดตามหาซื้อใหม่ในลักษณะที่จำได้มาไว้แทน เมื่อทำพิพิธภัณฑ์

                    นอกจากชุดรับแขกของคุณแม่ ยังมีตู้ใส่เครื่องเจียระไนแบบต่างๆเช่น แก้วไวน์ แก้วมาตินี่ และยังมีขวดใสจุดแสดงไว้ในตู้อย่างสวยงาม หมอนอิงเป็นหมอนที่ปักใหม่แทนหมอนอิงใบเก่าฝีมือคุณแม่ที่เปื่อยขาด

ที่มาภาพ : http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2006/06/O4486039/O4486039.html

 

ที่มาภาพ : http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2006/06/O4486039/O4486039.html

ห้องอาหาร

ที่มาภาพ : http://www.manager.co.th/travel/viewnews.aspx?NewsID=9560000138583

ที่มาภาพ : http://www.paiduaykan.com/province/central/bangkok/bangkokmuseum.html

                    ภายในมีโต๊ะรับประทานอาหาร 6 – 8 ที่นั่ง ยืดขยายให้ยาวได้ โดยแทรกแผ่นกลางที่มีสลักยึดติดด้วยกันแน่นหนา บนโต๊ะจัดแสดงพวกเครื่องปรุง และจานใส่ของว่าง และมีตู้จัดแสดงชุด Dinner set แบบฝรั่ง และภาชนะลายครามแบบจีน และเครื่องเคลือบ สีเขียวไข่กา รูปแบบต่างๆ จากทางตอนใต้ของประเทศอิรัก โดยคนไทยนำโอ่งเคลือบมีฝาปิดนี้มาทำเป็นภาชนะเก็บความเย็น โดยเฉพาะเมื่อต้องการเก็บใบพลูให้เย็น สดอยู่เสมอ อ่างเคลือบยังใช้ในกิจกรรมอบควันเทียนขนมต่างๆได้ด้วย

 

ที่มาภาพแบนเนอร์ : http://www.paiduaykan.com/province/central/bangkok/bangkokmuseum.html

 

 

 

 


มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 6 คน กำลังออนไลน์